เปิดหมดเปลือกครั้งแรก! ‘โบว์ แวนด้า’ เปิดใจ 2 ปี หลัง ‘ปอ’ จากไปแม่ถามเอาเรื่องจริงมั้ย (ชมคลิป)

0
248

เปิดหมดเปลือกครั้งแรก! ‘โบว์ แวนด้า’ เปิดใจ 2 ปี  ‘ปอ’ จากไป แม่ถามเอาเรื่องจริงมั้ย

เปิดไร่นาป่าสงวน ที่ จ.บุรีรัมย์ ครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังจากไป ปอ ทฤษฎี สามี พระเอกผู้ล่วงลับ โบว์ แวนดา ภรรยา เปิดใจทุกมุมแบบหมดเปลือก พร้อม น้องมะลิ ในรายการ woodyworld ช่อง workpoint23
นอกจาก โบว์ จะเล่าวินาทีที่ยากที่สุด กับการบอกลา ปอ ครั้งสุดท้าย พร้อมเผยถึงงานฮันนีมูนของ ปอ ที่ผิดหวัง แต่กลับมีความสุขมาก พร้อมพาไปสถานที่ที่ ปอ ต้องไปทุกครั้งก่อนกลับบ้าน

คลิป

ทุกวันนี้บอกน้องมะลิ เสมอว่า พ่อคอยมองอยู่ โบว์ พร้อม คุณพ่อคุณแม่ ปอ ยังมาร่วมเปิดใจถึงปอ ว่ารักครอบครัวมาก จะงกแต่กับตัวเอง แต่กับคนในครอบครัว จะทุ่มเท ให้ทุกอย่าง คุณพ่อป่วยโรคหัวใจ ปอ ก็ซื้อที่ขนาดใหญ่ ทำไร่ป่าสงวน ให้คุณพ่อได้อยู่กับธรรมชาติ จนอาการดี เวลาว่างของปอ คือ การกลับมาหาพ่อแม่ เมื่อถามคุณแม่กับลูกสะใภ้คนนี้ วันแรกที่ ปอพามาแนะนำ แม่บอกว่า จำได้ เอาเรื่องจริงมั้ย

ผู้หญิงคนนี้ก็สวย เอ๊ะ ทำไมหน้าบึ้งจังเลย แม่เป็นคนขี้สงสาร ยิ่งเราได้ไปอยู่ด้วยกัน 70 วันนั้น ก็เข้าใจ ปอเค้าจะยิ้มตลอดเวลาเห็นแม่คุยกับโบว์ ยิ่งพอมามีมะลิ แม่มาดูมะลิให้ เค้ายิ่งมีความสุข ยังเสียใจความสุขของเค้าทำไมมันน้อย ความสุขของเค้าคือการเห็นคนที่เค้ารักมีความสุข อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ได้ยินเค้าคุยกับเพื่อน เพื่อนถามปอก็มีตังค์ ทำไมไม่ไปซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้โบว์เค้าอยู่แบบมีความสุข

ปอบอกไม่เอา เวลาเค้าไปทำงานกลับดึกๆ ผู้หญิง 3 คน คือ โบว์ แม่ มะลิ จะอยู่ยังไง พ่อบอกว่า มันได้เห็น พอโบว์มาอยู่กับเค้าแล้ว เค้าดีขึ้น เค้ามีความสุข เค้ากลัวพ่อแม่จะไม่ชอบโบว์ พ่อก็บอกทำไมไปคิดอย่างนั้น เรื่องบ้าน เค้าห่วง เพราะหมู่บ้านที่เค้าอยู่มันปลอดภัย จะให้เค้าไปสร้างบ้าน เค้าก็ไม่เอา อยู่ตั้งแต่เค้าเป็นนักศึกษา จนเป็นดารา อยู่มา 20-30 ปี ทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ รู้จักกันหมด เช้ามาข้างบ้านก็ตะโกนกินข้าวยัง ไฟพังก็มาซ่อมให้ ปูเสื่อกินข้าวกันกลางหมู่บ้าน ไม่เหมือนกรุงเทพฯ เหมือนบุรีรัมย์ ทำให้เค้านึกถึงบ้าน

