ซาบซึ้ง ! พ่อค้าหัวใจหล่อมาก เปิดบทสนทนาของคุณยาย ลูกค้าทุเรียนที่ทำให้น้ำตาซึม (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
287

ซาบซึ้ง ! พ่อค้าหัวใจหล่อมาก เปิดบทสนทนาของคุณยาย ลูกค้าทุเรียนที่ทำให้น้ำตาซึม

เป็นเรื่องราวที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก ไพฑูรย์ ศรีบริบูรณ์ ได้โพสต์ภาพคุณยายคนหนึ่ง กำลังรอซื้อทุเรียนอยู่ที่รถกระบะ ดูเหมือนเหตุการณ์ธรรมดา แต่เมื่อเปิดเผยบทสนทนาของคุณยายกับพ่อค้าแล้วบอกเลยว่า เป็นเรื่องดีๆ น่าจดจำ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ ขอบคุณ คุณยาย“ #. ยายกินทุเรียน แค่ปีละครั้ง ยายมีตัง 120 ฿ หาลูกล่ะ 120 ฿ มีให้ยายมั้ย พ่อหนุ่ม $……… มีครับยาย ลดเกินครึ่ง…. ของราคาขาย เพื่อเติมให้ฝัน….. ของคุณยายเป็นจริง ขึ้นมา ช่วยๆกันไปครับ”

ซึ่งช่วงนี้เราจะสงเกตุได้ว่าประเทศไทยเราเงินเฟ้อ เม.ย.พุ่งปรี๊ด รอบ 14 เดือน จากน้ำมัน-ผัก-ผลไม้แพง พบมะนาว คะน้า ราคาปรับสูงขึ้น รวมถึงทุเรียน เงาะ ลำไย พาณิชย์ ชี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทำคนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น… เมื่อวันที่ 1 พ.ค. น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อ เดือน เม.ย.61 อยู่ที่ 101.57 ขยายตัว 1.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากเทียบเดือน มี.ค.61 ขยายตัว 0.45% ทั้งนี้เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 14 เดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.61) เพิ่มขึ้น 0.75%

ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในกรอบคาดการณ์ปีนี้ของกระทรวงพาณิชย์ที่ 0.7-1.7% โดยมีสาเหตุสำคัญจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน, การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรบางตัว และกำลังการบริโภคเฉลี่ยของประชาชนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ในขณะที่ต้นทุนราคาสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวมยังชะลอตัว สอดคล้องกับเครื่องชี้วัดด้านการใช้จ่าย การลงทุน และต้นทุนการผลิต

ซึ่งชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อที่ผ่านมาเป็นผลจากปัจจัยด้านความต้องการใช้จ่ายและการลงทุนมากกว่าผลด้านต้นทุนและการผลิต นอกจากนี้ในเดือน เม.ย. 61 ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 101.71 เพิ่มขึ้น 0.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.78% จากเดือน มี.ค. 61 ส่วนดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม อยู่ที่ 101.51 เพิ่มขึ้น 1.31%

จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.26% จากเดือน มี.ค. 61 สำหรับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในเดือน เม.ย.61 จากรายการสินค้าทั้ง 422 รายการ ที่นำมาคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป พบว่า สินค้า 239 รายการมีราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวสารเจ้า, ขนมปังปอนด์, ผักสด, ผลไม้สด, กุ้งขาว, ก๊าซหุงต้ม, ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

ส่วนสินค้าที่ราคาลดลงมี 112 รายการ เช่น เนื้อสุกร, ไก่สด, ไข่ไก่, ข้าวสารเหนียว, น้ำยาล้างห้องน้ำ, สบู่ และน้ำปลา เป็นต้น ในขณะที่มีสินค้าอีก 71 รายการที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่เข้าสู่กรอบคาดการณ์ในเดือนนี้ แม้ส่วนหนึ่งจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญบางชนิด โดยเฉพาะผักสดที่ปรับสูงขึ้น 6.82% เช่น มะนาว,

หัวผักกาด, คะน้า, ถั่วฝักยาว, ผักกวางตุ้ง, แตงกวา, ผักกาดขาว, มะเขือเทศ, ต้นหอม และกะหล่ำปลี เป็นต้น ส่วนผลไม้ปรับขึ้น 0.53% เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง และลำไย แต่เครื่องชี้วัดต่างๆ โดยรวมยังสะท้อนว่าการบริโภคและการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชนยังอยู่ในระดับที่ดี ประกอบกับการจ้างงาน การจัดเก็บรายได้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการหมุนเวียนของปริมาณเงินในระบบยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการบริโภค

ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ไม่พบว่าส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย.ให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนนี้เป็นผลจากราคาพลังงาน และผักสด ในขณะที่ราคาอาหารนอกบ้าน เพิ่มขึ้นจาก มี.ค.เพียง 0.05% เท่านั้น ดังนั้นจึงมองไม่เห็นผลกระทบในการปรับขึ้นราคาสินค้าจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนเริ่มคาดการณ์สถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการว่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ประกอบกับโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรม ส่งผลให้ความต้องการและราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้จะอยู่ในกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 1-4%

