จัดซุ้มเวดดิ้งในพิธีการฌาปนกิจ ‘ว่าที่เจ้าสาว’ ถูกคนเมาแล้วขับชนดับ พร้อมเผยแหวนหมั้น-นาทีตอบรับแต่งงาน! (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
73

จัดซุ้มเวดดิ้งในพิธีการฌาปนกิจ ‘ว่าที่เจ้าสาว’ ถูกคนเมาแล้วขับชนดับ พร้อมเผยแหวนหมั้น-นาทีตอบรับแต่งงาน!

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา บูรณศิริ อดีต รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีการฌาปนกิจศพ ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ แต่ที่น่าแปลกใจที่หน้าเมรุได้มีการจัดแต่งซุ้มประตูแบบเดียวกับงานมงคลสมรส จากการสอบถามนายกิตติกร พิริยะกุลเดช อายุ 52 ปี

พ่อของน.ส.อทิตา พิริยะกุลเดช อายุ 24 ปี ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวถูกรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน กย8486 พระนครศรีอยุธยา คนขับชื่อนายภูเบศ เนตรงาม อายุ 26 ปี ชนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 1กง9852 เพชรบูรณ์ ซึ่งลูกสาวกำลังขับรถกลับบ้านและใกล้จะถึงบ้านแล้วอย่างแรง จนร่างเละไปทั้งตัว แขนขาหักกะโหลกศีรษะเปิด เสียชีวิต ที่ถนนโรจนะ

หน้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะแยกประตูบี ม.4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. นายกิตติกร กล่าวต่อว่า โดยลูกสาวกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน ในเดือน ต.ค.นี้ โดยได้ทำพิธีหมั้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่งต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เพราะถูกรถเก๋งชน แล้วผลจากการตรวจแอลกอฮอล์ ทราบว่า

ผู้ที่ขับรถเก๋งคู่กรณีที่ชนลูกสาวตนมีปริมาณแอลกอฮอล์ 87 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สรุปคือเมาแล้วขับ ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปเพราะคนที่เมาแล้วขับ นายกิตติกร กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่จัดซุ้มเหมือนงานแต่งงานนั้น เพราะอยากทำอะไรให้กับลูกในวาระสุดท้าย และไม่อยากให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า แขกที่มาร่วมงานก็แต่งตัวตามสบาย ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใส่ชุดดำ

การเชิญผ้าบังสุกุล ก็จะเชิญเป็นคู่ๆ ผู้ทอดผ้า ก็เชิญเป็นคู่ พระที่มาสวดบังสุกุล ก็นิมนต์เป็นคู่ ด้าน น.ส.สุกฤตา พิริยะกุลเดช อายุ 20 ปี น้องสาวของสิ้น กล่าวว่า อยากให้คนที่ดื่มแอลกอฮอลล์ เมาแล้วขับ ควรมีจิตสำนึก ว่า หากเมาแล้วไปขับชนจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต มันคือการสูญเสียคนในครอบครัว ครอบครัวหนึ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ จึงไม่อยากให้คนเมาแล้วมาขับรถบนท้องถนน

จะได้ไม่มีการสูญเสียเหมือนกับครอบครัวตน พี่สาวตนรักตนมาก ใกล้จะได้แต่งงานอยู่แล้ว แต่ต้องมาเสียชีวิตเสียก่อน อยากให้พี่สาวเป็นรายสุดท้ายของการเมาแล้วขับ จากกรณี น.ส.อทิตา พิริยะกุลเดช อายุ 24 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถเก๋งเมาแล้วขับชนท้ายสิ้น ที่ถนนโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ น.ส.อทิตา

มีกำหนดจะเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนหนุ่มชาวอเมริกันในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ และได้ทำพิธีหมั้นกันไว้แล้ว โดยในพิธีศพได้มีการประดับเมรุเหมือนงานแต่งงานเพื่อเป็นการทำให้กับผู้เสียชีวิต โดยแฟนหนุ่มของ น.ส.อทิตา ยังได้มาร่วมในพิธีรดน้ำศพด้วยอาการโศกเศร้า กฎหมายใหม่ “เมาแล้วขับ” โดนปรับเป็นหมื่น! กฎหมายจราจรใหม่เพื่อช่วยกันลดการเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับที่เป็นสาเหตุอันดับที่ 1 ของการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ในบ้านเรา

แล้วคร้าบบมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2560 นี้แล้วนะครับโดยเฉพาะเรื่องปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ปรับลงเหลือ 50 mg% แล้ว เราจึงอยากให้เพื่อนๆ รู้ก่อนว่ากฎหมายใหม่ที่ว่านี้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง? และถ้าเรามีความจำเป็นต้องดื่มก่อนขับรถจริง ปริมาณการดื่มเท่าไหร่ที่เป็นปริมาณที่เหมาะสม หรือการดื่มมาตราฐานนั้นอยู่ที่ปริมาณเท่าไหร่? ใช้เวลาขับออกนานเท่าไหร่กัน? พรบ.จราจรทางบกฉบับใหม่และโทษปรับ
มีการปรับลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลงเหลือ 50 mg% ซึ่งก็คือ “ความเมา”