วันที่ 26 มี.ค. . ที่ เดอะ ช็อปปส์ แกรนด์ พระราม 9 ‘โบว์-แวนดา’ และ ‘น้องมะลิ’ เดินทางไปร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “From Hat to Heart” หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมบนเวที ‘โบว์’ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นดราม่ากับ อาน้ำอ้อย โดยโบว์กล่าวว่า “ทุกคนมีเหตุผลทุกอย่าง แต่เอาง่ายๆ ว่าเราแค่อยากปกป้องตัวเราและครอบครัวของเราแค่นั้น”

“ถามว่าไปรู้หรือไปเจออะไรมา (หัวเราะ) มันจบไปแล้วและก็ไม่อยากพูดถึงมันแล้ว อีกอย่างโบว์เชื่อว่าทุกคนก็คงทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าสิ่งที่โบว์ทำไปอาจจะไม่ได้ทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจว่าโบว์เป็นอย่างไร แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่โบว์ทำได้ไตร่ตรองออกมาจากตัวเรานานมากแล้ว ไม่ใช่ว่าเอะอะก็มาโพสต์เพื่อที่จะเอากระแส”

“และโบว์ก็ไม่ต้องการกระแสอะไรอยู่แล้ว เพราะว่าชีวิตโบว์เคยเป็นมาอย่างไรก็อยากจะมีชีวิตเป็นแบบนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสที่มีผู้วิจารณ์ว่าที่โบว์ออกมาจากอาน้ำอ้อยเพราะมีสามีใหม่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ โบว์ตอบว่า “โอ๊ย! อยากตีปากคนที่พูดจังเลย(ยิ้ม) ไม่มีหรอกค่ะ สามีก็ไม่มีหรอกค่ะ ยังคงเป็นพี่ปออยู่แบบนี้แหละค่ะ”

ก่อนหน้านี้กลายเป็นดราม่าให้ชาวโซเชียลฯ พูดถึงพักใหญ่ สำหรับกรณีที่ โบว์ แวนดา สหวงษ์ ภรรยาของพระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ โพสต์ข้อความเดือด จนหลายคนโยงว่าน่าจะหมายถึง อาน้ำอ้อย ศรมนตรา พิชัยศรแผลง อดีตผู้จัดการส่วนตัว และฝ่ายโบว์ได้เปลี่ยนผู้จัดการคนใหม่อีกด้วย ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าที่แตกหักกันนั้นน่าจะมาจากเรื่องเงินๆ ทองๆ บ้างก็ว่าสาวโบว์จะมีสามีใหม่

ได้เจอ โบว์ มาร่วมงานโครงการ From hat to Heart @เดอะ ช็อปปส์ แกรนด์ พระราม 9 เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว ถามถึงประเด็นที่โพสต์? “จบไปแล้วนะ (ยิ้ม) ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คนเรามีเหตุผลทุกอย่างอยู่ที่ว่า เอาง่ายเราอยากปกป้องตัวเรา” ไปรู้หรือไปเจออะไรมา?

“มันจบไปแล้ว ไม่อยากจะพาดพิงถึงใครแล้ว โบว์เชื่อว่าทุกคนก็คงทราบ สิ่งที่โบว์ทำไป ยอมรับว่าที่ทำลงไปมีหลายๆ คนที่ไม่เข้าใจ แล้วทุกสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างไตร่ตรองมาจากตัวเรา ไม่ใช่เอะอะอะไรมาโพสต์จะเอากระแส โบว์ไม่ได้อยากจะเอากระแส โบว์ไม่ต้องกระแส เพราะว่าโบว์เป็นอย่างไรมาก็อยากเป็นอย่างนั้น”

