ซุปตาร์ดัง ‘ขวัญ อุษามณี’ ยอมกินข้าว-กินน้ำ ในกองถ่ายละคร เพื่อประหยัดเงิน มาโปะบ้านราคา 50 ล้าน! (ชมภาพ)

0
64

ซุปตาร์ดัง  ‘ขวัญ อุษามณี’ ยอมกินข้าว-กินน้ำ ในกองถ่ายละคร เพื่อประหยัดเงิน มาโปะบ้านราคา 50 ล้าน!

ถึงขั้นยอมประหยัดค่าใช้จ่ายในการกิน โดยการไปฝากท้องที่กองถ่ายเพื่อเก็บเงินมาโปะบ้าน สำหรับนางเอกซุปตาร์ช่องมากสีอย่าง “ขวัญ อุษามณี” ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าตัวได้ซื้อบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่ กว่า 50 ล้านบาท โดยสาวขวัญ มักจะชอบ LIVE สด ขณะรับประทานอาหารร่วมกับพี่ๆในทีมงานกองถ่าย ช่วงพักกองละคร ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำปูปลาร้า ตำป่า ปลาดุกย่าง ผัดหอยลาย ลาบปลาดุก ไก่ย่าง

รวมไปถึงยังมี “ไข่เจียว” อาหารธรรมดา ของคนในกองถ่าย แสดงให้เห็นว่าขวัญมีชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไปไม่ติดหรูอย่างที่คิดจริงๆ อุษามณี ไวทยานนท์ ชื่อเล่น ลูกขวัญ มีชื่อจริงว่า อุษามณี พูลเกิด เดิมบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2531 บิดามีอาชีพรับราชการตำรวจ ชื่อ ด.ต.เกษม พูลเกิด (เสียชีวิตแล้ว) เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ กับมารดาชื่อ ปราณี ไวทยานนท์

มีเชื้อสายไทย-มอญ-แขกขาว เธอมีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ เขมรัสนี ไวทยานนท์ ชื่อเล่น ลูกแก้ว ซึ่งเกิดห่างกับเธอ 6 ปี ชีวิตในวัยเด็กของเธออยู่กับพ่อแม่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ นอกบ้านมากนัก อุษามณีได้รับการทาบทามและแนะนำจากทีมงานนักแสดงตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โดยเริ่มจากงานเดินแบบ และเล่นละคร ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ “พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก”

จนได้รับงานแสดงทั้งของช่อง 3 และช่อง 7 ในปี 2547 อุษามณีได้ทำสัญญาเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องแรกหลังการเซ็นสัญญานั้นคือ “สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน” ซึ่งเธอรับบทนางร้ายเป็นเรื่องแรก เรื่องต่อมา “อกธรณี” เธอได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรก ต่อมาอุษามณีได้แสดงในเรื่อง “ขิงก็ราข่าก็แรง” ที่ทำให้เกิดวลีติดปากอย่าง

‘แม่ไม่ปลื้ม… จบ’ ส่งผลให้ละครเรื่องนี้เป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2549 โดยตอนจบเรตติ้งสูงสุดถึง 24 และเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 17 จากนั้นในเรื่อง “ปมรักรอยอดีต” อุษามณีได้กลับมาพบกับธาวิน เยาวพลกุล และไปรยา สวนดอกไม้ อีกครั้ง ต่อมาปี 2554 อุษามณีได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายอีกครั้งในบท อินตรา (ในร่างมนชญา สลับกับปุณยาพร พูลพิพัฒน์)

จากละครเรื่อง “เพลิงพรหม” ที่สามารถทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 20 จนคว้ารางวัลร้ายได้ใจ จากสยามดารา อวอร์ด 2011 ต่อมาปี 2558 เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือของบท ชิดชบา จนคว้ารางวัลนำหญิงเจ้าบทบาท จากสยามบันเทิง 2015 และรางวัลเมขลา 2559 และในปี 2560 นี้ เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายเต็มตัวอีกครั้งในบท “พิตะวัน สัจจามาตย์” ในละครเรื่อง “มาย

ซึ่งก่อนหน้านี้งานเข้าซ้ำซ้อนกันเลยทีเดียวสำหรับนางเอกสาวหน้าหวานวิก 7 สี ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ นอกจากจะเจอดราม่าหลังพูดถึงความสัมพันธ์กับ เจมส์ พาลัมโบ ทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ หรือที่หลายคนเรียกกันสั้นๆ ว่าท่านลอร์ด จนหลายคนเข้าใจไปว่าเจ้าตัวคบซ้อนมาตั้งแต่ช่วงที่ยังคบกับอดีตคนรักอย่างนักร้องนักแสดงหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล แล้ว

