จำกันได้มั้ย! ‘ใหม่’ มือกลองวงไอน้ำ หลังยุบวง-ผันชีวิตกลับไปอยู่บ้านเกิด ใช้ชีวิตเรียบง่ายติดดิน (ชมภาพ)

0
85

จำกันได้มั้ย! ‘ใหม่’ มือกลองวงไอน้ำ หลังยุบวง-ผันชีวิตกลับไปอยู่บ้านเกิด ใช้ชีวิตเรียบง่ายติดดิน

ถ้าย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้จักและคุ้ยเคยกับวงร็อกขวัญใจวัยโจ๋ระดับตำนานอย่าง “วงไอน้ำ” ที่มีเพลงฮิตติดหูมากมาย ก่อนประกาศยุบวงในเวลา โดยเหล่าสมาชิกวงไอน้ำต่างแยกย้ายกันไปดำเนินชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง รวมถึงหนุ่ม “ใหม่ สุขเดชะ” มือกลองอารมณ์ดี ขวัญใจของแฟนเพลงหลายๆ คน ซึ่งหนุ่มใหม่ได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้าน ทำงานเปิดบริษัทรถทัวร์

พร้อมทั้งผันตัวเป็นเกษตรกรทำไร่ไถนา ใช้ชีวิตติดดินอยู่กับภรรยาและลูกชายตัวน้อย ดูแล้วมีความสุขมากๆ ไอ..น้ำ เป็นวงดนตรีป็อปร็อคจากบุรีรัมย์ทีเคยเข้าประกวดรางวัลวงดนตรีมัธยมยอดเยี่ยมระดับประเทศจากโครงการ พานาโซนิคสตาร์ ชาเลนจ์ ของบริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น เมื่อปี พ.ศ. 2545 จนได้รับการเซ็นสัญญาจากอาร์เอสและออกอัลบั้มในชื่อเดียวกับวงในปี 2546

มีเพลงที่ได้รับความนิยมคือเพลงที่หนึ่งไม่ไหว และปล่อยอัลบั้มชุดที่สอง รักคนมีเจ้าของ และได้รับความนิยมจนสูงสุดจนมียอดขายเกือบสองล้านก็อปปี้และทำให้เป็นวงดนตรียอดนิยมอันดับต้น ๆ ของอาร์เอสในช่วงเวลานั้น ปัจจุบันไอน้ำยุบวงแล้วเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558 โดยมือกลองของวงไอน้ำ ใหม่ สุขเดชะได้โพสต์ข้อความยุบวงลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว

ทางด้าน เณร ศุภชัยนิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการของอาร์เอส ได้เผยเกี่ยวกับการยุบวงของไอน้ำว่า มีสมาชิกวงทั้งสาม ใหม่ ก็อป ฟัก เข้ามาปรึกษาว่ารู้สึกอิ่มตัวในการทำผลงานเพลงจึงสนใจที่จะไปทำด้านอื่นแทน และยืนยันว่าไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันภายในวง ทางด้านฟลุค นักร้องนำก็ยังมีสัญญากับทางค่ายอาร์เอสและยังอยากทำงานกับอาร์เอสอยู่ เป็นวงดนตรีเด็กหนุ่ม 5 คน จากจังหวัดบุรีรัมย์

ที่ผ่านการประกวดได้รับรางวัลวงดนตรีมัธยมศึกษายอดเยี่ยมระดับประเทศจากโครงการ พานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ ของบริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น เมื่อปี พ.ศ. 2545 จนได้เข้ามาเซ็นสัญญาแล้วออกผลงานอัลบั้มชุดแรก ไอ..น้ำ ในปี 2546 โดยมีเพลงที่ได้รับความนิยมในขณะนั้นคือ เพลง ที่หนึ่งไม่ไหว ตามมาด้วยอัลบั้มที่ 2 รักคนมีเจ้าของ ในปี 2547 ที่ได้รับความนิยมขึ้นสู่จุดสูงสุดจนมียอดขายเกือบ 2 ล้านก๊อปปี้