และคาดว่าทั้งปีนี้เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ที่ 0.7-1.7% ได้ สำหรับช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ คาดว่าการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ส่วนหนึ่งภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น สามารถช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในกลุ่มดังกล่าวลงได้ 7.2% ซึ่งหากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือด้านราคาสินค้าเกษตรอีกส่วนหนึ่ง

จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อ การจับจ่ายใช้สอย และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้. ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูทุเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว บอกเลยว่า หลายคนรอคอย เพื่อจะได้ลิ้มชิมรส ราชาผลไม้กันอย่างใจจดจ่อ แต่ปัญหาของผู้กินทุเรียน บางครั้งก็มาในรูปแบบของการปลอกทุเรียน เพราะด้วยรูปลักษณะหนามแหลม ทำให้หลายคนที่ยังไม่ชำนาญ ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ หรือ เสียทุเรียนแสนรักไปกันบ้าง

ถือเป็นประสบการณ์ที่หลายคนต้องเคยเจอ บุก อตก. ไขข้อสงสัย ‘ทุเรียน’ ร้าน ‘น้องนิด ระยอง’ กิโลกรัมละ 3,000 บาท อร่อยสมราคา จนถูกเชิญให้เป็นร้าน Best Of Ortorkor เรียกได้ว่าตอนนี้ผลไม้มาแรงคงหนีไม่พ้นราชาผลไม้อย่าง ‘ทุเรียน’ จริงๆ ไหนจะถูกสั่งจองจากอาลีบาบาถึง 3 แสนกว่าตันใน 2 วัน ทำเอากลายเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของประเทศไทยไปแล้ว

ล่าสุด โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปของสมาชิกเฟซบุ๊ก Somporn Pornpaya Loungji ที่ถ่ายร้านทุเรียนแห่งหนึ่ง ในตลาด อตก. ซึ่งเป็นตลาดที่ได้ชื่อว่า รวบรวมสินค้าคุณภาพดีแห่งหนึ่งในประเทศไทย ก่อนมีการสอบถามถึงราคาทุเรียน ที่สูงถึงกิโลกรัมละ 3,000 บาท สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก และแน่นอนวันนี้ (2 พ.ค. 61) ไม่รอช้ารีบลงพื้นที่ไปหาคำตอบมาให้คุณผู้อ่านหายสงสัย

เหตุใด ‘ทุเรียน’ ถึงได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 3,000 บาท โดย นางพุธชาติ ลาภผล หรือ พี่นิด เจ้าของร้าน ‘น้องนิด ระยอง’ ที่อยู่ในคลิปดังกล่าว ได้ออกมาต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง พูดเพราะ น่ารัก ใส่ใจลูกค้า จนมีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ พี่นิด เล่าว่า ตนเองเป็นเกษตรกร อยู่ที่ จ.ระยอง แล้วทำเรื่องมาขอความช่วยเหลือจาก อตก. จนได้เข้ามาขาย โดยอยู่ที่นี่มานาน 30 ปี

ก่อนถูกเชิญให้เป็นร้าน Best Of Ortorkor ซึ่งทุเรียนของทางร้านปลอดสารพิษ ไม่มีการชุบน้ำยาเร่งให้สุก มาจากสวนของที่บ้านกว่า 80 ไร่ และดูแลเองทุกขั้นตอน ไม่ขายส่ง ทุกลูกถูกนำมาขายที่ อตก. เท่านั้น ที่สำคัญทางร้านซื้อพันธุ์จาก ‘ทุเรียนนนท์’ นำไปปลูกที่ จ.ระยอง เปรียบเหมือนได้กินทุเรียนลูกละ 10,000 บาท ในราคาถูกลง สำหรับ ‘ทุเรียน’ ของร้าน ‘น้องนิด ระยอง’ แบ่งออกเป็น 3 เกรด

แบบเกรดพรีเมี่ยม จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 4,000 บาท รองลงมาแบบเกรดเอ จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 3,000 บาท เป็นโปรโมชั่นพิเศษ ต่อด้วยเกรดบี จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 2,000 บาท และสุดท้ายแบบทั่วไปราคายืนพื้น จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถชิมได้จนกว่าจะพอใจ และเลือกระดับความหวานของทุเรียนได้อีกด้วย

โดยพันธุ์ที่นิยม คือ ก้านยาว กับ หมอนทอง ขณะที่ หลังจากกลายเป็นข่าวดังจนถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล ทางร้านก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าจะทราบดีว่า ทางร้านของ ‘พี่นิด’ มีทุเรียนขายตลอดทั้งปี และขายราคานี้มาตลอดเกือบ 30 ปี บวกกับคุณภาพที่สมราคา แถมตอนนี้มีลูกค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากคลิปดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เพราะไม่เล่นเฟซบุ๊ก

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here