เปิดคลิปสับปะรดฉีกตา! ของดี จากหัวหิน ‘ที่ไครผ่านจนต้องแวะซื้อ’ ไม่ต้องปอกเปลือกให้ลำบาก! (ชมคลิป)

0
70

เปิดคลิปสับปะรดฉีกตา! ของดี จากหัวหิน ‘ที่ไครผ่านจนต้องแวะซื้อ’ ไม่ต้องปอกเปลือกให้ลำบาก! (คลิป)

ในช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้กินผลไม้แช่เย็นหวานๆ กรอบ ๆ คงจะชื่นใจไม่น้อย ซึ่งผลไม้หนึ่งชนิดที่หลายๆคนจะชื่นชอบ นั่นก็คือ  สับปะรด แต่อาจจะลำบากในการปอก  เนื่องจากสับปะรดนั้นปอกยากมากๆ กว่าจะได้กินนั้นก็คงเหลือเนื้อแค่นิดเดียว แต่ล่าสุดทางเพจ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์ถึง พันธุ์สับปะรดฉีกตา ที่ไม่ต้องปอกเปลือกให้ลำบาก เพราะแกะตาออก ก็กินได้เลย

สับปะรดฉีกตา ของดี จากหัวหิน  สับปะรดฉีกตา หวาน กรอบ อร่อย ไม่ต้องปอกเปลือก แช่ตู้เย็น เฉาะเปิดสับปะรด ดันแล้วดึงตาสับปะรด เนื้อจะติดออกมา ทานได้เลย ของฝาก ของอร่อย เส้นบายพาส หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ แถววัดห้วยมงคล ลูกสวยๆ ชั่งตามน้ำหนัก กิโลละ 50 บาท ลูกไม่ค่อยสวย 3 – 4 ลูก / 100 บาท รสชาติอร่อยเหมือนกัน

ฉีกได้จริงๆ ไม่ต้องปอก ใครผ่านเส้นนี้อย่าลืมแวะอุดหนุน มีพันธุ์จำหน่ายด้วยนะ  สัปปะรดฉีกตา หรือพันธุ์เพชรบุรี 1 เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์เดิมชื่อ “Tainan 41” จากประเทศไต้หวัน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี จนได้สับปะรดที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก นอกจากนี้ สับปะรดฉีกตา ยัง เพิ่มมูลค่าผลผลิตได้อีกด้วย เช่นกรณีของ คุณเรือง ไล้รักษา ชาวไร่สับปะรด

อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวไร่สับปะรดอยู่ได้เพราะมีหน่อพันธุ์ของตัวเอง และได้แรงงานในครอบครัวในการทำกิจกรรมต่างๆ แรงงานนั้นจ้างก็ราคาสูงแล้วก็หาได้ยากมาก ต่อไปชาวไร่สับปะรดจะมีปัญหามากขึ้น ครอบครัวผมทำทุกอย่างในไร่แล้วก็มีแรงงานประจำ 3 คนก็พอได้ ผมต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกันช่วงเวลาและฤดูกาลและเป้าหมายที่ต้องการ

ต้องฝึกให้เขาเรียนรู้ทั้งทางวิชาการและการปฏิบัติ ตอนแรกๆ ก็มีปัญหาบ้าง แต่พอเข้าที่ทุกอย่างก็ปล่อยได้ คอยไปดูและให้ข้อแนะนำบ้าง สำหรับสับปะรดฉีกตานั้น ผมนำเข้ามาเมื่อปี 2540-2541 จากการที่ราคาสับปะรดโรงงานตกต่ำมาก ราคาซื้อ 1.20 – 1.50 บาท/กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ผมคิดว่าควรจะหาสับปะรดพันธุ์อื่นๆ มาทดลองปลูกขายผลสด น่าจะเป็นทางเลือกได้”