ทำให้กลายเป็นวงดนตรียอดนิยมอันดับต้น ๆ ของค่ายในขณะนั้น ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมารักมาราธอน 12 ปี สมาชิกร็อกมหาชนวงไอน้ำ อย่าง “ใหม่ ไอน้ำ” หรือ ใหม่ สุขะเดชะ ก็จูงมือแฟนสาว “มด-คชาภรณ์ พยุงแสนกุล” แฟนสาว เข้าประตูวิวาห์หวานชื่นและสนุกสนานเฮฮา สมกับความเป็นคนอารมณ์ดีของทั้งคู่กันไปแล้ว…รักมาราธอน 12 ปี สมาชิกร็อกมหาชนวงไอน้ำ อย่าง “ใหม่ ไอน้ำ” หรือ ใหม่ สุขะเดชะ

ก็จูงมือแฟนสาว “มด-คชาภรณ์ พยุงแสนกุล” แฟนสาว เข้าประตูวิวาห์หวานชื่นและสนุกสนานเฮฮา สมกับความเป็นคนอารมณ์ดีของทั้งคู่กันไปแล้ว ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางเพื่อนพ้องสมาชิกคนบันเทิง อาทิ วงไอน้ำ, วงเล้าโลม, หวิว ณัฎพงษ์ วงศ์สนิท และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดีกันคับคั่ง พร้อมสนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตของวงดนตรีพี่น้อง ทั้งไอน้ำและวงเล้าโลม

โดยใหม่ถอดสูทสวมพวงมาลัยเจ้าบ่าว นั่งหวดกลองอย่างเมามันส์ อยู่หลังกลองตัวโปรด เพื่อฉลองความสุขด้วยตัวเองกันเลย ส่วนเจ้าสาวก็สวมชุดราตรียืนเชียร์อยู่ข้างเวที พร้อมแหวนเพชรเม็ดโตที่เจ้าตัวไม่ยอมเผยว่า ใหม่สั่งทำพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะราคาเรือนแสนทีเดียว สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง โดยทั้งคู่บอกว่า แผนฮันนีมูนก็คงอยู่เมืองไทย ไม่ไปไหน เพราะภาระหน้าที่การงานยังล้นมือ

ส่วนทายาทสืบสกุลปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ. จากกรณีที่วงไอน้ำ มีข่าวว่า “วงแตก” ล่าสุด คุณเณร ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจเพลง บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจง “สำหรับกรณีข่าวเรื่องที่ ใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กประกาศปิดฉากวง ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับน้องๆ วงไอน้ำแล้วก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งน้องๆ 3 คน ใหม่-ก๊อบ-ฟัก เข้ามาปรึกษาว่ารู้สึกอิ่มตัวในการทำงานเพลง

น้องๆอยากไปทำอย่างอื่นจึงขอลาจากการเป็นสมาชิกวง ไอน้ำ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายในสมาชิกทุกคนรักกัน เพียงแต่โตขึ้นมุมมองชีวิตเปลี่ยนไปในส่วนของ “ฟลุค” ยังคงมีสัญญาและ เจ้าตัว “ฟลุค” เองก็บอกว่าอยากจะทำงานเพลงงานต่อกับอาร์เอส ทางผมก็มีความยินดีและพร้อมที่ผลิตเพลงให้ ส่วนในอนาคตจะเรียกว่า ฟลุค-ไอน้ำ หรือมีนามสกุลอะไรต่อท้ายนั้น ต้องรอพูดคุยกับทางเจ้าตัวอีกที่ แฟนๆ

วงไอน้ำไม่ต้องห่วงหรือใจหายว่าจะไม่มีวงไอน้ำ ยังคงมีวงไอน้ำขวัญใจวัยรุ่นเหมือนเดิม เพียงแต่อนาคตจะเปลี่ยนแบคอัพวงเท่านั้นเอง” งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อ ใหม่ สุขเดชะ มือกลอง วง ไอ..น้ำ ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าถึงเส้นทางสายดนตรีของพวกเขา ที่เดินทางมายาวนานกว่า 12 ปี จากนี้ไป จะเหลือเพียงแค่ความทรงจำ

ขอบคุณแฟนเพลงไอ..น้ำที่รักทุกคนอย่างสุดซึ้งที่สนับสนุนผมและวงไอ..น้ำมาตลอดระยะเวลา12ปี ขอบคุณRS ที่สร้างพวกเรามา ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่านที่เมตตา ขอบคุณพี่ๆโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และทีมงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับวงไอ..น้ำ เมื่อเวลามาถึง งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา การตัดสินใจครั้งนี้มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมตลอดไป หลังจากนี้ วงไอ..น้ำ คงเป็นเพียงวงดนตรีที่เคยฝากเสียงเพลง

