ชาวเน็ตจวกยับ! ดาราสาว “ขวัญ อุษามณี” นุ่งสั้น-ใส่ซีทรู นั่งเครื่องเข้าประเทศมุสลิมได้ด้วยหรอ (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
220

ชาวเน็ตจวกยับ! ดาราสาว “ขวัญ อุษามณี” นุ่งสั้น-ใส่ซีทรู นั่งเครื่องเข้าประเทศมุสลิมได้ด้วยหรอ

กลายเป็นประเด็นดราม่า สนั่นไอจีอีกแล้วจ้าาาาา เมื่อล่าสุด นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ได้โพสต์ภาพนั่งอยู่บนเครื่องบิน ขณะกำลังจะบินไปดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยโพสต์ภาพนั่งเครื่องกับคุณแม่ แถมโพสต์ท่าสุดเซ็กซี่ สวมชุดกางเกงขาสั้น ใส่ซีทรู พร้อมอวดขาเรียวยาวขาโป๊ะ แต่งานนี้ดันเจอชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ ติติงการแต่งกายของสาวขวัญว่า… “นี่คือการแต่งกายเข้าประเทศมุสลิมเหรอ” พร้อมทั้งบอกว่า “หวังว่าเมื่อถึงที่ดูไบแล้วจะเปลี่ยนชุดหรือหาอะไรมาคลุมขา เพราะประเทศเขาห้ามนุ่งสั้นหรือใส่ซีทรูโชว์เนื้อหนัง”

จากกรณีข่าวดังผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ภายใต้แบรนด์ “เมจิกสกิน” ไม่ผ่านมาตรฐาน อย.และมีดาราดังๆ หลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเคยรับรีวิวสินค้าดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็มี นางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี” ที่ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความขอโทษและอยากให้ทุกคนให้อภัยในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งขวัญลงรีวิวในฐานะที่ขวัญได้ใช้สินค้านั้นจริง โดยบอกว่าเธอได้สินค้านี้มาจากบุคคลที่เคยเคารพ ไว้ใจ

และเป็นบุคคลที่ขวัญเคยใกล้ชิดมากในอดีต โดยเธอได้ชี้แจงไว้ว่า “จากกรณีที่ขวัญเคยรีวิวสินค้า แบรนด์เมจิกสกิน ซึ่งมีข่าวว่าสินค้าดังกล่าวมีปัญหา ขวัญต้องขออภัยกับทุกคนที่ได้รับความเสียหาย เนื่องมาจากสินค้าและการรีวิวสินค้าหรือการโฆษณาสินค้าแบรนด์ดังกล่าวของขวัญด้วย ขวัญประมาทเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดีด้วยตัวเอง แต่ขวัญลงรีวิวในฐานะที่ขวัญได้ใช้สินค้านั้นจริง

โดยขวัญได้สินค้านี้มาจากบุคคลที่ขวัญเคยเคารพ ไว้ใจ และเป็นบุคคลที่ขวัญเคยใกล้ชิดมากในอดีต ทำให้ขวัญเกิดความเชื่อมั่นในสินค้าจึงลงคำโฆษณาต่อ ขวัญต้องกราบขออภัยทุกคนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีผลมาจากที่ขวัญลงโฆษณาสินค้า โดยไม่เช็คข้อมูล อย.แท้จริงด้วยตนเอง แต่กลับเชื่อถือจากคำบอกเล่า หรือสื่อต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น

สุดท้ายขวัญขอยืนยันในส่วนของสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ที่ขวัญเป็นเจ้าของแบรนด์เองนั้น ขวัญยืนยันว่าสินค้าทุกตัวมีคุณภาพ ปลอดภัย และมีมาตรฐานตามหลักอย. ครบถ้วน และมีเลขอย.ที่ถูกต้อง ทุกชิ้น และขวัญใช้เองจริงทุกวัน ขวัญต้องกราบขออภัยในเหตุการณ์ครั้งนี้ และอยากให้ทุกคนให้อภัยในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของขวัญด้วยนะคะ”

