ชาวเน็ตด่ายับ! โรงเรียนเปิดรับสมัครครู คุณสมบัติหรู วุฒิปริญญาตรีสาขาเฉพาะทาง แต่เงินเดือน 4,000 บาท (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
69

ชาวเน็ตด่ายับ! โรงเรียนเปิดรับสมัครครู คุณสมบัติหรู วุฒิปริญญาตรีสาขาเฉพาะทาง แต่เงินเดือน 4,000 บาท

อีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนในเรื่องคุณภาพการศึกษา และการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐที่ส่งผลโดยตรงต่อโรงเรียนตามชนบทขนาดเล็ก ภายหลังจากที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก “สมัครงาน สอบราชการ” ได้โพสต์สเตตัสพร้อมรูปภาพ พร้อมระบุใจความเป็นการ รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.สุโขทัย ซึ่งคงไม่แปลกแต่อย่างใดเมื่อดูที่รายละเอียดการรับสมัคร

ทั้งการตั้งสเปกคุณสมบัติผู้สมัครว่าต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกปฐมวัย หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีความตรงต่อเวลา ทว่าสิ่งที่ช็อกจนเข่าทรุดคืออัตราเงินเดือนจ้างอยู่ที่จำนวน 4,000 บาท ย้ำ!!! 4,000 บาท จากนั้นบรรดาชาวโซเชียลก็ได้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายถึงจำนวนเงินที่ได้รับ บ้างก็แสดงความเห็นว่าสะท้อนให้เห็นถึงระบบการศึกษาไทย และการให้ความสำคัญกับการศึกษาของภาครัฐเป็นอย่างดี

เดี๋ยวเรามาดูข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อเลยนะค่ะอาชีพครูเป็นอาชีพมีเกียรติ เป็นข้าราชการ ในอดีตการเป็นครูต้องเป็นผู้ที่เสียสละ อดทน ยอมรับกับความยากลำบาก รายได้น้อยมีเพียงเงินเดือนเท่านั้น และภาพลักษณ์ของ “ครูบ้านนอก” ที่มักจะเป็นครูบรรจุใหม่ส่งไปประจำโรงเรียนในชนบทห่างไกลตัวเมือง หรือที่เรียกว่า “บ้านนอก”

จึงทำให้คนกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการเป็นครูหันไปเรียนวิชาชีพอื่นที่สามารถทำเงิน สร้างรายได้สูงและอยู่ในสังคมเมืองที่มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เรียนจบไปเป็นครู การเลือกเรียนครูในอดีตมีกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นธรรมและมักจะได้คนที่เรียนเก่งไปเป็นครู ในปัจจุบันจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การกระจายความเจริญไปสู่ชนบท ทำให้ชนบทมีความสะดวกสบายจากสาธารณูประโภคเท่าเทียมกับในเมือง

มีถนน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ วิทยุโทรทัศน์ ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต กระจายในเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทรัพย์สินที่เป็นที่ดินของคนในชนบทกลายเป็นทุนที่มีราคาสูง คนบ้านนอกกลายเป็นคนมีทรัพย์สินและฐานะดีกว่าคนในเมืองบางกลุ่มเสียอีก สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพของ “บ้านนอก” หายไป ครูบรรจุใหม่ในโรงเรียนชนบทจึงไม่ลำบาก และไม่มีลักษณะของการเป็น “ครูบ้านนอก” อีกต่อไป

และการเป็นข้าราชการครู ที่คนทั่วไปเรียกว่า “คุณครู” มีศักดิ์และสิทธิ์บริบูรณ์ของข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า มีความมั่นคงกว่าการเป็นอาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐเสียอีก ประกอบกับตำแหน่งงานของครูในอนาคตจะมีการเปิดรับทดแทนผู้ที่จะเกษียณอายุจำนวนมาก อีกทั้งนโยบายและการบริหารจัดการระบบการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอาชีพครูในทางที่ดีขึ้น

มีความก้าวหน้า มีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ส่งเสริมคนเก่งและคนดีให้สามารถพัฒนาตนเองสู่ศักยภาพที่สูงสุดแห่งตนได้ด้วยช่องทางการเติบโตที่ไม่ต้องแข่งกับผู้อื่นแต่แข่งกับตนเอง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นแรงจูงใจให้คนสนใจมาเป็นครูมากขึ้น กระบวนการเตรียมการผลิตครู ถ้ากฎหมายให้อำนาจแก่องค์กรวิชาชีพครูในการกำหนดนโยบายการผลิตและพัฒนาวิชาชีพครู

การใช้อำนาจตามกฎหมายในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูอยู่บ่อย ๆ อาจทำให้เกิดช่องว่างของการประสานงานระหว่างสถาบันการศึกษากับองค์กรวิชาชีพครู เพราะสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูและองค์กรวิชาชีพครูต่างฝ่ายต่างมีอำนาจตามกฎหมายและสามารถใช้อำนาจที่มีอยู่ได้อย่างอิสระ อาจทำให้เกิดปัญหากับผู้เรียนสาขาวิชาชีพครู

และสถาบันการศึกษาอาจไม่สามารถปรับปรุงหลักสูตรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรวิชาชีพครู เนื่องจากมาตรฐานหลักสูตรและกระบวนการปรับปรุงหลักสูตรตามมาตรฐานของการจัดการศึกษาระดับปริญญามีกระบวนการและขั้นตอนที่กำหนดไว้โดยเฉพาะเช่นกัน กระบวนการเตรียมรับการผลิตครูเชิงนโยบายและการใช้อำนาจจึงควรมีการปรับปรุงให้สามารถประสานงานระหว่างสถาบันการศึกษากับองค์กรวิชาชีพ