ที่ผ่านมาได้เคลียร์กับอาน้ำอ้อยไหม? “ไม่ (ลากเสียง) ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว และคิดว่าต่างคนต่างอยู่ และใช้ชีวิตของตัวเอง” ทางพ่อสงวนออกมาซัพพอร์ตโบว์เหมือนกัน? “กับคุณพ่อตอนที่ท่านสัมผัสโบว์ไม่ได้คุยกับคุณพ่อ ด้วยตัวของโบว์ ถ้ามีปัญหาไม่ได้บอกกับครอบครัว ก็อย่างที่คุณพ่อสัมภาษณ์มาก็ตามคุณพ่อเลย ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราเป็นลูกสะใภ้ท่าน แล้วท่านต้องซัพพอร์ตเรานะ หรืออะไรอย่างไร โบว์เชื่อว่าคุณพ่อพี่ปอมีวุฒิภาวะที่เป็นผู้ใหญ่พอ”

ลือหึ่งว่าแตกหักจากเรื่องเงินๆ ทองๆ? “ไม่เคยมี และที่ผ่านมาเรื่องเงินเรื่องทองไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับโบว์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินสำคัญกับชีวิต แต่เรื่องเงินเรื่องทองไม่ได้สำคัญที่สุดในชีวิต” แล้วมาจากเรื่องของความสัมพันธ์ หรือความรู้สึกที่มีต่อกันหรือเปล่า? “ก็ทัศนคติไม่ตรงกัน มันไม่มีใครผิดหรอกนะ สิ่งที่โบว์ทำไปหลายคนก็ด่าโบว์ก็ว่าโบว์ บอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

พอเปลี่ยน ผจก.มีผลกระทบต่อเรื่องงานไหม พักหลังงานดูน้อยลง? “โบว์ไม่ได้รับด้วยนะ ก็ไม่ได้อยากจะเป็นกระแสแล้วเรียกงานนะ โบว์คงไม่เอากระแสแบบนี้มาทำให้ครอบครัวโบว์ต้องรู้สึกเจ็บปวด หรืออะไรโบว์ไม่ต้องการ ถ้าไม่ใช่งานในวงการโบว์คงทำงานอย่างอื่นที่เราถนัดได้” เป็นเรื่องของการรับงานหรือเปล่า?

“ไม่มีเรื่องงานเลย จะมีงานหรือไม่มีงานในวงการมันไม่ใช่สิ่งที่ เฮ้ย มันต้องมี มันไม่ใช่ คืออย่างที่บอกไปโบว์เจออะไรมาเยอะมาก ทั้งครอบครัวของคุณปู่คุณย่า โห…มันผ่านภาวะนั้นมาแล้ว คือมันทำให้โบว์คิดและโตขึ้นเยอะ มองว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต” สรุปเป็นเรื่องของทัศนคติที่ไม่สามารถไปด้วยกันได้ “อืม..ความคิดไม่ตรงกันก็ยังเคารพคุณอาเหมือนเดิม”

มีโอกาสจะได้มาคุยกันไหม? “ไม่น่ามี (ไม่คิดว่าจะปรับหรือเคลียร์?) ไม่มี” เรียกว่าไม่เผาผีได้ไหม? “ไม่ขนาดนั้น เราเลยอยู่ในจุดที่เราสบายใจ เลือกในจุดที่เรามีความสุข ครอบครัวมีความสุข คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมีความสุขแค่นั้นพอ แล้วทุกวันนี้เรายังคงห่วงใยท่าน แต่ด้วยว่าคนเรามีทางเลือกให้เรายืนอยู่ตรงจุดไหนให้เราสบายใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า”

ณ ตอนนี้กลายเป็นว่าทีมโบว์ทีมอาน้ำอ้อยไปแล้ว? “อย่างแฟนคลับทุกคน โบว์พยายามบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของโบว์ อย่าให้มีความรู้สึกข้างใดข้างหนึ่ง มาทำความรู้สึกที่เราเคยดีๆ ต่อกันทั้งสองมันแย่ ทุกคนมีเหตุผล แต่เราไม่สามารถอธิบายให้คนทั้งโลกเข้าใจ รู้อยู่ว่าทำแล้วโดนด่าแน่นอน คิดเลยว่าวันที่ลงต้องโดนด่าแน่นอนว่าอกตัญญู เนรคุณ เห็นแก่เงิน ยิ่งกว่านี้ก็โดนด่า เก็บตัวอยู่ในบ้านอาทิตย์หนึ่ง เครียดไหมเครียดนะ ที่ผ่านมาก็มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว บอกตัวเองเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