สำหรับ ขวัญ อุษามณี ชีวิตสู่เส้นวงการบันเทิงนั้น เธอได้รับการทาบทามและแนะนำจากทีมงานนักแสดงตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โดยเริ่มจากงานเดินแบบ และเล่นละคร ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ “พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก” จนได้รับงานแสดงทั้งของช่อง 3 และช่อง 7 ในปี 2547 อุษามณีได้ทำสัญญาเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องแรกหลังการเซ็นสัญญานั้นคือ “สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2

ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน” ซึ่งเธอรับบทนางร้ายเป็นเรื่องแรก เรื่องต่อมา “อกธรณี” เธอได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรก ต่อมาอุษามณีได้แสดงในเรื่อง “ขิงก็ราข่าก็แรง” ที่ทำให้เกิดวลีติดปากอย่าง ‘แม่ไม่ปลื้ม… จบ’ ส่งผลให้ละครเรื่องนี้เป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2549 โดยตอนจบเรตติ้งสูงสุดถึง 24 และเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 17 จากนั้นในเรื่อง “ปมรักรอยอดีต”

อุษามณีได้กลับมาพบกับธาวิน เยาวพลกุล และไปรยา สวนดอกไม้ อีกครั้ง ต่อมาปี 2554 อุษามณีได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายอีกครั้งในบท อินตรา (ในร่างมนชญา สลับกับปุณยาพร พูลพิพัฒน์) จากละครเรื่อง “เพลิงพรหม” ที่สามารถทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 20 จนคว้ารางวัลร้ายได้ใจ จากสยามดารา อวอร์ด 2011 ต่อมาปี 2558 เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือของบท ชิดชบา

จนคว้ารางวัลนำหญิงเจ้าบทบาท จากสยามบันเทิง 2015 และรางวัลเมขลา 2559 และในปี 2560 นี้ เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายเต็มตัวอีกครั้งในบท “พิตะวัน สัจจามาตย์” ในละครเรื่อง “มายา” เธอเป็นนักแสดง(ได้)ทุกบทบาทงานละครตอนนี้ขวัญรับไปเรื่อยๆ ตามที่ช่องจะมอบโอกาสให้ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่า ต้องปีละ 1 หรือ 2 เรื่อง เพราะจังหวะเวลาในการถ่ายทำและออกอากาศก็ไม่แน่นอน

แต่สิ่งที่แน่นอนนั้นคือ รายจ่ายของครอบครัว“งานละครขวัญขอแค่ทำงานกับทีมที่เรารัก ทุกครั้งที่เราไปทำงานมีความสุข เวลาเจออุปสรรคมันเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เรารู้พวกเขาตั้งใจ เวลาให้กองละคร หนูขอไว้แค่วันอาทิตย์เป็นวันที่เข้าไปดูบริษัทของเราเอง และถ้ามีช่วงไหนภาระค่าใช้จ่ายเยอะก็ขอไปรับอีเวนต์ ก็บอกกองก่อน เพราะถ้ารอเงินจากละครไม่พอค่าใช้จ่าย

มันมีระบบการจ่ายเงินขวัญต้องจัดสรรเงินเอาไปให้ที่บ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ เราไม่ทำใครจะทำ พอเราโตขึ้นมาเราต้องรับผิดชอบ หนูรับรู้ว่า ตอนนี้แม่ใช้ชีวิตแบบหมดห่วง หนูให้แม่พัก ดูแลงานเอง ให้เงินเดือนแม่ใช้ หรือเวลาแม่มีอะไรบอกเราก็หาให้เขา เหมือนตอนเด็กแม่เลี้ยงเรา เขาทำงานหนัก ถึงตอนนี้ให้พัก ไม่มีภาระเงินทองให้เครียด ไม่มีอะไรให้บั่นทอนจิตใจ ตอนนี้หนูเป็นทัพหน้า เราต้องดูแลแม่เรา ให้อยู่ในที่ปลอดภัย

