มหาเศรษฐีใหญ่โชว์ความรวย! ซื้อคฤหาสน์ให้ลูกชาย ของขวัญวันคล้ายวันเกิด 6 ขวบ (ชมภาพ)

0
158

มหาเศรษฐีใหญ่โชว์ความรวย! ซื้อคฤหาสน์ให้ลูกชาย ของขวัญวันคล้ายวันเกิด 6 ขวบ

เรียกว่าทำเอาฮือฮาไปทั่วโลกโซเชี่ยล หลังมหาเศรษฐีชาวไนจีเรียที่อาศัยอยู่ที่ดูไบ อิสไมลา มุสตาฟา ได้สร้างความตกตะลึงด้วยการโชว์รวย ประกาศว่าได้ซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ให้ลูกชาย มูฮัมหมัด มุสตาฟา เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 6 ปี เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมหาเศรษฐีผู้นี้ ได้ซื้อบ้านหลังงามให้ลูกชายวัย 6 ขวบ ระบุว่า การได้มีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ทั้งนี้ นอกจากบ้านหลังใหม่แล้ว มหาเศรษฐีรายนี้ยังมักจะถ่ายรูปโชว์ความร่ำรวยอยู่เสมอๆ ทั้งยังถ่ายรูปที่ให้ลูกชายใช้สินค้าแบรนด์เนม และนั่งนับเงินสดเป็นปึกๆ ลงในอินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคนด้วย ในศตวรรษที่ 18 ดินแดนที่เป็นไนจีเรียในปัจจุบันเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าทาส และอังกฤษได้เข้ายึดเมืองท่าลากอสในเดือนสิงหาคม 2394

ต่อมาได้ขยายอิทธิพลไปยังดินแดนโดยรอบเมืองท่าลากอสและลุ่มแม่น้ำไนเจอร์จนนำไปสู่การจัดตั้งบริษัท Royal Niger Company ซึ่งมีการจัดการทางการเมืองของตนเอง จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2443 บริษัทฯ จึงได้โอนดินแดนให้อยู่ในการปกครองของอังกฤษและได้จัดตั้ง “อาณานิคมและรัฐในอารักขาแห่งไนจีเรีย” เมื่อปี 2457 สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2503

และได้เป็นสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2506 หลังจากนั้น ได้มีรัฐประหารเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2509 และเกิดความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติและภูมิภาค เนื่องจากชนเผ่า Hausa ทางเหนือเกรงว่าจะถูกครอบงำโดยชนเผ่า Igbo ทางตะวันออกของประเทศ ภูมิภาคตะวันออกจึงตัดสินใจถอนตัวและจัดตั้งเป็นสาธารณรัฐแห่งไบอาฟรา (Republic of Biafra) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2510

นับเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองนองเลือดที่ยืดเยื้อ เพราะการแทรกแซงจากต่างประเทศและภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ในที่สุด เมื่อปี 2513 สาธารณรัฐแห่งไบอาฟราก็พ่ายแพ้ ต่อมามีความพยายามหลายครั้งที่จะให้มีการปกครองโดยพลเรือน แต่ฝ่ายทหารขัดขวาง หลังจากที่นาย Ken Saro-wiwa ผู้สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนของรัฐ Ogoni

และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของประชาชน อีก 7 คน ถูกประหารชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ไนจีเรียก็ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศเครือจักรภพเป็นการชั่วคราว พลเอก Sani Abacha ซึ่งขึ้นเป็นผู้นำของไนจีเรียตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2536 ได้ให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีการถ่ายโอนอำนาจการปกครองให้กับรัฐบาลพลเรือน

ซึ่งจะมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในเดือนตุลาคม 2541 แต่พลเอก Abacha ถึงแก่อนิจกรรมก่อน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2541 ด้วยโรคหัวใจวาย คณะรัฐมนตรีปกครองชั่วคราว (Provisional Ruling Council) จึงได้เลือกพลเอก Abdulsalam Abubakar เสนาธิการทหารเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี แทนพลเอก Abacha พลเอก Abubakar

ตระหนักถึงสถานการณ์ของรัฐบาลทหารที่ถูกต่อต้านจากประชาชนและนานาชาติ จึงมีท่าทีผ่อนปรนและประนีประนอมมากขึ้น โดยได้ปล่อยนักโทษการเมือง ซึ่งหนึ่งในนักโทษการเมืองคนสำคัญที่ได้รับการปล่อยตัวคือ พลเอก Olusegun Obasanjo จากนั้น พลเอก Abubakar ได้ให้สัญญาว่าจะลาออกและคืนอำนาจให้ประชาชน โดยได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2542

ซึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนั้นปรากฏว่า พลเอก Olusegun Obasanjo หัวหน้าพรรค People’s Democratic Party (PDP) ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนท่วมท้น รวมทั้งพรรค PDP ก็ได้รับเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2542

นับเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกในรอบ 15 ปี และเป็นครั้งแรกที่ไนจีเรียสามารถเปลี่ยนการปกครองจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลพลเรือนด้วยวิธีเลือกตั้งทั่วไป ไนจีเรียนอกจากจะดังในเรื่องฟุตบอลโลก และดังในเรื่องจำนวนนักโทษที่ติดคุก อยู่บ้านเราจากข้อหาขนยาเสพติดแล้วยังดังในเรื่องการต้มตุ๋นระดับโลก

