เผย 5 ซุปตาร์ไทย ที่รวยที่สุด ในวงการบันเทิง ไม่ต้องสืบแต่ละคนรวยเวอร์วังอลังการ! (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
122

เผย 5 ซุปตาร์ไทย ที่รวยที่สุด ในวงการบันเทิง ไม่ต้องสืบแต่ละคนรวยเวอร์วังอลังการ!

เรียกได้ว่าเป็นนางเอกที่เงินเยอะจนไม่มีที่เก็บเลยที่เดียว นอกจากความสวยแล้วความสามารถของพวกเธอก็ยังคงเพียบพร้อมซะจริงๆ วันนี้เราเลยมาจัดอันดับ 5 นางเอกไทย ที่ รวยที่สุด ในวงการบันเทิง มาฝากกันจ้าา

อันดับที่ 5 แพนเค้ก

เขมนิจ มีชื่อเดิมแต่เกิดว่า ชญานิษฐ์ จามิกรณ์ ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น เขมนิจ จามิกรณ์ เมื่อก่อนเข้าประกวด ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2004 และเขมนิจยังได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดครั้งนั้นด้วยเช่นกัน ส่วนชื่อเล่นมารดาได้คิดชื่อไว้ 2 ชื่อ คือ “พลอย” และ “แพน” แต่เลือกให้ใช้ชื่อแพนก็เพราะในขณะนั้นมีเด็กที่ชื่อพลอยเป็นจำนวนมากที่มารดาของเขมนิจรู้จัก จึงใช้ชื่อเล่นว่าแพน ต่อมาเพิ่มเป็น “แพนเค้ก”

เพราะในวัยเด็กเขมนิจเห็นว่าการที่เพื่อนหรือคนอื่น ๆ เรียกเขมนิจว่า “แพน” เฉย ๆ เป็นเรื่องน่าอาย และไม่ค่อยมีความมั่นใจในชื่อ เลยเพิ่มเติมชื่อเป็น “แพนเค้ก” และมีส่วนในเรื่องที่ว่ามารดาของเขมนิจชอบทำขนมจึงเห็นควรในการเพิ่มเติมชื่อด้วย เขมนิจ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกันอีก 2 คน คือ เตชธร จามิกรณ์ (พัตเตอร์) และ อิงกมล จามิกรณ์ (มิกิ) ตามลำดับ เขมนิจ

มีแรงบันดาลใจในวัยเด็กว่าอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เนื่องมาจากมารดาของเขมนิจเคยทำงานที่การบินไทย ในวัยเด็กประมาณ 2 ปี บิดาและมารดาของเขมนิจได้พาเขมนิจไปยังสหรัฐอเมริกาด้วย เมื่อครั้งไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต ซึ่งการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ทำให้ครอบครัวจามิกรณ์ได้รู้จักกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันเดียวกัน

และเช่าบ้านหลังเดียวกันกับครอบครัวจามิกรณ์ เขมนิจจึงรู้จักยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในฐานะเพื่อนรุ่นน้องของบิดาและมารดาของเขมนิจ และเขมนิจได้เรียกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่า “อาปู” ด้วยความสนิทสนมชิดเชื้อกันอยู่บ้างแล้ว เขมนิจ ได้สนใจในศาสตร์การพัฒนาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรอยู่บ่อยครั้ง เขมนิจจึงตัดสินใจซื้อที่ดิน 1 แปลง ที่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

ในการทำการเกษตรแบบโคกหนองนา โมเดล ร่วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เขมนิจ ในฐานะนักแสดง ได้มีการเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มาเป็นเวลา 10 ปี (2548–2558) ซึ่งได้หมดสัญญาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยละครเรื่องสุดท้ายกับทางช่อง 7 คือละครเรื่อง รักเร่่ และได้เริ่มเซ็นสัญญากับทางช่อง ทรูโฟร์ยู เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 เป็นเวลา 3 ปี ได้ลงละครเรื่องแรกในฐานะนักแสดงช่อง ทรูโฟร์ยู คือซีรีส์ชุด เจ้าเวหา

อันดับที่ 4 นุ่น วรนุช

วรนุช ภิรมย์ภักดี (สกุลเดิม วงษ์สวรรค์) มีชื่อเล่นว่า นุ่น เป็นนักแสดงชาวไทย เป็นบุตรสาวของ ปรีชา วงษ์สวรรค์ กับระเบียบ วงษ์สวรรค์ เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2523 มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน จบการศึกษาจาก วิทยาลัยนาฏศิลป และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาการจัดการ นิเทศศาสตร์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง

