เปิดประวัติ นักร้องดัง ‘สน สนธยาง’ แชมป์เดอะสตาร์คนแรก สู่การโดนตำรวจค้นรถพบอาการมึนเมา (ชมคลิป-รายละเอียด)

0
45

เปิดประวัติ นักร้องดัง ‘สน สนธยาง’ แชมป์เดอะสตาร์คนแรก สู่การโดนตำรวจค้นรถพบอาการมึนเมา

สน สนธยา ชิตมณี หนุ่มที่เข้าประกวดเวทีเดอะสตาร์ตัวแทนจากภาคใต้ ในรายการเดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวปีที่ 1 และได้แชมป์จากเวทีนี้เป็นคนแรก จนเป็นที่รู้จักกัน ในวงการในชื่อว่า สน เดอะสตาร์ ด้วยความที่มุ่งมั่นและตั้งใจเข้าแข่งขันในเวทีนี้อย่างแท้จริง ทำให้เจ้าตัวได้แชมป์ และเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์มาได้สำเร็จ

คลิป 1

สน สนธยา เกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน 2521 ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังจากได้แชมป์เจ้าตัวมีผลงานเพลงออกมาให้ฟังกัน เรื่อยๆ และมีผลงานการแสดงให้เราได้ชมกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นละครและภาพยนตร์ ด้วยบุคลิกที่มีความเป็นตัวเองอย่างเด่นชัด บทที่ได้รับ ก็จะเป็นบทคนใต้ที่ไม่เกรงกลัวใคร หรือบทนักเลงอันธพาลนั้นเอง

คลิป 2

เมื่อถึงจุดอิ่มตัวกับเวทีเดอะสตาร์ เจ้าตัวหันไปจับคู่ดูโอ้ ออกอัลบั้มเพลงกับ โกไข่ จึงเกิดเป็นอัลบั้ม โกไข่กับนายสน และถือว่าการทำเพลงในครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเจ้าตัวก็มีภาพยนตร์และเพลงรวมถึงซิมคอมออกมาเรื่อยๆ ให้เราได้ติดตามชมกัน และ ล่าสุดกับกรณีที่เจ้าตัวโพสต์คลิปโดนตำรวจตรวจค้นรถ แล้วกำลังเป็นที่สนใจในโลกโซเชี่ยลขณะนี้

ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าตัวยันว่าไม่ได้เป็นคนขับ แต่ยอมรับว่าดื่มมาบ้าง เพราะการเลี้ยงสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน พร้อมกันนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่แจง ว่าที่ตรวจนั้นทำไปตามหน้าที่ และพบว่าหนุ่ม สน มีอาการของการมึนเมาจริง ทั้งนี้รายละเอียดและการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ทางเราจะเกาะติดเพื่อนำเสนอต่อไป

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 61 สืบเนื่องจากกรณี นายสนธยา ชิตมณี หรือ สน เดอะสตาร์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะถูกตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจค้นรถยนต์ และไม่พอใจกับท่าทีของตำรวจ พร้อมระบุข้อความว่า

ตำรวจไม่มีความจริงใจ และรู้สึกยัวะกับถ้อยคำของตำรวจนายหนึ่งที่พูดว่า “นักร้องในตำนานจัดสักหน่อย” จนกระทั่งทำให้บางช่วงบางตอนในภาพถึงขั้นโต้เถียงกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย จนมีการแชร์กันในสังคมออนไลน์ และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก และมีเพจต่างๆ นำไปเผยแพร่นั้น

ล่าสุด จากการสอบถาม พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ในช่วงดังกล่าวได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ธนาสรรพ์ พันกะฤทธิ์ รอง สวป.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังตำรวจงานป้องกันปราบปรามออกลาดตระเวน และตั้งจุดตรวจจุดสกัดดูแลความปลอดภัยหมุนเวียนหลายจุดทั่วเมืองหาดใหญ่ ตามแผนดูแลป้องกันเมืองตามปกติ

