ใช่ ใช่มั้ย เมื่อ’โอ อนุชิต’ ปรับลุค โพสต์ภาพ แต่งหญิง พร้อมลั่นแซวตัวเอง กล้ามาก! (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
221

ใช่ ใช่มั้ย เมื่อ’โอ อนุชิต’ ปรับลุค โพสต์ภาพ แต่งหญิง พร้อมลั่นแซวตัวเอง กล้ามาก!

แอบลุ้นและเครียดตาม สำหรับ กาหลมหรทึก ที่ยังรอวันคลายปมปริศนาคดีฆ่าต่อเนื่องงานนี้ยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ ที่อยู่เบื้องหลัง แต่คนลงมือ คือ กล้า ที่รับบทโดย โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ที่เจ้าตัวถ่ายทอดแสดงจนคนดูเชื่อ ทั้งสีหน้าและแววตาทำเอาอินกันสุดๆ ล่าสุดเป็นอีกฉากที่สำคัญของเรื่อง ที่ โอ อนุชิต ต้องลงทุนแต่งหญิงสวมวิกผมสั้นเพื่อหลอกให้คนสับสน

ทำเอาคนดูอย่างเราสะดุ้งทันที และดูลุคนี้จะถูกอกถูกใจเจ้าตัวถึงขั้นลงภาพในไอจี พร้อมแคปชั่นแซวตัวเองว่า “กล้า​ มากกกกกก​” ทำเอาแฟนๆ ทั้งขำทั้งฮา ลองไปชมกันดูว่าลุคนี้จะโดนใจกันแค่ไหน เป็นอีกหนึ่งนักแสดง ที่มากความสามารถ สำหรับ โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวเป็นอะไร ถึงได้ดูผอมโซ ขนาดนั้น ล่าสุดมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว

ภาพยนตร์ “มะลิลา” ที่เจ้าตัวร่วมเล่นด้วยนั้น สื่อมวลชนจึงมีโอกาสถามถึงเรื่องสุขภาพเป็นอย่างไร และตอนนี้น้ำหนักขึ้นมาหรือยัง นักแสดงหนุ่ม เผยว่า “ขึ้นมาแล้วครับ ตอนนี้น้ำหนักจะ 65 แล้ว จาก 57 กิโลกรัม คือช่วงนั้นถ่ายภาพยนตร์เรื่องมะลิลา แล้วจะมีอยู่ตอนหนึ่งที่ต้องเปลือยกาย วันนั้นเลยเป็นวันที่ซีเรียสสุด ผู้กำกับอยากให้เราดูผอมแต่ไม่มีกล้าม เพราะเราไม่ได้เป็นคนแข็งแรงนัก

แต่ในความที่ไม่มีกล้ามก็ต้องมีความงดงามที่คนดูชื่นชม มันยากมากครับ ท้ายที่สุดในวันที่เราได้ถ่ายฉากที่มีการเปลือยกายเสร็จสิ้น ก็กลับมากิน แฮปปี้มากครับ” ช่วงนั้นเรากลายเป็นคนเสพติดความผอมไปเลยไหม “ใช่ครับ อย่างโอชอบวิ่งแล้วไม่เคยใส่ขาสั้น พอช่วงนั้นจะรู้สึกว่าตัวเองขาเรียวยาวแบบที่ไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน เวลาถ่ายรูปปุ๊บ ขาดูเรียวยาวดีจัง ชอบมากครับ

เวลาวิ่งแล้วถ่ายรูปรู้สึกว่าขาตัวเองยาวเหมือนดีเจพุฒเลย (ยิ้ม) เราก็แฮปปี้ แต่พอเวลามีคนมาทักว่าอ้วนขึ้นแล้วนะ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้หมายความว่าเราอ้วนแต่เราแค่อ้วนขึ้น เราก็จะนอยด์ จะไม่กินอะไรแบบนี้ครับ มันคืออาการทางจิตที่เขาเรียกกันว่าเสพติดความผอม เราจะรู้สึกอยากผอมเพรียวตลอดเวลา ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูดีมากนัก มันอาจจะดูดีเวลาอยู่ในกล้องหรือแล้วแต่ว่าเราไปเจอใคร

