หล่อระเบิด! เปิดวาร์ป ลูกชาย พิธีกรดัง ‘ดู๋ สัญญา คุณากร’ หน้าตาดีไม่แพ้พระเอกละคร! (ชมภาพ)

0
194

หล่อระเบิด! เปิดวาร์ป ลูกชาย พิธีกรดัง ‘ดู๋ สัญญา คุณากร’ หน้าตาดีไม่แพ้พระเอกละคร! (ชมภาพ)

ไม่ต้องอวดเยอะ แต่หล่อระเบิดเลยค่ะ! เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.) นี้รอบกาล่าของ “แม่นาคพระโขนง เดอะมิวสิคัล” พิธีกรชื่อดัง “ดู๋ สัญญา คุณากร” ควงลูกชาย “เอม สรรเพชญ์ คุณากร” ลูกชายวัย 18 ออกงานด้วย ท่ามกลางความกรี๊ดกร๊าดของบรรดาสาว และสื่อมวลชนที่มาทำข่าว ฮือฮาไม่เบาเพราะนอกจากจะสมถะ เพราะเคยฝึกงานในโรงแรมหาประสบการณ์เพื่อให้มีประสบการณ์

หน้าตาดี ยังเรียบร้อยน่ารักอีกต่างหาก เพิ่งจบไฮสกูลที่อเมริกามาอีกด้วย คุณพ่อดู๋ไม่หวงจะเข้าวงการหรือไม่แล้วแต่เลือกเอง แต่ยอมรับมีคนสนใจจีบเข้าวงการแล้ว พาลูกชายสุดหล่อออกงานทั้งทีมีแต่คนจับตามอง เพราะหล่อออร่าเหลือเกินสำหรับเอม ลูกชายของดู๋ สัญญา อายุ 18 แล้ว เจอนักข่าวถามมีแฟนหรือยังเจ้าตัวบอก ยังไม่มีครับ ชอบงานในวงการบันเทิง แต่ขอโฟกัสที่เรียนก่อน

สถานภาพโสด พ่อดู๋ลั่นถามลูกทุกวันมีแฟนหรือยัง ไม่หวง แต่คุณแม่หวงเอาเรื่อง หล่อโสด โปรดทราบ เรียนจบแล้วคงได้เข้าวงการบันเทิงสำหรับเอมนั้นเคยเป็นพิธีกรรับเชิญ สัมภาษณ์“ชาริล ชัปปุยส์” เป็นภาษาอังกฤษให้กับรายการของพ่อ ส่วนงานละคร พิธีกรนั้นดู๋เผยต้องมีทักษะให้มากกว่านี้ก่อนจึงรับได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวล แล้วแต่ลูกชายเลือกเอง เตรียมป้ายไปรอได้เลย

ถามถึงน้องเอม ลูกชาย ตอนนี้เห็นว่าโตเป็นหนุ่มหน้าตาดี สาวๆ ในโซเชียลฯ กรี๊ดเยอะ? “ตอนนี้อายุประมาณ 17 กว่าๆ ครับ ขอบคุณสาวๆ ทุกท่านที่ชอบลูกผมนะครับ คนชอบเยอะเป็นเรื่องดีเสมอ ผมก็บอกเขาว่าถ้าใครชอบเรา แสดงว่าเราได้รับเกียรติจากเขา หน้าที่ของเราคือทำตัวให้เป็นคนดี อย่าไปทำให้คนอื่นเขาไม่ชอบ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ดี เขาก็จะไม่ชอบ

มันก็เหมือนเหรียญ 2 ด้านนะครับ เหรียญมีขนาดใหญ่ แต่ละด้านก็มีขนาดใหญ่ เหมือนถ้าใครเคยชอบคนคนนี้มา แล้วอยู่ๆ เขาทำตัวไม่ดี มันจะไม่ใช่แค่ไม่ชอบ มันจะกลายเป็นเกลียดเลย เพราะฉะนั้นยิ่งมีคนชอบ ใครก็ตามที่มีคนชอบ คุณมีเกียรติที่ได้รับจากคนอื่น เขากรุณาให้เกียรติชอบคุณ คุณก็ต้องทำตัวให้ดีเหมือนกับที่เขาคิดว่าคุณดีครับ” น้องเอมว่ายังไงบ้างหลังจากมีกระแสแบบนี้?

