นักร้องดัง ‘ชิน ชินวุฒ’ เปิดใจเล่าประสบการณ์ รับใช้ชาติตลอด 2 ปี ลั่นได้บทเรียนครั้งใหญ่มากกว่าที่คิด (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
51

นักร้องดัง ‘ชิน ชินวุฒ’ เปิดใจเล่าประสบการณ์ รับใช้ชาติตลอด 2 ปี ลั่นได้บทเรียนครั้งใหญ่มากกว่าที่คิด

ชิน ชินวุฒ เล่าความในใจหลังปลดประจำการ บอกตลอด 2 ปี มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ทั้งสุข-ทุกข์ ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่หากไม่มาอยู่ตรงนี้ก็จะไม่ได้สัมผัส หลังจากที่นักร้องหนุ่มชิน ชินวุฒ เข้ารับราชการทหาร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ล่าสุด (1 พฤษภาคม 2561) เจ้าตัวได้ปลดประจำการที่ มณฑลหารบกที่ 11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังเป็นตัวแทนเพื่อน ๆ กล่าวรายงานในพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพลอีกต่างหาก

งานนี้ทำเอาแฟนคลับเฮลั่นเพราะอีกไม่นานนักร้องขวัญใจของพวกเขาก็จะกลับมาโลดแล่นในวงการแบบเต็มตัวอีกครั้ง โดยหนุ่มชินได้โพสต์ภาพปลดประจำการการเป็นทหาร พร้อมกับระบุข้อความเอาไว้ว่า ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงวันนี้ 2 ปีที่ผ่านมามันเต็มไปด้วยประสบการณ์มากมาย ได้มีโอกาสทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่หากตนไม่ได้เข้าไปอยู่ตรงนั้น ก็จะไม่มีวันได้เจอกับสิ่งเหล่านั้น พูดตรง ๆ มันมีทั้งความสุข และความทุกข์

เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น ทุกอย่างก็เป็นสิ่งสั่งสอนและตักเตือนเราให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น และหนุ่มชินยังบอกอีกว่า ตนต้องขอบคุณ กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ ๑๑ และผู้บังคับบัญชาทุกท่าน ที่คอยดูแล ฝึกฝน สั่งสอน และดัดตนให้เป็นผู้ชายที่ดีขึ้น ขอบคุณ กองทัพบก ที่ให้โอกาสได้ทำภารกิจต่าง ๆ ที่ทำให้ตนได้ช่วยเหลือประชาชน และประเทศชาติ ขอบคุณ กองบัญชาการกองทัพไทย

ที่ให้โอกาสได้นำเสนอสารคดีเฉลิมพระเกียรติ ถึง 3 พระองค์ และทำให้ตนได้ไปสัมผัสชีวิตของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ได้เข้าถึงคำว่า ชีวิตพอเพียง จริง ๆ ขอบคุณ เพื่อน ๆ 1/59 ทุกนายที่ร่วมฝึกด้วยกัน ขอบคุณ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นายทหาร นายสิบ กองร้อยที่ 4 ที่ทำให้รู้สึกเหมือนตนได้มีครอบครัวใหม่เพิ่มมาอีก 1 ครอบครัว และขอบคุณครอบครัวทั้ง แม่ พ่อ น้องสาว และ ลิลลี่ ที่คอยอยู่ข้าง ๆ

และเป็นกำลังใจ เป็นพื้นที่ของความรักที่ทำให้ตนผ่านช่วงเวลานี้มาได้ นอกจากนี้หนุ่มชินยังบอกอีกว่า ปีนี้ตนพร้อมมากที่จะกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก กลับมาลุยงาน กลับมาเจอแฟน ๆ กลับมาเป็นลูก พี่ชาย แฟน และศิลปินที่ดีขึ้น เก่งขึ้นบอกเลยพลังงานเยอะมาก ถึงเวลาปล่อย ลุย เรียกได้ว่าแฟนคลับเตรียมนับเวลาถอยหลัง รอชมผลงานของหนุ่มชินได้เลยจ้า

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลหารบกที่ 11(ผบ.มทบ.11) เป็นประธานในพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพลและส่งทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/2559 และทหารกองประจำการที่ใช้สิทธิลดวันรับราชการทหารน้อยกว่า 2 ปี พร้อมรับประกาศณียบัตรที่มารับราชการจนครบกำหนดปลดปล่อย 435 นายที่อาคาร อาทิตย์ กำลังเอก

โดยมีพลทหารชินวุฒ อินทรคูสิน นักร้องชื่อดัง ปลดประจำการด้วย พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวให้โอวาทว่า การที่พลทหารกองประจำการได้เสียสละอุทิศเวลาร่างกายจิตใจและความสุขสบาย ที่เคยได้รับเข้ามารับใช้ประเทศชาติ ทำหน้าที่ของลูกผู้ชายสมบูรณ์ตามกฎหมาย ถิอเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ผู้บังคับบัญชาทุกนายใน มทบ.11 มีความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดระยะเวลาที่มาเป็นสมาชิกในหน่วย

