ร้านนี้เค้าซอยดี ! ช่างทำผมหนุ่มถอดเสื้อสระผมให้ลูกค้าสาว ชาวเน็ตคอมเมนต์เพียบ ! (ชมคลิป-ภาพ)

0
428

ร้านนี้เค้าซอยดี ! ช่างทำผมหนุ่มถอดเสื้อสระผมให้ลูกค้าสาว ชาวเน็ตคอมเมนต์เพียบ !

ทำเอาฮือฮาหนักมากทั้งโลกโซเชี่ยล เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Sowipanan Chotiwan เผยภาพและคลิปจากงานเปิดร้านทำผม ‘สุดที่รัก สาขา 2’ ซึ่งมีความแตกต่างจากร้านทำผมทั่วๆ ไป เพราะพนักงานตัดผม สระผม ของที่ร้านนี้เป็นผู้ชายไม่ใส่เสื้อ ทำสาวๆ กรี๊ดหนัก โดยซาลอนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในวันเปิดร้าน ทางเจ้าของร้านได้เชิญนายแบบหนุ่มมาให้บริการทำผมกับเหล่าลูกค้าสาวๆ ด้วย โดยคลิปดังกล่าวมีชาวเน็ตแชร์ออกไปมากกว่า 37,000 ครั้ง เลยทีเดียว

คลิป

เดี๋ยวเรามาเรียนรู้และดูเกี่ยวกับอาชีพนี้กันเลยนะค่ะ มีอาชีพหลายอาชีพในโลกเรานี้ ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นอาชีพเก่าแก่ที่มีมานาน ถึงกับมีการจดจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของหลายชนชาติ…หนึ่งในนั้นคือ อาชีพช่างทำผม คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึงว่า อาชีพช่างทำผม หรือช่างเสริมสวยเป็นอาชีพที่มีมานาน เก่าแก่ขนาดย้อนไปได้ถึงหลายพันปี เรียกว่ามีมาก่อนหน้ายุคประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

นั่นเป็นเพราะคนเราให้ความสำคัญกับความสวยงามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นอกจากนั้น ในหลายความเชื่อ หลายสังคม ผมเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลให้ดี เพราะเชื่อกันมานานนมแล้วว่า วิญญาณอาจจะผ่านเข้าทางผม ซึ่งอยู่บนหัวคนเราได้ ทั้งวิญญาณดีและร้าย ส่งผลให้เกิดแฟชั่นการไว้ผมทรงต่างๆ และในอดีตผู้มีหน้าที่ตกแต่งทรงผมก็เป็นคนสำคัญ เพราะช่วยป้องกันวิญญาณชั่วร้ายได้ ในยุคอียิปต์โบราณ

หลายศตวรรษที่ผ่านมา ช่างตัดผมเป็นอาชีพที่เฟื่องฟู และได้รับการนับถืออย่างสูง ด้วยการทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น การโกนเครา โกนศีรษะ หรือสำหรับพระ ก็อาจจะโกนขนทั่วร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญ และทำให้ช่างทำผมได้รับการยอมรับอย่างมากในทุกชนชั้น ตั้งแต่องค์ฟาโรห์ลงมา ต่างก็ต้องอาศัยความสามารถของช่างด้านนี้ทั้งสิ้น เรื่อยมาจนถึงสมัยกรีก

ช่างทำผมเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องมากในช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลเป็นต้นมา เหล่าเจ้าขุนมูลนายในเอเธนส์ต่างแข่งขันกันในเรื่องการดูแลเครา ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญและแสดงฐานะหน้าตาในยุคนั้น การขริบเคราเป็นเรื่องของศิลปะชั้นสูง ทำให้ช่างตัดผมได้กลายเป็นชนชั้นสำคัญ เหล่าผู้ปกครองเมือง และคนสำคัญต่างๆ มักเข้าร้านไปตัดผม เล็มเครา ดัดหรือปรุงแต่งด้วยกลิ่มหอมเป็นประจำ

แม้จะต้องจ่ายในราคาแพงก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้ความสวยงาม น่านับถือกลับมาแล้ว ในร้านทำผมยังเป็นแหล่งสำคัญที่ได้โอกาสในการพูดคุยถึงข่าวสาร การเมือง หรือเรื่องต่างๆนานาที่สำคัญด้วย ในยุคนั้น (และเรื่อยมาจนถึงยุคนี้) หน้าตาท่าทางเป็นเรื่องสำคัญในการบ่งบอกฐานะบุคคล และว่ากันว่า ในสังคมกรีกโบราณนั้น ความสง่างามวัดกันที่ว่า ใครจะตกแต่งเคราให้ได้สวยงามกว่ากัน

และเคราที่ช่วยเสริมบุคลิก อาจจะช่วยให้ได้รับชัยชนะทางการเมืองเลยทีเดียว ช่างทำผมจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในหมู่ชนชั้นสูง อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของช่างทำผมถูกลดน้อยถอยลงในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล เพราะเจ้าเคราที่เคยคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี กลับกลายเป็นอุปสรรคในการรบ เมื่อชาวมาซิโดเนียภายใต้การนำของ อเล็กซานเดอร์ มหาราช ต้องประสบความพ่ายแพ้

