ตรวจถนนจุดมรณะ!! คร่า ‘น้องอิน’ ยันไม่ชำรุด เป็นคลื่นเพียงเล็กน้อย เร่งสืบหาความจริง สั่งเพิ่มป้าย ติดไฟ เสริมการ์ดเรล!! (รายละเอียด-ภาพ)

0
98

ตรวจถนน จุดมรณะคร่าน้องอิน ยันไม่ชำรุด เป็นคลื่นเพียงเล็กน้อย

ผอ.สำนักฯ ความปลอดภัย กรมทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจถนน ‘เชียงรากน้อย’ จุดเกิดเหตุ ‘น้องอิน’ ชนต้นไม้ข้างทาง พบทรุด มีรอยคลื่นเพียงเล็กน้อย สั่งเพิ่มป้าย ติดไฟ เสริมการ์ดเรล

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 เม.ย. นายสุจิน มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง นายรุ่ง บัวใหญ่รักษา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปทุมธานี

พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนจุดเกิดเหตุ ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้น้องอิน นางสาวณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อดีตนักแสดงเด็กเสียชีวิต บริเวณถนนหมายเลข 9 หลักกิโลเมตรที่ 79 ก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟ มุ่งหน้าไปทางสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอินจ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายสุจิน มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้อำนวยการแขวงการทางปทุมธานีเพื่อตรวจสอบพื้นถนนตรงจุดเกิดเหตุ ว่ามีชำรุดหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าถนนชำรุด พบเพียงถนนทางเลนซ้ายสุดก่อนที่จะลงสะพานข้ามคลองวังแดง ก่อนถึงจุดเกิดเหตุสะพานข้ามทางรถไฟประมาณ 200 เมตร มีรอยทรุดเป็นคลื่นถนนเพียงเล็กน้อย

จึงได้ร่วมหารือพูดคุยเพื่อหาแนวทางการป้องกัน โดยให้ทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง แขวงการทางปทุมธานี ทำการซ่อมไฟถนน ติดป้ายสะท้อนแสงที่แบริเออร์ ติดหลักล้มลุกที่บริเวณคอสะพาน และเพิ่มความยาวของการ์ดเรลจากคอสะพานข้ามทางรถไฟ จากเดิม 8 เมตร เพิ่มอีก 16 เมตร เป็น 24 เมตร ติดป้าย ไฟกะพริบ ป้ายจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในเย็นนี้

ส่วนถนนเส้นอื่น รวมถึงตามคอสะพานตลอดเส้นทางถนนหมายเลข 9 ทางกรมทางหลวง แขวงการทางปทุมธานี จะต้องสำรวจว่าบริเวณไหนมีจุดเสี่ยง และต้องรีบลงไปแก้ไขทันที

“อยากฝากบอกประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ โปรดเดินทางและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ขับขี่รถเกินอัตราที่กำหนด คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยทั้งขาไปและขากลับ”.

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุการน้องอินขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว

ช่วงเวลาเกิดเหตุ คาด 02.30-03.00น.

หลังเวลาตี 2 น้องอิน ได้บอกกับน้องไทม์ว่า อีกประมาณ 50 กิโลจะถึงอยุธยา และน้องไทม์ ได้บอกว่า ที่อยุธยาฝนตกหนักมาก หากอยู่กรุงเทพให้กลับไปก่อน เพราะเกรงจะเกิดอันตราย แต่น้องอิน บอกว่า กำลังจะถึงแล้ว และอยากเจอ ซึ่งระหว่างนั้น น้องอิน เริ่มมีปากเสียงกับน้องไทม์ เรื่องการลงภาพในอินสตาแกรม

จากนั้นเวลาประมาณตี 2 ครึ่ง น้องอิน ได้บอกว่า คุยกันไม่รู้เรื่อง ให้วางสายก่อนแล้วจะคุยกันอีกครั้งเมื่อเดินทางทางไปถึง จึงวางสายไป แต่น้องไทม์ โทรใหม่อีกครั้งประมาณ 2 นาทีให้หลัง น้องอิน รับสาย คุยกันไม่ถึงนาที และตัดบทว่าจะถึงแล้ว กำลังรีบขับรถ

จนกระทั่งตี 3 น้องไทม์ ได้โทรติดต่ออีกครั้ง ประมาณ 10-20 ครั้ง แต่พบว่าไม่มีคนรับ จนถึงตี 4 จึงเลิกโทรเพราะคิดว่า กลับกรุงเทพไปแล้ว และทราบข่าวอีกครั้งประมาณ 9 โมงเช้า

“น้องอิน” ซึ่งอยุ่ในระหว่างเดินทางขับ ในที่เกิดเหตุไม่มีรถคันอื่นและไม่มีรอยเบรก ตำรวจ ตั้งปมอุบัติเหตุสยอง 5 ประเด็น ทั้งฝนตกถนนลื่น หลับใน ใช้มือถือระหว่างขับ เมา หรือปัจจัยอื่นเช่นถูกรถคันอื่นตัดหน้า

