เผย! ‘สันธนะ’ มอบตัวเพราะปกป้องชีวิตลูกชาย หลังถูก ตร.ล้อมบ้านลูกกลางดึก! (มีคลิป)

0
355

เผย! ‘สันธนะ’ มอบตัวเพราะปกป้องชีวิตลูกชาย หลังถูก ตร.ล้อมบ้านลูกกลางดึก!

พ.ต.ท. สันธนะ เผยเตรียมเข้ามอบตัววันนี้ (12 พ.ค.) พร้อมปฏิเสธทุกข้อหา ชี้ใครคิดว่าตัวเองกรรโชกทรัพย์ ให้มาชี้ตัวที่โรงพักได้เลย คืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ในข้อหากรรโชกทรัพย์ พร้อมกับพวก 11 คน รวม 45 หมาย

คลิป

ซึ่งวานนี้ (12 พฤษภาคม 2561) เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่เข้าปิดล้อมบ้านพักในช่วงเย็น แต่ไม่สามารถเข้าตรวจค้นภายในบ้านได้ เนื่องจากยังไม่มีหมาย ขณะที่ต่อมาพบว่า นายพสิฐ ประยูรรัตน์ บุตรชายของ พ.ต.ท. สันธนะ ได้ปีนออกทางรั้วประตูบ้าน โดยให้เหตุผลว่า ต้องการออกไปอยู่ที่บ้านหลังอื่น เนื่องจากต้องไปเรียน ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในวันเดียวกัน

รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเองยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตนเองรู้ว่าเจ้าหน้าที่ต้องการตัวตนมาก เพราะตนมีเอกสารโคตรโกงอยู่ ตนเองยืนยันว่าตนไม่ได้รับส่วย หรือกรรโชกทรัพย์แม่ค้า และพร้อมจะยืนมอบตัวเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ ในวันพรุ่งนี้ (12 พฤษภาคม) แต่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่มารับตัวที่บ้าน

เพราะหากตนออกไปเอง จะต้องถูกจับที่หน้าบ้านแน่ ซึ่งนั่นหมายความว่าตนเองไม่ได้เข้ามอบตัว แต่เป็นการถูกจับกุม โดย พ.ต.ท. สันธนะ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ลูกชายต้องปีนออกจากบ้าน เพราะไม่สามารถเปิดประตูออกจากบ้านได้นั้น ว่า ตอนนั้นตนเองทำธุระอยู่ ลูกชายจึงปีนออกไปเอง เขาไม่รอ ตนเองเป็นห่วงลูกชาย เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก

“ทำพ่อไม่ได้ ทำลูก อยากทำ ให้มันรู้ไปประเทศนี้” “พวกคุณไม่มีวันได้หรอก เอกสารโคตรโกง” พ.ต.ท. สันธนะ เผยต่อว่า ที่ตนเองมาอยู่บ้านนี้ เพราะเป็นบ้านพ่อตน ตนมาเพื่อต้องการกราบเท้าท่านเป็นสิริมงคลก่อนสู้คดี ซึ่งตนไม่เคยหลบหนี เมื่อถูกหมายจับก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะตนบริสุทธิ์ใจ การเก็บเงินดังกล่าวเป็นการเก็บค่าส่วนกลาง แต่หากผู้ค้าคนใดคิดว่าตนเองกรรโชกเรียกทรัพย์จริง

ก็ขอให้ไปชี้ตัวที่โรงพักได้เลย ลูกชายสันธนะ เผย ต้องปีนรั้วออกไปเรียนหลังเจอตำรวจล้อมบ้าน เชื่อพ่ออาจถูกกลั่นแกล้ง เพราะข้อหาที่โดนนั้นเล็ก และตัวเองก็ไม่ชอบนิสัยบางอย่างของพ่อเช่นกัน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับกุมตัว พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด แต่ไม่พบ ซึ่งภายหลัง พ.ต.ท. สันธนะ

