กลับหวนคืนวงการ! “กุญแจซอล” สวมชุดแต่งงานเดินแบบ สวยสง่า ละลานตามากๆ (ชมภาพ)

0
82

กลับหวนคืนวงการ! “กุญแจซอล” สวมชุดแต่งงานเดินแบบ สวยสง่า ละลานตามากๆ

หลังมีประเด็นดราม่าแตกหักกับครอบครัวไปเมื่อปีก่อน งานนี้อดีตนักแสดงสาว “กุญแจซอล ป่านทอทอง” โดยล่าสุดเจ้าตัวกลับมารับงานอีกครั้ง หลังจาก โม อมีนา ลงรูปคู่กับ กุญแจซอล และน้องเทคออฟ ก่อนจะได้ร่วมงานด้วยกันในงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานจากห้องเสื้ออมตะ ที่งาน I Do Wedding Fair at So Sofotel Bangkok วันที่ 12-13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

หลังจากที่อดีตนางเอกสาวกุญแจซอล ป่านทอทอง เจอมรสุมหนักถึงขั้นถูกครอบครัวตัดขาดความสัมพันธ์ แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะเดินต่อไปข้างหน้า สร้างครอบครัวใหม่ใช้ชีวิตคู่อย่างเงียบๆ กับสามีนอกวงการ อย่าง หนุ่มณัฏฐ์ นาวาอากาศโท ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไท และทำหน้าที่แม่ของลูกดูแล น้องเทคออฟ ลูกชายวัย 6 เดือน ล่าสุด (7 พฤษภาคม 2561) กุญแจซอลได้โพสต์ภาพวันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว

ซึ่งเป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับสามีหนุ่มนักบิน โดยพิธีวิวาห์ของสาวกุญแจซอลนั้นเป็นงานเล็กๆ จัดขึ้นในสวน โดยเจ้าตัวและกัปตันณัฏฐ์ได้ควงแขนเดินลอดซุ้มกระบี่อย่างงดงามและโรแมนติก อบอวลไปด้วยกลิ่นของความรักของพวกเขาทั้งคู่ เรียกได้ว่าชีวิตตอนนี้ของสาวกุญแจซอลเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความอบอุ่น มีครอบครัวที่น่ารัก อยู่พร้อมหน้า พร้อมตาพ่อ แม่ ลูก

และเมื่อช่วง วันที่ 31 มี.ค.อดีตนักแสดงสาว ‘กุญแจซอล-ป่านทอทอง’ ควงสามีหนุ่มนักบิน‘ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย’ สวมชุดแต่งงานมาเดินแบบคู่กันเป็นครั้งแรก ในงาน “Bangkok Wedding Festival 2018” ที่ โรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน จากนั้นให้สัมภาษณ์เปิดใจเป็นครั้งแรก หลังถูกครอบครัวประกาศตัดขาดความสัมพันธ์เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังจับมือสามีฝ่ามรสุมชีวิตเลี้ยงลูกชาย

‘น้องเทคออฟ’ วัย 5 เดือน ต่อไป งานนี้ไม่รู้ว่ากุญแจซอลจะกลับมาคืนดีกับครอบครัวได้อีกหรือไม่ ทำไมถึงตัดสินใจมาออกงานครั้งแรก กุญแจซอล “คิดถึงวงการค่ะ อยากมาออก ได้มาเดินแบบเป็นอะไรที่ชอบอยู่แล้ว ถามว่าตัดสินใจนานไหมที่รับงานนี้ ก็นานเหมือนกันค่ะ ดูคิวของสามีด้วยว่าเราสะดวกตรงกันไหม ถามว่ามีงานติดต่อเข้ามาเยอะไหม ก็เรื่อยๆค่ะ ช่วงนี้รับบ้างไม่รับบ้างเพราะต้องเลี้ยงลูก

