แซ่บแพ็คคู่! เพื่อนซี้ “มิ้นท์-หยาด” ควงกันไปเที่ยวทะเลมัลดีฟส์ ใส่บิกินี่อวดหุ่นเซี๊ยะ อกอึ๋ม งานนี้ไม่มีใครยอมใคร (ชมภาพ)

0
129

แซ่บแพ็คคู่! เพื่อนซี้ “มิ้นท์-หยาด” ควงกันไปเที่ยวทะเลมัลดีฟส์ ใส่บิกินี่อวดหุ่นเซี๊ยะ อกอึ๋ม งานนี้ไม่มีใครยอมใคร

นานๆ จะมีทริปไปเที่ยวด้วยกันให้เห็นที อย่างคู่เพื่อนซี้คู่นี้ สำหรับ นางร้ายหน้าหวาน “มิ้นท์ ณัฐวรา” และนางเอกสาวสวย “หยาดทิพย์ ราชปาล” ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงกันไปเที่ยวทะเลมัลดีฟส์ โชว์ความเผ็ดในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ เรียกได้ว่าแซ่บคูณสองจริงๆ เลยจ้าาาา ว่าแล้วไม่รอช้า เราไปชมความภาพความแซ่บของทั้งคู่กันเลยดีกว่า อิอิ

เดี๋ยวเรามาดูกันถึงทะเลมัลดีฟส์กันต่อเลยนะค่ะว่าเป็นทะเลที่สวยทำไมทุกๆคนถึงอยากจะไปสักครั้งในชีวิตถึงจะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย แต่ความงดงามของท้องทะเล รวมถึงธรรมชาติต่าง ๆ ทำให้เกาะเล็ก ๆ อย่าง “มัลดีฟส์” มีชื่อเสียงไกลไปทั่วโลก อาจเพราะล้อมรอบด้วยท้องทะเลและท้องฟ้าสีคราม เหมือนดั่งสรวงสรรค์บนมหาสมุทร นั่นแน่!

เริ่มอยากเห็นความงดงามของมัลดีฟส์แล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามเราไปชมความสวยงาม พร้อมกับทำความรู้จักกับ “มัลดีฟส์” เกาะที่ได้รับฉายาว่า…ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย กันเลยดีกว่า มัลดีฟส์ (Maldives) หรือ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของศรีลังกา มีพื้นที่ 300 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll)

รวม 1,190 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 74 เกาะ มีเมืองหลวงของมัลดีฟส์ ชื่อ มาเล่ ซึ่งชนพื้นเมืองพวกแรกที่อาศัยอยู่ในมัลดีฟส์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล คือ พวกดราวิเดียน และ สิงหล ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ชาวมัลดีฟส์โบราณจึงนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก ต่อมาในคริสต์ศวรรษที่ 12 มัลดีฟส์ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม

ร้อยละ 99 ในส่วนของที่พักก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนบุคคล รวมถึงกำลังทรัพย์ในกระเป๋า แต่เอกลักษณ์สำคัญของรีสอร์ตในมัลดีฟส์ คือ 1 เกาะเท่ากับ 1 รีสอร์ต จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง และที่สำคัญ หากคุณอยากจะข้ามไปยังเกาะที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางการก่อนทุกครั้ง! ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากไปพักผ่อนอย่างแท้จริง และกิจกรรมที่ใคร ๆ

ก็ต้องทำหากไปเยือนมัลดีฟส์ นั่นคือ การดำน้ำ มีทั้งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น โดยเฉพาะการดำน้ำลึก เพื่อชมความงดงามของโลกใต้ทะเล ซึ่งนอกจากโลกของสัตว์น้ำอันน่าตื่นตาแล้ว ใต้ท้องทะเลมัลดีฟส์ ยังมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ซากเรือเดินทะเลที่อับปางลงในอดีต และกลายมาเป็นแนวปะการังที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่มากมาย ฯลฯ

อีกทั้งบนท้องฟ้าก็ยังมีบริการเที่ยวบินชมความงามของอะตอล (โครงสร้างของซากปะการังที่ทับถมกันในเขตน้ำตื้นกลางทะเล ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก มีรูปร่างคล้ายวงแหวนเป็นลากูน) หาดทราย และแนวปะการังจากมุมสูงอีกด้วย อ๊ะ ๆ ยังไม่หมด การตกปลาและการพายเรือแคนู ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน ความประทับใจอีกอย่างของการเยือน มัลดีฟส์