“บิณฑ์ บันลือฤทธิ์” เผยน้องอินขับรถกลับจากพัทยามาหา “สาวทอม” คนสนิท เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ ยืนยันน้องอินไม่เมาหรือง่วง แต่มีปากเสียงกันระหว่างทาง คาดสาเหตุจากขับรถเร็ว ชนคอสะพาน ประกอบกับฝนตกหนักถนนลื่นและไม่ชินเส้นทาง

บิณฑ์กล่าวต่อว่า “รถบีเอ็มคันนี้ น้องอินออกมาได้ 2 อาทิตย์ น้องก็เรียกผมให้ไปนั่ง ที่ผมออกมาพูดเรื่องน้องอิน เพราะว่าน้องอินรู้จักผมตอนอายุ 8 ขวบ เหมือนเป็นญาติของผม ไม่ว่าผมจะไปไหนจะเรียกน้องอินไปด้วยตลอด น้องอิน เป็นคนธรรมะเข้าวัด ไปนั่งวิปัสสนา ถือศีล 5-8 วัน ไปเก็บศพไร้ญาติน้องอินก็จะไปกับผมตลอด

สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ผมแปลกใจว่าต้องเกิดขึ้นกับน้องอิน ตอนที่น้องอินเอารถบีเอ็มมารับ ผมก็แปลกใจน้องขับรถเร็วมาก ผมยังเตือนว่าขับแบบนี้อันตรายมาก เพราะว่าขับ 130-140 ก.ม/ช.ม. น้องเขาบอกว่าเขาดูแลตัวเองได้”

สรุป ไทม์ไลน์หลังน้องอิน ออกจากพัทยา มุ่งหน้า อยุธยา จนกระทั่งเสียชีิวิต
า น้องอิน เดินทางออกจากพัทยา ตั้งแต่เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ซึ่งระหว่างนั้นมีการคุยกับน้องไทม์ อยู่ตลอด จนเวลาประมาณ ตีหนึ่ง น้องอิน คุยกับแม่ว่า อยู่คอนโดย่านบางนา แต่ความจริงกำลังมุ่งหน้าไปอยุธยา จนเมื่อเวลาตี 2 น้องอิน ได้บอกกับน้องไทม์ว่า อีกประมาณ 50 กิโลจะถึงอยุธยา และน้องไทม์ ได้บอกว่า ที่อยุธยาฝนตกหนักมาก หากอยู่กรุงเทพให้กลับไปก่อน เพราะเกรงจะเกิดอันตราย แต่น้องอิน บอกว่า กำลังจะถึงแล้ว และอยากเจอ ซึ่งระหว่างนั้น น้องอิน เริ่มมีปากเสียงกับน้องไทม์ เรื่องการลงภาพในอินสตาแกรม จากนั้นเวลาประมาณตี 2 ครึ่ง น้องอิน ได้บอกว่า คุยกันไม่รู้เรื่อง ให้วางสายก่อนแล้วจะคุยกันอีกครั้งเมื่อเดินทางทางไปถึง จึงวางสายไป แต่น้องไทม์ โทรใหม่อีกครั้งประมาณ 2 นาทีให้หลัง น้องอิน รับสาย คุยกันไม่ถึงนาที และตัดบทว่าจะถึงแล้ว กำลังรีบขับรถ

“น้องไทม์ยืนยันว่าน้องอิน ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้ง่วงนอน ตอนคุยก็ยังปกติมาก ไม่มีอาการแบบนั้นเลย คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะรีบขับ แล้วฝนตกหนักไป จึงชนขอบสะพาน ซึ่งไม่มีรอยเบรคเลย ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่หายไป ผมถามน้องไทม์ และถามกู้ภัยไม่มีใครรู้เหมือนกัน ไม่มีใครเจอ มันอาจจะกระเด็นตกตรงไหนสักที่ ที่เรายังไม่ได้ไปหาจริงๆจังๆ” บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์กล่าว

ล่าสุด นางลัดดา แม่น้องอิน ให้สัมภาษณ์ข่าวสดถึงกรณีที่บิณฑ์ระบุว่าเรื่องน้องอินขับรถไปหา “ไทม์” เพื่อนสาวทอมว่า “ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริงเลย อาจจะเป็นการพูดกันหลายคนปากต่อปากเลยทำให้สับสน เพราะน้องอินมีเพื่อนหลายกลุ่มมาก และหลายสถาบัน เพื่อนบางคนแม่ยังไม่รู้จักเลย แต่เบลนี่แม่รู้จัก พรุ่งนี้แม่จะให้สัมภาษณ์อีกครั้งในงานค่ะ“

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here