ราเลี้ยงเอง วันนี้ก็มาพร้อมหน้าครอบครัว” ถามถึงเรื่องที่ผ่านมาอยากจะบอกอะไรกับสังคม มันเกิดอะไรขึ้น กุญแจซอล “ขอไม่บอกอะไรค่ะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัว ก็ไม่อยากพูดอะไร” แต่ว่าคนมองเราในแง่ลบไปแล้ว กุญแจซอล “ไม่เป็นไรค่ะ” เครียดกับข่าวที่ถาโถมเข้ามาเยอะไหม กุญแจซอล “ถามว่าเครียดไหมก็มีอยู่แล้วค่ะ” ณัฏฐ์ “ก็ต้องเจออยู่แล้ว เราก็ต้องปลอบกัน เป็นกำลังใจให้กัน

เราก็มีลูกชายเป็นกำลังใจ” ตอนที่โดนสังคมตัดสินเราเครียดขนาดไหน กุญแจซอล “แค่ลำพังตอนนี้พอเรามาเป็นแม่ เรามาโฟกัสที่ลูกก็หนักแล้วค่ะ แค่เวลาในการดูแลลูกยังไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนแล้ว” อยากอธิบายอะไร กับสังคมเพราะคนมองว่าเราเลือกแฟนมากกว่าพ่อแม่ กุญแจซอล “ขอไม่พูดอะไรดีกว่าค่ะ ณัฏฐ์ “มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ ไม่พูดอะไรดีกว่าครับ”

ตอนที่เราท้องอยู่แล้วมีข่าวเครียดถึงขั้นไหน กุญแจซอล “เครียดมากค่ะ” ณัฏฐ์ “เครียดอยู่แล้วครับ แต่ว่าเราก็เป็นกำลังใจให้กัน” พอมีลูกคนมองว่าหลานจะเป็นตัวเชื่อม  กุญแจซอล “ตอนนี้หลานยังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ”โอกาสที่จะได้กลับไปคุยกับพ่อแม่มีแค่ไหน กุญแจซอล “เป็นเรื่องของอนาคตและเป็นเรื่องของเวลาค่ะ เราก็บอกไม่ได้ แต่ว่าทุกคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองเนาะ”ได้มีติดต่อกลับไปหาพ่อแม่บ้างไหม ณัฏฐ์ “ไม่พูดแล้วกันนะครับ”

คิดอยากจะพาหลานไปหาตายายไหม กุญแจซอล “เดี๋ยวคงมีเวลาที่เหมาะสมค่ะ ถามว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่างไหม ก็ใช่ค่ะ” ไม่ถึงกับตัดขาดกันไปเลยใช่ไหม ณัฏฐ์ “มันก็อยู่ที่หลายปัจจัยมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เราแค่สองหรือสามคน มันเป็นเรื่องของหลายคนและเรื่องอนาคต” คนมองว่าณัฏฐ์ ไปพรากกุญแจซอล มาจากพ่อแม่ ณัฏฐ์ “ผมไม่สามารถไปบังคับความคิดของใครได้

ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านก็แล้วกัน ผมไม่สามารถไปชี้นำความคิดของใครได้” ถามกุญแจซอลสิ่งที่เราเลือกเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับเราแล้วใช่ไหม กุญแจซอล “ก็คิดว่าทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะคนเราอยู่ด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เราก็ทำให้ดีที่สุด ยิ่งเรามาเป็นแม่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือลูก ใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีค่าที่สุดถามถึงวันที่เลือกใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ กุญแจซอล “อย่างที่บอกเราก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง

ไม่อยากพูดเพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน” ณัฏฐ์ “ขออนุญาตไม่พาดพิงแล้วกัน” ในวันที่เป็นแม่แล้วเข้าใจในความรู้สึกของแม่ที่เป็นห่วงลูกมากขึ้นไหม กุญแจซอล “ก็เข้าใจค่ะ” เราคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ของเราไหม กุญแจซอล “ก็คิดถึงนะคะ ขอเวลาที่เหมาะสม ถึงจะกลับไป พ่อแม่ใครใครก็คิดถึงทั้งนั้นค่ะ” แต่ว่าทางฝั่งครอบครัวเราก็ประกาศตัดขาดเราไปแล้ว มีผลกระทบกับจิตใจแค่ไหน