ส่วนการตรวจค้นรถยนต์ของ สน เดอะตาร์ และคนขับอีกคน บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถ.เพชรเกษม เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังขับผ่านจุดตรวจจุดสกัดช่วง 03.00 น.ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และการทำหน้าที่รวมทั้งคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชี้แจงหรือตอบโต้ก็ไม่ได้ใช้อารมณ์ หรือไม่สุภาพแต่อย่างใด

จะถูก สน เดอะสตาร์ พูดจาในลักษณะกระแนะกระแหนอยู่บ้าง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควบคุมอารมณ์และตรวจยานพาหนะจนเสร็จสิ้นกระบวนการตามปกติ ไม่ได้มีการจ้องที่จะหาเรื่องเอาผิด หรือยัดสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แม้ สน เดอะสตาร์ จะอยู่ในอาการมึนเมา

ทั้งนี้ พ.ต.ท.รณน ยังได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความใจเย็น สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่มีการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และสามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้ฝากถึงผู้ใช้ถนน หากเจอจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ก็ขอความร่วมมือเพื่อให้เป็นตามกฎระเบียบของสังคม.

ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันของเขากันต่อเลยค่ะที่บ้านมีสวนยาง แต่เราอยากที่จะทำงานหาเงิน”ก้าวแรกของวงการเพลง”ผมร้องเพลงตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมาก็แค่อยากเป็นนักร้องนักดนตรีกลางคืน แต่ไม่ได้คิดไปถึงการเป็นศิลปินนักร้องโด่งดังเลย ไม่เคยประกวดอะไรเลย ตอนเด็กๆ มีแค่ครั้งเดียวที่ประกวดที่ยะลา ได้ที่ 2 มา คือ ไม่ใช่นักร้องเดินสายประกวด แต่มาวันหนึ่งก็ได้เข้ามาประกวดเดอะสตาร์ตอนมาประกวด

เดอะสตาร์เป็นช่วงเฟื่องฟูของเราเลย เพราะตอนนั้นเล่นดนตรีอยู่ 7 ที่ ได้เงินเดือนหนึ่ง 45,000 บาท แล้ววันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตเราคือวันที่ พี่เต๋า คนที่ดีไซน์การร้องให้พี่เบิร์ด มาเห็นเราร้องเพลงที่โรงเบียร์แห่งหนึ่ง เขาก็เข้ามาถามเราว่าอยากลองประกวดเดอะสตาร์ไหม ตอนแรกคิดว่าไม่เอาดีกว่าเพราะหน้าตาเราก็ไม่ได้หล่อ แต่พี่เต๋าก็ทิ้งนามบัตรไว้ให้ แล้วพอดีเพื่อนชื่อจุ๊บมา

ชวนให้เราไปเป็นเพื่อน เขาจะไปสมัครเดอะสตาร์ก็เลยได้พ่วงไปด้วย พอเข้ารอบเป็นตัวแทนภาคใต้ก็ไม่ได้บอกใครนะ จนพอมาถึงรอบ 8 คนสุดท้ายคนถึงได้รู้” “เดอะสตาร์ 1” คือ “ครอบครัว” “ตอนนั้นเป็นปีแรกของเดอะสตาร์ ทุกคนช่วยเหลือกันมาก เวลาผมร้องไห้เพื่อนๆ จะเข้ามาปลอบ ต่างคนต่างดูแลกัน มีครั้งหนึ่งซ้อมร้องเพลงแล้วอารมณ์ไม่ได้

