พิธีกรสาวอารมณ์ดี! ‘เฟี้ยว์ฟ้าว’ โพสต์ภาพเมื่่อสวดมนต์เสร็จ ‘งูใหญ่โผล่’ ขณะทำรายการ ทำคนดูถูกหวยกันเพียบ! (ชมภาพ)

0
74

พิธีกรสาวอารมณ์ดี! ‘เฟี้ยว์ฟ้าว’ โพสต์ภาพเมื่่อสวดมนต์เสร็จ ‘งูใหญ่โผล่’ ขณะทำรายการ ทำคนดูถูกหวยกันเพียบ! (ชมภาพ)

หวยออกงวดนี้ทำเอาเศรษฐีใหม่เต็มไปหมด เรื่องของดวงวาสนา ความเชื่อความศรัทธา เรียกว่า ดวงใครดวงมัน จริงๆ ล่าสุด ดารา พิธีกรสาว รวยอารมณ์ฮา เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ โพสต์ภาพงูตัวใหญ่ลายสวยงามกำลังเลื้อย พร้อมแคปชั่นว่า “สวดมนต์..บทพญานาคทุกๆตระกูลของท่านเสร็จ กำลังออกถ่ายทำรายการ #ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย #เชียงคาน เสียงทีมงานบอกงูมาเลย #ตุ้จ้าๆ #แล้วแต่วิจารณญาณเน้อ

แต่.. #เฟี้ยว์ฟ้าว เชื่อ” โดยปรากฏว่า มีคนเข้าไปตีเลขเด็ดจากภาพดังกล่าวแล้วถูกหวยกันหลายราย โดยมีคนบอกว่า 85 แต่บางคนบอกเพิ่งออกไป ไม่น่าจะ 85 แต่สุดท้าย หวยออก 85 จริงๆ จนมีคนถูกหวยหลายรายเข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณ สาวเฟี้ยว์ฟ้าว ด้วย  นอกจากนี้‘เฟี้ยวฟ้าว’ ยังเคยออกมาเปิดใจครั้งแรกเกี่ยวเรื่องลี้ลับ ที่ทำให้ถูกหวยหลายล้าน นำเงินจากการถูกลอตเตอรี่ไปทำบุญ สร้างพระหมด

โดยมักได้เลขจากความฝัน เชื่อว่า พ่อปู่พญานาค มักมาเป็นแสงเป็นภาพ พอเราตื่นมาตีเลขก็จะถูกหวย แต่ถ้างวดไหนไม่ฝัน ก็จะไปซื้อหวยเลย ช่วง 2 ปีนี้ ถูกหวยเกิน 2 ล้าน แล้ว ประมาณ 2-3 ล้าน ตั้งแต่ซื้อหวยมาถูกทุกครั้ง ผิดเป็นบางใบ ตั้งแต่สร้างพระพุทธเจ้าทันใจ องค์ที่ 109 ของโลก เราสัญญาว่าถ้าได้เงินจากการซื้อหวยจะนำไปสร้างประดับองค์ท่าน

แต่เงินจากการทำงานอื่นๆ ของเรา เราขอนำไปเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงแม่นะ เฟี้ยวฟ้าว เผยเป็นครั้งแรกด้วยว่า ช่วง 2 ปีมานี้ ตัวเองมักพบเจอหรือสื่อกับวิญญาณ ที่คนอื่นมองไม่เห็นได้ จนคนคิดว่าตัวเองบ้า แต่ตัวเองเชื่อเรื่องบุญกรรม และหันมาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิจริงจัง ก็จะได้เห็นภาพหรือเรื่องที่ไม่เคยเห็น เสียงที่ไม่เคยได้ยิน ทำให้เรารู้ว่า มีคนที่หมดเวลาแล้ว แต่พยายามขอเวลา

ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่สนใจพ่อแม่ ไม่เคยบอกรักพ่อแม่ ไม่เคยกราบเท้า ไม่มีเวลาให้พ่อแม่หรือคนที่รัก พอหมดเวลา ทุกคนจะร้องขอแต่เวลา ว่าไม่พร้อมจะไป ยังไม่ได้ลาพ่อแม่ ทุกคนคิดถึงแฟน คิดถึงลูก เรื่องนี้เป็นเรื่องแล้วแต่ความเชื่อ หากคนจะมองจะว่าอะไรเราก็ไม่เป็นไร แต่เราพยายามทำบุญเยอะๆ แล้วก็จะแบ่งจะสวดให้คนอื่นด้วย ส่วนหวยงวดนี้ เฟี้ยวฟ้าว บอกว่า ยังไม่ฝัน

แต่ถ้าขอหรือฝันบางครั้งจะมาวันหวยออกก็มี ส่วนเรื่องความรักตอนนี้มีซีอีโอร้านดังไต้หวันมาจีบ โดยรู้จักกันขณะตัวเองไปทำงานที่ไต้หวัน เพิ่งเริ่มคุยๆกัน ส่วนเบื้องหลังชื่อใหม่ “หนูอิมอิม” เปลี่ยนเป็น “เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้” กับการขอสำนักงานเขตให้อนุมัติ  ทั้งนี้ หนูอิมอิมเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง เริ่มที่ อชิตะ สิกขมานา, อชิตา วุฒินันท์สุระสิทธิ์, อชิตะ ธนาศาสตนันท์, หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์

โดยเธอให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “บันเทิงพลาซ่า” ออกอากาศทางช่อง True4u ว่า “ต่อไปนี้ใครเจอหน้าไม่เอาแล้วนะ มาเรียก ′หนูอิมอิม′ ไม่เอานะ จะไม่หัน ถ้าเจออิมต้องเรียก ′เฟี้ยวฟ้าว′ จะหัน แต่ถ้าใครเรียกนามสกุล ′สุดสวิงริงโก้′ จะหันทันที จริง ๆ อยากจะเปลี่ยนมาหลายรอบแล้ว ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งไปเรื่อยนะ นี่เราตั้งใจหามากนะ (หัวเราะ) เกือบประมาณ 2 เดือน แล้วทำไมถึงเปลี่ยนล่ะ? ก็จะขึ้นปีใหม่เเล้ว

เราก็คุยกับพี่ชาย เรามาตั้งอะไรใหม่ๆ กันดีกว่า ′เฟี้ยวฟ้าว′ ก็เลยมา พอบวกตัวเลขกันเเล้ว อุ๊ยเเม่เจ้า! มันโอเค มันดีเลย แล้วนี่บวกตัวเลขเองเหรอ? “ก็เสิร์ชดูในกูเกิล แล้วพี่ชายก็เป็นคนที่เซียนเรื่องนี้มาก พี่ชายก็ถามว่าอยากจะได้อะไรระหว่าง งาน เงิน ความรัก ความสุข ความรักนี่เราสะบัดบ๊อบให้เลยค่ะ ก็เอาความสุข เรื่องเงิน เรื่องงาน ก็เลยตั้งให้ ตอนแรกชื่อเฟี้ยวฟ้าวแต่หานามสกุลไม่ได้

หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สุดท้าย ′สุดสวิงริงโก้′ มา พอบวกเลขแล้วความหมายมันขนลุกมากเลย ความหมายดีมาก ๆ ชีวิตมีความสุข สนุกกับการทำงาน ซึ่งมันใช่กับเรามากเลย” “พี่ชายเราเองก็เปลี่ยนชื่อเหมือนกัน ชื่อ ′ฟ้าวเฟี้ยว′ บวกเลขเเล้วได้เท่ากัน น้องชื่อเฟี้ยวฟ้าว (หัวเราะ) นามสกุลก็ใช้เหมือนกันคือสุดสวิงริงโก้ เราคือต้นตระกูลของสุดสวิงริงโก้ เป็นตระกูลที่ตั้งขึ้นมาใหม่”

