ชาวเน็ตแชร์สนั่น! ข้อความจากใจสาวอ้วน ถึงแฟนหนุ่มในวันติดยศ…ขอบคุณที่ไม่อาย กล้าจับมือกัน (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
175

ชาวเน็ตแชร์สนั่น! ข้อความจากใจสาวอ้วน ถึงแฟนหนุ่มในวันติดยศ…ขอบคุณที่ไม่อาย กล้าจับมือกัน

อิจฉาสนั่นโซเชียล… สาวอ้วนไม่กล้าไปยินดีแฟนหนุ่มในวันติดยศ แต่ท้ายที่สุดทุกโมเมนต์มีแต่รักเกินบรรยาย ว่ากันว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม ความรักทำให้เรายิ้มและมีความสุขในทุก ๆ วัน อีกทั้งความรักก็ไม่จำกัดอายุ เพศ หรือรูปร่าง เพียงแค่มีใจให้กันทุกอย่างก็ราบรื่น ดังเช่นเรื่องราวความรักของ คุณ เอิ้นแก้ม กะดั้ย ที่กำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์หนักมากในโลกออนไลน์ขณะนี้ (3 พฤษภาคม 2561)

โดยคุณ เอิ้นแก้ม กะดั้ย เล่าว่า เธอคบกับแฟนหนุ่มมาได้ 1 ปี 7 เดือนแล้ว แฟนของเธอเป็นผู้ชายที่ดีมาก และตอนนี้แฟนก็ประสบความสำเร็จในชีวิตการเป็นนักเรียนนายสิบ คือ ติดยศเป็นสิบตรี ซึ่งตอนแรกเธอไม่กล้าไปงานติดยศแฟน เนื่องจากกลัวว่าแฟนจะอายที่มีแฟนไม่สวยและอ้วน ทั้งที่แฟนหนุ่มก็บอกเธออยู่เสมอ ๆ ว่าอายทำไม ใครจะว่าไงก็ช่าง อีกทั้งตลอดเวลาแฟนไม่เคยขอให้เธอลดน้ำหนักเลย มีเเต่ให้กินเพิ่ม

และในวันที่แฟนหนุ่มประสบความสำเร็จ เธออยากขอบคุณที่ทำให้ผู้หญิงที่หุ่นคล้าย ๆ แมวน้ำคนนี้ได้ทุกอย่าง ขอบคุณที่กล้าจับมือและบอกทุกคนว่าเธอเป็นแฟน และท้ายที่สุดเธอคิดว่า เธอโชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอผู้ชายคนนี้… ด้านชาวเน็ตที่ได้อ่านเรื่องราวความรักดังกล่าว ต่างเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม โดยระบุว่า ดีใจด้วยที่เจอรักแท้ โชคดีมาก ๆ หากรักกันด้วยใจก็จะอยู่ด้วยกันได้แบบยาว ๆ

ขอให้รักษาความรักที่ดีแบบนี้ตลอดไป ซึ่งเดียวเราจะพาทุกคนมาดูว่ากว่าจะเป็นตำรวจได้ต้องมีระเบียบมากแค่ไหนทำหนังสือแจกแจงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว สำหรับ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พุทธศักราช 2561 โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 30 เมษายน 2561 ทั้งนี้ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติล่าสุด ระบุว่า

เครื่องแบบตำรวจเป็นเครื่องแบบแสดงถึงสัญลักษณ์ของผู้แต่งว่าเป็นข้าราชการผู้ทรงเกียรติเหล่าหนึ่งที่มีภารกิจเป็นผู้รักษากฎหมายและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนให้มีความสงบและเกิดประโยชน์สุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความประสงค์ ให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกคนมีภาพลักษณ์ที่ดี เหมาะสมกับการเป็นผู้ที่อยู่ในระเบียบวินัย

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความมีระเบียบวินัยของข้าราชการตำรวจอันจะก่อให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใสแก่ประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2559 ข้าราชการตำรวจชายทุกคนเมื่อแต่งเครื่องแบบ ให้ตัดผมสั้น ด้านข้างขวาขาวทั้ง 3 ด้าน ด้านบนความยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร

ส่วนข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่การสืบสวนหรือการข่าว หรือป้องกันปราบปรามยาเสพติดเมื่อไม่แต่งเครื่องแบบ ให้ไว้ผมรองทรงสูง การไว้ผมของข้าราชการตำรวจหญิงเมื่อแต่งเครื่องแบบ กำหนดว่า ต้องไม่ปล่อยให้ผมยาวประบ่า หรือปรกบ่าจนปิดอินทรธนู หากไว้ผมยาวต้องขมวดปลายผมให้เรียบร้อย ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ขมวดปลายผมให้ใช้สีดำเพียงสีเดียว หากจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งทรงผมประกอบ

ควรให้ใช้กิ๊บหรือริบบิ้นขนาดเล็กสีดำเพียงสีเดียว และห้ามไว้ผมเปีย ผมแกละ ผมทรงหางม้า ผมม้า (ผมปรกหน้า) หรือทรงผมอื่นที่ไม่เหมาะสม ข้าราชการตำรวจทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ นายตำรวจราชองครักษ์ ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้และตามแนวทางที่หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์กำหนด ห้ามข้าราชการตำรวจทำสีผม หากจำเป็นต้องทำสีผม ให้ทำสีผมเป็นสีดำได้เพียงสีเดียว และห้ามใช้ครีมแต่งผม

หรือสารอื่นใดตกแต่งทรงผมให้มองดูแล้วเหมือนผมเปียก สำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่การสืบสวนหรือการหาข่าวในการถวายความปลอดภัยหรือการอารักขาบุคคลสำคัญ ให้แต่งกายแบบสากลนิยม (ชุดสูท หรือเสื้อทรงซาฟารี) และติดเครื่องหมายบอกฝ่าย (ถ้ามี) อย่างไรก็ตาม ข้าราชการตำรวจทุกคนจะต้องประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยโดยเคร่งครัด เมื่อแต่งเครื่องแบบต้องแต่งกายให้เรียบร้อย

หลีกเลี่ยงแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ เช่น ยืนกอดอก ล้วงกระเป๋า ยืนพิง เท้าแขน เท้าเอว หรือนั่งไขว่ห้าง เป็นต้น ตลอดจนไม่แสดงกิริยาวาจาใด ๆ ในลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน ส่วนเครื่องแบบตำรวจที่ใช้สีกากี ให้ใช้ผ้าสีกากีพระราชทาน (สนว.01) มอบหมายให้สำนักงานจเรตำรวจ หรือผู้บังคับบัญชาแล้วแต่กรณี ตรวจสอบกวดขันดูแลการปฏิบัติตามระเบียบนี้

และรายงานผลการตรวจสอบและการกวดขันดังกล่าว ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ผ่านกองวินัย ตามห้วงระยะเวลาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ถ้าจะกล่าวไปประเทศไทยเริ่มมีการใช้ยศตำรวจตามแบบชาติตะวันตกตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่อยู่ในช่วงการปรับปรุงและจัดระบบระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตกในทุกด้าน

ซึ่งสำหรับหน่วยงานตำรวจชั้นสัญญาบัตรของไทยนั้น จะต้องเป็นยศที่มีพระบรมราชโองการพระราชทานยศจากพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น เมื่อมีการแต่งตั้งยศของตำรวจชั้นสัญญาบัตรใดๆ จะมีคำว่า “ว่าที่” ของยศนำหน้า จนกว่าจะได้นำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ให้พระบรมราชโองการพระราชทานยศแล้วจึงจะนำคำนำหน้า “ว่าที่” ออกได้ จะมีข้อยกว้นสำหรับยศตำรวจชั้นนายพล