ซึ่งหลายคนอาจไม่คุ้นเคย คือการได้เข้าไปสัมผัสโลกที่เหมือนหยุดเวลาเอาไว้นับศตวรรษของหมู่บ้านชาวประมง ซึ่งไม่ว่าส่วนไหนของเกาะก็ดูเหมือนวันเวลาของเด็กและคนชราจะไม่เคยต้องรีบเร่งเลยแม้แต่น้อย (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเมืองมาเล เช่น ตลาดปลา อาชีพหลักของชาวมัลดีฟส์คือการประมง ทุก ๆ วันจะมีปลาสด ๆ จากทะเลน้อยใหญ่มาส่งที่ตลาดแห่งนี้,

ตลาดสด อยู่ใกล้ ๆ กับตลาดปลา เป็นแหล่งรวมอาหารประเภทผักสด ผลไม้ มัสยิด Huskuru Miskiiy หรือ มัสยิดวันศุกร์ เป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยสุลต่าน Ibrahim Iskandhar ในปี ค.ศ. 1656 มัสยิดแห่งนี้ใช้ปะการังมาสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่สำคัญของชาวมัลดีฟส์มากว่า 400 ปี

จนกระทั่งมีการสร้างมัสยิดใหม่ที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลาม ในปี ค.ศ.1984 ศูนย์วัฒนธรรมอิสลาม เป็นศูนย์ขนาดใหญ่และสำคัญของเมืองมาเล ลักษณะอาคารมีโดมสีทองขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของศาสนาอิสลาม, ทำเนียบประธานาธิบดี Mulee-aage เป็นพระราชวังเก่าสร้างในปี ค.ศ.1906 โดยสุลต่าน Mohamed Shamsuddeen III ถูกใช้เป็นบ้านของประธานาธิบดีระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1994

หลังจากมีการสร้างที่พักใหม่ให้ประธานาธิบดี ที่นี่จึงใช้เป็นสถานที่ทำงาน หรือทำเนียบของประธานาธิบดี และ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์ ตั้งอยู่ที่ Sultan’s Park อาคารที่ใช้เป็นพระราชวังเก่า เปิดให้ชมทุกวันระหว่างเวลา 9.00 – 11.40 และ 15.00 – 17.40 ยกเว้นวันศุกร์ และวันหยุดราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวมัลดีฟส์ คือ ช่วงฤดูร้อน

ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน และโดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศร้อนและแห้งที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนเป็นฤดูที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำอยู่บ่อย ๆ ซึ่งช่วงนี้ราคาค่าที่พักจะถูกลงกว่าช่วงอื่น ๆ ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนและช่วงต่อระหว่างมีนาคมกับเมษายน ถูกจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษในตัวของมันเอง

เพราะเชื่อกันว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของลมมรสุมซึ่งจะทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำโดยเฉพาะ หมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives) เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากประเทศศรีลังกา ประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ หมู่เกาะมัลดีฟส์เกิดขึ้นมาจากการทับถมของหินประการัง ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์จะเป็นเกาะเล็กๆ กระจัดกระจายประมาณ 1,192 เกาะ

ซึ่งมีคนอยู่อาศัยอยู่ทั้งหมด 250 เกาะ ประเทศมัลดีฟส์เป็นประเทศที่นับได้ว่ามีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ และยังถือเป็นประเทศที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่เตี้ยที่สุดในโลกอีกด้วย จุดที่สูงที่สุดแค่ประมาณ 2.3 เมตรจากน้ำทะเล มัลดีฟส์มีการควบคุมดูแลใส่ใจในเรื่องของทัศนียภาพของเกาะ ให้ดำรงเอาไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

ในรีสอร์ทแต่ละแห่งนั้นจึงถูกคัดเลือกในสิ่งที่ดีสุด เพื่อเอาอกเอาใจบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมของโลก นอกจากนี้ยังมีการจำกัดจำนวนพร้อมทั้งกำหนดเขต จึงทำให้มัลดีฟส์ไม่มีอาคารสูงมาบดบังทัศนียภาพอันงดงาม มัลดีฟส์จึงเป็นเกาะสวรรค์ที่มีธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังมีโลกใต้ทะเลที่ยังอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยปลาและปะการังนานาชนิด ซึ่งถือเป็นสวรรค์ที่นักดำน้ำใฝ่หา