กุญแจซอล “ก็มีผลนะคะ แต่ว่าที่บ้านไม่ได้เลี้ยงเราแบบอ่อนหวานตั้งแต่แรก ก็โอเคนะ (หัวเราะ)” ตกใจกับคำว่าตัดขาดไหม กุญแจซอล “ตกใจค่ะ” ก่อนหน้านี้คนชื่นชอบเรา แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้หลายคนก็แอนตี้ เรารู้สึกยังไง กุญแจซอล “เราห้ามความคิดใครไม่ได้ ถามว่ามีผลต่อความรู้สึกแค่ไหน ก็บอกไม่ถูกค่ะ” ณัฏฐ์ “มนุษย์เรานอกจากความรู้สึกก็ยังมีคำว่าเหตุผลและปัจจัยอื่น ชีวิตมันต้องเดินต่อไป มันไม่มีอะไรสมบูรณ์เพอร์เฟค 100 เปอร์เซนต์”

ก่อนหน้านั้นที่พ่อแม่ประกาศตัดขาด กุญแจซอล ช้ำใจลูกถูกผู้ชายล้างสมอง หลายคนคิดว่าดราม่าครอบครัวของ กุญแจซอล ป่านทอทอง บุญทอง นักแสดงสาวช่อง 7 จะจบลงด้วยดีหลังจากที่เจ้าตัวคลอดลูกชาย แต่เรื่องราวกลับเลวร้ายยิ่งไปกว่าเดิม หลัง นึกคิด-มุกดา บุญทอง พ่อแม่ของกุญแจซอล ได้ออกมาเปิดให้สัมภาษณ์ว่า ถูกสามีของกุญแจซอลกีดกันไม่ให้เยี่ยมลูกและอุ้มหลาน

จนทำให้พ่อเกือบมีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องถูกเชิญออกมานอกห้องเพื่อสงบสติอารมณ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งพ่อ แม่ และน้องสาว 2 คนของกุญแจซอลเสียความรู้สึกอย่างมาก จนถึงจุดแตกหักที่พ่อแม่ประกาศตัดขาด แม่มุกดา : แต่งตัวกันสีสันสดใสเพื่อจะไปหาหลาน แล้วน้องๆ ของกุญแจซอล เขาก็ซื้อของไปให้หลาน แล้วก็จะไปถ่ายรูปกับหลาน เพราะเขาเห่อหลานมาก

พอไปถึงซอลกำลังให้นมหลานอยู่ในห้อง ซอลก็เรียกว่าให้เข้ามากำลังให้นมอยู่ เราก็เข้าไปเล่นกันปกติ คุยกันเฮฮา แต่อยู่ๆ ฝ่ายชายก็เดินเข้ามาตะคอกว่าจะมาถ่ายรูปทำอะไร พ่อนึกคิด : เขาพูดว่าจะถ่ายอะไรนักหนา แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ เสียงดังกึ่งตวาดกึ่งไม่พอใจ ผมอยู่ตรงนั้น ผมยังไม่เคยอุ้มหลานเลย ผมก็ถามว่าทำไมพ่อจะมาเยี่ยมลูกพ่อไม่ได้เหรอ เขาก็ไม่พอใจ

น้องแจกันก็เลยพูดว่าหนูขอคุยกันในครอบครัวของหนูได้ไหม เขาก็ดึงตัวซอลเข้ามาแล้วเอาหลานไปอุ้ม ผมก็ขึ้นเลย มันไม่ถูกต้อง กำหมัดแล้วเราก็เก็บมานาน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ทำไมตาจะอุ้มหลานไม่ได้เลยเหรอ หลานของเรา ลูกเรา เขาไม่น่าทำแบบนี้ จริงๆ กำลังจะจบไปได้สวยแล้วนะ พอเจอเหตุการณ์นั้นเป็นใคร ใครก็โกรธ เราก็ถูกเชิญออกมานอกห้อง

