1 ปี คดี ‘น้องแอ๋ม’ ถูกฆ่าหั่นศพ ‘แม่แอ๋ม’ เผยความคืบหน้า แฉ ‘เปรี้ยว’ ไร้สำนึก เล่นละครตบตา (คลิป-รายละเอียด)

0
215

อีกไม่นานก็จะครบ 1 ปีคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ “แอ๋ม” หรือ “น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย” เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน ฝังดิน ต่อมาศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน คือ นายวศิน, เปรี้ยว ปรียานุช, เอิร์น กวิตา, แจ้ อภิวันทน์

ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 13 เม.ย. ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้สัมภาษณ์คุณพ่อคุณแม่น้องแอ๋ม “นางพิชชาภา กลิ่นจุ้ย” คุณแม่ และ “นายสุชาติ คำเพิงใจ” คุณพ่อ หลังจากที่เปรี้ยวกลับคำให้การไม่เจตนาฆ่า พร้อม “ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” มาร่วมพูดคุยกันในรายการอีกครั้ง เรื่องน้องแอ๋ม ทางรายการโหนกระแสเชิญมาเทปแรกที่มีการออกอากาศ คุณพ่อคุณแม่ก็มา และออกมาพูดเปิดใจครั้งแรกในรายการเรา?

แม่ : “ใช่ค่ะไม่เคยไปรายการอื่นเลย” จากวันนั้นจนวันนี้ กำลังจะ 1 ปีแล้วเป็นยังไงบ้าง? แม่ : “เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ 1 ปีมันเร็วจัง เรายังเสียใจ ยังนึกภาพ นึกถึงเหตุการณ์ก็ยังทำใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ดีขึ้น แต่พอไปฟังเรื่องราวการพิจารณาคดี ก็ได้รู้ความจริงหลายๆ อย่าง ที่เราคิดว่าเป็นแค่นี้ แต่เรารู้เยอะ มันขยายความไปละเอียดมาก ความทรมานของลูกก่อนจะเสียมันเยอะ เขาไม่ได้ทำให้ตายทีเดียว ไม่ได้ฆ่าปุ๊บตายปั๊บ เขาทรมานอยู่หลายชม. มันสะเทือนหนักสำหรับเรา”

ตอนแรกเหมือนจะลงเอย แต่สุดท้ายเปรี้ยวได้ออกมาบอกว่าฆ่าจริงแต่ไม่ได้เจตนา มันจะทำให้โทษบรรเทาลงมั้ย? ทนายสงกานต์ : “โทษลดลงการเจตนาฆ่าในทางอาญา ถ้าโทษความผิดฐานฆ่าผู้อื่น โทษสูงสุดคือประหารชีวิต รองลงมาคือจำคุกตลอดชีวิต หรือต่ำสุด 15 ปี 20 ปี เมื่อไม่เจตนา ศาลก็จะพิเคราะห์ตามพฤติการณ์ของคดี ตัวจำเลยที่เกี่ยวข้อง ใครเป็นผู้ลงมือกระทำ และใครเป็นผู้สนับสนุน ผู้ใดเป็นผู้ช่วยเหลือในการสนับสนุน”

ให้พ่อแม่ช่วยย้อนไปเหตุการณ์วันนั้น พ่อ : “ทั้งสี่คนไปเจอแอ๋มโดยบังเอิญ เขาไปเที่ยวตะวันแดงเขาเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่เปรี้ยวโกรธแค้นแอ๋ม เรื่องเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ผ่านมา ที่แฟนเปรี้ยวโดนจับ เขาคิดว่าแอ๋มเป็นคนให้ข้อมูลตำรวจในการไปจับเขา เขาคิดว่าตัวเขามีหมายจับ พอรู้ว่าตัวเองไม่มีหมายจับ ก็เป็นความเข้าใจผิดของเขาเอง ก็ผูกใจเจ็บแอ๋มมา” วันที่ไป มี แจ้ เอิร์น วศิน ขับรถ มีเปรี้ยว คนไปล่อแอ๋มให้มาที่รถคือเอิร์น?