ช่วงผอมมากๆ พี่ๆ หลายคนก็บอกว่าผอมไปหรือเปล่า แต่พอไปเจอพวกพี่ที่อยู่ในวงการแฟชั่นก็จะบอกว่าผอมดีจังเลยอ่ะ เราก็งงว่าตกลงฉันจะผอมดี หรือผอมไม่ดี มันแล้วแต่คนมองครับ” แล้วทุกวันนี้เรากลับมาเป็นปกติหรือยัง “ปรากฏว่าเรื่อง กาหลมหรทึก โอเล่นไว้ตอนที่ผอมกว่านี้ ประมาณ 60 กิโลกรัม และตอนปีใหม่ที่ผ่านมา โอจะสนุกกับการกินมากจนขึ้นมา 64 ทำให้ในเรื่อง กาหลมหรทึก

มันมีความโดดว่าเราอ้วนขึ้นได้ยังไง เพราะก่อนหน้านั้นเราผอม ตอนนี้เลยควบคุมให้อยู่ตรงกลางระหว่าง 60-62 จะประมาณนี้ครับ” ความรู้สึกของเราตอนนี้อยากจะกลับไปผอมเหมือนเดิมไหม “เราชอบความแฮปปี้มากกว่า คือตอนผอมเราก็แฮปปี้มาก ส่วนตอนที่เราหนัก 65 เราก็มีความสุขมาก ท้ายที่สุดถ้าสิ่งที่เราได้เปลี่ยนแปลงมันส่งผลต่อตัวละครเราก็จะรู้สึกแฮปปี้” แต่ไม่ได้ส่งผลต่อปัญหาเรื่องสุขภาพเราใช่ไหม

“โออาจจะเป็นคนที่ไม่ได้น้ำหนักเยอะมาก แต่อายุค่อนข้างเยอะแล้ว ทุกครั้งที่ผอมลงแล้วหน้ามันซูบ นั่นคือการสูญเสียคอลลาเจนอย่างรวดเร็ว แต่พอน้ำหนักกลับมามันก็ยังเหมือนเดิม คนที่เคยเป็นจะรู้เลยครับว่าคอลลาเจนถ้ามันไปแล้วคือมันไปลับ ดังนั้นการที่เราสูญเสียคอลลาเจนเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก” จากการที่เราผอมลงมาก ทำให้มีข่าวลือว่าเราเป็นโรคร้าย

“คงไม่แปลกที่คนจะเข้าใจอะไรแบบนั้นได้ เพราะอยู่ดีๆ เราก็ดูผอมจัง ซึ่งเราก็ถามทีมงานว่าจะสามารถพูดอะไรได้มากขนาดไหน มีครั้งหนึ่งเราก็เคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเรากำลังเล่นหนังที่ต้องรับบทแบบนี้ ทางนี้ก็จะบอกไม่ได้ๆ ห้ามพูด ผมเลยคิดว่าโอเคเดี๋ยวพอหนังออกคนก็จะเข้าใจเอง จริงๆ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น ไม่ว่าคนจะทักอ้วนขึ้นหรือผอมลง อยากให้ดูว่าเรามีความสุขหรือเปล่าดีกว่า

คนบางคนเขาสนุกกับการกินแล้วอ้วนมันก็ไม่ได้ไปลำบากใคร” ซึ่งเมื่อหลายปีที่แล้วโอ-อนุชิต แจงภาพหลุดสวีตคู่เบิร์ด-ธงไชย นานแล้ว ยันไม่ได้สนิทมาก เข้าใจสื่ออยากสร้างกระแสให้ ไม่กลัวตอกย้ำภาพเกย์ ไม่ต้องเคลียร์แฟนเพราะเข้าใจว่าเป็นรูปที่มาจากในเฟซบุ๊ก…มีกระแสข่าวเรื่องเพศที่ 3 มาก็นานแล้วสำหรับดาราหนุ่ม โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ยิ่งมาเล่นละคร พรุ่งนี้ก็รักเธอ ทางช่อง 5 แฟนๆ

