ฉะเดือดอีกราย ‘เอ เชิญยิ้ม’ สุดทนแฉพฤติกรรม ‘นักร้องลูกทุ่ง’ โกงเพื่อนศิลปิน หลอกยืมเงินแฟนคลับ (รายละเอียด)

0
344

ฉะเดือดอีกราย ‘เอ เชิญยิ้ม’ สุดทนแฉพฤติกรรม ‘นักร้องลูกทุ่ง’ โกงเพื่อนศิลปิน หลอกยืมเงินแฟนคลับ

เอ้าทายกันให้เต็มที่! จู่ๆ ตลกชื่อดัง เอ เชิญยิ้ม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แฉพฤติกรรมนักร้องลูกทุ่งรายหนึ่ง ระบุว่า บอกใบ้ให้ว่า นี่คือ 20 พฤติกรรมเลว ๆ ของนักร้องลูกทุ่งชายคนหนึ่งที่ผมเคยเรียกว่าเพื่อนรัก ป.ล.แต่ละเหตุการณ์ มีคนในวงการลูกทุ่งวงการตลกหลายคนต่างโดนกระทำมากมายเป็นวงกว้าง โดนกันต่างกรรม ต่างวาระ ลองทายกันดูว่าใคร โพสต์เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนในวงการลูกทุ่งหรือตลก ระวังไว้จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อครับ

อีกทั้ง เอ เชิญยิ้ม ยังได้เขียนพฤติกรรมนักร้องคนที่ถูกแฉถึง 20 ข้อ ระบุว่า

1. ชักชวนเพื่อนศิลปินไปร่วมแสดงคราวละหลายคน เพื่อเรียกค่าตัวเพิ่มจากเจ้าภาพ แต่กลับแบ่งส่วนแบ่งอย่างไม่เป็นธรรม
2. พาเพื่อนศิลปินไปร่วมแสดงในงานจ้าง แต่บอกว่าเป็นงานช่วยของแฟนคลับหรือผู้มีพระคุณ โดยยักยอกเอาค่าตัวไปแต่เพียงผู้เดียว
3. สร้างสถานการณ์ว่า เงินหายหรือโทรศัพท์พัง เพื่อหลอกให้แฟนคลับซื้อให้ใหม่ มุกนี้จะใช้บ่อย จนเป็นที่สังเกตุ

- Advertisement -

4. เที่ยวได้ดิสเครดิต คนที่แต่งเพลงให้ว่าเป็นเพลงไม่ดี ไม่อยากร้อง แต่ก็เอาเพลงดังกล่าว ไปหลอกขอเงินแฟนคลับนับแสน เพื่อมาผลิต MV กลางห้างดัง แต่มาโกหก เพื่อนร่วมงานว่ามีงบน้อย ขอให้เพื่อน ๆ ไปช่วยกันหน่อย
5. ไปคุยโวว่าเพลงนั้นนี้แต่งเอง แค่ส่งให้ครูเพลงเกลาเนื้อให้ แต่เปล่าเลยครูเพลงแต่งให้ทั้งดุ้นจ้า
6. ยุแหย่นินทาว่าร้าย ให้บุคคลรอบตัวเกลียดกัน ในลักษณะ เอาดีเข้าตัว แต่เอาชั่วให้คนอื่น
7. อิจฉาริษยา แม้กระทั่งผู้น้อยและลูกศิษย์ตัวเอง

8. ยืมเงินแฟนคลับคราวละหลายแสน แค่แฟนคลับขอเลื่อนไปให้ในวันข้างหน้า ก็ใส่อารมณ์ทวงถามทุกวัน ยังกับเขาเป็นลูกหนี้ พอได้ไม่ทันใจก็ขึ้นอี ขึ้นกู ด่าเสีย ๆ หาย ๆ
8. หลอกเรียกเงินศิลปินในสังกัดเป็นค่าลงยูทูบ ทั้งที่ส่วนเกี่ยวข้องเขาลงยูทูปให้ฟรี
9. ลักขโมยแม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวโรงแรม

10. หยิบฉวยผ้าพันคอแขกในร้านที่ลืมไว้เอา ไปฝากเมียที่บ้านอย่างหน้าไม่อาย
11. ไปกดค่าตัวศิลปินผู้ร่วมแสดง โดยโกหกว่างานขาดทุนเป็นประจำแล้วกล่าวโทษโยนความผิดให้หุ้นส่วน ว่าโกงเงินไป
12. เอาเพื่อนศิลปิน ไปใส่ร้ายกับแฟนคลับและคนอื่น ๆ ต่าง ๆ นานา แล้วพูดเอาดีใส่ตน