ชนิดที่ลือกระฉ่อนกันไปทั่วจนนักลงทุนและผู้ปรารถนาจะทำการค้าด้วยต้องหวาดหวั่นหันไปกระทำการกับประเทศอื่นแทน จนมีส่วนทำให้เศรษฐกิจของไนจีเรียล้าหลังประเทศแอฟริกาด้วยกันไม่น้อย การคดโกงต้มตุ๋นทำให้ไนจีเรียเสียโอกาสดีๆไปมาก ในยุคโลกาภิวัตน์ชื่อเสียงของประเทศในการมีคุณธรรม ทำสิ่งที่ชาวโลกถือว่าเป็นสิ่งถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กองทัพต้มตุ๋นของไนจีเรีย เป็นที่รู้จักของชาวโลกมากว่าปีแล้ว มีการประเมิน ในแต่ละปีชาวโลกสูญเสียเงินไปนับพันล้านเหรียญสหรัฐ ก่อระกำทำเข็ญแก่ ผู้คนมากมาย เชื่อกันว่าที่อยู่ได้ดีจนทุกวันนี้ก็เพราะ รัฐบาลไนจีเรียไม่เอาจริง ผู้มีอำนาจในแทบทุกระดับมีเอี่ยวอยู่ด้วย ไนจีเรียมีประชากร ล้านคน อัตราการเพิ่มประชากรปีละร้อยละ 3 มีพื้นที่

มากกว่าไทยประมาณเท่าตัว ประชาชนเป็นมุสลิมประมาณครึ่งหนึ่ง เคยเป็น อาณานิคมของอังกฤษจนได้รับอิสรภาพเมื่อปี 1960 มีประสบการณ์การเมือง ที่ขมขื่น มีการปฏิวัติฆ่าฟันกันมาตลอด คอร์รัปชั่นอยู่ทั่วทุกขุมขน ผู้คนยากจน รูปแบบการหลอกลวงต้มตุ๋นนั้นหลากหลายอย่างน่าประทับใจจนในวงการโลก มีคำศัพท์ที่เรียกการต้มตุ๋นของไนจีเรียว่า “419”

ซึ่งมาจากมาตราหนึ่งของ กฎหมายไนจีเรีย เดิมเครื่องมือของก็คือ จดหมาย แต่ปัจจุบันก้าวหน้าไปเป็นการใช้ อินเตอร์เน็ต เป็นเครื่องมือ ทางการสหรัฐอเมริกาคาดว่า E-MAIL ที่ออกไปต้มตุ๋นชาวโลกของ “419” เพิ่มขึ้นร้อยละ 900 จากปี 2000 ถึง 2001 เฉพาะออสโลเมืองหลวงของนอร์เวย์แห่งเดียว ตำรวจได้รับการแจ้งความจาก ประชาชนถึง 30,000 ราย เหยื่อทั่วโลกมีนับพันๆ คน

ตั้งแต่เมลเบิร์นถึงมิลาน มีการคำนวณว่า ชาวโลกสูญเสียเงินระหว่าง 5 พันถึง 12 พันล้านเหรียญสหรัฐ ให้แก่ “419” เหยื่อหลายคนเป็นคนแก่ที่สูญเสียเงินก้อนสุดท้ายที่ออมมาตลอด ชีวิต หลายคนหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสิน และถึงกับฆ่าตัวตายก็มี ผู้ประกอบการของ “419” มีทักษะสูงมาก มีการจัดตั้งโรงเรียนต้มตุ๋นในไนจีเรีย กันเป็นเรื่องเป็นราว เรียนรู้กฎหมายและช่องโหว่

เข้าใจระบบการเงินของโลก และ ของประเทศต่างๆ เรียนรู้ทักษะการพูดในการจูงใจคน รู้วิธีจัดการวิกฤตการณ์ หัดเล่นบทหลากหลายไม่ว่าตำรวจ นักกฎหมาย ข้าราชการ นายธนาคาร เพื่อความ คล่องตัวในการต้มตุ๋น เมื่อจบแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เรียกว่ามีการฝึกฝนกันเป็นวิทยาศาสตร์ ถึงแม้นักต้มตุ๋นทั้งหมด จะไม่ใช่ชาวไนจีเรีย

แต่เกือบทั้งหมดก็เป็นชาตินั้น เชื่อว่ามีนักต้มตุ๋นไนจีเรียอยู่นับเป็นพันๆ คนหรืออาจเป็นเรือนหมื่น ท่านเหล่านี้ ที่นรกส่งมาทำให้กิจกรรมต้มตุ๋นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่จนทำเงินให้ไนจีเรียทั้งประเทศอยู่ในอันดับ 3 ถึง 5 ความโลภ และความรู้ว่านักการเมืองไนจีเรีย และแอฟริกาเกือบทุกคนคดโกง แอบซ่อนเงินไว้ในที่ต่างๆ ทำให้คนถูกตุ๋นคล้อยตามเพราะหวังลูกฟลุก วิธีการของ “419”

แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความร่ำรวยแอบซ่อนอยู่ที่ปลายทาง ที่ตุ๋นกันบ่อยก็ด้วยวิธีมีจดหมายจากคนมีนามสกุลของนักการเมืองแอฟริกัน หรือประธานาธิบดีที่มีชื่อเสียงที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไนจีเรีย เพื่อขอความช่วยเหลือ ในการโอนเงินก้อนใหญ่ไปเข้าธนาคารต่างประเทศ โดยอ้างว่าถูกไล่ฆ่า มีคดี และญาติผู้ใหญ่คนดังมีเงินมีอยู่มาก เพียงขอให้เซ็นชื่อในเอกสารทำหน้าที่เป็น ตัวแทนเปิดบัญชีถ้ายังไม่มี เพื่อเขาจะได้โอนเงินเข้า โดยจะแบ่งให้ 2-3 ล้าน เหรียญ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here