คำไหนที่เราโดนด่าแล้วรู้สึกว่าแรงที่สุด? “เนรคุณมั้ง อกตัญญู” โดนว่าขนาดนี้มีร้องไห้มั้ย? “โดนด่า โดนว่าไม่ร้องหรอกค่ะ เพราะโดนมาเยอะแล้ว แต่ที่ร้องคือเราร้องในสิ่งที่เราไม่อยากจะทำแต่เราต้องทำ ร้องไห้…ถึงเวลาที่เราต้องทำ เราไม่อยากทำร้ายใคร ไม่อยากโดนด่า เมื่อคนมันถึงที่สุดแล้วมันต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง วันนี้ก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เลยเพราะไม่อยากให้กระทบอีกฝั่ง

เขาก็ใช้ชีวิตของเขาดีแล้ว ต่างคนต่างทำมาหากิน ยังยืนยันว่าไม่อยากให้มีแบบนี้เกิดขึ้น ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้คนในสังคมต้องมารับรู้เรื่องราวแบบนี้ที่มันเป็นเรื่องราวส่วนตัวของโบว์” แล้วที่มีข่าวว่าออกมาจากอาน้ำอ้อยเพราะโบว์มีสามีใหม่? “โอ๊ย…อยากตีปากคนที่พูดจังเลย (หัวเราะ) ไม่มีหรอกค่ะ สามงสามีก็ไม่มี ก็ยังคงเป็นพี่ปออยู่”

อีกฝั่งเขาชอบพูดเรื่องความหูเบาของโบว์ ว่าโบว์ฟังคนใกล้ตัวที่คอยมายุเรา? “โบว์มีวุฒิภาวะพอ มีสมองพอที่จะไตร่ตรองก่อนว่าใครเป็นยังไง ถ้าโบว์เชื่อ โบว์หูเบา ก็คงไม่มีความเป็นตัวโบว์ เพราะที่ผ่านมา ตั้งแต่คนรู้จักโบว์ครั้งแรก ก็เห็นอยู่ว่าคนรอบข้างโบว์เยอะแค่ไหน ถ้าโบว์ไม่เข้มแข็งพอ ถ้าโบว์คิดเองไม่เป็น คิดเองไม่ได้ ก็คงเลอะเทอะ ไม่มีจุดยืนในชีวิตแล้ว”

ตอนนี้ไม่สามารถจะเจอหน้ากันได้ หรือเข้ามาหาที่บ้านได้เลย? “โบว์ว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง” เห็นบอกว่าไม่ได้เคลียร์กันแสดงว่าที่เราโพสต์นี่คือเป็นการตัดขาดของเรา? “ที่โพสต์โบว์ไม่ได้บอกว่าใครนะคะ แต่พอหลังจากนั้นอาก็ออกมาให้สัมภาษณ์ วันนี้ก็กำลังจะสัมภาษณ์ในเรื่องที่คุณอาให้สัมภาษณ์ แต่สิ่งที่โบว์โพสต์โบว์ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร”

อาออกไปมีผลกระทบกับน้องมั้ย มะลิมีถามถึงอามั้ย ช่วงที่ผ่านมาอาได้หายไปจากชีวิตมะลิ? “ความสัมพันธ์มันยังอยู่ เวลาน้องถามถึงคุณอาก็จะบอกว่าคุณอาไปทำงาน คุณอาไม่มีเวลา อย่างที่บอกว่าโบว์ไม่อยากให้เป็นแบบนึ้ อยู่ดีๆ จะมาหาเรื่องให้คนด่าโบว์ก็ไม่ใช่เรื่อง แต่ก็ยังยืนยันว่าถึงเวลาที่ต้องออกมาปกป้องตัวเอง”

