‘สาวเหนือ’ สาธิตวิธีขุดแมงมัน เมนูเด็ดที่มีแค่ช่วงนี้-หาได้ที่สวนหลังบ้าน ขายได้กิโลละ 2 พัน! (ชมคลิป-รายละเอียด)

0
354

‘สาวเหนือ’ สาธิตวิธีขุดแมงมัน เมนูเด็ดที่มีแค่ช่วงนี้-หาได้ที่สวนหลังบ้าน ขายได้กิโลละ 2 พัน!

เป็นอีกหนึ่งเมนูพื้นบ้านที่หลายคนชื่นชอบ ที่มีให้รับประทานเฉพาะช่วงนี้ของปีเท่านั้นสำหรับ ‘แมงมัน’ โดยสมาชิกเฟซบุ๊กชาวเชียงใหม่ ‘สุภาวรรณ ใคร้คำ’ ได้โพสต์คลิปของตัวเองขณะไปขุดหาแมงมัน โดยค่อยๆ ใช้ที่คีบคีบแมงมันที่เดินออกมาจากรู ซึ่งบอกเลยว่าไม่ง่ายนัก เธอบอกว่าที่ตลาดขายแมงมันตัวละ 2 บาท “เก็บแมงมันครั้งแรก ถึงว่าทำไมเขาขายกันตัวละ 2 บาท กว่าจะเก็บได้อุปสรรคเยอะมาก 5555

คลิป

ทั้งโดนแม่มันกัดโดนยุงกัด ร้อนก็ร้อน!!!! เข้าใจแล้ว กำนี้เปิ้ลขายตี้ไหนสูจะไปต่อราคาเปิ้ลเน้อเจ้า สำหรับแมงมัน คือมดชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่มดราชินี อาศัยอยู่ตามดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ แต่ไม่ก่อดินสูงเหมือนปลวก ใน 1 ปี แมงมันจะออกจากรูเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น เพราะน้ำฝนซึมเข้าไปในรูทำให้แมงมันอยู่ไม่ได้ต้องออกมาบนผิวดิน สำหรับแมงมันที่เอามารับประทานจะเป็นตัวเมียเท่านั้น โดยแมงมันตัวเมียซื้อขายกันอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000-2,000 บาท เลยทีเดียว

เดี๋ยวเราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับแมงมันกันนะค่ะ แมงมันเป็นสัตว์ที่มีลักษณะแตกต่างกันอยู่ ๓ ลักษณะ ถ้าเป็นแม่แมงมันจะมีลักษณะคล้ายมดคันตัวเล็กๆ สีแดงออกส้ม กัดเจ็บและคันมาก ลักษณะที่สอง คือ ไข่ มีลักษณะคล้ายไข่มดแดง มีสีนวล เรียกไข่แมงมัน อยู่ในดินลึกประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ลักษณะที่สามลูกแมงมันจัดอยู่ในประเภทแมงชนิดหนึ่งมีปีกคล้ายกับลูกมดแดงแต่ตัวใหญ่กว่า

ส่วนท้ายจะป่องมากมีสีน้ำตาลไหม้ บินได้ ชนิดที่เป็นแมลงนี้เรียก “ลูกแมงมัน” ซึ่งมีทั้งตัวผู้และตัวเมียสำหรับตัวผู้ตัวจะเล็กกว่าตัวเมียและสีออกเหลือง ลูกแมงมัน จะบินไปผสมพันธุ์ใหม่และสร้างที่อยู่ใหม่ ถิ่นที่อยู่ แมงมันชอบอาศัยอยู่ตามที่ดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อ ดินหรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก ในรอบหนึ่งปีแมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนพฤษภาคม

คือฤดูฝน เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดินทำให้ แมงมันอยู่ไม่ได้จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน แมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมาแม่จะออกมา ก่อนเพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรูประมาณ ๓ ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะต้องออกมา ความสัมพันธ์กับชุมชน แมงมันเป็นอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคเหนือ

เป็นอาหารประเภทหายาก เพราะไม่สามารถ เลี้ยงหรือเพาะพันธุ์ได้ ชาวบ้านนิยมรับประทานแมงมันทั้งไข่และลูก วิธีการ ก็คือถ้าเป็นไข่จะขุดเอาไข่แมงมันกันในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนมากชาวบ้านจะไปหาขุดตามป่าละเมาะหรือที่ไกลบ้าน ไม่นิยมขุดไข่แมงมันในบ้านของตนเอง เพราะธรรมชาติของแมงมัน ถ้าไปรบกวนหรือขุดเอาไข่มารับประทาน แม่แมงมันจะหนีไปอยู่ที่อื่นชาวบ้านจะต้องใช้ความจำว่า