ผมก็นึกถึงพ่อ คือพ่อจะเป็นคนพูดเพราะกับลูกทุกคน แต่พ่อไล่ผมออกจากบ้าน เพราะเราเรียนไม่จบแถมติดยา เกเรมาก โดนจับปืน ตีกัน ตอนนั้นเลยคิดถึงพ่อและคิดว่าจะร้องเพลงให้พ่อ ชีวิตนี้ก็อยากจะให้เขาภูมิใจสักครั้ง คือตอนนั้นเขาเสียไปแล้ว พอร้องแล้วมันเหมือนอินจนออกจากอารมณ์นั้นไม่ได้ ไปนั่งร้องไห้อยู่ตรงบันได้หนีไฟที่โรงแรม ถาม นิว-จิ๋วได้เลย น้องๆ ก็ตกใจ

มาปลอบ ตอนนั้นพวกเราทั้ง 8 คนเหมือนพี่น้องกันครับ” เมื่อ “คาดหวัง” ก็อาจ “ผิดหวัง” “พอได้รางวัลเดอะสตาร์ ตอนนั้นความคิดเปลี่ยนเลยครับ เริ่มคาดหวังว่าเราต้องดัง มีเงิน มีชื่อเสียง คิดไปเอง น่ากลัวนะ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างหวัง ผมเคยให้สัมภาษณ์ในรายการคนค้นฅน ว่ามันไม่แน่เสมอไปหรอกที่คนที่ได้ที่ 1 จะโด่งดัง คนที่ถูกคัดออกก่อนเพื่อนอาจจะดังกว่า

ก็ได้ อันนี้ผมเคยพูดก่อนออกอัลบั้ม สนคนคว้า ดาว อีกนะ แต่พอเริ่มมีอัลบั้มก็อดไม่ได้ที่จะคิดและคาดหวัง แล้วพอมันไม่ได้เปรี้ยงอย่างที่คิดก็เริ่มผิดหวัง เราไม่ได้โทษใคร มันคือจังหวะชีวิต ดวงเราด้วย เพราะบริษัทเขาก็ทำเต็มที่แล้ว แต่มันทำให้เราได้คิดว่าเราต้องมีสติกับชื่อเสียงที่ได้มา อย่าไปคาดหวัง เชื่อไหมคาดหวัง และลืมตัวจนเกือบจะหลุดจากตัวตนการเป็น “ไอ้สน”

ไปแล้ว ไปยึดติดกับคำว่า “สน เดอะสตาร์” มากเกินไป มันเลยทำให้เหนื่อย จะว่าไปช่วงลืมตัวออกจะโอ่หน่อย นี่ก็เกือบปีนึงเลยนะ พอผิดหวังก็นอนร้องไห้ ทบทวนชีวิต และได้มาฟังเพลง “ด้วยรัก” ของโกไข่ ที่พูดถึงแม่กับพ่อกล่อมให้ลูกนอน มันคิดได้เลยว่าทำไมเราถึงต้องอยากเป็นอะไรนักหนา เราก็แค่ลูกของพ่อกับแม่ แถมเรายังได้เป็นในสิ่งที่ใครหลายคนไม่มีโอกาสได้เป็น

ทำไมไม่ทำมันให้ดี ดีกว่ามานั่งคาดหวังแล้วมาเสียใจเมื่อผิดหวัง จากนั้นก็กลับมาชีวิตติดดิน ง่ายๆ สบายๆ คือ ไอ้สนคนเดิม ผมเข้าใจอารมณ์ที่เวลาเขาด่าดาราคนไหนที่ดังแล้วลืมตัว บางคนที่กลับตัวได้เร็วก็โชคดี แต่คนที่กลับตัวไม่ได้ผมเข้าใจว่าเขาอาจจะไม่ได้เดินมาด้วยตัวเอง แต่เรารู้ว่าเราเดินมาด้วยความลำบากแค่ไหนไง” ไม่ว่าจะเจออะไร “อย่าลดมาตรฐานของตัวเอง”