โดยทั่วไป มัลดีฟส์จะมี 2 ฤดูมรสุมใน 1 ปี : มรสุมทางทิศเหนือ – ตะวันออกหรือ Ruvai จะเป็นช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ค่อนข้างแห้งแล้ง อีกมรสุมคือทางทิศใต้ – ตะวันตก หรือ Ulhangu ซึ่งจะเป็นช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายน และจะมีฝน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพายุฝน และมีลมแรงในบางครั้ง อุณหภูมิในตอนกลางวันจะอยู่ที่ประมาณ 28 องศาเซลเซียส (82องศาฟาเรนไฮต์) ตลอดทั้งปี

ความชื้นจะมีน้อยกว่าในช่วงหน้าแล้ง แต่ตลอดทั้งวันจะมีลมทะเลพัดเย็นสบาย สกุลเงินของ มัลดีฟส์ คือ Rufiyaa โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 USD เท่ากับ 12.75 Rufiyaa โดยประมาณ สามารถแลกเงินได้ตามสถานรับแลกเงินต่าง ๆ สามารถใช้ traveller cheques และเครดิตการ์ด และเงินสกุลยูโร, เงินดอลล่าก็สามารถใช้ได้ทั่วเกาะไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ท ภาษาและศาสนา

ร้อยละ 99ของประชากรส่วนใหญ่ในประเทศมัลดีฟส์นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ ภาษาที่ใช่ในการสื่อสารจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่เกือบทุกรีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาหลักอื่นๆได้ เช่น ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอิตาลี หมู่เกาะมัลดีฟส์์เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ “The Last Paradise on Earth” ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นปาล์มที่ลู่ไปตามแรงลม หาดทรายขาวบริสุทธ์ และทะเลสีฟ้าครามกระจ่างใส

ทั้งหมดนี้เป็นภาพที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวบนเกาะซึ่งตั้ง อยู่ในแถบเขตร้อนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มัลดีฟส์เป็นเกาะที่มีต้นไม้นานาพรรณที่โดดเด่นอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ราวกับว่ารีสอร์ทแห่งนี้ผลุดโผล่มาจาก ใต้ทะเลขึ้นมายืนโดดเด่นข้างหาดทรายขาว ที่แห่งนี้จึงเหมาะยิ่งนักสำหรับผู้ที่มองหากลิ่นอายของความโรแมนติก และผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำ

แนวปะการังที่สั่นไหวไปตามแรงกระเพื่อมของน้ำใต้มหาสมุทรและสีสันตระการตาของบรรดาสัตว์และพืช ใต้น้ำถือเป็นประสบการณ์สุดยอดในวันหยุดที่มิอาจลืมเลือน พร้อมต้อนรับท่านด้วยห้องลากูนสวีทและบีชวิลล่า กล่าวได้ว่าเป็นที่พักผ่อนที่ดีสุดบนโลกใบนี้สำหรับคู่ฮันนีมูนหรือคู่รักที่ท่องเที่ยวด้วยความหวานชื่นได้โดย ไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ การดำน้ำชมปะการังถือเป็นกิจกรรมหลักของที่นี่และตามผลสำรวจ 60%

ของผู้มาเยือนเคยผ่านประสบการณ์ scuba diving อย่างน้อยที่สุด 1 ครั้ง มีจุดดำน้ำชมปะการังที่เลื่องชื่ออยู่เป็นร้อย ๆ จุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็สามารถไปได้จากรีสอร์ท และบางจุดก็ต้องนั่งเรือ safari trips ออกไป นอกจากจะได้ชมความงามของเหล่าปลานานาพันธุ์และบรรดาหมู่ปะการังแล้ว สิ่งที่เร้าใจมากกว่านั้นคือการดำน้ำไปด้วยกันกับหมู่เต่าทะเล, ปลาไหล Moray, ปลากระเบน Motar, ฉลาม และวาฬ

เพื่อไปชมซากอับปางต่าง ๆ ใต้ท้องทะเลมัลดีฟส์ และรวมถึงซากอับปางของเรือ Maldive Victory ซึ่งอยู่นอกชายฝั่ง Hulule Airport และยังเป็นที่เชื่อกันในบรรดาผู้ที่รักการดำน้ำว่าเป็นหนึ่งในซากอับปางที่ให้ความตื่นเต้นในการดำลงไปดูที่สุดในโลก ทุกๆรีสอร์ทมีการสอนดำน้ำ หรือคุณอาจจะแค่ใส่หน้ากาก และตีนกบ และว่ายจากชายหาดเพื่อไปชื่นใจกับความงามใต้ท้องทะเลได้แล้ว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here