แมงมันเคยออกจากรูตรงไหน พอถึงเดือนพฤษภาคมทุกปีจะต้องไปดูและเก็บลูกแมงมันเฉพาะตัวเมียมาทำอาหารรับประทาน ส่วนตัวผู้ไม่นิยม รับประทาน เพราะว่าจะออกรสขม ความมันมีน้อยกว่าตัวเมีย แมงมันจะเปลี่ยนสภาพจากตัวเมียเป็นตัวผู้ในช่วง ๕ – ๖ ปี ไข่แมงมันรวมกันเป็นกระจุก ชาวบ้านจะใช้ช้อนตักไข่แมงมันใส่ภาชนะ ซึ่งจะได้ทั้งดินและรากไม้ปะปนมาด้วย หลัง จากนั้นก็นำไข่แมงมันใส่ในถังน้ำ

เพื่อช้อนเอาไข่แมงมันที่ลอยน้ำขึ้นมา ไข่แมงมันสามารประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น เจียว ใส่ไข่ ต้มใส่ผักกาด หรือผักขม ใส่น้ำขลุกขลิก ใส่กะปิ หอมแดง รับประทานกับพริกแห้ง ปิ้งไฟตำกับเกลือทางเหนือเรียกน้ำพริกดำ นอกจากนี้ไข่แมงมันยังสามารถเก็บไว้รับประทานนานๆ ได้ โดยการดองไข่แมงมัน วิธีการก็คือ ต้มน้ำให้สุกหรือน้ำแช่ข้าวเหนียว (น้ำข้าวมวก) เกลือ ดองในภาชนะที่มีฝาปิด หรือถ้าต้องการรับประทาน

เร็วขึ้นก็นำภาชนะที่ดองแมงมันไปตากแดด วิธีรับประทานโดยการนำไข่แมงมันดองมาโรยด้วยพริกแห้งปิ้ง โขลกหยาบๆ โรยหน้า พร้อมกับต้นหอมผักชีรับประทานกับสะเดาที่ลวกแล้ว นับเป็นอาหารพิเศษที่หารับประทานได้ไม่ง่ายนักของชาวบ้านในภาคเหนือ เรียก “แมลงมันจ่อม” (แมงมันจ่อม) สำหรับลูกแมงมัน ชาวบ้านจะเตรียมอุปกรณ์ คือ ขวดน้ำเปล่า ขี้เถ้า โคมน้ำมันก๊าซไปนั่งเฝ้าปากรูแมงมัน ใช้ขี้เถ้าโรยรอบตัว

คนนั่งเป็นวงกลมป้องกันไม่ให้แม่แมงมันกัด ลูกแมงมันจะออกจากรูมากที่สุด คือ ช่วง ๕ – ๖ โมงเย็นไปจนถึงสองทุ่ม ในบริเวณใกล้ๆ อาจมีรูแมงมันมากกว่าสองรู บางปีลูกแมงมันกว่าจะหมดรังต้องใช้เวลาสองวัน ธรรมชาติของแมงมันเหมือนกับแมงเม่า แต่แมงมันจะมีกากมากกว่า นอกจากไข่แล้วตัวลูกแมงมันที่มีปีก ชาวบ้านนิยม นำมาคั่วใส่เกลือนิดหน่อยไม่ใช้น้ำมัน ถ้าใช้น้ำมันปีกแมงมันจะเหนียวไม่หลุดออกจากตัว

ชาวบ้านเรียก “แมงมันคั่ว” แมงมันคั่ว เด็ดปีกออกโขลกกับน้ำพริกแทนปลาเรียก “น้ำพริกแมงมัน” ความสำคัญทางเศรษฐกิจ แมงมัน เป็นอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ไม่ง่ายนักจึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมรับประทานทั้งไข่ และลูกแมงมัน เฉพาะตัวเมีย ดังนั้นแมงมันจึงมีราคาดีพอสมควรเพราะนอกจากจะมีน้อยแล้วปีหนึ่งๆ จะมีให้รับประทานเพียงครั้งเดียว ไข่แมงมันที่ เรียกว่า “แมงมันจ่อม” ขายเป็นช้อน (คาว) ๆละ ๕ บาท