ตามคำจำกัดความของกฎหมายที่ว่าและมีความผิดตามกฎหมายจราจรใหม่ คือ
1. มีโทษจำคุก 1 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท
3. หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. และศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบขับขี่ไปเลย
5. และสามารถยึดรถไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน

แต่ถ้าขับรถด้วยความเมาทำให้เกิดเหตุจนทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ
1. มีโทษจำคุก 1-5 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท
3. หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. และศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือเพิกถอนใบขับขี่ไปเลย

และถ้าขับรถด้วยความเมาจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายอย่างสาหัส
1. มีโทษจำคุก 2-6 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท
3. หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. และศาลสามารถสั่งพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือเพิกถอนใบขับขี่ไปเลย

และถ้าเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วยอาการมึนเมาในขณะขับขี่แล้วล่ะก็
1. มีโทษจำคุก 3-10 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท
3. หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. และศาลสามารถสั่งเพิกถอนใบขับขี่เลย

ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เราดื่มได้ถ้าขับรถต่อ
ก่อนอื่นต้องรู้จักคำว่า “1 ดื่มมาตราฐาน” กันก่อนว่ามันคืออะไร? เจ้าหน่วยที่ว่านี้หมายถึงปริมาณวัดหน่วยการดื่มที่เราใช้ในการเปรียบเทียบในเครื่องดื่มแต่ละชนิดที่มีความแรงของแอลกอฮอล์ที่ต่างกันและในปริมาณที่แตกต่างกัน เพื่อป้องกันเราดื่มมากเกินไปจนทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์มีมากเกินไปจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อร่ายกายและการตัดสินใจในขณะขับขี่รถ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับเกิดขึ้นนั่นเองครับ

1 ดื่มมาตราฐาน เป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกใช้กันมานานอย่างแพร่หลายครับ เทียบเท่ากับเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 10 กรัมหรือประมาณ 12.5 มิลลิลิตร และร่างกายสามารถขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้ใน 1 ชั่วโมง (สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง) และปริมาณที่เราดื่มได้ตามเกณฑ์ คือ

วิสกี้ 1 แก้ว ขนาด 30 ml. (3 ฝา) ดีกรีแอลกอฮอล์ 40% = ไวน์ 1 แก้ว ขนาด 100 ml. ดีกรีแอลกอฮอล์ 12% = เบียร์ 1 แก้ว 330 ml. ดีกรีแอลกอฮอล์ 5% อีกเรื่องที่เราอยากให้เพื่อนๆ ระวังไว้หน่อย คือ สารพัดบทความที่แชร์เรื่องเครื่องดื่มที่ช่วยให้สร่างเมานั้นไม่เป็นความจริงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เลยครับ การสร่างเมานั้นจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกมาจากร่างการด้วยตับของเราตามเวลาที่ทิ้งช่วงไว้เท่านั้น

ส่วนการดื่มนมเปรี้ยวไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับการที่ร่างกายขับแอลกอฮอล์ การดื่มกาแฟหรือแม้แต่การอาบน้ำเย็นจัดนั้นช่วยแค่ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวแต่แอลกอฮอล์ยังอยู่ปริมาณเท่าเดิมนะฮะ เจอด่านเป่าก็เรียบร้อยเหมือนเดิม แต่เราป้องกันไม่ให้เมาเร็วหรือร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์อย่างรวดเร็วได้ครับ โดยการ กินอาหารมื้อใหญ่ก่อนดื่ม

โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง เลือกดื่มเครื่องดื่มชนิดเดียว หลายขนานเกินไป เมาเละแน่ครับ ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้นหลังดื่มเสร็จ เพราะร่างกายเราจะขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจเกิดอาการผิวแห้งตามมาโดยเฉพาะถ้าเราดื่มกาแฟไปด้วย ดื่มน้ำเพิ่ม 3 เท่าเลยฮะ (ป้องกันผิวเหี่ยวก่อนวัยด้วยนะครับ งานนี้ดื่มคอลลาเจนก็ไม่ช่วยฮะ) ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ เป็นไปตามกฎหมายจราจรใหม่ที่ประกาศเลยครับ

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2560 นี้เลยโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ ถ้าตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากกว่า 50 mg% จะไม่ได้รับความคุ้มครองนะครับถ้าคุณจะดื่มก็อย่าขับรถเองเลยฮะ นอกจากจะได้รับบทลงโทษตามกฎหมายแล้วโดนยึดรถไปอีก 7 วัน นั่งแท๊กซี่กลับหรือให้เพื่อนที่ไม่เมาขับมาส่งดีกว่าครับ

ส่วนคนที่ประสบเหตุซึ่งก็คือคนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ครับยังคงได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ภาคบังคับและภาคสมัครใจตามความคุ้มครองปกติ ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์แล้วล่ะก็ คิดถึงประกันรถยนต์สายพันธุ์เพนกวิ้นได้เลยนะครับ แหะๆๆๆๆ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here