ทุกคนปฏิบัติภารกิจตามที่รับมอบหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์พัฒนาความเจริญ รุ่งเรือง กองทัพบก สังคม และประเทศชาติด้วยดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาทุกคนมีความยินดีที่ทุกคนจะได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวเป็นปกติต่อไป ขอให้ทุกคนได้สำนึกอยู่เสมอว่าภาระหน้าที่ของน้อง ไม่ใช่จะจบลงในวันนี้ แต่เพียงเท่านี้

เรายังมีหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ที่จะต้องติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนมีระเบียบวินัยช่วยสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่น และสังคม ประเทศชาติ ดำรงตนให้มีประสิทธิภาพสมกับที่เราได้ฝึกหัด อบรมมาแล้วเป็นอย่างดี จากนี้ไปในทุกๆ เช้าเวลาตีห้าครึ่งจะไม่มีนกหวีดปลุก จะไม่มีเสียงตะโกนร้องสั่งให้ตื่น ให้เก็บที่นอน ให้ออกกำลังกาย ให้ไปกินข้าว ให้ไปแต่งตัว

ให้ไปฝึกฝนอบรม ไม่ไปสวดมนต์ ให้ไปทำงานหรือเข้าเวรยามจะไม่มีเสียงบังคับบัญชาใดใดทั้งสิ้นในตอนเช้าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ขอให้น้องๆ ได้ระลึกและจดจำภาพที่งดงาม ที่เราดำรงตนอยู่ในกองทัพเอาไว้ จะไม่มีเสียงบังคับบัญชา จากผู้บังคับบัญชา จะไม่มีเสียงสั่ง จะไม่มีเสียงระฆัง จะไม่มีเสียงแตรปลุก แตรนอน สิ่งที่สำคัญคือน้องน้องต้องปกครองตนเองและเป็นผู้ใหญ่

ที่ต้องดูแลตนเองและต้องดูแลครอบครัวรวมถึงสังคมต่อไป” พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่าทุกคนได้ผ่านการปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ที่จะทำหน้าที่ของความเป็นชายชาติทหาร และได้ทำหน้าที่นั้นสมบูรณ์เรียบร้อย ต่อจากนี้ไปต้องทำหน้าที่ของความเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ บ้านเมือง หากมีข่าวสารหรือข้อมูลที่มีความสำคัญ ทุกคนก็ได้โปรดติดต่อประสานงานกลับมายังบ้านแห่งนี้อ้อมกอดของผู้บังคับบัญชายินดีต้อนรับ

พร้อมฟังข้อมูลข่าวสาร ให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลา สำหรับชิน ชินวุฒิหละง ปลดประจำการทหารในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา แย้มมีคิดอยากเป็นทหารต่อแต่ขอดูจังหวะและโอกาสแต่ถ้าหากมีงานที่ทางกรมให้ไปทำก็ยินดีช่วยเต็มที่ปรยวางแพลนเที่ยวฝรั่งเศสพร้อมเยี่ยมคุณตาคุณยายกับครอบครัวนาน 1-2 เดือนหลังปลดประจำการ บอกมีเอ่ยปากชวนแฟนอย่าง “สาวลิลลี่ ภัณฑิลา”

ไปด้วยแต่ต้องถามฝ่ายหญิงอีกทีว่าจะว่างหรือเปล่าในกองพัน ‘ชิน ชินวุฒ’ เล่าเรื่องในกรมทหารที่หลายคนไม่รู้1.จริงๆ แล้วทางกองทัพเขาให้ความสำคัญสุขภาพความเป็นอยู่ของกำลังจากที่ผมเห็นแล้วสัมผัส จากที่มีคนไม่สบายเขาส่งเลยทันที เช่นตอนฝึก ใครเคยเสพยามาก่อน เขาจะติดโบไว้เผื่อให้รู้ว่าจะไม่เค้นคนนี้มาก เพราะมีความสำคัญต่อสุขภาพ หรือคนที่มีโรคประจำตัว

ทำเซอร์เวย์ไม่มีใครถูกหรือผิด สิ่งที่ทำมาก่อนไม่นับ2.โดนทำโทษมีบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องชกต่อย คนภายนอกชอบมองว่า ต้องมี แต่จริงๆ แล้วมันไม่มีครับ ภาพที่เคยเห็นกันอาจจะเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้นเหตุที่เกิดมันเกิดอะไรขึ้นจนทำถึงขนาดนั้น มันไม่เกี่ยวกับหน่วยทหารนะ เอาจริงๆ ทุกที่เป็นหมด ถ้าเราไปด่าพ่อด่าแม่คนอื่น เค้าก็ต้องไม่ชอบเรามันเป็นเรื่องปกติ