ลูกแมงมันที่คั่วแล้วใช้ถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ เป็นถ้วยตวงถ้วยละ ๑๐ บาท ถ้าเป็น ขีดๆละ ๒๐ บาท ส่วนแมงมันตัวผู้จะใช้เป็นเหยื่อตกเบ็ดปลาช่อนปลาสลิด แม่แมงมันถ้าหากกัดแล้วจะมีความรู้สึกคันมาก ผิวหนังจะเกิดผื่นแดงๆ ชาวบ้านมีวิธีหนังค่อยๆ หายไป ขายได้แมงมัน เป็นอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ไม่ง่ายนักจึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมรับประทานทั้งไข่ และลูกแมงมัน เฉพาะตัวเมีย

ดังนั้นแมงมันจึงมีราคาดีพอสมควรเพราะนอกจากจะมีน้อยแล้วปีหนึ่งๆ จะมีให้รับประทานเพียงครั้งเดียว ไข่แมงมันที่ เรียกว่า “แมงมันจ่อม” ขายเป็นช้อน (คาว) ๆละ 20 บาท ลูกแมงมันที่คั่วแล้วใช้ถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ เป็นถ้วยตวงถ้วยละ 60 บาท ถ้าเป็น ขีดๆละ 100 บาท ส่วนแมงมันตัวผู้จะใช้เป็นเหยื่อตกเบ็ดปลาช่อนปลาสลิด แมงมันชอบอาศัยอยู่ตามที่ดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง

ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อ ดินหรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก ในรอบหนึ่งปีแมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนพฤษภาคม คือฤดูฝน เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดินทำให้ แมงมันอยู่ไม่ได้จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน แมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมาแม่จะออกมา ก่อนเพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรูประมาณ 3 ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะต้องออกมา

ชาวบ้านในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พากันไปขุดเอาไข่แมงมันจากโพรงอใต้ดิน เพื่อนำไปวางขายตามตลาดสด ซึ่งความยากลำบากในการหาและขุดเอาไข่แมงมันออกมา ทำให้ไข่แมงมันมีราคาสูงและทำให้บางคนมีรายได้เกือบหมื่นบาทต่อวัน มากน้อยตามแต่ประสบการณ์ โดยหากเป็นไข่เม็ดทรายหรือไข่ขนาดเล็ก ราคากิโลกรัมละ 1,200 บาท แต่หากเป็นไข่ลูกใหญ่ ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 1,800 บาท

ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดที่รับซื้อ จะนำไปแบ่งขายในถ้วยขนาดเล็ก ราคาถ้วยละ 20 – 30 บาท เพื่อให้ลูกค้าพอซื้อหาไปประกอบอาหารรับประทานได้ สำหรับไข่แมงมันเป็นอาหารจากธรรมชาติตามฤดูกาลที่มีเพียงปีละครั้ง ชาวบ้านจะนำทำอาหารเป็นเมนูพื้นบ้านภาคเหนือได้หลากหลาย โดยไข่เม็ดทรายนำไปทำแมงมันจ่อม ส่วนไข่ลูกโตจะนำไปตุ๋นใส่ไข่ หรือ ทำเป็นไข่เจียว

ถือเป็นอีกสุดยอดเมนูของปีที่ชาวบ้านชื่นชอบ และต้องหารับประทานให้ได้ปีละครั้งนางจุรีพร ศิริวงศ์จันทร์ อายุ 45 ปี แม่ค้าในตลาดสดป่าข่อยใต้ บอกว่า ไข่แมงมันขายดีมาก ได้มาเท่าไหร่ขายหมดทุกวัน นอกจากจะขายไข่แมงมันให้ลูกค้านำไปทำอาหาร ยังทำยำไข่แมงมันขาย ใส่ทั้งผักชี พริก และ เครื่องปรุง ขายถุงละ 20 บาท

ชาวบ้านนิยมซื้อไปรับประทานเป็นอาหารยอดนิยม ซึ่งไข่แมงมันจะมีให้รับประทานในช่วงนี้ไปถึงเดือนมีนาคม จากนั้นไข่จะฟักตัวกลายเป็นแมงมันมีปีกและออกมาผสมพันธุ์ในช่วงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านก็จะดักจับและนำไปคั่วเกลือและนำไปขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000 – 2,500 บาท

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here