การเตรียมการผลิตครูของสถาบันการศึกษานั้นนอกจากการจัดการเรียนการสอนให้มีสมรรถนะและมาตรฐานของวิชาชีพครูแล้ว ควรต้องยึดถือคุณลักษณะสำคัญตามธรรมชาติของวิชาชีพครู เช่น ความแม่นยำ เข้มแข็งทางวิชาการ หรือ “เรียนอะไรเรียนให้รู้เป็นครูเขา…” เพราะการจะเป็นครูผู้สามารถสอนผู้อื่นได้ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้จริง ลึกซึ้ง และถูกต้องในเนื้อหาวิชา

จากแนวคิดนี้จะส่งผลถึงกระบวนการพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบของการจัดการเรียนการสอน ซึ่งอาจจะเป็นการเรียนสาขาวิชาเอก 4 ปี ซึ่งสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับครู บวกกับการเรียนวิชาครูอีก 1-2 ปี นั่นหมายถึงผู้ที่เป็นครูต้องรู้จริง ลึกซึ้ง และถูกต้องในเนื้อหาสาระของวิชาที่จะสอน และมีความรู้ในการสอนและการเป็นครู นอกจากนั้นต้องคัดเลือกผู้ที่พร้อมจะเป็นครูอย่างแท้จริง

เมื่อจบวิชาชีพครูควรออกไปเป็นครูมากกว่าการประกอบอาชีพอื่น เพราะการลงทุนผลิตครูต้องใช้ทรัพยากรและเวลามาก จึงควรได้ผลผลิตออกไปทำงานเป็นครูตามประสงค์จึงจะคุ้มค่าของการลงทุน อย่าซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ในอดีตช่วงปี พ.ศ. 2510 ถึง พ.ศ. 2530 มีความต้องการเรียนต่อของผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษามีจำนวนมาก แต่สถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยมีที่เรียนจำกัด

ซึ่งส่วนมากเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่จำกัดจำนวนรับ กลายเป็นปัญหาทางการเมือง รัฐบาลจึงได้ดำเนินการเปิดสถาบันการศึกษาแบบไม่จำกัดจำนวนรับขึ้นโดยจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงขึ้นในปี พ.ศ. 2514 และจัดตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี พ.ศ. 2521 นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้เกิดสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนอีกจำนวนมากเพื่อแบ่งเบาภาระการจัดการศึกษาของรัฐ

ให้คนได้มีที่เรียน และในส่วนของการผลิตครู รัฐบาลได้สั่งให้รับนักศึกษาครูเพิ่มในวิทยาลัยครูทั่วประเทศ 36 แห่งขณะนั้น โดยให้เปิดสอนทั้งกลางวัน กลางคืน เสาร์-อาทิตย์ เพื่อสนองความต้องการเรียนครู (ปัจจุบันวิทยาลัยครูได้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ)เมื่อมีการผลิตในเชิงปริมาณจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาทางด้านคุณภาพของครูในระยะต่อมา

ทั้งในเรื่องความแม่นยำ การมีวินัยทางวิชาการ และการปฏิบัติตนในฐานะผู้ที่มีอาชีพครู ทำให้เกิดเป็นข่าวในสื่อมวลชนถึงความประพฤติที่ไม่เหมาะสมในการเป็นครู เช่น การลงโทษนักเรียน การละทิ้งการสอน และการผิดวินัยเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งพัฒนามาจาก โรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครู และสถาบันราชภัฏ

ก่อนจะมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยยังคงเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับความเชื่อถือจากสังคมในการผลิตครู ประวัติศาสตร์ที่วิทยาลัยครูผลิตครูมากทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพจึงไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำรอยในยุคที่เป็นมหาวิทยาลัย และฝ่ายการเมืองไม่ควรผลักดันให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศรับนักศึกษาครูเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาผู้ต้องการเรียนจำนวนมากเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

การใช้เทคโนโลยีการสอน หรือกระบวนการบริหารจัดการเหลื่อมเวลา จัดหลายรอบ หลายสถานที่ เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้มากขึ้นควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและมั่นใจ เพราะการผลิตครูที่มีคุณภาพนั้นความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ผู้สอนกับนักศึกษาครูในการถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และเจคติของการเป็นครูมีความสำคัญมาก ซึ่งบางเรื่องการใช้เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนอาจารย์ผู้สอนได้

นอกจากนั้นปริมาณความต้องการครูในอนาคตอาจจะลดลงตามจำนวนประชากรที่มีแนวโน้มลดลงหรือจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะ 10 ปีข้างหน้านี้ จากสถิติพบว่าจำนวนนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาในแต่ละระดับชั้นลดลง อาจมีการปิดโรงเรียนในระดับการศึกษาพื้นฐานหลายแห่งในบางเขตพื้นที่ อาจมีการลดอัตรากำลังครูเช่นกัน ดังนั้นการเตรียมการผลิตครูไม่ให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์แล้ว

ยังสามารถใช้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนในการผลิตครูได้ด้วยการให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ สรุป อาชีพครูได้รับการพัฒนาควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นผลสำเร็จขององค์กรวิชาชีพครูและนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ทำให้อาชีพครูได้รับความสนใจมีผู้ต้องการเรียนวิชาชีพครูจำนวนมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏยังเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับความเชื่อถือในการผลิตครู

โดยพิจารณาจากจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนในคณะครุศาสตร์ การมีนโยบายที่ชัดเจนและมั่นคงขององค์กรวิชาชีพครู รวมทั้งมีกลไกที่สามารถประสานงานกับสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ และสถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญกับการผลิตครูด้วยการเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here