คุณรุ่งเรือง อธิบายความเป็นมาก่อนตัดสินใจนำสับปะรดพันธุ์อื่นมาปลูกเพิ่ม คุณรุ่งเรือง บอกด้วยว่า ในตอนนั้นได้นำเอาสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง, เพชรบุรี 1, เพชรบุรี 2 (เนื้อขาว), ภูแล, นางแล มาทดลองปลูกดู ซึ่งที่สุดก็เลือกเอาสับปะรดฉีกตา หรือพันธุ์เพชรบุรี1 ของศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี เพราะเห็นว่าดีกว่าทุกสายพันธุ์ แล้วก็ขยายพันธุ์ปลูกเพิ่ม สังเกตดูคุณภาพผลผลิตว่าเป็นอย่างไร

เมื่อมีผลผลิตก็ทดลองนำออกขายตลาดหัวหินราคาขาย 10 บาท/กิโลกรัม และไปทดสอบการชิมที่งานพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการตอบรับที่ดี สับปะรดปัตตาเวียขณะนั้นราคาซื้อขายไม่เกิน 2 บาท/กิโลกรัม จุดนี้ทำให้คุณรุ่งเรืองมั่นใจว่า ความเด่นของสับปะรดฉีกตาจะเป็นโอกาสหรือทางเลือกใหม่ จึงขยายพันธุ์และผลิตเป็นการค้า ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกสับปะรดฉีกตาประมาณ 30 – 40 ไร่

ปลูกได้ผลผลิตประมาณ 100 ตัน/ปี ซึ่งตอนนี้ได้ขยายพันธุ์ขายไปพร้อมกันด้วย เทคนิคการปลูกและดูแลรักษา สับปะรดพันธุ์ฉีกตา หรือพันธุ์เพชรบุรี1 นั้นก็ใช้ระบบปลูกเหมือนกับสับปะรดปัตตาเวีย คือ เตรียมต้นให้ดี รองพื้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ (ขี้ไก่) สัก 1 ตัน/ไร่ คัดขนาดหน่อแยกปลูกตามขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ปลูกแบบแถวคู่ใช้ระยะปลูก 30 x 40 x 80 เซนติเมตร

(ระยะต้น/ระยะแถว/ระยะแถวคู่) ปลูกได้ประมาณ 8,500 – 9,000 ต้น/ไร่ ฉีดสารคุมหญ้าด้วยไดยูรอนผสมโปรมาซิล ใส่ปุ๋ยหลักสูตร 46-0-0 ผสมสูตร 15-5-20 ช่วงแรกเมื่ออายุ 3 และ 6 เดือน ครั้งละ 10 กรัม/ต้น ประมาณ 2-3 เดือนหลังปลูกอีกด้วย ปุ๋ยทางใบโดยใช้ส่วนผสมของยูเรีย (46-0-0) 4-5 กิโลกรัม เหล็ก 5-6 กิโลกรัม สังกะสี 150 กรัม และโปรแตสเซียม 1.5 กิโลกรัม

ผสมน้ำ 1,500 ลิตร ฉีดพ่น 5 ครั้ง (เดือนละครั้ง) หลังจากฉีดปุ๋ยทางใบครั้งสุดท้ายไป 1 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 อัตรา 1 ช้อนกาแฟ/ต้น โดยใส่ที่กาบใบล่าง จนสับปะรดอายุ 9-10 เดือน จึงบังคับการออกดอกด้วยสารเอทีฟอนผสมปุ๋ยยูเรีย ตามคำแนะนำของฉลากรวม 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน ประมาณ 30 วัน จะเห็นดอกสับปะรดสีแดงที่กลางทรงพุ่มอีก 3 เดือน (90 วัน)

ก็เก็บเกี่ยวได้ จะเก็บเกี่ยวผลได้เร็วกว่าสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ประมาณ 15-20 วัน ฉีดปุ๋ยเสริมสูตร 7-12-34 ผสม 0-0-60 และไมเพลค ต่อน้ำ 1,500 ลิตรอีก 2 ครั้ง และเมื่อออกดอกไป 50-60 วัน ช่วงออกดอกและให้ผลผลิตจะทำการให้น้ำช่วยให้สับปะรดได้สร้างผลผลิตคุณภาพดี มีขนาดผลโตเนื้อแน่นขึ้น คุณรุ่งเรือง บอกว่า ใช้วิธีการปลูกสับปะรดแบบหมุนเวียนพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน

คือ พื้นที่ปลูกใหม่ไว้ตอนขยายพันธุ์ แปรงพักฟื้นและแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งจะเก็บผลผลิตรุ่นเดียวแล้วไถกลบทิ้งไว้ แล้วไปปลูกที่แปลงพักฟื้นก่อนหมุนเวียนกันไป แบบทยอยปลูกโดยแบ่งเป็นแปลงละ 5 ไร่ และบังคับดอกครั้งละ 5,000 ต้น เพื่อบริหารจัดการด้านการขายผลผลิต ซึ่งโดยเฉลี่ยสับปะรดพันธุ์ฉีกตาให้ผลผลิตราวๆ 7-8 ตัน/ไร่ ต่ำกว่าพันธุ์ปัตตาเวียประมาณ 2 ตัน/ไร่

แต่เมื่อดูรายได้จากการขายผลผลิตแล้วจะต่างกันมากมาย สับปะรดฉีกตา ราคาเป็นของผู้ผลิต หลังจากได้มุ่งพัฒนาสับปะรดฉีกตาจนประสบความสำเร็จด้านผลผลิตและคุณภาพในระดับหนึ่งแล้ว คุณรุ่งเรืองได้เปิดตัวจำหน่ายผลผลิตและทดลองลูกค้าแบบง่ายๆ คือ เปิดร้านแล้วปอกให้คนได้ชิมดู และก็ประเมินผลว่าคนกินชอบหรือไม่ชอบ ก่อนขยายช่องทางจำหน่ายเต็มรูปแบบ เพราะปริมาณผลผลิตเริ่มมากขึ้น

ตอนนี้เขามีร้านขายที่ลานจอดรถบริเวณร้านโกลเด้นเพลส (Golden Place) ที่ตัวเมืองหัวหิน ตลาดของอ.ต.ก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ห้างแฟชั่นไอร์แลนด์ ตลาดบองมาร์เช่ ร้านค้าถนนสายบายพาสหัวหิน หนองพลับ และบริเวณหน้าวัดห้วยมงคล (หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดของโลก) สำหรับการซื้อขายนั้นส่วนใหญ่จะมีการสั่งจองกันล่วงหน้าทางโทรศัพท์นัดหมายจำนวน/ปริมาณที่ต้องการ

ทั้งพ่อค้า-แม่ค้าขาประจำรายใหม่ และนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวหัวหิน และไหว้หลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล ปัจจุบันปริมาณผลผลิตยังไม่พอกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นโดยตลอด และจากการที่เขาทราบข้อมูล ได้ลองชิม และอยากทดลองว่ารสชาติที่หวานหอม เนื้อเหลืองทองกรอบว่าจะเป็นอย่างไร จากความแปลกใหม่ที่สามารถฉีกออกเป็นตาย่อยได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก ฯลฯ

เหล่านี้ทำให้สับปะรดฉีกตามีราคาเพิ่มขึ้นโดยผู้ซื้อไม่เกี่ยงราคา ขณะที่ผู้เขียนไปเยี่ยมสวนเพชรรุ่งเรือง (บ้านคุณรุ่งเรือง) ประมาณช่วงวันสงกรานต์ ราคาขายแบบเหมาทุกขนาดก็ราคาผลละ 25 บาท ขาดตัว ซึ่งผลผลิตที่ทำได้ก็ประมาณ 7,500 – 8,000 ผล/ไร่ (ราว 7-8 ตัน) น้ำหลักเฉลี่ย 1-1.2 กิโลกรัม/ผล ทำให้คุณรุ่งเรือง มีรายได้จากการจำหน่ายผลสับปะรดฉีกตา

ระหว่าง 180,000 – 200,000 บาท/ไร่/รุ่น ขณะที่สับปะรดปัตตาเวียส่งโรงงานราคาผลละไม่เกิน 4-6 บาท และสับปะรดปัตตาเวียผลสด กิโลกรัมละ 8 บาทเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงความต่างของรายได้จากผลผลิต หากคำนวณรายได้จากการขายหน่อพันธุ์สับปะรดฉีกตาไปด้วยแล้วจะตกใจ เพราะหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วต้นแม่เดิมจะให้หน่อระหว่าง 3 – 5 หน่อต่อต้น ปล่อยไว้แล้วบำรุงให้น้ำ