แล้วพอเปลี่ยนชื่อใหม่เเล้วชีวิตเป็นยังไงบ้าง? “ก็โอเคนะคะ เพิ่งเปลี่ยนมาได้ 4 วันเอง ทันทีที่ลงในอินสตาแกรม ก็ตกใจเพราะเราเองคนตามไม่เยอะ แต่นี่กลายเป็นกระแสใหญ่โต คนรู้ว่าเราเปลี่ยนชื่อมาใหม่กันเยอะ ไปกินอาหาร ไปไหนจะมี รปภ.แม่บ้าน ชาวบ้านมาทักเรียกน้องเฟี้ยวฟ้าว ก็แฮปปี้ดีค่ะ ใครจะว่าเราทำตัวแปลกประหลาดแล้วจะมายุ่งอะไรกับเราล่ะ เปลี่ยนชื่อมันก็ชื่อเรา

อย่าคิดเยอะสิ เบาๆ สบายๆ สนุกกับชีวิต มันคือตัวเรา เราไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี ไปฆ่าใคร มันตัวเขาไม่ใช่ตัวคุณ เราเองชอบชื่อนี้มากๆ มันน่ารักดี” เห็นเปลี่ยนมาหลายชื่อเเล้ว ต่อไปนี้จะเปลี่ยนอีกมั้ย? “จะเปลี่ยนอีกทีคงรอแต่งงานเลย คงอีกนานนี่เพ้อฝันอยู่ เอาจริงๆ ก็เปลี่ยนมาหลายครั้งแล้ว ตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเปลี่ยนมากี่ครั้ง ต้องดูในกูเกิลเอา แล้วเรางงมากเลย วิกิพีเดียนี่เขาคือใคร

เหมือนเขียนไปเรื่อย เขาเขียนประวัติเราผิดหมดเลย เราเองเคยเข้าไปแก้ด้วยนะ แต่ก็ยังมีคนแก้กลับ” แล้วตอนไปคุยกับทางเขตว่าจะขอเปลี่ยนชื่อ กว่าจะอนุมัตินี่นานมั้ย?  “ทางเขตเขาถามว่ามันมีความหมายเหรอ เราก็บอกเขาไปว่า มันมีความหมายนะ ′เฟี้ยว′ แปลว่า รวดเร็ว ′ฟ้าว′ แปลว่า หรูหรา ความที่เราไปเปลี่ยนชื่อบ่อยไง เลยทำการบ้านไปเลย เรารู้ว่าต้องถามความหมายตามพจนานุกรม

เเต่ตอนเเรกเขาก็จะไม่ให้ตั้งนะ บอกว่า ′คุณกลับบ้านไปเลย′ เราเลยรีบบอกก่อนเลยว่า ฟังหนูก่อนพี่ (หัวเราะ) แล้วเราก็แปลให้เขาฟังไป แล้วก็บวกเลขให้เขาดูว่า เนี่ย มันคือชีวิตของหนูนะ มันคือตัวตนหนูพี่ ให้หนูเถอะนะ”แล้วเขาให้มั้ย? “ก็ไม่ เราก็เลยบอกเขาไปว่า พี่แต่หนูมีมาสองชื่อนะ คือ ′เฟี้ยวฟ้าว′ กับ ′ซุปเปอร์ฮีโร่′ เขาก็บอกกลับมาว่า ′อิม มันไม่ได้′ เราก็อธิบายต่อไปว่ามันเป็นแบบนี้

แบบนี้นะ จนเขายอม ก็ไม่ได้อนุมัติภายในวันเดียวนะ ก็นานอยู่เหมือนกัน” ตอนเปลี่ยนเป็น “อิมอิม” ก็ว่าดีเเล้วไม่ใช่เหรอ?  “มันดีเเต่เบื้องหน้าไง เบื้องหลังมันเหมือนเเทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ เราก็เพิ่งรู้ว่ามันมีข้างหลังด้วย” ครั้งต่อไปจะแปลกกว่าเดิมไหม? “ยังคิดไม่ออก คงอีกนานการเปลี่ยนเอกสารใหม่มันเป็นงานอดิเรกหนูนะ แก้ไปแก้มา สนุกดีพี่ชายก็เปลี่ยนชื่อด้วย ที่เปลี่ยนเพราะมันเป็นสูตรของเขาด้วย

