เปิดภาพมุมสูง ลาวากลืนเมือง คนฮาวายเริ่มเหนื่อยท้อ ยังไม่มีสัญญาณว่าจะสงบ (ชมคลิป)

0
535

เปิดภาพมุมสูง ลาวากลืนเมือง คนฮาวายเริ่มเหนื่อยท้อ ลาวาปะทุ ยังไม่มีสัญญาณว่าจะสงบ 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภัยพิบัติรุนแรงจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดในพื้นที่เกาะฮาวาย เกาะใหญ่ที่สุดในมลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ยังคงแผ่กระจายสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธารลาวาพลังมหาศาลยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่งลง ยังค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างไร้ทิศทางเข้าทำลายพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องอพยพผู้คนบนเกาะอีกหลายพันชีวิต

คลิป

สถานการณ์ภัยพิบัติบนเกาะฮาวายยังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 มาตราแมกนิจูด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ไปกระตุ้นการปะทุของภูเขาไฟกิลาอัว ปล่อยพลังงานในรูปแบบธาราลาวาจำนวนมหาศาลออกมา ทางการสหรัฐฯ ได้เฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด พร้อมกับสั่งอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับธารลาวานี้

ขณะนี้ประชาชนบนเกาะฮาวาย เกาะใหญ่ที่สุดในมลรัฐ เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับภัยพิบัติครั้งนี้ เพราะธารลาวาพลังงานมหาศาลนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ยังคงเคลื่อนตัวช้าๆ ไปอย่างไร้ทิศทาง บางคนรู้สึกท้อแท้เพราะไม่ทราบเลยว่า ธารลาวาจะไหลมาทำลายบ้านตัวเองเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานบ้านเรือนประชาชนบนเกาะฮาวายพังเสียหายราวๆ 30 หลังคาเรือน

- Advertisement -

เพราะได้รับผลกระทบจากธารลาวา ทางการได้ประกาศให้เขตพูนา เกาะฮาวาย เป็นพื้นที่อันตราย พร้อมกับสั่งอพยพประชาชนอีกราวๆ 1,700 คนออกจากพื้นที่แล้ว ภูเขาไฟ คิลาเว ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง พ่นลาวาขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงอย่างต่อเนื่อง หลังเหตุแผ่นดินไหวเอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าของวันนี้ (5 พ.ค.) ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด

ซึ่งนับเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ของฮาวาย ส่งผลให้ภูเขาไฟคิลาเว บนเกาะใหญ่ของฮาวาย ที่ซึ่งเริ่มปะทุตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 จากเหตุแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง วัดขนาดความรุนแรงได้ 4.6 และ 5 แมกนิจูด กลับมาปะทุอีกรอบ โดยได้พ่นลาวาพุ่งสู่งไปในท้องฟ้าถึง 30 เมตร และลาวาที่พวยพุ่งออกมาได้ไหลลงไปยังชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง

ส่งผลให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนจำนวนเกือบหมื่นคน ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานว่านับตั้งแต่ที่ภูเขาไฟเริ่มปะทุได้เกิดแผ่นดินไหวอ๊าฟเตอร์ช็อกตามมาถึงกว่า 110 ครั้ง ในรอบ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ตามรายงานของหน่วยป้องกันสาธารณะภัยระบุว่าในพื้นที่โดยรอบของภูเขาไฟได้ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดอ็อกไซด์ ในปริมาณสูงออกมาด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้สูงอายุและเด็กๆหากได้รับก๊าซดังกล่าวในปริมาณมาก

อีกทั้งความร้อนของลาวาส่งผลให้ถนนหลายสายบนเกาะแตกร้าว ขณะที่นายเดวิด อิเกะ ผู้ว่าการรัฐฮาวาย ระบุว่าได้กำชับให้กองมาตุภูมิรัฐฮาวายไปช่วยเหลืออพยพไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ภูเขาไฟคิลาเว ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ภูเขาไฟบนเกาะใหญ่ของเกาะฮาวาย มีการปะทุมาตั้งแต่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa)

เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในฮาวาย สหรัฐอเมริกา จัดเป็นภูเขาไฟมีพลัง เกิดการระเบิดทุกๆ 3 ปีครึ่ง การระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2527 เมานาโลอาเป็นภาษาฮาวาย แปลว่า Long Mountain เป็นภูเขาไฟที่มีปริมาตรประมาณ 18,000 คิวบิกไมล์ (75,000 km³) เมื่อประกอบกับภูเขาไฟอีก 4 ลูกคือคีเลาเวอา เมานาเคอา โคฮาลา ฮูอาลาไลรวมเป็นเกาะฮาวาย

ภูเขาไฟเมานาโลอามีเนื่อที่ประมาณ 5,180 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฮาวาย ภูเขาไฟเมานาโลอาจะระเบิดทุก ๆ 3 ปีครึ่ง ยอดเขาเมานาโลอามีความสูงวัดจากระดับน้ำทะเล 4,170 เมตร เป็นอันดับสองของเกาะฮาวายรองจากยอดเขาเมานาเคอาซึ่งสูงกว่าประมาณ 120 ฟุต (37 เมตร) แต่เมื่อวัดความสูงจากฐานส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลอีกประมาณ 5 กิโลเมตร

จะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่สูงที่สุดในโลกคือจะสูงกว่า 9 กิโลมตรและสูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ เมานาโลอามีภูมิอากาศแบบเขตร้อน ตลอดทั้งปีที่ระดับความสูงน้อยจะมีอากาศอบอุ่น แต่ที่ระดับความสูงมากขึ้นจะมีอากาศเย็นจนถึงหนาว ตารางด้านล่างแสดงอุณหภูมิที่วัดที่หอสังเกตการณ์ที่ลาดเขา ที่อยู่ที่ระดับความสูง 3,000 เมตรในเขตแอลป์ อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกได้คือ 85 °F (29 °C)

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 และต่ำสุดคือ 18 °F (−8 °C) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505 เมานาโลอาเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการเฝ้าสังเกตชั้นบรรยากาศโดยโครงการเฝ้าติดตามบรรยากาศโลกและหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ หอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์แห่งเมานาโลอา (MLSO) ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,400 เมตรบนลาดเขาทางทิศเหนือ

มีบทบาทสำคัญในการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ ขณะที่หอสังเกตการณ์เมานาโลอา โดยองค์กรการบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NOAA) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน และอยู่ห่างไกลจากกิจกรรมของมนุษย์ในท้องถิ่น ทำหน้าที่เฝ้าสังเกตชั้นบรรยากาศของโลก รวมถึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยการตรวจวัดถูกปรับเปลี่ยนเพื่ออธิบายการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภูเขาไฟ

และยังมีหน่วยงานอื่นๆ เช่น Array for Microwave Background Anisotropy (AMIBA) ที่เริ่มสำรวจหาต้นกำเนิดจักรวาลมาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 หรือหอสังเกตการณ์ภูเขาไฟแห่งฮาวายที่ตรวจวัดแผ่นดินไหวและถ่ายภาพกิจกรรมบนปล่อง Mokuʻāweoweo ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ส่วนใหญ่เราต้องตอบว่า ” ยอดเขาเอเวอเรสต์ ” แต่ จริงๆแล้วไม่ใช่ ที่ถูกต้องคือ ”

ยอดเขามัวนาเคีย ( Mauna Kea) ” ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของหมู่เกาะฮาวาย ถ้าวัดจากตีนเขา ซึ่งอยู่ที่ระดับพื้นดินใต้ทะเลจะสูงถึง 10,200 เมตร ทั้งๆที่ยอดเขาเอเวอเรสต์สูงแค่ 8,848 เมตรนั่นเอง (ส่วนเอสเว์อืเรสต์ัวัดจากรัะด้ับน้ำทะเล) ภูขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa) ภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa) เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในฮาวาย สหรัฐอเมริกา

จัดเป็นภูเขาไฟมีพลัง เกิดการระเบิดทุกๆ 3 ปีครึ่ง การระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2527 เมานาโลอาเป็นภาษาฮาวาย แปลว่า Long Mountain เป็นภูเขาไฟที่มีปริมาตรประมาณ 18,000 คิวบิกไมล์ (75,000 km³) เมื่อประกอบกับภูเขาไฟอีกสี่ลูก คือ Kohala, Hualālai, Mauna Kea, Kīlauea รวมเป็นเกาะฮาวาย โดยภูเขาไฟเมานาโลอา มีเนื่อที่ประมาณ 5,180 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฮาวาย

ภูเขาไฟเมานาโลอาจะระเบิดทุก ๆ 3 ปีครึ่ง ยอดเขาเมานาโลอามีความสูงวัดจากระดับน้ำทะเล 13,680 ฟุต หรือ 4,170 เมตร เป็นอันดับสองของเกาะฮาวาย รองจากยอดเขาเมานาเคอา ซึ่งสูงกว่าประมาณ 120 ฟุต (37 เมตร) แต่เมื่อวัดความสูงจากฐาน ส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลอีกประมาณ 5 กิโลเมตร จะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่สูงที่สุดในโลก คือจะสูงกว่า 9 กิโลมตร และสูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโฮโนลูลู ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่าสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนรัฐฮาวายออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ว่าลาวาจากภูเขาไฟคิลาเว ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮาวาย ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 8 เกาะของหมู่เกาะฮาวาย และปะทุอย่างรุนแรงตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ไหลเข้าสู่เขตที่ชุมชนและสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนแล้วอย่างน้อย 26 หลัง แต่ยังมีสิ่งปลูกสร้างอีกอย่างน้อย 4 แห่งรอการยืนยันว่าเสียหายจากลาวาด้วยหรือไม่ ขณะที่รัศมีการไหลของลาวาครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 36,000 ตารางเมตร แม้ความเร็วในการไหลของลาวาถือว่าต่ำมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ไม่ได้ ว่าภูเขาไฟจะหยุดปะทุลาวาเมื่อไหร่

และลาวาจะไหลออกไปได้ไกลอีกแค่ไหน เนื่องจากมีรอยแยกเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 10 แห่งแล้ว ทั้งนี้ รายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ( ยูเอสจีเอส ) ระบุการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนรอบภูเขาไฟคิลาเว 152 ครั้ง ภายในระยะเวลา 48 ชั่งโมง มีความรุนแรงระหว่าง 2.0 ถึง 3.0 แมกนิจูด แต่แรงสั่นสะเทือน 3.0 แมกนิจูด

อย่างน้อย 22 ครั้ง เกิดขึ้นภายในรัศมี 5 กิโลเมตร จากปากปล่องภูเขาไฟคิลาวา ซึ่งมีความสูง 1,247 เมตร ส่งผลให้การปะทุพ่นเถ้าถ่านและกลุ่มควัน รวมถึงลาวายังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงหนึ่งสามารถวัดระยะของลาวาที่พวยพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟได้สูงถึง 61 เมตร และมีอุหภูมิสูงถึง 1,150 องศาเซลเซียส.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here