เหมือนแม่ดูแลเราปกป้องเรา”ในส่วนของงานละครที่กำลังออกอากาศ เรื่อง มายา ขวัญรับบทบาทที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น นับเป็นอีกขั้นของการพัฒนาทางการแสดง และถึงแม้จะเป็นนางเอกเบอร์ต้นของช่อง แต่เธอก็ไม่เลือกรับงาน เพราะทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้คือโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว“ในการรับงานละครป้าแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) สอนขวัญว่า เราเป็นนักแสดง ผู้ใหญ่บอกมาต้องค่ะอย่างเดียว

แล้วรับผิดชอบการแสดงให้ได้ตามบทประพันธ์ที่เขายื่นมาให้ดีที่สุด เพราะกว่าผู้ใหญ่จะระบุชี้ชัดแล้วว่าให้ใครเล่น มันผ่านกระบวนการทางช่อง หลายขั้นตอนมาก ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา ถึงเลือกเรา เราเป็นนักแสดงก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดที่ผ่านมา หนูรับงานแต่ละตัวละครมีจุดวิกฤตในชีวิตไม่เหมือนกัน ในเรื่องมายา มันมีช่วงพัฒนาการที่เยอะของตัวละคร และค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่น คือละครสะท้อนสังคม

ถ้าเด็กดูแล้วมีผู้ใหญ่ชี้แนะ เด็กก็ไม่จำเป็นต้องเจ็บเองอย่างพิตะวัน เรามีหน้าที่เล่นสะท้อนตัวละครออกไป ในการทำงานเราพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลออกมายังไง เพราะเรารู้ว่าเราเหนื่อยขนาดไหน แต่ละซีนเราเครียด เราตรากตรำขนาดไหนบทของพิตะวัน การแสดงเป็นเรื่องของจิตใจ พิตะวันไม่ได้มีอาชีพ แต่มีกระบวนการทางจิตใจ เราจึงสังเกตคนเพื่อมาปรับใช้ในการแสดงไม่ได้

การบ้านของเราคือปล่อยให้จิตว่าง แล้วเข้าใจพิตะวันให้มากที่สุด กระบวนการสมองเขาคิด ทำแบบนี้ เพราะหัวใจเขาต้องการหนีจุดต่ำของชีวิต ทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นยอมรับ ให้ออกไปจากจุดที่ตัวเองอยู่ โดยไม่คิดถึงจิตใจคนอื่นว่าจะมองมายังไง การรับบทนี้ช่วงถ่ายทำท้ายๆ เรื่องเครียดมาก บทหนักทั้งนั้นเลย แต่เป็นงานที่พยายามทำให้ออกมาดีที่สุด หนูดูละครตัวเองเล่นทุกเรื่อง

ถ้ามีเวลาจะดูตอนที่ออกอากาศทันทีเลย เป็นการจับผิดตัวเองอีกที แต่เราก็ทำที่สุดในตอนนั้นแล้วละ แต่ก็ดูไว้เพราะยังไงก็ต้องทำงานแสดงต่อไป มันเป็นมากกว่างานที่รัก เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก เหมือนความเคยชิน ต้องมากองถ่าย ต้องมาเจอพี่ๆ ทีมงาน คือไปทำอย่างอื่นก็ยังคิดถึงงานละครอยู่ดี” อยากทำให้ตัวเองภูมิใจ นอกจากงานแสดงที่เป็นอาชีพหลัก ตอนนี้ขวัญยังมีธุรกิจลิปสติก UZI Cosmetic

ที่หมายมาดปั้นมือให้ธุรกิจเติบโตเลี้ยงดูทุกคนในบริษัท และครอบครัวของเธอให้ดีกว่าเดิมได้ และเป็นอีกหนึ่งงานที่ขวัญบอกว่า เป็นความภูมิใจของตัวเองที่ทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ เพราะขวัญเริ่มคิดค้นสูตรกับผู้เชี่ยวชาญ สั่งผลิต ทดลองใช้เองมานานกว่า 2 ปี“เริ่มต้นขวัญอยากทำอะไรให้ตัวเองภูมิใจ ก็มีความรู้จากที่เรียนจบปริญญาโทมา (คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ทำเองคนเดียวก่อน