รอยยิ้มและความสุขให้ทุกคน การเดินทางที่ผ่านมามันจะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป ขอบคุณจากใจจริงครับ / ใหม่ ไอ..น้ำ ในขณะที่แฟนเพจ ฟลุ๊ค นักร้องนำ ไอน้ำ ก็ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยัน ปิดตำนานแล้วจ้า “ตอนนี้วงไอ..น้ำ ฟลุ๊ค ใหม่ ก๊อบ เก่ง เฟรม ฟัก แอร์ ได้ปิดตำนาน ‪#‎วงไอน้ำ‬ เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม หนุ่มๆๆๆ

วงนี้ด้วย ‪#‎พวกเค้าจาเป็นความทรงจำของพวกเราตลอดไป‬” วง ไอ..น้ำ วงดนตรีเด็กไทยหัวใจร็อกกลุ่มใหม่ ประกอบด้วย ฟลุค (นักร้องนำ) ก็อบ (กีต้าร์เบส) แอร์ (กีต้าร์) ฟัก (กีต้าร์) ใหม่ (กลอง) วงมัธยมศึกษายอดเยี่ยมจากโครงการ พานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ ของบริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น เมื่อปี พ.ศ. 2545 มีผลงานเพลงชุดแรกกับสังกัด อาร์เอส ปี 2545

เปิดตัวด้วยเพลง “ที่หนึ่งไม่ไหว”จากอัลบั้ม “ไอ..น้ำ” เพลงร็อกที่หนักแน่นแต่ฟังแล้วนุ่มหู มาพร้อมกับเนื้อหาซื่อๆ โดนใจ ซึ่งมีที่มาจากตัวตนของวงไอน้ำ ที่ติดดิน หน้าตาไม่หล่อ แต่ฝีมือทางด้านดนตรีของพวกเขาเต็มร้อย นอกจากนี้ พวกเขายังมีเพลงฮิตที่หลายคนคุ้นหูอีกเพียบ อาทิ รักคนมีเจ้าของ,เขียนไว้บนหน้าผาก,คนอกหัก,รักระเหยเป็นไอ ฯลฯ ส่วนทางด้านฟลุค ไอน้ำ

“ความรู้สึกตอนที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นพ่อคน ตอนนั้นผมไม่กังวลหรือกลัวอะไร แต่ผมกลับดีใจมากกว่า สบาย ๆ ไม่ได้ห่วงเรื่องคนจะมอง หรือชื่อเสียงเท่าไร ถ้าเกิดผมเป็นบอยแบนด์หล่อ ๆ ก็คงต้องกังวลอยู่บ้างแหละ (หัวเราะ) ถูกไหม แต่ถ้ามีครอบครัว ความรับผิดชอบมันต้องมี ส่วนพาออกงานต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยมีเท่าไร เพราะผมอาจไม่เป็นที่จุดสนใจเหมือนดารา หรือคนมีชื่อเสียงท่านอื่น ๆ

แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะผมมีความสุขที่ได้อยู่แบบครอบครัวเล็ก ๆ ของผม” เป็นประโยคบอกเล่าของ ฟลุค-จิตรกร บุญสอน หรือที่ใครหลาย ๆ คนรู้จักกันดีในชื่อ ฟลุค วงไอน้ำ นักร้องหนุ่มมาดกวนที่วันนี้เขาได้กลายเป็นคุณพ่อลูกสองไปแล้วหลังเคยตกเป็นข่าวขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์รายวันแทบทุกฉบับเมื่อหลาย ๆ ปีก่อนเกี่ยวกับกรณี “มีครอบครัวแล้ว” ของเขา

แต่สิ่งหนึ่งที่ทีมงาน Life & Family ให้ความสนใจมากไปกว่าข่าวการมีครอบครัวของนักร้องหนุ่มท่านนี้ก็คือความกล้าหาญในความเป็นลูกผู้ชายที่ออกมายืดอกรับความจริง โดยไม่สนใจถึงผลลัพธ์ที่อาจกระทบต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงาน นั่นเพราะเขามองว่า การมีครอบครัวไม่ใช่เรื่องผิด แต่การไม่ยอมรับ หรือขาดความรับผิดชอบคือสิ่งที่ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน “มีลูกความชื่นชอบอาจจะลดน้อยลงไปบ้าง