พ่อ : “ใช่ครับ พอแอ๋มขึ้นรถปุ๊บเปรี้ยวก็โดดล็อกคอแอ๋มเลย สองคนที่เหลือก็ช่วยจับแขนจับขา แล้วก็ตี วศินก็ขับรถรอบเมือง วิ่งไปไหนไม่รู้ วิ่งไปเรื่อย” ตอนนั้นแอ๋มไม่เสียชีวิต? พ่อ : “ไม่เสียชีวิต พวกนี้ตีจนไปถึงจ.มหาสารคาม ก็ฟังจากพวกเปรี้ยว มีหลายคนพูดให้ฟัง เอามาปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว ตีจนสลบแล้วขับรถวกมาที่ขอนแก่น แอ๋มก็โมโห ก็มีปากสียงกันทำนองว่าถ้าทำกูถึงขนาดนี้ ทำไมไม่ทำให้กูตายเลย ถ้ากูไม่ตายพวกมึงตาย เขาก็เลยขึ้น ทีนี้ตบตีแล้วเอาถุงดำผูกคอจนทำให้ขาดอากาศหายใจ”

ใครเป็นคนทำ? พ่อ : “เปรี้ยวครับ เขาตั้งใจจะบีบให้ตายอยู่แล้ว แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้เจตนา หลังจากนั้นเขาก็วางแผน ช่วงนั้นเป็นช่วงยังไม่สว่าง พวกร้านอุปปกรณ์ยังไม่เปิด พอรอร้านเปิดเขาก็ไปซื้อพวกเลื่อยพวกมีด ตอนแรกพาไปเขาสวนกวาง แต่ไปไม่ถึงเขาสวนกวางเพราะมีด่านตรวจ เขาเลยขับเข้าป่า เปรี้ยวชำนาญเส้นทางบ้านเขาอยู่แถวนั้น เขารู้ว่าทางลัดอยู่ไหน แล้วก็โยนพวกมีดพวกเลื่อยทิ้ง แล้วไปถึงที่จุดเกิดเหตุใช้เสียมพวกนี้ขุด”

หั่นที่ไหน? พ่อ : “ที่โรงแรม ที่เป็นรีสอร์ต คนหั่นก็ไม่เชื่อว่าหั่นแค่ 3 ผมเชื่อว่าหั่นหมด” คิดว่าวศินหั่นด้วย? พ่อ : “ใช่ เป็นไปไม่ได้ เพราะลูกสาวผมตัวใหญ่ ต้องมีผู้ชายยก” ตอนนั้นเขาใส่ถัง? พ่อ : “เขาใส่ถังแล้วพอไปเจอด่านก็หลบเข้าป่า” ทางวศินบอกว่าดูต้นทาง พ่อไม่เชื่อ? พ่อ : “ไม่เชื่อ แอ๋มเป็นคนตัวใหญ่ แล้วผู้หญิงจะยกยังไง มันลำบาก ยกตั้งแต่ลงรถ เข้าห้องน้ำ ผู้หญิงยกไม่ขึ้นหรอก ตัวใหญ่กว่าเยอะ”

หลังจากนั้นเขานำศพที่หั่นแล้วขึ้นรถไปไหนต่อ? พ่อ : “ที่เขาสวนกวางแต่ไปไม่ถึง เพราะเจอด่าน เปรี้ยวเป็นคนแถวนั้น รู้เส้นทางหนีทีไล่หมด ก็วิ่งทางลูกรัง แล้วโยนมีดหั่นศพทิ้งออกไป หลังจากนั้นก็ไปถึงจุดที่ซ่อนเร้นศพ พอดีขุดไม่ลึก มันเลยเหลือโผล่ขึ้นมาเป็นขา” ทำไมอยู่ดีๆ เปรี้ยวถึงได้ออกมาพูดว่าไม่เจตนาฆ่า? พ่อ : “เขาพูดลักษณะแบบนี้ เขาคิดว่าถ้าเขาพูดสำเร็จเขาจะเบาจากโทษที่เขาได้รับ เขาบอกว่าเขาฆ่าแต่ไม่เจตนาฆ่า ไม่คิดว่าจะตาย คือพูดง่ายๆ ฆ่าโดยไม่เจตนา”

แม่คิดว่าเขาเจตนามั้ย? แม่ : “แม่เชื่อเกินร้อยแหละ เขาตั้งใจมาฆ่า เพราะเหมือนที่เขาโพสต์มาว่าเขาแค้นฝังหุ่น อยู่ดีๆ ก็โพสต์ตุ๊กตาผี เพื่อจะกลับมาวางแผนและมาฆ่าลูกเรา เพราะเขาคิดว่าแอ๋มทำให้ชีวิตเขาพัง เจตนาฆ่าแล้ววางแผน มีการโทรเรียกเพื่อนในกลุ่มเขา ว่าไปจับหนูตัวใหญ่กับกูมั้ย มีคำพูดในโพสต์กับเพื่อนเขา ตั้งใจจะบดให้ละเอียดด้วยซ้ำ” เอาศพไปบดให้ละเอียด? แม่ : “ใช่ แต่เวลามันน้อย สว่างซะก่อน เลยเอาไปหั่น แบบนี้จะไม่เจตนาได้ไง ตั้งใจเต็มๆ ทำยังไงเราก็ไม่เชื่อ”