โดยการชักชวนของ แก้วพรีเมียร์และแสดงละครเรื่องแรกคือ ปอบผีฟ้า ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2540 คู่กับ นุติ เขมะโยธิน ปัจจุบัน สมรสกับ ปิติ ภิรมย์ภักดี ทายาทเจ้าของธุรกิจเบียร์สิงห์ โดยมีพิธีมงคลสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ยังไม่มีบุตรด้วยกัน อาจจะไม่ค่อยได้ลงรูปอะไรหวือหวาภายในบ้านสักเท่าไร สำหรับบ้านของสาวนุ่น “วรนุช ภิรมย์ภักดี” นางเอกสะใภ้หมื่นล้านทายาทสิงห์

ที่แต่งงานกับหนุ่มต๊อด ปิติ ไปเมื่อปี พ.ศ. 2553 เราก็ได้แต่เชียร์ เมื่อไหร่จะมีลูกน้อยน่ารักให้แฟนคลับได้ชื่นชมเหมือนนางเอกพระเอกคนอื่นบ้าง ยังไงก็เอาใจช่วยให้มีลูกไวๆ นะ งานนี้ ก็ไม่พลาดตามเคย ไปหาบ้านมาให้ชม โดยเฉพาะมุมโปรดของสาวนุ่น ที่ชอบถ่ายรูปและโพสต์ไอจีเป็นประจำ เรียกได้ว่า ก็เป็นภาพที่สวยงามน่าอยู่ ดูแล้วบ้านนี้ก็อบอุ่นอยู่ไม่น้อยเลย ไปดูพร้อมๆ กัน กับที่จอดรถสุดอลังการ และมุมประจำของสาวนุ่น

อันดับที่ 3 แอน ทองประสม

แอนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบโฆษณาสินค้าในนิตยสาร และถ่ายแบบลงนิตยสารเล่มแรกคือ วัยน่ารัก เพื่อนบ้านของแม่ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้า ทำงานให้กับนักร้องค่ายอาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด ได้พกรูปแอนวัย 13 ขวบ ไปเทสต์งานมิวสิกวิดีโอ แล้วแอนก็ได้แสดงมิวสิกวิดีโอของเจี๊ยบ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร เพลง พร้อมจะยอมแพ้ ก่อนหน้านั้น แอนสมัครเป็นสมาชิกไฟว์สตาร์แฟนคลับ

เพื่อจะได้ส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ในการดูภาพยนตร์ เลยส่งเงิน 20 บาทพร้อมรูปถ่ายไป เมื่อไฟว์สตาร์เห็นรูปถ่ายก็เลยเรียกให้มาเทสต์หน้ากล้อง จากนั้นในปี 2534 แอนก็ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ เมื่ออายุได้ 15 ปี โดยมีสันติสุข พรหมศิริ, วรุฒ วรธรรม และ จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ร่วมแสดง ถือเป็นจุดเริ่มต้นในอาชีพการแสดง ก่อนที่จะก้าวมาแสดงละครโทรทัศน์

จนกลายมาเป็นผู้ผลิตรายการทีวีและผู้จัดละครในเวลาต่อมา แอนประเดิมผลงานทางจอแก้วเรื่องแรกกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ปี 2535 ในละครเรื่อง เวลาในขวดแก้ว จากนั้นปี 2536 ก็โด่งดังและแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับละครเรื่อง หมูแดง ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 แสดงคู่กับ ไพโรจน์ สังวริบุตร จากนั้น ได้แสดงละคร เรื่องเจ้าจอม คู่ จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ และละคร ชิงช้าชาลี สัญญาณลวง

ให้กับค่ายกันตนา ก่อนที่จะกลับมาดังอย่างถาวรกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยมีผลงานโดดเด่นจากการรับบทฝาแฝดเรื่อง สองนรี ในปี 2540 จนเริ่มกวาดรางวัลด้านการแสดงมาตั้งแต่ พ.ศ. นั้น และยังมีพระเอกคู่ขวัญ คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ซึ่งโด่งดังในผลงานทุกเรื่องที่แสดงคู่กัน ได้แก่ แรงเงา ปี 2544 อุ้มรัก ปี 2549 สวรรค์เบี่ยง ปี 2551 สูตรเสน่หา ปี 2552 และ 365 วันแห่งรัก ปี 2553