พี่ชายชื่อ ฟ้าวเฟี้ยว น้องชื่อเฟี้ยวฟ้าว เปลี่ยนพร้อมกันเลย นามสกุลสุดสวิงริงโก้เหมือนกัน เราเป็นต้นตระกูลของสุดสวิงริงโก้ เป็นตระกูลที่ตั้งขึ้นมาใหม่” เรื่องหัวใจตอนนี้เป็นไงบ้าง? “ตอนนี้โสดค่ะ ทำแต่งานเลย เพิ่งเลิกรากันไป ถ้ามีใหม่ก็โคตรเซียนเลย คงพักเบรกไปก่อน ทำงานดีกว่า อยู่กับครอบครัวหนูรู้สึกว่าเจอความรักที่แท้จริงแล้ว เวลามีแฟนหนูไม่ได้ต้องการอะไรแค่ช่วยเหลือเกื้อหนุนเมตตาต่อกัน

ตอนนี้หนูมีตรงนั้นอยู่แล้ว ครอบครัวมาเติมเต็ม และเพื่อนๆมาในสิ่งที่ต้องการ หนูแฮปปี้มาก มองย้อนกลับไป ที่ว่าทำไมต้องทำกับหนูแบบนี้ ตอนนั้นมันตันไง พอเวลาผ่านไปมันเป็นอย่างนี้นี่เอง โชคดีนะที่เลิกกันไม่งั้นบ้านคงไม่มี ตัดใจได้ตั้งแต่วันที่หนูบอกเลิกเลยไม่เอากลัว” ถ้าจะมีรักใหม่ต้องเปลี่ยนชื่ออีกไหม? “ใครจะมาจีบหนูต้องเป็นคนที่คิดดีๆ เพราะหนูเป็นคนตรงมาก ชอบก็บอกว่าชอบ

ต้องเป็นคนที่เข้าใจหนูจริงๆ คนคนนั้นซึ่งมันหายากมาก ถามว่ากลัวความรักไหมไม่กลัวค่ะ แต่กลัวคนหลอกคนโกงมากกว่า ตามไม่ทัน รักครั้งต่อไปต้องสแกนมากขึ้นค่ะ สำหรับ เฟี้ยวฟ้าว อีกหนึ่งบทบาทของ “ผู้ให้” ปันที่ดินให้ชาวนาปลูกข้าวฟรี  ตลก สนุกสนาน อารมณ์ดี คาเรคเตอร์ของสาวมั่นมากความสามารถ “เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้” หรือที่หลายคนรู้จักเธอในชื่อ “อิมอิม”

นักแสดงสาวที่ฝากผลงานและเสียงหัวเราะไว้ในหัวใจคนไทยผ่านบทบาทต่างๆ ที่เธอได้รับ แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเธอยังมีอีกหนึ่งบทบาทในชีวิตจริงที่สำคัญและน่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือบทบาทของการเป็น “ผู้ให้” เช่นเดียวกันกับครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง ที่เธอได้แบ่งปันที่ดินบางส่วนของเธอให้ได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกข้าวโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเธอได้เล่าฟังด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุขว่า

บทบาทบาทการเป็นผู้ให้สำหรับ เฟี้ยวฟ้าว หรือ อิมอิม นั้นไม่ได้แค่ช่วยให้เธอมีความสุข แต่ยังช่วยให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย… “อิมต้องบอกก่อนว่าอิมเป็นคนเชียงใหม่ตั้งแต่เด็ก ดังนั้นอิมก็เลยจะมีที่ดินของบรรพบุรุษและก็ที่ดินของอิมเองที่อิมได้ซื้อไว้ แต่ด้วยภาระหน้าที่หรืองานของอิมส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในกรุงเทพ อิมก็เลยยังไม่มีโอกาสทำให้ที่ดินตรงนั้นมันสร้างมูลค่าขึ้นมา