ทนายสงกานต์ : “ต้องดูว่าตำรวจตั้งข้อหาตามมาตรา 288 หรือเปล่า ถ้า 288 มีโทษสามสถาน คือหนึ่งประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือตั้งแต่ 15-20 ปี แต่ถ้าเกิดตาม 289 ก็น่าจะเข้า 289 เพราะเป็นการฆ่าโดยวิธีการโหดร้าย ที่ตัวพ่อแม่เล่าให้ฟัง มีการหั่นน้อง มีการล็อก มีการอะไรต่างๆ ต้องดูในคำฟ้องว่าท่านอัยการฟ้องในความคิด 288 หรือ 289 แต่ถ้าเกิดโทษประหารชีวิต ถ้าตัวจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โอกาสลดโทษน้อย แต่เชื่อเหลือเกินว่าก่อนศาลอ่านคำพิพากษา มิ.ย. เขาพร้อมถอนคำให้การ เพื่อรับสารภาพ เพื่อลดโทษ เขามีสิทธิ์ตามกฎหมาย”

พ่อ : “เขามีเวลาที่จะทำได้” ทนายสงกานต์ : “ก่อนคำพิพากษา” เขาจะกลับคำให้การยังไง? ทนายสงกานต์ : “ก็คือหนึ่งจากการที่สู้โดยปฏิเสธ เป็นรับสารภาพ เพื่อลดโทษกึ่งหนึ่ง ถ้าเห็นไปไม่รอด” ณ วันนี้ แน่นอนหลักฐานทุกอย่างพยานคำให้การชี้ไปว่าเขาเป็นผู้กระทำ ถ้าเขาดื้อสู้ต่อว่าไม่เจตนา ถ้าศาลลงว่าไม่เป็นอย่างที่คุณพูดมันหนัก มีอีกทางของเขาคือกลับลำใหม่ บอกว่าเขาเจตนา ก็ลดโทษกึ่งหนึ่ง? ทนายสงกานต์ : “ก็น่าจะไปไล่ดูเรื่องของคำเบิกความก่อน เพราะที่ผ่านมา พยานแต่ละฝ่ายเบิกความอย่างไร เขามีเวลาคิดก่อนศาลอ่านคำพิพากษา หลายคดีที่ผ่านมา จำเลยถอนคำให้การเดิม จากปฏิเสธก็มาเป็นรับสารภาพตามคำฟ้องของโจทก์ เพื่อลดโทษกึ่งหนึ่ง”

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากศาลจังหวัดขอนแก่นนัดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ โดยมีอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ และฝ่ายจำเลย ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว พร้อมพวก ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.1957/60 ที่ห้องพิจารณาคดี 8 ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยมีพยานฝ่ายโจทก์รวม 37 คนและทีมทนาย ส่วนฝ่ายจำเลย นำโดยทีมทนายความ ครอบครัวของผู้ต้องหาและผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีดังกล่าว ประกอบด้วย น.ส.ปียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนท์ และนายวศิน นามพรม เข้าร่วมสอบคำให้การอย่างพร้อมเพรียง โดยศาลมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังหรือสังเกตการณ์ในห้องพิจารณาคดี

โดยช่วงเช้าฝ่ายโจทก์โดยพนักงานอัยการเบิกพยานรวม 2 ปาก ประกอบด้วย พ.ต.ท.วงศกร วันชัย สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ให้การในเรื่องของที่มาในมูลเหตุของการก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม และพ.ต.อ.ภาคภุมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น จากเหตุการณ์ของการพบศพจนนำไปสู่กาจับกุม โดยมีทนายความฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซักค้านอยู่ตลอดเวลา นายนพดล สีดาทัน ทนายความของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า