ไม่ต้องในกรมทหารหรอก ข้างนอกคุณก็โดนเหมือนกัน อยู่ที่ตัวคุณคนนั้น แต่ที่ผมเห็นไม่มีการทำร้ายร่างกายแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่เพราะผมเป็นดารา จริงๆ แล้วผมเนี่ยโดนทำโทษบ่อย เวลาเรามีใครผิด โดนหมด แต่เคยผิดมั้ย เคย เพราะเราขี้เกียจ มาช้า ก็ต้องโดน ขี้เกียจฝึกบางทีมันเหนื่อยมาก กลัวแดดมั้ยไม่กลัวชอบออกกำลังกายกลางแจงอยู่แล้ว ไม่มีที่จะมาซ้อมหรือกระทืบอะไรแบบนี้

และที่เขาบอกว่า กรมทหารต้องมีการรับน้องใหม่ ด้วยการเตะต่อยกระทืบ แบบนี้มีจริงมั้ยอ่ะ ชินเล่าให้เล่าฟังแบบเสียงดังฟังชัดว่า 3.เราไม่รู้ว่าคนที่ปล่อยข่าวออกมามีความคิดหรือทัศนคติอย่างไรเราห้ามไม่ได้ มีชอบต้องมีเกลียด ไม่ชอบก็มี วันนึงผมอาจจะเดินผ่านคนนึงแล้วเขายิ้มให้ผมแล้วผมไม่ได้ยิ้ม ซึ่งวันนั้นผมอาจจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็อาจจะทำให้คนๆ นั้นไม่ชอบผมก็ได้ไง

4.โดนเขม่นมีบ้าง เพราะต่างคนต่างพ่อแม่ ก็เป็นนักร้อง เขาเล็งว่าเราจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นมั้ย แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ ทำด้วยกัน กอดคอกันเหนื่อยไปด้วยกัน มันเลยเกิดความสามัคคีและความรัก และมีความเป็นพี่น้องเกิดขึ้นภายในนี้สุดท้ายอยากบอกคนภายนอกที่เข้าใจเรื่องภายในกรมทหารผิดว่าอย่างไรบ้าง 5.อยากบอกว่าสิ่งที่คนภายนอกรับรู้บางทีต้องกรองกันก่อน หรือก่อนจะเชื่อ

ควรคิดและตระหนักดูว่าถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ คนในกองพันเขาจะรับกันได้มั้ย ถึงกับเคยหลั่งน้ำตาต่อหน้าสื่อเมื่อครั้งที่นักร้องหนุ่ม ชิน ชินวุฒ ต้องเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติตามหน้าที่ของชายไทยในปี 2559 และภาพดังกล่าว ก็ทำให้หนุ่มชินถูกคนไทยค่อนประเทศวิจารณ์ค่อนข้างรุนแรงในเรื่องนี้ และหลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาปีกว่า กับการที่หนุ่มชินได้ทำหน้าที่ชายไทยรับใช้ชาติ

ทัศนคติของนักร้องหนุ่มที่มีต่อการเป็นทหารเกณฑ์เปลี่ยนไป เพราะการเข้ากรมของหนุ่มชิน ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส มีแต่เรื่องราวดีๆ เข้ามาให้ชีวิตมากมาย ซึ่งหนุ่มชินเปิดใจถึงเรื่องนี้กับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ว่า “การได้ไปเป็นทหาร มันทำให้ผมโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น ตอนแรกที่ผมกังวลที่ต้องเป็นทหาร เพราะมันเหลือเวลาแค่ 1 เดือน แล้วด้วยรายได้ของเรามันจะหายไปเยอะในช่วง 3

เดือนแรกที่ต้องไปฝึก มันก็ทำให้ทุกอย่างเหวอไปหมด แต่ตอนนั้นน้องสาวก็ทำหน้าที่ตรงนั้นแทนผมได้ดีมาก ถ่ายละคร เก็บเงิน จ่ายค่าบ้าน ก็ช่วยแบ่งเบาตรงนั้นได้หลังจากนั้นเราก็ช่วยกันวางแผนไม่ว่าจะผม น้อง แม่ และก็ลิลลี่ ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต หลังจากเป็นทหาร ยอมรับว่าชีวิตมันดีขึ้น มีทั้งงานราษฎร์ งานหลวง ให้ผมได้ทำ ยอมรับนะว่าช่วงปีแรกฝึกหนักมาก ก็รับงานยากหน่อย