ในการรบกับชาวเปอร์เซีย เพราะศัตรูมักจะคว้าเครายาวเฟื้อยของพวกมาซิโดเนียไว้พอถนัดมือแล้วจ้วงแทง เห็นอย่างนั้นแล้ว พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เลยต้องมีพระบัญชาให้ทหารโกนเคราจนเกลี้ยง จากนั้นประชาชนก็เอาแบบทหาร ทำให้ช่างทำแฟชั่นการทำผม เสริมเคราต้องเลิกไปโดยปริยาย แต่อับจนได้ไม่นาน ช่างทำผมก็มีโอกาสหวนกลับคืนสู่สังคมชนชั้นสูงอีกครั้ง เมื่ออีกไม่นานต่อมา

การไว้เครากลับมาเป็นที่นิยมในโรม มันกลายเป็นสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าแฟชั่นยุคโบราณ ร้านทำผมกลายเป็นแหล่งรวมชายเจ้าสำอางที่ยอมเสียเวลาหลายชั่วโมงในการตกแต่งทรงผม และเครา รวมไปถึงการนวด ทำเล็บ ใช้เครื่องหอมและเครื่อง สำอาง ส่วนสาวๆนั้นไม่จำเป็นต้องออกไปร้านทำผม เพราะผู้หญิงชั้นสูงในโรมมักจะมีช่างแต่งผมส่วนตัว หลังจากนั้น อาชีพช่างทำผม หรือช่างเสริมสวย

ก็กลับมาทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จากโรมไปถึงเมืองอื่นๆในยุโรป ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ขึ้นกับช่างทำผม เนื่องจากในยุคโบราณ การแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้า ผู้ให้การรักษาส่วนใหญ่เป็นพระ ที่มักจะจ้างช่างตัดผมมาเป็นผู้ช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาด้วยการเอาเลือดออกจากตัวเสียบ้าง ตามความเชื่อของคนยุโรปสมัยก่อน ทำไปทำมาช่างทำผมก็เลยกลายเป็นหมอผ่าตัดไปด้วยอีกอาชีพหนึ่ง

แถมทำมาทำไป ยังมีความสามารถเพิ่มเติม ด้วยการรับทำฟันอีกด้วย ช่างทำผมในยุโรปยุคก่อนจึงเป็นอาชีพที่มีความหลากหลาย แต่กระนั้นก็ถูกตั้งข้อรังเกียจจากพวกหมอจริงๆ และเหล่าหมอฟัน ที่เห็นว่าช่างทำผมชักจะทำเกินหน้าที่ไปเสียแล้ว แต่ความนิยมเดินเข้าร้านทำผมเพื่อทำกิจกรรมหลายๆอย่าง ทั้งตกแต่งทรงผม รักษาโรคและทำฟัน

ก็ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมานับตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 10 และในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ก็ได้มีการตั้งโรงเรียนเพื่อสอนช่างผมเกี่ยวกับการทำงานด้านการผ่าตัดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว อย่างไรก็ตาม เมื่อคนเรามีความรู้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงก็ตามมา ใน ค.ศ.1416 มีการออกระเบียบห้ามไม่ให้ช่างผมทำหน้าที่รักษาคนป่วยอีกต่อไป หลังจากที่ผู้คนเริ่มบ่นว่า

ไปหาช่างตัดผมแล้วป่วยมากกว่าที่จะหายป่วย แต่ถึงกระนั้น ช่างทำผมก็ยังคงอยู่ในฐานะที่สำคัญ เพราะชนชั้นสูงก็ยังให้ความนับถือต่ออาชีพนี้ และช่างทำผมหลายคนก็ยังทำตัวเป็นหมอผ่าตัดอยู่ต่อไปจนถึงศตวรรษที่ 18 ซึ่งรัฐสภาแห่งอังกฤษได้ออกกฎหมายที่แยกช่างทำผมกับหมอออกจากกันอย่างเด็ดขาด และกฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้ก็ถูกประกาศใช้ในฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศ

ตอนนั้นเองที่เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคตกต่ำของช่างทำผมอีกครั้ง ช่างตัดผมทั่วยุโรปเลิกทำการผ่าตัด (ยกเว้นในเมืองเล็กๆที่ไม่มีหมอผ่าตัดหรือหมอฟัน) นอกจากนั้น ในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิกเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในยุโรป ช่างทำผมก็หมดความสำคัญลงอย่างสิ้นเชิง พวกเขากลายเป็นช่างทำวิก หลายคนถูกลดศักดิ์ศรีไปเป็นเพียงชนชั้นคนรับใช้

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสความนิยมในการใส่วิกหมดไป ช่างทำผมก็กลับมามีความสำคัญอีกครั้ง จนถึงยุคปัจจุบัน ช่างทำผมชื่อดังหลายคนสามารถทำรายได้มากกว่านักธุรกิจระดับบริหาร ช่างเสริมสวยหลายคนมีความสำคัญถึงขนาดที่ต้องจองวันเวลาเพื่อนัดหมายก่อนเข้ารับบริการ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากเป็นช่างทำผม และก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการแฟชั่นโลก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here