“ผมว่าเขาไม่ค่อยรู้ ไม่ค่อยได้ดูโซเชียลฯ ไม่ได้ดูข่าวไทยครับ” ก่อนหน้านี้ที่ให้น้องเอมไปฝึกงานที่โรงแรมก็มีกระแสชื่นชมเยอะมาก? “ผมว่าฝึกน้อยไปด้วย เขาฝึกเดือนเดียว ผมจะให้ฝึก 2 เดือน แต่มันยอมเดือนเดียว (ยิ้ม) ถามว่าทำไมถึงส่งลูกไปฝึก ตอนแรกผมมีความรู้สึกว่าหนึ่งเรามักจะตั้งว่าเรียนจบถึงจะทำงาน แต่จริงๆ แล้วมีคนรู้จักตั้งเยอะที่ทำงานก่อนเรียนจบ

บางคนก็ต้องหารายได้ช่วยตัวเอง ซึ่งผมว่ามันเป็นการฝึกให้คนรู้จักอดทนมากกว่าระดับปกติ พออดทนในระดับปกติ เจออะไรก็จะงอแงในระดับปกติไง ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าความอดทนคุณสูงกว่านั้น คุณจะมีความสามารถในการทำอะไรก็ได้ดีกว่าเดิมเยอะ แต่ความอดทนไม่ใช่แค่พูดปั๊บเปลี่ยนเลย อยู่ๆ ในวินาทีต่อไปกลายเป็นคนอดทน ไม่ใช่ครับ มันต้องฝึกทีละน้อย เหมือนเรื่องศาสนา กีฬา

ที่จะต้องฝึกจนทำได้ เหมือนเราตีเทนนิสไม่เป็น คนมาสอน 1 ชม. แล้วจะตีเทนนิสเป็นเลยไม่ได้ครับ ก็เลยอยากฝึกแค่นั้นเอง” เขาชอบไหมที่ได้ไปฝึกงาน? “ชอบครับ ตอนแรกไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ข้อดีที่ผมพยายามฝึกเขาไว้คืออย่าเพิ่งหัดไม่ชอบอะไร อย่าเป็นคนที่ลองทำอันนี้ดู แต่พอยังไม่ได้ลองก็บอกว่ามันไม่ดีแล้ว ผมก็จะถามเหตุผลต่อว่าอะไรคือดีและไม่ดี

ทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้เดินไปในห้องห้องนึงแล้วบอกว่ามันไม่ดีได้ยังไงครับ เขาก็เลยได้ลองครับ” พอน้องได้ไปฝึกงาน เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขายังไงบ้าง? “ก็รับผิดชอบดีขึ้น ตรงต่อเวลา ไว้ใจได้ สมมติเราบอกว่าวันไหนต้องทำอะไรบ้าง มนุษย์ก็ต้องมีระบบระเบียบ เขาดูแลตัวเองดี ไม่ต้องมาคอยบอกให้ทำ” เราเป็นคนวางให้น้องเลยใช่ไหมว่าอยากให้ไปฝึกตรงนั้นตรงนี้ หรือเขาเลือกเอง?

“ช่วยกันคุยครับ หมายถึงว่าเราก็ไปถามไง เพราะเขาไม่รู้จัก ผมก็ไปถามตรงโน้นตรงนี้ แล้วก็มาคุยกับเขา ทั้งหมดผมไม่ได้บังคับ ไม่ทำก็ได้ แต่ผมเล่าด้วยเหตุผล แล้วเขาก็ไปทำ” เราวางแผนเรื่องอนาคตให้น้องเขายังไงบ้าง? “เรียนจบมัธยมก็คงจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยยังเลือกไม่ได้ ยังไม่ตัดช้อยส์ทั้งหมดว่าจะได้อันไหน เพราะมันต้องอยู่ที่คะแนนสอบด้วยครับ

ก็คงเป็นมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมั้งครับ มีชวนน้องเข้าวงการบันเทิงไหม? “ยังไม่มีครับ เพิ่งเรียน ม.6 มันต้องตั้งใจเรียนนะครับ ถามว่าเขาสนใจวงการบันเทิงไหม เขาก็ชอบแหละครับ แต่ว่าเขาไม่ได้รู้จักวงการไงครับ (แต่ถ้าวันนึงเขาอยากเข้ามา เราก็สนับสนุน?) ถ้าเขาอยากทำอะไรผมก็สนับสนุนทุกอย่างครับ”

เรียกว่างานนี้มีลูกชายหล่อขนาดนี้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแน่นอน นอกจากนี้ ดู่สัญญา คุณากร ยังให้สัมภาษณ์ แจงปิดตัว “ที่นี่หมอชิต”ดังนี้ ใช้เวลาตัดสินใจนานไหมกับการปิดตัวลงของรายการในครั้งนี้ ? “มันไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจครับ มันเป็นเรื่องที่ต้องเป็น ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนจะให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมคงไม่ได้ และรายการก็ไม่ได้ถูกย้ายช่องด้วย

ตอนนี้จากที่เราเคยเป็นผู้จัด เราก็เป็นแค่พิธีกรเท่านั้น ส่วนงานอื่นๆ ที่จะมีเข้ามาหลังจากนี้จะเป็นช่องไหน ผมก็ไปทุกช่องเลย ซึ่งก็มีคนเริ่มทาบทามมาบ้างแล้ว เพียงแต่ ณ ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าควรจะบอกไหม เอาไว้ในอนาคตถ้าได้เห็นช่องไหน ก็คือช่องนั้นล่ะครับ แต่ถ้าจะหมายถึงเรื่องการเป็นผู้จัด ตอนนี้ผมยังไม่ได้เป็นนะ ผมยังเป็นแค่พิธีกร เพราะผมอยากจะกลับมาเป็นพิธีกรเต็มตัวมากกว่า”