เขาเรียกสารวัตรทหาร 4-5 คน มาห้ามไม่ให้ผมเข้าไปคุณแม่เขาเลยทนไม่ไหวเขียนจดหมายให้พยาบาล แม่มุกดา : เราก็นั่งรอ 2 ชั่วโมงกว่า น้องแจกันก้มไปดูเห็นเขา 2 คนเล่นกับลูกไม่สนใจเราสักนิดเลย ตอนนั้นแม่คิดแล้วว่าลูกเราไปอยู่กับเขาเต็มร้อยแล้ว เราเขียนจดหมายให้พยาบาลเอาเข้าไปให้เขาว่า ถ้ากุญแจไม่เห็นเราเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว กุญแจก็ไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ชื่อเล่นก็ไปเปลี่ยนด้วยนะ

เขาบอกว่าเขาสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเขาเอง เขาไม่เปลี่ยนชื่อ ไม่มีกฎหมายมาบังคับหนูได้ แต่เขาจะเปลี่ยนเฉพาะนามสกุล อันนี้มาจากคำพูดของกุญแจเลย เท่าที่สัมผัสลูกเขาก็เจอผู้ชายล้างสมอง คือเขาบอกว่าข่าวที่แม่ไปให้ครั้งแรก แม่ไปโกหกสื่อว่าเขาไปเรียนให้จบเป็นทนาย เป็นเพราะแม่รักหนูไงเลยโกหกสื่อไป เผื่อเขาจะคิดได้ในช่วงที่เรากำลังปิดบัง รอเขาสำนึกได้

เขาก็บอกว่าเพราะแม่ไปพูดโกหกสื่อเอง พอเรื่องที่เขาพูดว่าท้องไม่ท้อง เขาโกหกสื่อเราก็ออกมาช่วยเขาแก้ เขาก็มาโทษแบบหน้ามือหลังมือ เขาไม่คิดว่าเราหวังดีกับเขา เขาพูดว่าเราทำให้แฟนเขาโดนด่า ระยะเวลาเกือบปีเปลี่ยนเป็นหน้ามือหลังมือ ถ้าแม่ไม่รัก แม่คงไม่ตาม แม่รู้ว่ากุญแจไปที่ไหนแม่ก็ตามไป แต่เขาคิดว่าเราจะไปแจ้งความจับแฟนเขา เราสอนเขาทุกเรื่อง

แต่ผลสุดท้ายผู้ชายทำลายลูกเราหมดเลย เขาให้ซอลขับรถตอนท้องแก่ ที่คลอดลูกตอนนี้คือคลอดก่อนกำหนด เลือดออกแล้วก็ลูกหายใจช้า แม่ว่าหลานตัวเล็ก เพราะว่าไม่ค่อยได้บำรุง ซอลบอกว่าหนูแอบทานโปรตีนที่แม่เคยให้หนูทาน เพราะผู้ชายไม่ให้ทาน ให้ทานแต่อะไรธรรมดา เขาบอกเขาต้องแอบทานเพื่อบำรุงลูก ตอนที่แม่คุยกับเขาแม่ก็บอกว่าแม่ยอมแพ้ หนูชนะไป

ต่อไปเราก็ไม่ต้องเป็นแม่ลูกกัน (ร้องไห้) ตอนที่เราส่งเขาเข้าบ้านเอเอฟ 2-3 เดือนเรายังร้องไห้ เขาหายไปแบบนี้ไม่นึกเลยเหรอว่าเราคิดถึงเขา ทุกอย่างผู้ชายล้างสมองเขา คิดว่าเขาเป็นทหารคงจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรีแต่เราคงผิดที่ไว้ใจเขาเกินไป เราก็คงจะรับเขาอีกต่อไปไม่ได้ คงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เพราะว่ามันเจ็บอยู่ข้างใน (ร้องไห้) เราก็จะพยายามเลี้ยงอีก 2 คนให้ดีที่สุด