จะขอมอบตัววันที่ 12 พฤษภาคมนี้ในช่วงเช้า (อ่านข่าว สันธนะ จ่อเข้ามอบตัวเช้าวันที่ 12 พ.ค. ขอตำรวจ สน.โชคชัย รับตัวเพื่อความปลอดภัย) ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 เฟซบุ๊ก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 รายงานว่า นายพสิฐ ประยูรรัตน์ บุตรชายของ พ.ต.ท. สันธนะ เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า

การที่ตำรวจล้อมบ้าน ทำให้ตนหากุญแจบ้านที่พ่อเก็บไว้ไม่เจอ ต้องปีนรั้วออกจากบ้านกลางดึกเพื่อไปเรียน ขณะเดียวกัน ข้อหาที่พ่อโดนนั้น ถือว่าเป็นข้อหาเล็ก ๆ อาจจะถูกกลั่นแกล้งก็ได้ แม้ว่าบางทีตนก็ไม่ชอบนิสัยบางอย่างของพ่อเช่นกัน เช่น พูดมาก โผงผาง และอาจทำให้คนอื่นหมั่นไส้

(12 พ.ค.) บรรยากาศที่บริเวณหน้าบ้านของบิดา พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านเลียบทางด่วน ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ ได้เปิดบ้านพักให้กับสื่อมวลชนได้เข้าไปสัมภาษณ์โดยไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปด้านใน

พ.ต.ท.สันธนะ ยืนยัน ในวันนี้ จะเข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่ร้องขอให้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย นำหมายจับจากศาลมารับมอบตัว ตนเองที่บ้าน หลังถูกออกหมายจับ ข้อหากรรโชกทรัพย์และฟอกเงิน จำนวน 8 หมาย

โดย พ.ต.ท.สันธนะ ยืนยันว่า ไม่คิดจะหลบหนี และพร้อมจะต่อสู้คดี ส่วนการที่ตำรวจนำกำลัง มาล้อมที่บ้าน ของบิดา ตนเองนั้น คิดว่าเป็นการใช้กำลังที่เกินกว่าเหตุ ส่วนกรณีที่บุตรชายของตนเอง ปีนออกจากบ้านพัก และถูกควบคุมตัว ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ได้ มอบหมายให้ทนายความไปดูแลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปแสดงหมายจับและเชิญตัว พ.ต.ท.สันธนะ มาที่ สน.โชคชัย เพื่อทำบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนจะคุมตัวไปส่งยัง สน.ดอนเมือง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่รับไปดำเนินคดีต่อไป

สันธนะ ร่ำไห้ ยกมือท่วมหัว ขอเอาชีวิตพ่อแม่เป็นเดิมพัน ยันไม่เคยทำผิด น้ำตาลูกผู้ชายวันนี้ไม่ได้แกล้งทำ ตัดสินใจทำลายเอกสารโคตรโกงที่เคยจะส่งให้นายกฯ

พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ก่อนการมอบตัวว่า ในวันนี้ตนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เพราะต้องปกป้องคนที่บ้าน และมีคนบอกว่าตนเหมือนจำอวด แต่ที่ตนกระทำลงไปก็เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม และตนได้ทำลายเอกสารที่อาจพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ส่อแววทุจริตไปแล้ว และขอต่อสู้ในขบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ยังกล่าวตัดพ้อวงการสีกากีด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนภูมิใจในการรับราชการ แต่ครั้งนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ตนไม่ใช่คนดี แต่ไม่ใช่คนเลวระยำ ผิดจากคนอื่นที่ทำตัวเป็นคนดี ซึ่งไม่เคยคาดหวังในกระบวนการเบื้องต้น ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปแล้ว แต่มีอยู่องค์กรเดียวที่ไม่เปลี่ยนไป แต่ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของศาล

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวทั้งน้ำตาพร้อมพนมมือ

“ผมขอสาบานด้วยชีวิตของพ่อแม่และตนว่า สิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด ส่วนน้ำตาที่ไหลก็เป็นน้ำตาที่เกิดจากความห่วงใย พ่อแม่ ครอบครัว และสังคม ที่ต่อจากนี้ผมอาจไม่ได้ดูแล”

จากนั้น พ.ต.ท.สันธนะได้ลุกขึ้นและเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน และถอดเสื้อ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการมอบตัว ไม่ขัดขืน ก่อนจะชูมือยกขึ้น และเดินออกมา โดยมีพ.ต.ท.กิตติศักดิ์ บุญเต็ม สวป.สน.โชคชัย เข้าแสดงหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1021/2561 ลงวันที่ 11 พ.ค. 2561 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก่อนที่พ.ต.ท.สันธนะและทนายความจะเดินขึ้นรถตู้ไปรับทราบข้อหา ที่สน.โชคชัย

ต่อมาเวลา 07.00 น. พ.ต.ท.สันธนะเดินทางมาถึงสน.โชคชัย โดยมีพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย รอรับตัว พร้อมแจ้งข้อหาและสิทธิให้รับทราบ ซึ่งทางตำรวจแจ้งว่าเป็นการจับกุมตามหมายจับ แต่พ.ต.ท.สันธนะแย้งว่าเป็นการมอบตัว จึงเกิดการโต้เถียงอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่ พ.ต.ท.สันธนะจะอ่อนลงและยอมให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งตำรวจสน.โชคชัยได้จับกุมตามหมายจับ ก่อนจะทำการสอบปากคำและส่งตัว พ.ต.ท.สันธนะไปสน.ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เจ้าของคดีต่อไป

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า หากใคร หรือกิจการใด ถูกตนข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เหมือนกับที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำอยู่ ทุกคนรักพ่อแม่ ผมขอเอาชีวิตพ่อกับแม่เป็นเดิมพัน หากตนทำเลว ขอให้ท่านได้มีอันเป็นไป เหมือนกับชีวิตผม น้ำตาลูกผู้ชายวันนี้ คงแสดงไม่ได้ขนาดนี้ ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจ และอยากให้ตำรวจทุกคนเข้าใจ ใครทำกับผม ขอให้ส่งผลกลับไปถึงครอบครัว พ่อแม่ ลูก ภรรยา ของคุณทุกชีวิตเช่นเดียวกัน

ทังนี้ ผมไม่มีโอกาสพูดคุยให้สังคมเข้าใจอีกแล้ว ผมไม่ได้แอ็กชั่น ไม่ได้ดราม่า แต่มันออกมาจากจิตใต้สำนึก เพราะคนที่ทำผมคือ ตำรวจ ซึ่งเป็นอาชีพเก่าของผม ซึ่งตอนนั้นผมไม่เคยทำแบบนี้ แต่ผมกลับถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐแบบนั้น แต่ต้องเข้าใจว่า ถ้าทุกคนมีหัวใจแบบตน จึงจะเข้าใจว่า ทำไมตนจึงมีพฤติกรรมเช่นนี้

“ผมมีความภูมิใจที่ได้เป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณกับฟ้า และฟ้าก็เมตตาผมได้ให้ปฏิบัติหน้าที่ของผมมาโดยตลอด แม้ไม่สำเร็จ และฟ้าก็จากไป ผมขอคืนชีวิตของผม หากกลับไปผมไม่รู้ว่าจะได้อยู่บนฟ้าหรือขุมนรกไหน แต่ขอให้ฟ้าได้ให้โอกาสผมได้รับใช้ฟ้าอีกครั้งจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยุ่งเหยิงมากเกินไป เพราะผมไม่สามารถรับผิดชอบหลายๆ ชีวิตที่ผ่านมาได้อีก ผมจึงทำลายเอกสารโคตรโกงให้หมดสิ้น ซึ่งเอกสารดังกล่าวผมมีความตั้งใจที่จะมอบให้กับผู้มีอำนาจ อยากให้ท่านผู้มีอำนาจรับทราบไว้”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here