ในช่วงเช้าการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ผ่านไปแล้ว 2 ปาก จากที่กำหนดไว้รวม 37 ปาก โดยอัยการจังหวัดขอนแก่นส่งพนักงานอัยการที่ถือเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านคดีความมือหนึ่งของสำนังกานมาร่วมในคดีนี้รวม 2 ท่าน เพื่อให้การดำเนินงานในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีสำคัญ สะเทือนขวัญและเป็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณะชนเป็นไปอย่างรัดกุม รอบคอบและละเอียดในทุกขั้นตอน ซึ่งการสอบปากคำฝ่ายโจทก์ปากแรกนั้น เป็นเรื่องของมูลเหตุการก่อเหตุ

เนื่องจากพ.ต.ท.วงศกร อยู่ในชุดจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดและขยายผลตามพ.ร.บ.ยาเสพติดที่ 100/2 จนสาวมาถึงตัวเปรี้ยว สามีเปรี้ยวและพี่ชายเปรี้ยว ซึ่งเป็นมูลเหตุของการเกิดเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ ขณะที่พยานโจทก์ปากที่ 2 คือพ.ต.อ.ภาคภูมิให้การไปได้เพียง 1 ชั่วโมง ซึ่งพยานรายนี้สำคัญมาก เพราะเป็นต้นเรื่องที่เริ่มจากการพบศพจนนำไปสู่การจับกุม โดยพนักงานอัยการและทนายฝ่ายโจทก์ตั้งเวลาให้การไว้ที่ 4 ชม.

“ในช่วงก่อนเริ่มสอบคำให้การนั้น จำเลยที่ 3 คือ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนท์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีรับของโจร และขณะนี้อยู่ในช่วงของการประกันตัวตามสิทธิ์ของกองทุนยุติธรรม ได้รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่ได้คัดค้านในประเด็นนี้ ซึ่งศาลได้รับฟังและบันทึกคำให้การไว้แล้ว แต่ยังคงต้องมาขึ้นศาลและมารายงานตัวในคดีนี้ทุกนัด เนื่องจากฝ่ายโจทก์ยังคงไม่ตัดประเด็นในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ซึ่งหากแนวทางการสอบคำให้การสาวไปถึงเบนท์ พนักงานอัยการจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มทันที และเบนท์ยังคงอยู่ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้ ทั้งในคดีแพ่ง เพราะฝ่ายโจทก์คือครอบครัวของน้องแอ๋มนั้น ได้เรียกร้องค่าเสียหายรวม 1,300,000 บาท แยกเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูครอบครัวจากการเสียชีวิตของน้องแอ๋ม 1,000,000 บาท และค่าปลงศพค่าทำศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของน้องแอ๋มอีก 300,000 บาท

ซึ่งคดีแพ่งนั้นศาลขอนแก่นได้รับคำร้องและอยู่ร่วมในขั้นตอนของการพิจารณาไต่สวนในคดีนี้เช่นกัน ขณะที่ช่วงของการสอบคำให้การต่อหน้าคณะผู้พิพากษานั้น ผู้ต้อหาทั้งหมด โดยเฉพาะเปรี้ยว ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของคดีนี้มีท่าทีที่วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้แม้ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดจะยังคงให้การปฎิเสธ แต่พยานหลักฐาน ต่างๆนั้นชัดเจนและครบถ้วนโดยทั้งหมด” นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงบ่ายนอกจากการสอบคำให้การของพ.ต.อ.ภาคภูมิแล้ว

ยังคงเบิกพยานเพิ่มอีก 2 ปากคือ ผู้ให้เช่ารถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ และนางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย มารดาของน้องแอ๋ม ที่จะให้การวันนี้เช่นกัน โดยพยานที่ฝ่ายโจทก์ได้ขอเบิกให้การต่อศาล ตามเวลาที่ศาลกำหนดนั้นรวม 37 ปากในจำนวนนี้ เป็นพยานสำคัญมากถึง 15 ปาก โดยฝ่ายโจทก์ขอเบิกพยานขึ้นให้การทั้งหมดเพื่อความรัดกุมและความรอบคอบทางคดีที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดให้ได้ อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิน และน.ส.แจ้

จะถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น และนายวศิน นามพรม ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และมีสิทธิ์ที่จะขอยื่นประกัน โดยที่ฝ่ายโจทก์ยังคงยืนยันในการคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดต่อไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงและได้รับความสนใจจากสังคม อีกทั้งครอบครัวของผู้ตายยังคงหวาดกลัวจากการกระทำของผู้ตองหาอย่างมากเพราะผู้ตองหาไปเชื่อมโยงกับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตามที่หลายคนทราบเรื่องอยู่แล้ว

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here