อันดับที่ 2 ชมพู่ อารยา

อารยา เอ ฮาร์เก็ต เข้าสู่วงการเมื่อปี พ.ศ. 2541 ขณะอายุได้ 17 ปี จากการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปีเดียวกับรุจิรา ช่วยเกื้อ ต่อมาได้รับการติดต่อจาก รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอให้มาทดสอบหน้ากล้อง และต่อจากได้รับโอกาสแสดงละครกับทางช่อง 7 ตลอดมา ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ เพลงพราย ทางช่อง 7 แสดงร่วมกับ สวิช เพชรวิเศษศิริ จากนั้นก็มีผลงานมาโดยตลอด ชมพู่เริ่มมีชื่อเสียงจากบทบาท

“แอนนี่” ในละครเรื่อง หมอลำซัมเมอร์ นอกจากนี้ เธอยังได้เล่นละครเวทีเรื่อง ม่านประเพณี และพากย์เสียงไทยในภาพยนตร์เรื่อง แก๊งค์สี่ขา ข้ามป่ามาป่วนเมือง รวมถึงเป็นพิธีกรบนเวทีการประกวดและงานสำคัญต่าง ๆ กับทางช่อง 7 เช่น เจาะโลกมายา และ จมูกมด รวมถึงได้ร่วมงานกับ เกียรติ กิจเจริญ และ

หัทยา วงศ์กระจ่าง และเป็นพิธีกรรายการทอล์คโชว์วาไรตี้ 7 กะรัต ร่วมกับ เมทนี บูรณศิริ หลังจากนั้น เธอกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งจากบทบาท “รินรดา” ในละครเรื่อง ดาวเปื้อนดิน ในปี พ.ศ. 2551 เธอเซ็นสัญญากับทางช่อง 3 โดยมีผลงานที่สร้างชื่อมากที่สุดคือละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ในบทบาท “เรยา”

อันดับที่ 1 อั้ม พัชราภา

อั้ม พัชราภา เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มต้นจากการประกวด MissHack 1997 หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม สาวแฮ็คส์นั่นเอง ซึ่งอั้มได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นสาวแฮ็คส์คนแรก ของเวทีประกวดนี้ และอั้มอยู่ภายใต้การดูแลของชายแฮ็คส์ ซึ่งเป็นฝ่ายโปรโมชันของแฮ็คส์ในขณะนั้น ต่อมาอั้มได้เรียนแอ็คติ้งกับ ต้อย ชาติชาย แก้วสว่าง , และได้แนะนำให้พาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ที่ไฟว์สตาร์

ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง เสือ โจรพันธุ์เสือ ชายแฮ็คส์จึงพาอั้มเข้าไปแคส แต่ว่าตอนนั้นบุคลิกของอั้มยังไม่เหมาะกับบทจึงไม่ได้โอกาส ต่อมาชัด แทนกาย ก็พาอั้มเข้าไปที่บรอดคาซท์ แต่จังหวะละครตอนนั้นยังไม่ลงตัว และต่อมาก็มาพบกับแก้ว พรีเมียร์ จากนั้นแก้วจึงแนะนำให้อั้มไปเป็นนักแสดงช่อง 7 โดยการนัดทางช่องให้ เพื่อนำอั้มไปลงเทป และส่งไปให้คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ดูเพื่อพิจารณา

และอั้มจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อั้มเริ่มมีบทบาทในวงการบันเทิง โดยผลงานชิ้นแรกคือแสดง MV “ไม่ใช่คนในฝัน” ของศิลปิน “ต้น อาภากร” และในปีเดียวกัน มีผลงานละครเรื่องแรกกับทางช่อง 7 คือ “มณีเนื้อแท้” คู่กับ คงกระพัน แสงสุริยะ หลังจากนั้น อั้ม ก็มีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2541 เธอมีละครถึง 3 เรื่องคือ อีสา-รวีช่วงโชติ, ชวนฝันพนันรัก

และคู่เขยคู่ขวัญ ก่อนตอกย้ำความแรงของดาวรุ่งดวงใหม่ด้วยละคร 4 เรื่องรวดในปีพ.ศ. 2542 ได้แก่ ลูกหว้า, รักสองภพ, พลับพลึงสีชมพู และแม่นาค ต่อมาในปีพ.ศ. 2543 บท “เจ้าแม้นเมือง” ในละคร “รากนครา” ก็ส่งให้เธอโด่งดังมากขึ้นไปอีก แต่บทบาทที่ทำให้คนดูจดจำเธอนั่นก็คือบท “เปีย” ในละครเรื่อง “คมพยาบาท” ปีพ.ศ. 2544 เป็นการพลิกมารับบทร้ายครั้งแรกของเธอ ซึ่งละครประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ชื่อเสียงของอั้มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นและเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของเธอ เป็นนางเอกที่คนเริ่มจับตามองในขณะนั้น

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here