แสดงว่าตอนนี้ในส่วนของบริษัทเราก็ปิดตัวลงไปด้วย? “บริษัทยังดำเนินการต่อในเรื่องของภาษี หรือกลไกทางบัญชี แต่ว่าไม่ได้ผลิตรายการแล้วก็เท่านั้นเอง” หลายคนค่อนข้างเสียดายเพราะเหมือนรายการเราก็เป็นโลโก้ของช่อง? “มันเป็นทุกรายการแหละครับ รายการไหนที่อยู่กับช่องมานาน และเราก็พยายามจะทำให้มีรายการที่ดีที่สุดมาโดยตลอด (ยิ้ม)”

จะมีโอกาสไหมที่รายการนี้จะไปอยู่ช่องอื่น? “ไม่มีครับ การเอารายการนี้ไปอยู่ช่องนั้น หรือรายการนั้นมาอยู่ช่องนี้ มันคงเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องแบบนั้นเลย ผมทำรายการหนึ่งขึ้นมามันก็เหมือนกับชีวิตคนที่ย่อมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ผมอยากให้สังเกตนะ ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม มีรายการหายไปแล้วกี่รายการ ไม่ต่ำกว่า 20 ครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ

เพราะมันยังมีรายการเกิดขึ้นมาใหม่อีก 20 กว่ารายการเหมือนกัน” เรื่องนี้เกี่ยวไหมกับกรณีที่ทางช่องเปลี่ยนผู้บริหาร ? “เปลี่ยนหรอ ผมยังไม่รู้เลย เอาจริงๆ มันนานแล้วนะครับ และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับรายการเลย” วันนี้พาลูกมาร่วมงานกาล่าด้วยตั้งใจจะพาเขาเข้าวงการด้วยไหม ? เอม – “ยังไม่รู้ครับ (ยิ้ม)” ดู๋ – “ต้องถามแบบนี้ครับ คือ มันไม่อยู่ที่เราว่าจะเข้าไหม

มันขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีใครให้เข้าหรือเปล่า (ยิ้ม) ตัวผมจะอนุญาตเขาไม่ได้หรอก เพราะเขาต้องเลือกเอง” เริ่มมีคนมาทาบทามแล้วหรือยัง ? ดู๋ – “มีครับ แต่ถ้าจะให้เป็นพิธีกรมันต้องมีทักษะมากกว่านั้นนะ รวมถึงละครก็เหมือนกัน เพราะในสมัยนี้ไม่ใช่ว่าคนเล่นไม่ได้แล้วก็พยายามจะเล่น มันต้องมีการเรียนเพิ่มเติม แต่ถ้าถามว่ามีคนติดต่อหรือมีคนสนใจในตัวเขาไหม ก็มี”

ดู๋ – “เพียงแต่ตอนนี้โอกาสมันยังไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งเรียนจบไฮสคูล และต้องสอบให้ได้คะแนนดีๆ เพื่อเลือกมหาวิทยาลัย เนื่องจากเขาจะไปเรียนที่อเมริกา และตอนนี้ก็สอบได้แล้ว ช่วงเดือนสิงหาคมต้องไปเรียนต่อแล้วครับ” ดู๋ – “อีกอย่างผมมองว่า ทุกคนสามารถทำงานในวงการบันเทิงได้ ถ้าหากคุณมีความอยากที่จะทำ รวมถึงมีความตั้งใจ ความพยายาม และความอดทน

คุณก็สามารถทำได้ครับ ซึ่งจริงๆ เอมเขาก็เคยเป็นแขกรับเชิญในรายการของผมนะ และเคยเป็นพิธีกรภาคสนามไปสัมภาษณ์นักฟุตบอลดาวรุ่ง “ชาริล ชับปุยส์” ด้วย แต่ก็แค่ครั้งเดียวเอง ครั้งนั้นที่ผมให้เขาทำก็เพราะต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเขาค่อนข้างเหมาะสม” พอเราได้เห็นคุณพ่อทำงานในวงการบันเทิงแบบนี้ เรามีความรู้สึกอยากทำบ้างไหม ? เอม – “มีครับ เพราะรู้สึกว่าสนุกดี

แต่ตอนนี้ผมต้องขอโฟกัสที่การเรียนก่อน” หล่อขนาดนี้มีแฟนแล้วหรือยัง เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงอยากรู้ ? เอม – “ยังไม่มีครับ” ดู๋ – “ไม่มีจริงๆ แต่ผมก็อนุญาตให้เขามีนะ ถามเขาทุกวันเลย แต่ไม่แน่ใจว่าจริงๆ เขามี แต่ไม่ยอมบอกเราหรือเปล่า คือปกติเขาคุยกับผมทุกเรื่อง ไม่เคยโกหก ซึ่งลูกชายคนนี้ผมไม่ได้หวงอยู่แล้วถ้าจะมีแฟน มีก็แต่คุณแม่เขานั่นแหละที่ค่อนข้างเอาเรื่องอยู่ (หัวเราะ)”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here