ล่าสุดยังมีชื่อเป็นหนึ่งในศิลปินดาราที่เคยรีวิวสินค้าในเครือเมจิก สกิน ที่ไม่ได้รับ อย. และมีปัญหาเรื่องคุณภาพสินค้าอีกด้วย นักข่าวจึงได้ถามเจ้าตัวถึงเรื่องดังกล่าว ถามถึงกรณี “เมจิก สกิน”? “อย่างที่ขวัญชี้แจงบอกกล่าวในไอจี ก็เป็นไปตามที่ขวัญลงในไอจีเลยค่ะ ขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ค่ะ (ยกมือไหว้) ขอโทษผู้บริโภคทุกคนค่ะ ตอนทราบเรื่องก็ตกใจสิคะ (หัวเราะ)

คือตัวเราไปหาคุณหมอได้อยู่แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมา แต่จะเป็นห่วงเรื่องคนอื่นนี่แหละ คำว่าดาราเหมือนคำว่ากระบอกเสียงค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็จะมีคนเข้ามาหาเราเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยเราก็จะไม่โทษใคร เราผิดเองที่ไม่ได้กลั่นกรองให้มันดีที่สุดสำหรับตัวเราก่อน ทุกคนก็ต้องพูดอยู่แล้วว่ามันดี เพราะเขาต้องการจะให้เราเป็นกระบอกเสียง แต่เราอาจจะเชื่อใจคนมากเกินไปหน่อยค่ะ ไม่ทันได้ระวัง”

ขวัญได้ตรวจสอบก่อนไหม? “ขวัญไม่ได้ตรวจสอบค่ะ เพราะว่าเราก็เหมือนเชื่อคนพูดมากกว่า ก็เคยเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพ เราฟังก็อ๋อ โอเค แล้วก็ช่วยเพราะว่าอย่างนึงคือนักแสดงเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญอยู่แล้ว อีกอย่างนึงขวัญคิดว่าเราช่วยคนที่เขาประกอบอาชีพสุจริต เราคิดว่าเป็นอย่างนั้น เราไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย ถ้าเกิดเราเสื่อมเสีย ขวัญก็คงไม่เอามาให้ผู้บริโภคใช้เองหรือบอกต่อเพราะว่ามันก็เสื่อมเสียถึงตัวเราด้วย

ขวัญก็โดนดุมาเยอะ คนแรกที่ดุขวัญก็คือคุณแม่ขวัญนี่แหละค่ะ (หัวเราะ) ขวัญว่าผู้หญิงน่าจะเป็นเหมือนกันหมด ไม่ว่าอะไรที่คนบอกว่าดี ไม่ว่าจะสื่อช่องทางไหน หรือเรารับรู้จากอะไรว่ามันดี เราก็จะใช้หมดทุกอย่าง เพราะทุกคนมีความต้องการเหมือนกันคืออยากจะสวย ไม่ว่าจะแพงหรือจะถูกถ้าเกิดใช้แล้วสวยก็อยากใช้ ขวัญก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน เห็นราคาไม่แพงมากก็ลองใช้ดู”

ส่วนตัวเราสนิทกับคนที่เอาของมาให้รีวิวไหม? “คนที่นำมาให้ขวัญไม่ใช่เขาค่ะ (แปลว่าโดยส่วนตัวไม่ได้สนิทกับเจ้าของผลิตภัณฑ์) ไม่ทราบเลยค่ะ ขวัญแค่รู้จักบุคคลที่ 3 ที่เราเคยใกล้ชิดด้วยแค่นั้นเองค่ะ” เหมือนถูกหลอกให้โปรโมตเลยไหม? “ก็ผิดกันทุกคนค่ะ ตัวขวัญก็ผิดด้วย เราก็อยากจะเว้าวอนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเรื่องผลิตภัณฑ์โดยตรง