13. เนรคุณกับผู้มีพระคุณ และทุกคนไม่เลือกหน้า
14. เอาเพื่อนไปพูดว่า ชอบกินหรูอยู่สบาย ทำให้ตัวเองต้องสิ้นเปลืองไปด้วย ทั้งที่เพื่อนคนดังกล่าว ออกให้ทุกบาททุกสตางค์
15. ชอบกล่าวหาคนรอบตัวว่าเป็นคนไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้เพื่อไม่ให้ใคร ๆ เชื่อถือและไว้วางใจ
16. โกงค่าที่พักเพื่อนร่วมเดินทาง บางที่ฟรีแต่ก็เก็บตังค์เพื่อน บางที่ก็เรียกเก็บเกินความเป็นจริง

17. ชอบจัดงานการกุศล โดยเรี่ยไรเงินจากแฟนคลับมาเป็นจำนวนมาก แต่จัดให้วัดหรือโรงเรียนเพียงนิดหน่อย ที่เหลือนำมาใช้จ่ายส่วนตัว
18. ชอบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เพื่อเพิ่มคะแนนสงสารให้แก่ตัวเอง เปิดโอกาสให้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ
19. นำพาเพื่อนร่วมงานไปกินไปนอนที่บ้านเพื่อประหยัดค่าที่พัก แต่กลับไปอ้างบุญคุณว่ากินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา
20.ไปร้องเพลงต่างประเทศกับใคร ทุกทริปจะมีปัญหาเรื่องเงินหายกับคนที่ไปด้วยทุกครั้ง แล้วชอบเผาใส่ไฟลับหลังให้ FC ที่ต่างประเทศเกลียดอีกคน เพื่อให้ตัวเองน่าสงสารและหวังกอบโกยผลประโยชน์คนเดียว”

ซึ่งเมื่อปีที่แล้วกลายเป็นเรื่องราวดราม่าเข้าจนได้ เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีสาวนิรนามโพสต์ข้อความแฉตลกชื่อดัง “เอ เชิญยิ้ม” โดยอ้างว่า “ดิฉันเลี้ยงลูกให้เขา 15 ปี เขาไม่มาเหลียวแลเลย อยากให้เขามาช่วยดูบ้าง เดี๋ยวก็จะเรียนมหาวิทยาลัยดิฉันแย่แล้วไม่ค่อยมีเงินแล้ว” ซึ่งข้อความดังกล่าวนั้น ทางด้านภรรยาของตลกหนุ่มก็ได้มีการนำมาแชร์ต่อในโลกโซเชียลฯ โดยมีการระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า ให้ติดต่อกลับมาเพื่อพูดคุยกัน

เธอและสามีพร้อมที่จะชดเชยให้ทุกอย่าง รวมถึงตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งล่าสุดขณะที่ เอ เชิญยิ้ม เดินทางมาร่วมรายการ “เล่นใหญ่จัดใหญ่” ทางช่อง ฺBright TV เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสนี้ชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงอยากให้สาวนิรนามคนดังกล่าวแสดงตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป

แต่ถ้าหากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วยังเงียบ ตนก็จะขอเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้…”เรื่องมันสืบเนื่องมากจากการที่ผมเพิ่มนามสกุลตัวเอง ซึ่งเมื่อก่อนผมใช้ “เอ เชิญยิ้ม” มาโดยตลอด แต่ว่าล่าสุดผมเพิ่งจะมาทำงานเพลงและออกซิงเกิ้ลใหม่ ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ผมก็เลย อยากเพิ่มนามสกุลตัวเองให้เป็น “เอ ไมเนอร์” เพื่อให้คนฟังอินกับการทำงานเพลงของผมมากขึ้น

แต่มันก็ดันไปสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนบางคน ซึ่งเขาคิดว่าผมจะตัดขาดกับเชิญยิ้มแล้ว และตอนนั้นเองผมก็ได้อธิบายไปนะครับว่าผมไม่ได้คิดที่จะทรยศนามสกุลนี้เลย ผมยังคงใช้ชื่อ “เอ เชิญยิ้ม” เหมือนเดิม แต่ในบทบาทการเป็นนักร้องผมแค่หันมาใช้ “เอ ไมเนอร์” ก็เท่านั้นเอง “”ซึ่งภายหลังจากที่คลิปมันมีการออกโซเชียลไป ก็มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ต่างๆ นานา

แต่บังเอิญว่ามันมีคอมเม้นท์หนึ่งที่ทำให้คนในครอบครัวผมติดใจมาก ซึ่งก็คือคอมเม้นท์ที่บอกว่า “ผมไม่ช่วยดูแลลูกเลย เขามีลูกกับผมเมื่อ 16 ปีที่แล้ว และตอนนี้ลูกก็ อายุ 15 ปีแล้วด้วย” ตอนที่เห็นคอมเม้นท์ภรรยาผมเขาก็ไม่ได้ถามนะครับว่าจริงหรือไม่จริง แต่เขาขอให้ผมและเขาจับมือผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน คือถ้าเป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้ เราก็ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเต็มที่และพร้อมชดเชยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา”

“ถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่องผมได้พยายามสืบหาตัวเขาไหม เอ่อ…ผมไม่ทราบเลยครับว่าจะไปสืบจากตรงไหน แต่ผมอยากให้เขาออกมามากกว่า มาตรวจดีเอ็นเอกัน มาพิสูจน์กัน แต่ถ้าหากว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาพิมพ์มันเป็นแค่การคึกคะนองหรือแค่เล่นขำๆ อันนี้ผมเองก็อยากให้เขารีบออกมาขอโทษครอบครัวผม คนรอบข้างผม เพราะเขาทุกคนได้รับผลกระทบหมดเลย เรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับครอบครัวผมมากครับ”

“ผมยอมรับนะครับว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ช่วงที่ผมทำงานในคาเฟ่ เราเองก็มีโอกาสเจอกับคนมากหน้าหลายตา และก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับภรรยาบ่อย เพราะเขาต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่ผมไม่อยากจะฟันธงตรงนี้ไงครับว่าเรื่องนั้นมันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จริงหรือไม่จริง ผมอยากให้คนที่เขาคอมเม้นท์ออกมาเจอกันดีกว่า ออกมาพิสูจน์ให้ความจริงปรากฏ ดังนั้นตอนนี้ผมจึงไม่อยากฟันธงอะไรว่ามันจริงหรือไม่จริง

รอให้เขาออกมาเจอกันดีกว่าครับ” “แต่ผมเองก็หนักใจอยู่หนึ่งเรื่องตรงที่ ถ้าหากเขาไม่ออกมาเจอกันและปล่อยให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมก็คงจะต้องดำเนินการทุกอย่างตามกฏหมาย และปล่อยให้เจ้าหน้าที่เขาช่วยจัดการต่อไป อีกอย่างผมไม่อยากให้ใครมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำเพื่อการโปรโมทเพลงของผมด้วย เพราะผมคงไม่เอาสถาบันครอบครัวของผมมาแลกกับอะไรแบบนี้หรอก

ดังนั้นผมขอให้เวลาเขาไม่เกิน 1 อาทิตย์นี้ ให้เขาแสดงตัวออกมาจะจริงหรือไม่จริงก็มาเจอกันก่อน เพราะถ้าหากยังไม่ออกมาหลังจากเวลาที่กำหนดไว้ผมก็คงต้องขอดำเนินการทุกอย่างตามกฏหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิความถูกต้องครับ” “สำหรับภรรยาผมเอง ก็…ช่วงแรกๆ เขามั่นใจในตัวผมครับ แต่พอเวลามันผ่านไปนานขึ้น มีกระแสต่างๆ เข้ามาหามากขึ้น จิตใจของเขาที่เป็นผู้หญิงมันก็เริ่มมีหวั่นไหวบ้างเหมือนกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วเขาเองก็ยินดีที่จะยืนข้างเราเสมอและพร้อมที่จะชดเชย 15 ปีที่ผ่านมา หากเรื่องนี้คือเรื่องจริง เราก็ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ครับ” “ส่วนเรื่องที่เขาบอกว่าลูกกำลังจะเขามหาวิทยาลัย แต่ว่าลูกเพิ่งจะอายุ 15 ปี อันนี้ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้ลูกสาวผมอายุ 17 เขาก็สอบเทียบจนจบและก็พร้อมจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเหมือนกัน

ดังนั้นมันก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้ครับผมสำหรับเรื่องนี้” “สุดท้ายผมก็อยากจะบอกกับทุกคนที่ติดตามข่าวนี้นะครับว่าผมยังรอการพิสูจน์ ผมอยากให้ความจริงปรากฏ ดังนั้นผมจึงไม่อยากที่จะฟันธงชี้ชัดว่าเรื่องนี้มันจริงหรือไม่จริง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และความลับไม่มีในโลก อีกอย่างคือผมอยากให้เข้าใจด้วยว่าผมเป็นศิลปินเต็มตัว ผมมีเลือดนักแสดงเต็มตัว

ผมไม่ใช่คนที่เกาะกระแสจากข่าวฉาวเพื่อให้ผลงานที่ผมสร้างสรรค์ได้รับการยอมรับ ผมไม่มาเกาะกระแสจากข่าวคาวๆ แบบนี้แน่นอน และถึงฝากถึงคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ด้วยนะครับว่า ผมให้เวลาอีก 1 อาทิตย์นับจากนี้ในการออกมาเจอกันเพื่อพิสูจน์ความจริง เพื่อที่เราจะได้เดินหน้าจัดการทุกอย่างกันต่อไป แต่ถ้าหากไม่ออกมาผมก็คงต้องปกป้องตัวเองด้วยการพึ่งกฏหมายครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here