ก็อินจัดเพราะ โอ ตีบทเกย์แตกกระจุย ล่าสุดยังมีภาพหลุดคู่กับนักร้องซุปเปอร์สตาร์ของไทย เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ แถมในภาพทั้งคู่ยังยิ้มหวานดูสวีตอีกต่างหาก หนุ่ม โอ เลยขอเคลียร์ด่วนในงาน Men’s Care เปิดสาขา 3 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “เห็นแล้วครับ ก็ขอบคุณหนังสือ และพี่ๆ ที่อยากช่วยสร้างกระแส แต่กระแสนี้ค่อนข้างเก่ามากแล้ว คือเป็นรูปที่ถ่ายกับพี่เบิร์ดตอนมาดูคอนเสิร์ต

และโพสไว้ในเฟสบุ๊กของผมเอง แล้วเขาก็เอามาลงว่าเป็นรูปสวีตครับ คงเหมือนกับทุกคนที่ถ่ายรูปคู่กับศิลปินที่ชื่นชอบ เราก็อยากโพสต์ให้หลายๆคนได้ดูกันก็เท่านั้น” สนิทกับเบิร์ดแค่ไหน? “ไม่ได้สนิทขนาดมีเบอร์หรือไปเที่ยวเลยครับ เวลาเจอพี่เบิร์ดทุกครั้งก็ยังตื่นเต้นมาก ดูจากภาพนั้นผมก็ยังยิ้มอย่างตื่นเต้นมากๆ เหมือนเป็นแฟนคลับคนนึงครับ” รู้สึกยังไงที่เขาเอาไปโยงในเชิงชู้สาว?

“ก็เข้าใจได้ครับว่าคงอยากให้ผมมีกระแส แต่อย่างที่บอกว่ากระแสค่อนข้างเก่าแล้ว คนก็ไม่ค่อยสนใจข่าวนี้แล้วครับ ฝากหากระแสใหม่ดีกว่าครับ (หัวเราะ)” กลัวตอกย้ำภาพเกย์มั้ย? “เฉยๆครับ เพราะคนคงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้แล้ว ดูจากผลงานที่ผ่านมาคนไม่สนใจว่าจะเป็นไม่เป็น ยังไงคนก็ดู ซึ่งเห็นถึงการพัฒนาของคนดูครับ ต่อให้มีภาพไม่มีภาพ เล่นบทผู้หญิงหรือเกย์ ยังไงภาพนี้ก็คงติดไปเรื่อยๆ

ไม่ได้ซีเรียสอะไรครับ” รู้สึกแย่ไหมกับข่าวนี้? “ไม่ได้แย่ครับ อาจจะรู้สึกแย่นิดนึงตรงที่เขาเอาภาพของผมไปใช้แล้วก็แปะไว้ว่าเป็นลิขสิทธิ์ของเขา จะฟ้องมั้ยคงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ก็เข้าใจครับ” ฟีดแบ็กจากละครพรุ่งนี้ก็รักเธอมีผลไหม? “คงเป็นฟีดแบ็กที่ดีขึ้นครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแฟนคลับผู้หญิงมากรี๊ดกร๊าดมากขึ้นจากละครเรื่องนี้ ก็ขอบคุณครับ” มีแฟนๆชาวสีม่วงเข้ามามั้ย?

“ไม่ครับ ทุกคนเข้าใจว่าเป็นละครครับ” แฟนของโอเข้าใจมั้ย? “เข้าใจครับ ไม่มีปัญหา เขาก็รู้สึกเหมือนกันว่านี่มันภาพในเฟซบุ๊กของเรานี่นา ทำไมเอาไปลง แต่ก็เห็นนักแสดงคนอื่นก็โดนกันเยอะเลยเฉยๆ” รูปคู่กับแฟนในเฟซบุ๊กมีมั้ย? “ไม่มีครับ รูปอะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ควรลงก็คงไม่เอาลงครับ

งั้นก็ขอแก้ข่าวเลยว่าเดี๋ยวจะมีภาพคู่กับพี่ป้องไปเที่ยวกับพี่บอย ซึ่งถ้าเกิดเขาเอามาลงอีก ผมก็กลัวว่ามันจะมีการเขียนข่าวไปอีกว่าโอสวีตคนโน้นคนนี้ ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ครับ เพราะว่าภาพที่ไม่ควรผมคงไม่เอาลงอยู่แล้ว (หัวเราะ)” ระวังตัวมากขึ้นมั้ยในการโพสต์ภาพ? “คิดว่าระวังตัวมากพอแล้วนะครับ”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here