ส่วนแฟนคลับก็เข้าใจและบางครั้งแทนที่จะมีของฝากมาให้เราเหมือนเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ลูกได้รับสิทธิ์นั้นไปหมดแล้ว ชีวิตตอนนี้เลี้ยงลูกครับ แต่ยังมีงาน มีทัวร์คอนเสิร์ตต่างจังหวัดอยู่พอสมควร ส่วนภรรยาผม (แอน-มนฤดี) เปิดร้านซักอบรีดเต็มรูปแบบ มีซักกระเป๋า และอื่น ๆ อีกหลากหลาย พูดง่าย ๆ คือ ภรรยาผมทำอาชีพเกี่ยวกับการซักทุกอย่างเลย ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของเรา เดินสายทำเพลง เล่นคอนเสิร์ต

โดยเป้าหมายหลักคือ เราต้องช่วยกันหาเลี้ยงครอบครัวครับ” ฟลุคเล่าถึงชีวิตหลังจากได้เปลี่ยนสถานะกลายเป็นพ่อ และหัวหน้าครอบครัว เมื่อถามต่อไปถึงบทบาทในการเลี้ยงลูกชายทั้ง 2 คน (น้องโฟน-จิรทีปต์ อายุ 4 ขวบ 10 เดือน และฟังค์กี้-จิรวิญญ์ อายุ 2 ขวบ) เขาเล่าว่า ทุก ๆ เช้าจะต้องไปส่งลูกที่โรงเรียน นอกจากนั้นก็ช่วยภรรยาในทุก ๆ เรื่องเท่าที่พอจะทำได้

“ทุกเรื่องที่ผมช่วยภรรยาได้ผมช่วยหมด อย่างเวลาอยู่บ้าน ทุก ๆ เช้าผมต้องไปส่งลูกที่โรงเรียน ถึงจะกลับดึกกลับเช้าแค่ไหน ก็ต้องส่งลูกไปโรงเรียน อย่างกลับถึงบ้านตีห้า เจ็ดโมงได้เวลาต้องไปส่งลูก เราก็ต้องไปก่อน นอกจากส่งลูกไปโรงเรียน ผมช่วยภรรยาทุก ๆ อย่างที่พอจะช่วยได้ เพราะผมถือว่า เราต้องเต็มที่ เนื่องจากผมไม่มีเวลาอยู่กับภรรยาและลูกมากเท่าไร” ฟลุคเล่า

ดังนั้น หากมีเวลาได้อยู่บ้าน ฟลุคจะให้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ถึงจะเหนื่อยจากงานแค่ไหน กลับถึงบ้านเห็นภรรยาและลูก ความเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง “มีคนบอกว่าไหนจะงาน ไหนจะต้องกลับมาเลี้ยงลูกที่บ้าน เหนื่อยไหม ผมมองว่า ไม่เหนื่อยนะ เพราะจริง ๆ แล้ว เวลาทำงานจริง ๆ ของผมใน 1 วันไม่เกิน 4 ชั่วโมง ซาวด์เช็ก 2 ชั่วโมง เวลาโชว์ก็แค่ 2 ชั่วโมง

ส่วนที่เหลือคือเวลาพักและเวลาเดินทาง ดังนั้นถามว่าเหนื่อยมากไหม มันก็เพลียจากการเดินทางมากกว่า แต่ก็ไม่เหนื่อยเท่าไรในความรู้สึกผมนะ อย่างน้อย ๆ ผมมีความสุขที่ได้ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งความรับผิดชอบผมมีอยู่แล้ว เพราะผมเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 18 รับผิดชอบครอบครัวใหญ่ได้ ถึงตอนนี้ผมมีครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเองก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด” อีกอย่าง ฟลุคยอมรับด้วยเสียงหนักแน่นว่า ถึงจะเหนื่อยจากงาน แต่ก็มีครอบครัวเป็นกำลังใจ และเป็นพลังที่สำคัญ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here