อยากให้คุ้มครองเราด้วย เพราะเราเห็นว่ามันไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาแบบนี้ เราก็นึกว่าทำถูกต้องตามกฎหมายเหมือนอย่างที่เราทำงานของเรา กว่าขวัญจะมีแบรนด์ได้ เรื่อง อย.ขวัญก็เข้าใจว่าต้องผ่านอะไรมาบ้าง คือเรารู้ว่ามันยาก พอเขาบอกว่ามี อย. เราก็เชื่อคำพูดจากบุคคลใกล้ชิด เราก็เห็นตามสื่อด้วย เราก็เทไปเพราะเราไม่เห็นว่าจะมีกระแสอะไรมาบอกว่าผิด แต่มันเพิ่งมาตอนหลัง”

ต้องระวังมากขึ้นไหมสำหรับคนใกล้ชิดที่จะมาใช้เรารีวิว? “ไม่ทำแล้วค่ะ ไม่อยากรู้ไม่เท่าทันคนแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นกันตัวเราเองดีที่สุดดีกว่า เราจะระวังยังไงก็มีอะไรที่เล็ดลอดออกมาอยู่แล้ว ถ้ามันจะเสี่ยง เราก็ตัดความเสี่ยงออกไปเลยง่ายที่สุดค่ะ” หลายคนก็จะไปแจ้งความกลับ เราอยากทำไหม? “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ก็อาจจะเป็นความคิดส่วนตัวของแต่ละบุคคลมั้งคะ แต่ของขวัญคือตัวขวัญผิดเอง

ขวัญไม่โทษใครค่ะ ความผิดมันอยู่ที่ขวัญค่ะ” สังคมก็มองว่าดาราเป็นผู้หลอกลวงด้วย เราอยากบอกอะไรกับสังคมไหม? “จริงๆ ขวัญไม่มีคำอธิบายค่ะ ถ้าเกิดสังคมจะมองขวัญว่าเป็นยังงั้น ขวัญก็ต้องขอโทษด้วย (ยกมือไหว้) ก็เป็นไปตามกฎหมายแล้วกัน จะตัดสินขวัญยังไงก็แล้วแต่ เพราะขวัญก็ได้ให้คำชี้แจงไปหมดแล้วว่าเหตุใดขวัญถึงทำ ตามธรรมชาติถ้าเกิดเราทำสิ่งไหนแล้วเรารู้ว่ามันไม่สะอาด

คงไม่มีใครอยากจะทำ ไม่มีใครอยากจะก้าวเข้ามา ยิ่งแต่ละคนมีพื้นฐานชีวิตซึ่งเราก็ไม่อยากเอามาเสี่ยงหรือลบล้างในสิ่งที่เราเคยทำดีมาหรอกค่ะ” เราอยากเข้าไปชี้แจงกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไหม? “ถ้าเกิดเขาขอความร่วมมือมาขวัญก็ยินดีค่ะ ถามว่าตอนนี้ยังไม่มีหมายมาใช่ไหม ก็เดี๋ยวคงมีค่ะ ก็ไม่เป็นไร เหมือนไปที่เก่าของคุณพ่อ ตำรวจกับเรา ขวัญว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ากลัวค่ะ”

เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลยังไงบ้าง? “แม่ดุเลยค่ะ” เหมือนเราก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วย กลัวมีผลกระทบด้านลบไหม? “ไม่นะคะ ขวัญว่าคนเราแยกแยะได้ค่ะ เพราะว่าเราก็มีกลุ่มลูกค้าเรา ผ่านทุกอย่างตามกระบวนการที่มันถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าเราก็แค่ต้องเอ๊ะ ที่ผ่านมาเราอาจจะเชื่อคำพูดคนอื่นมากเกินไป มองโลกสวยมากเกินไป บางทีเราก็ต้องมีกำแพงที่มันปกป้องตัวเรา

เพราะเมื่อก่อนเรามีคุณแม่เป็นคนกลั่นกรองให้เราทุกอย่าง ปัจจุบันเราก็คงต้องปฏิเสธให้มากกว่าเดิม ยอมให้คนมองว่าใจร้ายบ้าง” จะเปลี่ยนมาตรฐานในการรับงานไหม? “เปลี่ยนมาก (หัวเราะ) เพราะว่าบางทีเวลาขวัญไปมันไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินอย่างเดียวนะคะ บางทีเราไปก็ไม่ได้เม็ดเงิน ไม่ได้ผลตอบแทน แต่ว่าขวัญไปในฐานะเป็นเด็ก เป็นเพื่อน เป็นน้อง ซึ่งเราไปช่วยโอบอุ้มซึ่งกันและกัน แต่พอมา ณ ตอนนี้ก็โดนคุณแม่ใส่มาเยอะ”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here