หรือใช้มันให้เกิดประโยชน์เต็มที่ได้ แต่อิมวางแผนไว้แล้วว่าบั้นปลายชีวิตอิมจะกลับไป และด้วยความที่ที่ดินตรงนี้มันค่อนข้างกว้าง แถมรอบข้างบริเวณก็ยังมีน้ำ มีทรัพยากรณ์อื่นๆ ที่สมบูรณ์ อิมก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่ให้ชาวนา ชาวสวน หรือเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ของเรา ยกตัวอย่างเช่นถ้าเขาอยากจะปลูกผักทำไร่ก็ให้เขาทำ หรือเขาอยากปลูกข้าวก็ให้เขาทำได้ในสิ่งที่เขาถนัด

“ซึ่งพออิมมีความคิดแบบนี้ปุ๊ป อิมก็เลยลองไปพูดคุยกับชาวบ้านในระแวกนั้น และปรากฏว่ามีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่เขาปลูกข้าวมานานแล้ว และเขามีลูกที่จะต้องเรียนหนังสือ อิมก็เลยคุยกับเขาประมาณว่า เอาแบบนี้ดีไหม อิมอยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยที่ไม่เป็นการเบียดเบียนอิม เนื่องจากอิมมีที่ดินบริเวณหนึ่งอยู่สามารถใช้ปลูกข้าวได้ เพื่อที่จะได้นำรายได้ตรงนั้นมาจุนเจือครอบครัวเขา

รวมถึงช่วยให้เด็กได้เรียนหนังสือ คือมันต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่การทำนาปลูกข้าวและได้ข้าว แต่เราทำให้เด็กได้มีการศึกษาต่อไปด้วย” “สำหรับข้าวที่เขาปลูกได้ เขาก็จะปันบางส่วนมาแบ่งให้อิม แต่อิมก็ไม่ได้เอาอะไรมากมายนะคะ คือเขาก็จะนำมาใส่กระสอบข้าวเล็กๆ ให้ปีละกระสอบ เพราะครอบครัวอิมเป็นครอบครัวไม่ได้ใหญ่มาก แถมบางครั้งข้าวสารที่เขาให้มาเหลืออิมก็เอาไปทำบุญต่อ

เพราะส่วนใหญ่อิมจะกินแต่ข้าวตามกองถ่ายอยู่แล้ว แต่จริงๆ สำหรับอิมแค่อิมเห็นครอบครัวเขามีความสุขอิมก็แฮปปี้แล้ว (ยิ้ม) ทุกครั้งที่เจอกันเขาก็จะมีแต่คำว่าขอบคุณให้อิม มีรอยยิ้มให้อิม เราสองฝ่ายไม่ได้เบียดเบียนกัน แต่เรามอบความสุขให้กันด้วยการแบ่งปัน จริงๆ อิมมีสวนลำไยด้วยนะคะ อันนี้เป็นสวนที่เราปลูกเอง แล้วล่าสุดปีนี้ราคาลำไยตกใช่ไหมคะ ซึ่งในสวนของอิมเนี่ยลำไยมันออกเยอะมาก

อิมก็เลยบอกคนแถวนั้นว่าเข้าไปเก็บได้เลย อิมไม่คิดเงิน กินได้เลย คือมันเป็นของที่ขึ้นได้เรื่อยๆ ออกเรื่อยๆ อิมก็เลยแบ่งเขาไป มีความสุขมากค่ะ”สาเหตุที่หนูชอบให้ก็เพราะเรามี แต่ว่าการให้ของหนูมีขอบเขตนะ คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราให้และรู้สึกว่าเป็นทุกข์ อย่าให้เด็ดขาด เพราะความทุกข์นั้นอาจจะส่งผลถึงครอบครัว หรือคนรอบข้างของคนได้ ดังนั้นเราจงให้สิ่งที่เรามี และเหลือที่จะให้หรือเราสามารถแบ่งปันให้ได้ แค่นั้นเองและเราจะมีความสุขมากๆ เลย (ยิ้ม)”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here