หลังจากมีเรื่องกัน คนก็จับตามองว่าภาพของโบว์กับช่อง 3 หายไป? “ที่ช่องก็ไม่ได้อะไรนะคะ ไม่ได้ว่าต้องเรียกเราเข้าไปทำงานอะไร ก็ไม่ได้อะไร อย่างงานบอลก็มีช่วงที่เสียพี่ปอก็เท่านั้นเอง ทางช่องยังให้เกียรติพี่ปอ ยังคิดถึงพี่ปอ ก็เลยชวนเราไปร่วมด้วย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ใช่ว่าช่องจะต้องเอาไปอยู่คนนั้นคนนี้ คือไม่ใช่ แค่ทางผู้ใหญ่ที่ช่องก็ยังคงติดตาม ยังเอ็นดูน้อง ให้กำลังใจ”

จะมีโอกาสได้เห็นเราร่วมงานกับช่องไหม? “ถ้าเรื่องงาน เรื่องช่อง ถ้าผู้ใหญ่ทุกๆ คนที่ให้โอกาสโบว์ ยินดีค่ะ ยังคงความคิดไว้เสมอว่ามีโอกาสดีๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องปฏิเสธ โบว์ยังตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อดูแลคนในครอบครัวต่อไป ตอนนี้ก็โฟกัสธุรกิจ โฟกัสเรื่องลูก เรื่องครอบครัว ส่วนเรื่องสามีใหม่ ไม่มีในหัวค่ะ”

นิสัยจริงๆ ของโบว์ ที่หลายคนไม่รู้ “จริงๆ เป็นคนนิ่ง ไม่ค่อยอะไรกับคำพูดคน แต่ความรู้สึกลึกๆ แอบไปคิด แต่จะคิดอยู่คนเดียว ไม่บอกคนอื่นให้รู้ว่าทุกข์ เวลาเจอใครพูดว่าด่าก็จะปล่อยไป นิ่ง พ่อโบว์จะสอนตลอดว่า ไม่ว่าจะเจออะไรให้เงียบและนิ่ง ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่คนเขาพูดก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไร เดี๋ยวความเงียบจะหยุดทุกอย่างเอง”

จากความเป็นโบว์ จนตอนนี้มาเป็นแม่ นิสัยเปลี่ยนไปไหม “(หัวเราะ) เสียสละหมดทุกอย่าง ได้เรียนรู้จากความเป็นแม่เยอะ แต่ก่อนอยากได้อะไรจะนึกถึงตัวเราก่อน แต่พอเป็นแม่ ต้องนึกถึงลูกก่อน หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกก่อน” แต่รู้สึกโบว์ดูเป็นคุณแม่ที่ดุเหมือนกัน “คือไม่ได้ตามใจมะลิมากกว่า ตั้งแต่เขาเริ่มรู้เรื่อง เพราะต้องมีใครคนนึงคอยหยุด ถ้าพ่อตามใจ แม่ตามใจอีก ลูกก็ไปเลย

ซึ่งเราเรียนรู้แล้วว่าพี่ปอเป็นคนใจไม่แข็งพอในการดุลูก งั้นเราเองแล้วกัน สังเกตลูกผู้หญิงจะไปอ้อนพ่อ ลูกผู้ชายจะอ้อนแม่ ฉะนั้นขอเป็น คนที่แข็งเองแล้วกัน” ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว น้องมะลิไปอ้อนใครแทน “แต่ก่อนเวลาโบว์ดุ เขาจะวิ่งไปหาพี่ปอ แต่ตอนนี้พอโบว์ดุปุ๊บเขาจะนิ่งและมองหน้า เสร็จแล้วค่อยๆ ยิ้มใส่และเดินมากอดเรา ไม่รู้ว่าเป็นสัญชาตญาณปรับตัวเองหรือเปล่า เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน (ยิ้ม)”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here