เขาบอกว่าเขาฉลาดกว่าเพราะเขานิ่ง คือที่เรามาออกสื่อก็เพราะช่วยแก้ข่าว แต่ตอนนี้ที่เราออกมาก็เพราะอยากให้เขาชี้แจงเหมือนกัน และเราก็ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขาไม่เห็นเราเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว เราก็ไม่ได้เป็นแม่ลูกกันแล้ว ในเมื่อเขามีเลือดชั่วอย่างนี้ก็คงไม่เอาค่ะ เพราะเรายังมีลูกอีก 2 คน ตอนที่แม่จะเดินออกมาแม่ก็กอดเขาแล้วบอกว่ายังไงแม่จะรอหนูกลับมา

จะรักษาโรคจิตเหมือนคนก่อนๆที่คบผู้ชายคนนี้ พ่อนึกคิด : เกือบปีที่เขาเอาซอลจากครอบครัวไป เขาพยายามป้อนข้อมูล ให้เชื้อลบ ให้เชื้อเลว จนฝังในเลือดเขาไปแล้ว เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของผู้ชายคนนี้ไม่เป็นประสาทก็เป็นโรคจิต ผมว่าผู้ชายคนนี้เขาไม่ใช่คนปกตินะเขาเป็นบ้า จิตใจเขาไม่ปกติ เขาไม่ขอโทษสักคำ จิตใต้สำนึกไม่มีเลยหรือไง ลูกเราก็กำลังหลงหน้ามืดตามัว

ประโยคไหนที่ลูกพูดแล้วเราเจ็บปวดหัวใจที่สุด? หนึ่ง “คืออย่างนี้ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ดราม่านี้ หลังจากที่พ่อกับแม่ทนไม่ไหวแล้ว ก็ออกมาสงบสติอารมณ์นอกห้องกัน เราถูกเชิญออกมานอกห้อง เราก็มานั่งคุยกันว่าจะเอายังไง ผมบอกกับมุกว่าวันนี้เราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่เขาก็อยู่ ณัฏก็อยู่ ครอบครัวเราอยู่ วันนี้ขอคุยให้เคลียร์ไปเลยมั้ย แม่ก็เห็นด้วย เราก็พยายามจะเข้าไป

แต่เขาไม่ให้ผมเข้าไป เขาไม่ให้เยี่ยม เราก็นั่งรอ 2 ชม. น้องแจกันก็เลยเข้าไปก้มดูเห็นเขาเล่นกับลูกเฉยเลยโดยที่ไม่สนใจเราสักนิดหนึ่ง ร่าเริงมาก เราอยากจบ อยากได้คำตอบวันนี้ ยังไงก็ไม่กลับ เขาบอกยังไม่พร้อม รอไม่ไหว รอมา 2 ชม.แล้ว ก็เลยเขียนจดหมายให้พยาบาลเอาไปให้ แทนที่เขาจะอ่าน เขากลับไม่สนใจกับจดหมายที่แม่แอบให้พยาบาลเอาไปให้”

มุกดา “ตอนนั้นแม่คิดเลยว่าลูกเราไปอยู่กับเขาเต็มร้อยแล้ว ก็เลยบอกว่าถ้ากุญแจซอลไม่เห็นว่าเราเป็นพ่อแม่แล้ว กุญแจก็ไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ชื่อเล่นก็ไปเปลี่ยนด้วยนะ พวกทรัพย์สินทั้งหลายก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับของแม่ เขาบอกเขาสร้างชื่อเสียงของเขามาด้วยตัวของเขาเอง เขาพูดท้าทายเราว่าไม่มีกฎหมายอะไรมาบังคับหนูได้ แต่เขาจะเปลี่ยนเฉพาะนามสกุล อันนี้มาจากคำพูดของกุญแจซอลเลย”

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here