“หลังจากคืนที่นอนร้องไห้แล้วคิดได้ไม่กี่วัน ก็มีคนติดต่อไปเล่นภาพยนตร์ กลับกลายเป็นว่าภาพยนตร์มหา’ลัยเหมืองแร่ ทำให้คนรู้จักเราเยอะกว่าการเป็นนักร้อง แล้วยิ่งต่อด้วยภาพยนตร์เรื่องไชยา ที่กวาดรางวัลทั้งสองเรื่องเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าเรามีค่ามากขึ้น แล้วคนจะมารู้จักเรากว้างขึ้นตอนที่เป็น “โกไข่กับนายสน” ถึงแม้จะยังขึ้นไม่เปรี้ยงสุดแต่ก็ไม่ได้ลงต่ำ มันอยู่ของมันได้

เราก็ตั้งใจทุกงานที่ทำ อย่าลดมาตรฐานตัวเอง ทีแรกกะทำแค่อัลบั้มพิเศษ แต่กลายเป็นว่าผลตอบรับดี จนตอนนี้ชุดที่ 4 และมีชุดพิเศษล่าสุดอีก สิบกว่าปีมานี้เราเจอมาทุกรูปแบบกับบททดสอบชีวิต แบบเป็นแรงกำลังใจให้กับเราก็มี พวกบั่นทอนกำลังใจก็มี แต่ผมไม่ทนนะ วิจารณ์งานผมได้แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องงานนี่ผมด่านะ ไม่ต้องรักษาภาพพจน์ ไม่ได้ก้าวร้าวแต่เราไม่ชอบให้

ใครมารังแก อย่างเดอะสตาร์ตอนนี้มาตรฐานเปลี่ยนไปเล็กน้อย รุ่นผมเขาหานักร้อง แต่รุ่นนี้เขาหาคนที่ทำได้ทุกอย่าง ถ้าผมมาสมัครตอนนี้ก็คงไม่ได้ เวลารวมรุ่นทำกิจกรรมแต่ละคนก็จะมีแฟนคลับมากรี๊ด แต่ของผมมันสายเพื่อชีวิต ลูกทุ่ง แรกๆ น้อยใจแต่พอเราใช้วิธีมองโลกแง่บวก แบบไม่ว่าจะเป็นป้ายไฟใครเรามองเป็นป้ายไฟเรา ทำเต็มร้อย

คือเวลาเอ็กแซ็กท์ทำกิจกรรมเกี่ยวกับเดอะสตาร์ เราเข้าใจนะ เขาต้องเลือกบุคลากรของเขาก่อน คือเดอะสตาร์ 1 และ 2 มันอยู่แกรมมี่ไง อันนี้เรารู้ระบบเรื่องปกติ จะให้ผมไปเต้นกับฮั่นและแกงส้มก็ไม่น่านะ สิ่งที่เวทีเดอะสตาร์ให้กับชีวิต “ไอ้สน” คนนี้ “สิบกว่าปีที่ตั้งแต่เป็นเดอะสตาร์ปีแรก เราได้อะไรหลายอย่างมาก ทั้งวิธีคิด โอกาส และทำให้เราได้รู้จักตัวเอง

รู้จัดคิดวิเคราะห์ สอนให้เราคิดบวก รู้จักคุณค่าของความรักที่คนอื่นมีให้เรา โตขึ้นมากครับ จากเด็กติดยาคนหนึ่ง มาถึงตรงนี้ได้ ไกลมากครับ ต้องขอบคุณครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง พี่เต๋า และอีกหลายคนมาก ณ ตอนนี้ทุกคนได้เห็นความสำเร็จอีกขั้นของเรา รวมถึงพ่อที่อยู่กับเราตลอดเพราะท่านอยู่ในใจเรา มีรูปท่านอยู่ที่ร้านอาหารของผม คือร้านนายสนเดอะสตาร์ และที่บ้าน มีหมดครับ ส่วนแม่ก็ดีใจที่เรามาถึงตรงนี้ได้ เพราะตอนนี้เราก็เป็นคนที่ดูแลทุกคนในครอบครัวได้หมด”.

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here