ฉะเดือดอีกราย ‘เอ เชิญยิ้ม’ สุดทนแฉพฤติกรรม ‘นักร้องลูกทุ่ง’ โกงเพื่อนศิลปิน หลอกยืมเงินแฟนคลับ (รายละเอียด)

0
324

ฉะเดือดอีกราย ‘เอ เชิญยิ้ม’ สุดทนแฉพฤติกรรม ‘นักร้องลูกทุ่ง’ โกงเพื่อนศิลปิน หลอกยืมเงินแฟนคลับ

เอ้าทายกันให้เต็มที่! จู่ๆ ตลกชื่อดัง เอ เชิญยิ้ม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แฉพฤติกรรมนักร้องลูกทุ่งรายหนึ่ง ระบุว่า บอกใบ้ให้ว่า นี่คือ 20 พฤติกรรมเลว ๆ ของนักร้องลูกทุ่งชายคนหนึ่งที่ผมเคยเรียกว่าเพื่อนรัก ป.ล.แต่ละเหตุการณ์ มีคนในวงการลูกทุ่งวงการตลกหลายคนต่างโดนกระทำมากมายเป็นวงกว้าง โดนกันต่างกรรม ต่างวาระ ลองทายกันดูว่าใคร โพสต์เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนในวงการลูกทุ่งหรือตลก ระวังไว้จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อครับ

อีกทั้ง เอ เชิญยิ้ม ยังได้เขียนพฤติกรรมนักร้องคนที่ถูกแฉถึง 20 ข้อ ระบุว่า

1. ชักชวนเพื่อนศิลปินไปร่วมแสดงคราวละหลายคน เพื่อเรียกค่าตัวเพิ่มจากเจ้าภาพ แต่กลับแบ่งส่วนแบ่งอย่างไม่เป็นธรรม
2. พาเพื่อนศิลปินไปร่วมแสดงในงานจ้าง แต่บอกว่าเป็นงานช่วยของแฟนคลับหรือผู้มีพระคุณ โดยยักยอกเอาค่าตัวไปแต่เพียงผู้เดียว
3. สร้างสถานการณ์ว่า เงินหายหรือโทรศัพท์พัง เพื่อหลอกให้แฟนคลับซื้อให้ใหม่ มุกนี้จะใช้บ่อย จนเป็นที่สังเกตุ

4. เที่ยวได้ดิสเครดิต คนที่แต่งเพลงให้ว่าเป็นเพลงไม่ดี ไม่อยากร้อง แต่ก็เอาเพลงดังกล่าว ไปหลอกขอเงินแฟนคลับนับแสน เพื่อมาผลิต MV กลางห้างดัง แต่มาโกหก เพื่อนร่วมงานว่ามีงบน้อย ขอให้เพื่อน ๆ ไปช่วยกันหน่อย
5. ไปคุยโวว่าเพลงนั้นนี้แต่งเอง แค่ส่งให้ครูเพลงเกลาเนื้อให้ แต่เปล่าเลยครูเพลงแต่งให้ทั้งดุ้นจ้า
6. ยุแหย่นินทาว่าร้าย ให้บุคคลรอบตัวเกลียดกัน ในลักษณะ เอาดีเข้าตัว แต่เอาชั่วให้คนอื่น
7. อิจฉาริษยา แม้กระทั่งผู้น้อยและลูกศิษย์ตัวเอง

8. ยืมเงินแฟนคลับคราวละหลายแสน แค่แฟนคลับขอเลื่อนไปให้ในวันข้างหน้า ก็ใส่อารมณ์ทวงถามทุกวัน ยังกับเขาเป็นลูกหนี้ พอได้ไม่ทันใจก็ขึ้นอี ขึ้นกู ด่าเสีย ๆ หาย ๆ
8. หลอกเรียกเงินศิลปินในสังกัดเป็นค่าลงยูทูบ ทั้งที่ส่วนเกี่ยวข้องเขาลงยูทูปให้ฟรี
9. ลักขโมยแม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวโรงแรม

10. หยิบฉวยผ้าพันคอแขกในร้านที่ลืมไว้เอา ไปฝากเมียที่บ้านอย่างหน้าไม่อาย
11. ไปกดค่าตัวศิลปินผู้ร่วมแสดง โดยโกหกว่างานขาดทุนเป็นประจำแล้วกล่าวโทษโยนความผิดให้หุ้นส่วน ว่าโกงเงินไป
12. เอาเพื่อนศิลปิน ไปใส่ร้ายกับแฟนคลับและคนอื่น ๆ ต่าง ๆ นานา แล้วพูดเอาดีใส่ตน