ซึ่งพระมหากษัตริย์จะโปรให้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศไปพร้อมๆกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เพราะฉะนั้นเราสามารถแบ่งยศของตำรวจตามลำดับขั้นจากยศสูงสุดลงไปต่ำสุดดังนี้ สำหรับชั้นยศพลตำรวจจัตวานั้นเป็นชั้นยศระดับนายพลขั้นต่ำที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้จะไม่มีการแต่งตั้งชั้นยศพลจัตวาอีก เราจึงไม่ค่อยพบเจอผู้ใดดำรงตำแหน่งยศนี้ แต่ยังต้องคงยศไว้ตามกฎหมาย สาเหตุมาจากนายตำรวจชั้นยศระดับนายพลมีมากเกินไป

จึงได้จัดให้มีการแต่งตั้งนายตำรวจที่มีอัตราเงินเดือนเทียบเท่านายพลจัตวาเป็นพันตำรวจเอก(พิเศษ) ซึ่งถือได้ว่าเป็นยศที่เสมอกัน สุดท้ายการเรียกชื่อตำแหน่งของตำรวจที่มียศมีตำแหน่งบางคนอาจจะไม่ชินหรือเรียกไม่ถนัด ชอบเรียกคำที่เป็นภาษาชาวบ้านมากกว่า โดยเราสามารถเรียกง่ายๆ จากกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ออกระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561 ใจความระบุ “เมื่อแต่งเครื่องแบบ ให้ตัดผมสั้น ด้านข้างขาวทั้ง 3 ด้าน ด้านบนความยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร ข้าราชการตำรวจชายที่ปฏิบัติหน้าที่การสืบสวน หรือการข่าวหรือป้องกันปราบปรามยาเสพติดเมื่อไม่แต่งเครื่องแบบ ให้ไว้ผมรองทรงสูง” วันนี้ (2 พ.ค. 61) ส.ต.ต.วิทวัช วงษ์วัฒนา ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์

ซึ่งตัดผมสั้นเกรียนตามระเบียบ เปิดเผยว่า ตนตัดผมตามระเบียบของตร. มาตั้งแต่ช่วงออกกฏเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว โดยทรงผมดังกล่าว คล้ายทรงนักเรียน แต่ด้านบนจะไม่ตั้งเหมือนของนักเรียน ด้านข้างและด้านหลังสีขาว ซึ่งเวลาไปตัดผมจะบอกช่างว่าข้างบน เบอร์ 2 ข้างล่างเบอร์ 0 คือด้านข้างเกรียน ด้านบนยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร ซึ่งระเบียบดังกล่าวมีมานานแล้ว ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ

โดยส่วนใหญ่ตนจะตัดผมที่ร้าน 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ตนคิดว่าทรงนี้ตัดง่าย เพราะเป็นการไถเกรียนทั้งหมด ซึ่งก็เข้ากับสภาพอากาศของเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่สเปรย์ หรือเซตผมอยู่แล้ว เพราะเมื่อปฏิบัติหน้าที่ต้องใส่หมวกคลุมผม ทั้งนี้ ผมของตนขณะนี้ถือว่าเริ่มยาวแล้ว เพราะตัดมากว่า 1 สัปดาห์ ใกล้ถึงวงรอบที่จะต้องตัดอีกครั้ง

โดยยืนยันว่า ไม่ได้ลำบากในการตัดผมตามระเบียบ เพราะส่วนตัวชอบตัดผมสั้นอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ต่อสายตาประชาชน เนื่องจากดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยปกติที่ สภ.ก็จะมีการตรวจทรงผมเป็นประจำ ด้าน ร.ต.อ.สง่า ทาเสนาะ รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์

เผยว่า ทรงผมที่ตนตัด เรียกว่า ทรงขาว 3 ด้าน ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งร้านตัดผมส่วนใหญ่จะทราบ หากระบุว่าตัดทรงตำรวจ เนื่องจากด้านข้างและด้านหลังจะต้องเกรียนขาว ด้านบนยาวได้ไม่เกิน 3 เซนติเมตร ส่วนตัวต้องตัดถึงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยจะตัดที่ร้านตลอด มีบางครั้งเคยให้น้องสาวตัดให้ เพราะตัดไม่ยาก ด้านข้างไถปกติ ด้านบนเป็นรองหวี เบอร์ 1 หรือ เบอร์ 2

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here