แต่พอหลังจากนันก็เริ่มมีลาได้ ก็ทำให้ผมได้ออกมาทำงานหาเงินช่วยที่บ้านได้บ้าง ตอนนี้การเป็นทหารของผมไม่มีความกังวลใจใดๆ แล้วครับ เพราะว่าเรารู้แล้วว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราเคยคิดเอาไว้ หมายถึงเรื่องความยากลำบากของครอบครัวผมนะครับ โชคดีรีไฟซ์แนนซ์บ้านได้ ทั้งๆ ที่ผมผ่อนบ้านมานาน แต่พอรู้ว่าจะต้องไปเป็นทหาร ก็เริ่มหาทางลดค่าใช้จ่าย และพอทำมันก็ลดลงไปได้เยอะเลย

ผมก็ไม่เครียดมาก คุณพ่อก็ยื่นมือเข้ามาช่วยในช่วงนี้ ก็ทำให้เราถูไถกันไปได้ในตอนนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม มันเป็นบทเรียน มันทำให้ผมโตขึ้น ทำให้น้องผมโตขึ้น เป็นบทพิสูจน์และทดสอบเรา ผมรู้สึกแฮปปี้กับการที่ผมไปเป็นทหารแล้วทำให้ผู้หญิง 3 คนในชีวิตผม แม่ น้อง และลิลลี่ รู้จักกันมากขึ้น เค้าช่วยกันและกัน มันทำให้เรารู้สึกแฮปปี้จริงๆริงๆ การเป็นทหารมีแต่อะไรดีๆ

เข้ามาในชีวิตผมนะ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ไง พอคนไม่รู้ก็คิดแค่ว่า เอาแล้ว เราเป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องหายจากการหาเงิน เราไม่ได้เตรียมใจจะไปเป็นเลยนะวันนั้น แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก มันก็เลยรู้สึกอย่างที่หลายๆ คนได้เห็น และกลายเป็นดราม่าไปทั้งประเทศ ผมเข้าใจในมุมมองของแต่ละคน” สำหรับครอบครัวของ ชิน ชินวุฒิที่ผ่านมาก คุณแม่ได้มาเปิดเบื้องหลังชีวิตกัดฟันสู้

แม้มีเงินในบัญชี 0 บาท ถึง 2 ครั้งโดย คุณแม่เอเลน เผยว่า ตัวเธอเองนั้นเป็นคนฝรั่งเศส ได้พบกับคุณพ่อของชินที่อเมริกาก่อนที่เขาจะชวนมาอยู่เมืองไทย ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าแค่ชวนมาเที่ยวเฉยๆ  แต่พ่อกลับชินขอให้เธอแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยที่เมืองไทย อย่างไรก็ตามเนื่องจากพ่อของชินอายุมากแล้ว แถมเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน ทำให้ครอบครัวที่ฝรั่งเศสของเธอ

ไม่ค่อยยอมรับนักกบอกว่าหากตัดสินใจจะมาแต่งงานอยู่ที่ไทยก็ให้ออกจากครอบครัวไปเลย ตอนที่เธอมาถึงเมืองไทย ในกระเป๋านั้นมีเพียงใบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย และเงินติดตัวเพียง 800 บาทเท่านั้น  มาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่รู้จักใคร พูดภาษาก็ไม่ได้ แถมยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมคนเอเชียด้วย ทั้งที่สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนต่างชาติที่จะเดินทางมาอยู่ที่นี่ เพราะหากไม่เข้าใจวัฒนธรรม

ต่อให้พูดภาษาได้ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการทำงาน ในตอนที่เธอรู้ตัวว่าท้องชินนั้น จำได้ว่าตัวเองยืนอยู่ที่ตลาดราชวัตร ใส่รองเท้าแตะ มีกางเกง 2 ตัว เสื้อยืด 3 ตัว  และคิดในใจว่ามันถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะเก็บลูกไว้หรือว่าจะเอาออก แล้วกลับบ้านที่ฝรั่งเศส ประกอบกับในตอนที่เธอท้องอยู่นั้น ก็ถูกย่าของชินไล่ออกจากบ้าน  เนื่องจากตัวเธอไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย

ทำให้เธอในตอนนั้นไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ แถมสามีก็เป็นลูกชายคนโต  ก็ยังต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างคุณแม่ของเขาและตัวเธอเอง จากนั้น คุณแม่เอเลนก็ตัดสินใจไปเช่าแฟลตเล็กๆ ขนาด 9 ตารางเมตร เพราะตัดสินใจว่าจะอยู่ที่ไทยแล้ว  ต้องการแสดงให้คนที่มองอยู่เห็นว่าเธอก็ทำได้ มีชีวิตอยู่ได้ ในช่วงเวลาหลังจากนั้นก็ต้องประสบความสำบากอย่างมาก  และเคยเหลือเงินในบัญชีเพียง 0 บาท ถึง 2 ครั้ง

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here