13. เนรคุณกับผู้มีพระคุณ และทุกคนไม่เลือกหน้า
14. เอาเพื่อนไปพูดว่า ชอบกินหรูอยู่สบาย ทำให้ตัวเองต้องสิ้นเปลืองไปด้วย ทั้งที่เพื่อนคนดังกล่าว ออกให้ทุกบาททุกสตางค์
15. ชอบกล่าวหาคนรอบตัวว่าเป็นคนไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้เพื่อไม่ให้ใคร ๆ เชื่อถือและไว้วางใจ
16. โกงค่าที่พักเพื่อนร่วมเดินทาง บางที่ฟรีแต่ก็เก็บตังค์เพื่อน บางที่ก็เรียกเก็บเกินความเป็นจริง

17. ชอบจัดงานการกุศล โดยเรี่ยไรเงินจากแฟนคลับมาเป็นจำนวนมาก แต่จัดให้วัดหรือโรงเรียนเพียงนิดหน่อย ที่เหลือนำมาใช้จ่ายส่วนตัว
18. ชอบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เพื่อเพิ่มคะแนนสงสารให้แก่ตัวเอง เปิดโอกาสให้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ
19. นำพาเพื่อนร่วมงานไปกินไปนอนที่บ้านเพื่อประหยัดค่าที่พัก แต่กลับไปอ้างบุญคุณว่ากินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา
20.ไปร้องเพลงต่างประเทศกับใคร ทุกทริปจะมีปัญหาเรื่องเงินหายกับคนที่ไปด้วยทุกครั้ง แล้วชอบเผาใส่ไฟลับหลังให้ FC ที่ต่างประเทศเกลียดอีกคน เพื่อให้ตัวเองน่าสงสารและหวังกอบโกยผลประโยชน์คนเดียว”

ซึ่งเมื่อปีที่แล้วกลายเป็นเรื่องราวดราม่าเข้าจนได้ เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีสาวนิรนามโพสต์ข้อความแฉตลกชื่อดัง “เอ เชิญยิ้ม” โดยอ้างว่า “ดิฉันเลี้ยงลูกให้เขา 15 ปี เขาไม่มาเหลียวแลเลย อยากให้เขามาช่วยดูบ้าง เดี๋ยวก็จะเรียนมหาวิทยาลัยดิฉันแย่แล้วไม่ค่อยมีเงินแล้ว” ซึ่งข้อความดังกล่าวนั้น ทางด้านภรรยาของตลกหนุ่มก็ได้มีการนำมาแชร์ต่อในโลกโซเชียลฯ โดยมีการระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า ให้ติดต่อกลับมาเพื่อพูดคุยกัน

เธอและสามีพร้อมที่จะชดเชยให้ทุกอย่าง รวมถึงตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งล่าสุดขณะที่ เอ เชิญยิ้ม เดินทางมาร่วมรายการ “เล่นใหญ่จัดใหญ่” ทางช่อง ฺBright TV เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสนี้ชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงอยากให้สาวนิรนามคนดังกล่าวแสดงตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป

แต่ถ้าหากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วยังเงียบ ตนก็จะขอเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้…”เรื่องมันสืบเนื่องมากจากการที่ผมเพิ่มนามสกุลตัวเอง ซึ่งเมื่อก่อนผมใช้ “เอ เชิญยิ้ม” มาโดยตลอด แต่ว่าล่าสุดผมเพิ่งจะมาทำงานเพลงและออกซิงเกิ้ลใหม่ ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ผมก็เลย อยากเพิ่มนามสกุลตัวเองให้เป็น “เอ ไมเนอร์” เพื่อให้คนฟังอินกับการทำงานเพลงของผมมากขึ้น

แต่มันก็ดันไปสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนบางคน ซึ่งเขาคิดว่าผมจะตัดขาดกับเชิญยิ้มแล้ว และตอนนั้นเองผมก็ได้อธิบายไปนะครับว่าผมไม่ได้คิดที่จะทรยศนามสกุลนี้เลย ผมยังคงใช้ชื่อ “เอ เชิญยิ้ม” เหมือนเดิม แต่ในบทบาทการเป็นนักร้องผมแค่หันมาใช้ “เอ ไมเนอร์” ก็เท่านั้นเอง “”ซึ่งภายหลังจากที่คลิปมันมีการออกโซเชียลไป ก็มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ต่างๆ นานา

แต่บังเอิญว่ามันมีคอมเม้นท์หนึ่งที่ทำให้คนในครอบครัวผมติดใจมาก ซึ่งก็คือคอมเม้นท์ที่บอกว่า “ผมไม่ช่วยดูแลลูกเลย เขามีลูกกับผมเมื่อ 16 ปีที่แล้ว และตอนนี้ลูกก็ อายุ 15 ปีแล้วด้วย” ตอนที่เห็นคอมเม้นท์ภรรยาผมเขาก็ไม่ได้ถามนะครับว่าจริงหรือไม่จริง แต่เขาขอให้ผมและเขาจับมือผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน คือถ้าเป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้ เราก็ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเต็มที่และพร้อมชดเชยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา”

“ถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่องผมได้พยายามสืบหาตัวเขาไหม เอ่อ…ผมไม่ทราบเลยครับว่าจะไปสืบจากตรงไหน แต่ผมอยากให้เขาออกมามากกว่า มาตรวจดีเอ็นเอกัน มาพิสูจน์กัน แต่ถ้าหากว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาพิมพ์มันเป็นแค่การคึกคะนองหรือแค่เล่นขำๆ อันนี้ผมเองก็อยากให้เขารีบออกมาขอโทษครอบครัวผม คนรอบข้างผม เพราะเขาทุกคนได้รับผลกระทบหมดเลย เรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับครอบครัวผมมากครับ”

“ผมยอมรับนะครับว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ช่วงที่ผมทำงานในคาเฟ่ เราเองก็มีโอกาสเจอกับคนมากหน้าหลายตา และก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับภรรยาบ่อย เพราะเขาต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่ผมไม่อยากจะฟันธงตรงนี้ไงครับว่าเรื่องนั้นมันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จริงหรือไม่จริง ผมอยากให้คนที่เขาคอมเม้นท์ออกมาเจอกันดีกว่า ออกมาพิสูจน์ให้ความจริงปรากฏ ดังนั้นตอนนี้ผมจึงไม่อยากฟันธงอะไรว่ามันจริงหรือไม่จริง

รอให้เขาออกมาเจอกันดีกว่าครับ” “แต่ผมเองก็หนักใจอยู่หนึ่งเรื่องตรงที่ ถ้าหากเขาไม่ออกมาเจอกันและปล่อยให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมก็คงจะต้องดำเนินการทุกอย่างตามกฏหมาย และปล่อยให้เจ้าหน้าที่เขาช่วยจัดการต่อไป อีกอย่างผมไม่อยากให้ใครมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำเพื่อการโปรโมทเพลงของผมด้วย เพราะผมคงไม่เอาสถาบันครอบครัวของผมมาแลกกับอะไรแบบนี้หรอก

ดังนั้นผมขอให้เวลาเขาไม่เกิน 1 อาทิตย์นี้ ให้เขาแสดงตัวออกมาจะจริงหรือไม่จริงก็มาเจอกันก่อน เพราะถ้าหากยังไม่ออกมาหลังจากเวลาที่กำหนดไว้ผมก็คงต้องขอดำเนินการทุกอย่างตามกฏหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิความถูกต้องครับ” “สำหรับภรรยาผมเอง ก็…ช่วงแรกๆ เขามั่นใจในตัวผมครับ แต่พอเวลามันผ่านไปนานขึ้น มีกระแสต่างๆ เข้ามาหามากขึ้น จิตใจของเขาที่เป็นผู้หญิงมันก็เริ่มมีหวั่นไหวบ้างเหมือนกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วเขาเองก็ยินดีที่จะยืนข้างเราเสมอและพร้อมที่จะชดเชย 15 ปีที่ผ่านมา หากเรื่องนี้คือเรื่องจริง เราก็ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ครับ” “ส่วนเรื่องที่เขาบอกว่าลูกกำลังจะเขามหาวิทยาลัย แต่ว่าลูกเพิ่งจะอายุ 15 ปี อันนี้ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้ลูกสาวผมอายุ 17 เขาก็สอบเทียบจนจบและก็พร้อมจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเหมือนกัน

ดังนั้นมันก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้ครับผมสำหรับเรื่องนี้” “สุดท้ายผมก็อยากจะบอกกับทุกคนที่ติดตามข่าวนี้นะครับว่าผมยังรอการพิสูจน์ ผมอยากให้ความจริงปรากฏ ดังนั้นผมจึงไม่อยากที่จะฟันธงชี้ชัดว่าเรื่องนี้มันจริงหรือไม่จริง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และความลับไม่มีในโลก อีกอย่างคือผมอยากให้เข้าใจด้วยว่าผมเป็นศิลปินเต็มตัว ผมมีเลือดนักแสดงเต็มตัว

ผมไม่ใช่คนที่เกาะกระแสจากข่าวฉาวเพื่อให้ผลงานที่ผมสร้างสรรค์ได้รับการยอมรับ ผมไม่มาเกาะกระแสจากข่าวคาวๆ แบบนี้แน่นอน และถึงฝากถึงคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ด้วยนะครับว่า ผมให้เวลาอีก 1 อาทิตย์นับจากนี้ในการออกมาเจอกันเพื่อพิสูจน์ความจริง เพื่อที่เราจะได้เดินหน้าจัดการทุกอย่างกันต่อไป แต่ถ้าหากไม่ออกมาผมก็คงต้องปกป้องตัวเองด้วยการพึ่งกฏหมายครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here