ให้ปุ๋ยสักพัก หักออกขายตามใบจองอีกหน่อละ 10 บาท เป็นไงเห็นทางรวยหรือยัง สรุปว่าตอนนี้ คุณรุ่งเรือง กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จด้านการปลูกสับปะรดผลสดไปแล้ว ด้วยการคิดนอกกรอบ รับนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ปรับปรุงสับปะรดฉีกตา ผลผลิตปีละกว่า 100 ตัน เขามองว่า ต่อไปในอนาคตผลผลิตจะมากขึ้น จึงคิดหาแนวทางรับสถานการณ์ไว้แล้วโดยการติดต่อหาเครื่องคั้นน้ำ

และบรรจุขวดเพื่อทำน้ำสับปะรดฉีกตาซึ่งต่อไปก็จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น จึงเตรียมการด้านการแปรรูปไว้แล้ว ระยะเวลาที่ควรเก็บเกี่ยว เมื่อสับปะรดออกผลแล้ว ตามปกติจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน กว่าที่ผลสับปะรดจะเปลี่ยนจากสีเขียว สด แล้วค่อย ๆ เป็นสีเหลืองจากด้านล่าง ไล่ระดับไปจนถึงผลด้านบน และกลายเป็นสีเหลืองทองทั้งลูก บ่งบอกถึงความสุกงอมเต็มที่ แต่ถ้าใครใจร้อน

จะรอให้ผลสับปะรดเหลืองแค่กลางลูก หรือเป็นสีเหลืองประมาณ 10% ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ ทั้งนี้ผลสับปะรดจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ลิ้มรสผลไม้ลูกแรกในชีวิตให้อิ่มหนำกันได้เลย หลังการเก็บเกี่ยว ต้นสับปะรดหลังการเก็บกี่ยว จะสามารถไว้ตอได้ประมาณ 1-2 ครั้ง โดยให้คุณตัดต้นสับปะรดในระดับเหนือดินประมาณ 20-30 เซนติเมตร จากนั้นใช้พืชคลุมดินป้องกันวัชพืช

และเก็บรักษาความชุ่มชื้น ในระหว่างนั้นก็รดน้ำดูแลต่อไปอีกสักประมาณ 2-3 เดือน ต้นสับปะรดจะเริ่มแตกหน่อข้างออกมา และเติบโตจนออกผลได้อีกครั้ง การให้ปุ๋ย เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของต้นสับปะรด เราควรให้ปุ๋ยฟอสฟอรัส โพรแทสเซียม และไนโตรเจนอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง โดยให้ปุ๋ยในปริมาณเล็กน้อยก็พอ ซึ่งจะเลือกให้ปุ๋ยทางกาบใบ ด้วยการโรยปุ๋ยบริเวณกาบใบล่างของต้น

หรือให้ปุ๋ยชนิดเหลว ด้วยการฉีดพ่นกาบใบ หรือราดบนหน้าดินรอบ ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องระวังอย่าใส่ปุ๋ยที่โคนต้นโดยตรง เพราะอาจจะทำให้รากเกิดความเสียหายได้ โรคพืช และศัตรูพืช ศัตรูพืชที่มักจะมาก่อกวนต้นสับปะรด คือ ไร เชื้อรา และอาการตกสะเก็ด ซึ่งสามารถจำได้โดยการล้างกาบใบด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ส่วนโรคพืชที่พบบ่อยจะเป็นโรครากเน่า รากเกิดเชื้อรา

Pineapple, Japan, Okinawa Prefecture, Close Up, Differential Focus

สังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่กาบใบตรงกลางเป็นสีน้ำตาลคล้ำออกดำ และเวลาที่ดึงจุกสับปะรด รากก็จะหลุดออกมาได้โดยง่าย ซึ่งสาเหตุของโรคพืชเหล่านี้ก็มาจากการรดน้ำมากเกินไป รวมทั้งการใส่ปุ๋ยตรงกลางลำต้น ทำลายเนื้อเยื่อของรากให้เน่าตายนั่นเอง และนี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องระมัดระวังการรดน้ำ และให้ปุ๋ยต้นสับปะรดให้มาก

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here