ที่ขวัญต้องลุยเองทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะถ้าเกิดอะไรที่ผิดพลาดมาเราจะได้ไม่ต้องไปโทษคนอื่น การฝากทุกอย่างให้คนอื่นทำแทนเราหมด ทำให้เราเกิดความไม่รู้ แม้ตอนนี้ขวัญจะมีเพื่อนๆ ที่เก่งในแต่ละสายงานมาช่วย แต่ขวัญก็รู้งานทุกขั้นตอน แล้วเรื่องเงินขวัญดูแลจัดการคนเดียว เปอร์เซ็นต์ที่เราจะเสี่ยงก็น้อยลงมาเหมือนกัน”ใช้เงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้ก็หลายล้านบาท

แต่ตอนนี้ยิ้มได้อย่างโล่งอก เพราะเพียงไตรมาสแรกที่เปิดตัวสินค้าล็อตแรกก็หมดเกลี้ยง ตอนนี้ก็คืนทุนเรียบร้อยแล้ว“ตอนนี้ลิปสติกมี 5 สี เป็นสีที่ขวัญใช้จริงในชีวิตอยู่แล้ว กำลังจะมีสีเพิ่มอีก ลิปสติกขวัญเป็นออร์แกนิก ทุกๆ วันเราได้สารเคมี แล้วลิปสติกเป็นสิ่งที่ใกล้ปาก ขวัญทำเองใช้เองก่อน เพราะเวลาเราไปทรีตเมนต์ล้างเลือด โลหะหนัก ก็จ่ายเป็นแสน ถ้าเราใช้ของที่ปลอดภัย

เรื่องพวกนี้เราก็กังวลน้อยลงจนกระทั่งเราเปิดตัว กระแสเข้ามากระหน่ำมาก จึงชวนเพื่อนๆ ช่วยแต่ละสายงาน ปัจจัยในการทำงานระบบเหมือน 4M คือ Man การบริหารกำลังคน ซึ่งขวัญทำงานกับเพื่อน คุยกันได้ เอาเนื้อจริงมาคุยกัน Money การบริหารเงิน เราทำคนเดียวไม่มีหุ้น อำนาจการตัดสินใจ เราควบคุมได้ว่าจะเอาเงินไปลงไหน เงินตรงนี้กระจายตรงไหนMaterials

เราทำมา 2 ปีกว่า ไม่เร่งรีบเอากำไร เราทำมาใช้เอง เรารักเราชอบเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนผสมเอามาจากสวิส ฝรั่งเศส ตอนนี้ 6 เดือน ยังไม่มีลูกค้าคอนฟิกซ์กับโปรดักส์เราว่าเนกกาทีฟ และ Management กระบวนการทำงาน อันไหนที่เราไม่รู้ อย่างเรื่องระบบโลจิสติกส์ก็ได้เพื่อนมาช่วย ใครเก่งด้านไหนเอามา เป็นทีมที่เวิร์ก ขวัญตั้งใจทำให้บริษัทของเราเป็นคอสเมติกที่ดีไม่แพ้ต่างชาติ”

ส่วนประเด็นดราม่าที่ผ่านมา ผิดพลาดเรื่องงานกันบ่อย ขวัญอยากขึ้นมารับงานด้วยตัวเองจริงๆ อยากเรียนรู้ ขวัญทำงานมาถึงทุกวันนี้ไม่มีสินทรัพย์อะไรที่เป็นส่วนตัวของขวัญ ขวัญรู้สึกขวัญเติบโตมา ขวัญต้องมีครอบครัวต้องมีลูก แต่ทุกวันนี้สินทรัพย์ขวัญคือไม่มีอะไรเลย ขวัญขอทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าขวัญจะลุกขึ้นมารับงานเองแล้วไม่แบ่งเงิน หรือไม่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่เคยทำมา ขวัญยังทำ…”

หรือ “ขวัญเพิ่งเริ่มต้นรับงานเองเมื่อต้นเดือน เงินทุกบาททุกสตางค์ขวัญให้คุณแม่หมดตั้งแต่ขวัญเกิดมาเลย ขวัญได้เงินเดือน 4 หมื่น ปีที่แล้วขวัญได้เงินเดือน 3 หมื่น ปีนี้มาขวัญก็พยายามทำ อย่าง ‘ลายูซี่ บาย อุษามณี’ ที่ขวัญสร้างมาขวัญก็ยกให้ พี่แก้ว (เขมรัสนี ไวทยานนท์-พี่สาว) ไปแล้ว เพราะฉะนั้นขวัญก็อยากมีอะไรที่เป็นตัวของขวัญเองบ้าง ขวัญก็พยายามจะสร้างจากสิ่งที่ขวัญพยายามเก็บ”

เพราะนั่นทำให้เกิดคำถามว่า ‘ดาราดังระดับขวัญใช้เงินเดือนละแค่ 40,000 บาทเองหรือ?’ ที่รู้กันดีอยู่แล้วคือขวัญนั้นเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก เพราะความเป็นลูกเสี้ยว พ่อเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เป็นไทย-มอญ-แขกขาว ใบหน้าที่ฉายแววสวยแต่เล็กเลยทำให้เมื่ออายุได้เพียง 3 ขวบก็มีงานเดินแบบ พอ 7 ขวบก็ได้เล่นละครเรื่องแรก ‘พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก’ จากนั้นก็วนเวียนเล่นละคร

ในฐานะดาราเด็กทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 กระทั่งอายุได้ 16 ในปี 2547 ขวัญก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 7 ประเดิมเรื่องแรกกับบทนางร้ายใน ‘สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน’ แล้วค่อยขยับมาเป็นนางเอกละครเย็นเรื่อง ‘อกธรณี’ ซึ่งบอกเลยว่าดังเปรี้ยงสุดๆ จนต้องเพิ่มตอน กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี ชนะละครหลังข่าวทุกช่อง

จากนั้นขวัญก็ค่อยๆ สะสมชื่อเสียงผ่านผลงานละครเรื่องดัง ไม่ว่าจะ ‘ขิงก็รา ข่าก็แรง’, ‘ดั่งดวงหฤทัย’, ‘เพลิงพรหม’, ‘หัวใจเถื่อน’, ‘ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท’ ฯลฯ พร้อมๆ กับค่าตัวที่เพิ่มมากขึ้น โดยตอนนี้ถ้าเป็นงานละครว่ากันว่าเรตราคาของขวัญอยู่ที่เกือบๆจะแตะ 100,000 บาทต่อตอน (ส่วนใหญ่ละครช่อง 7 เรื่องหนึ่งจะมีราว 14-15 ตอน) ส่วนงานอีเวนต์ตัวเลขกลมๆ

จะอยู่ที่ราว 100,000 บาทต่องาน อย่างไรก็ตามแม้ค่าตัวจะสูง แต่ถ้าไปไล่เรียงเรื่องการใช้เงินดูจะสวนทางกันเลยทีเดียว โดยขวัญเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘วู้ดดี้’ เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ว่า “ขวัญทำงานได้เงินมาให้แม่หมด เพิ่งมาได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท เพิ่งขึ้นมาเป็น 40,000 ตอนเรียนจบเพิ่งได้บัตรเอทีเอ็ม”  หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมนางเอกดังถึงทำงานเท่าไหร่ก็มอบให้คุณแม่หมด

ข้อนี้ขวัญเคยพูดไว้ในรายการเดียวกันว่า สาเหตุมาจากเพราะการเสียชีวิตของ ร.ต.ต.เกษม พูลเกิด ผู้เป็นคุณพ่อ ซึ่งจากไปจากการนอนหลับในรถ “เพราะพ่อจากไปโดยไม่ยอมใช้เงินลูก” ขวัญว่า “จะซื้อรถใหม่ให้ก็ไม่เอา เวลาไปโรงพยาบาลก็ไม่ไปโรงพยาบาลเอกชน เพราะบอกว่าต่อไปก็เป็นทรัพย์สินของขวัญ ขวัญเลยมีปมตรงนี้ว่าให้แม่ใช้ตังค์ๆๆๆ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เลยทำงานหนัก” “เรารู้สึกว่าเรามีปมตรงนี้ แล้วเราก็ไม่อยากพลาดอะไร เหมือนที่พลาดกับพ่อ”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here