เปิดใจทุกเรื่องราว “ซูซี่ สุษิรา” จริงหรือไม่? “โป๊ป” หยอดคำหวานใส่ เคยแอบแชทหา ตอบชัดถ้าจีบจะใจอ่อนมั้ย? (ชมคลิป)

0
207

เป็นนักแสดงสาวสุดแซ่บ สำหรับสาว ‘ซูซี่ สุษิรา แน่นหนา’ ที่ล่าสุดกำลังโด่งดังจากละครฮิตของชาวพระนคร บุพเพสันนิวาส โดยล่าสุดเธอได้มาเปิดใจทุกเรื่องในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ แพท นปภา เป็นพิธีกร ซึ่งซูซี่เปิดใจถึงสาเหตุที่ต้องพักงานละครกลางคันแล้วไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศนานกว่า 6 ปี อีกทั้งเรื่องพระเอกหนุ่ม “โป๊ป” ที่มีคนเม้าท์หนักว่าโป๊ปก็มีส่งไดเรคข้อความหาซูซี่ด้วยเหมือนกัน

“คือละครเรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำนานมาก เกือบ 2 ปีค่ะ แล้วเค้าวางตัวเราไว้ 5 ปีก่อน คุยกันไว้นานมาก หลังจากนั้นก็หายกันไป คือเค้าต้องไปปรับบทกัน สุดท้ายออกมาคุ้มกับการเหนื่อยค่ะ” อยู่วงการนางแบบกี่ปี? “ตั้งแต่อายุ 13 ค่ะ เป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ 20 ตอนนี้ก็ 10 ปีในการถ่ายละคร ภาพยนตร์ แล้ว 6 ปีที่แล้วออกจากวงการไปอยู่ต่างประเทศ

อยากไปเรียน คือตอนนั้นอายุ 20 ค่ะ แต่พี่หน่องให้อยู่ ให้ถ่ายละคร พอ 24-25 ก็ออกไปเรียนออสเตรเลีย ไปเรียนกราฟฟิกดีไซน์ค่ะ ไม่ได้ซีเรียสเรื่องที่คนจะจำเราไม่ได้” เค้าเม้าท์กันว่า วันที่ไปออสเตรเลีย เราอกหัก? “มันหลายอย่างมาก ตอนนั้นไม่ได้อกหักค่ะ ตอนนั้นเราโอเค แฮปปี้แล้ว เราก็ทำใจได้อ่ะ เราเป็นเพื่อนกัน คือเราไม่ได้ไปโกรธเค้าหรอกค่ะ

ตอนนั้นเราก็เด็กด้วย และตอนนั้นก็ดังจนเครียดนิดหนึ่ง เรื่องความรักด้วย คิดว่ามันถึงเวลาที่เราต้องไปเรียนแล้วล่ะ เราขายทุกอย่าง บ้าน รถ ออกจากกรุงเทพ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ใหม่หมด ถามว่าเสียดายความดังตอนนั้นมั้ย ไม่เสียดายค่ะ” มีข่าวว่าหนุ่ม ‘โป๊ป ธนวรรธน์’ จีบ ตอนที่อยู่กอง เค้ามีท่าทีจีบเรามั้ย? “ตอนเช้าเราเดินผ่าน เค้าก็ทักว่าสวัสดีจ๊ะคนสวย แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะ ก็คิดว่าเค้าทำอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนในกองนะ(หัวเราะ)”

เค้าไดเรคข้อความมาหามั้ย? “(ยิ้มอายไม่พูด) ไม่เอาๆ อย่าเม้าท์พี่โป๊ป เวลาเค้าแซวเค้าก็ชอบมองหน้า หนูก็ทำตัวไม่ถูก มันก็สัมผัสได้อยู่แล้ว ทุกคนก็มีเซ้นส์อยู่แล้วเนอะ(หัวเราะ)” ถ้าเค้าจีบเอามั้ย? “ไม่ได้หรอกค่ะ(ยิ้ม) ก็มีคนอยู่แล้วอะค่ะ ส่วนปั้นจั่น เค้าเป็นแนวเพื่อนมากกว่าค่ะ” เราหมั้นแล้ว?

“ก็เป็นชาวต่างชาติค่ะ ไปเจอกันที่ต่างประเทศค่ะ เค้าเป็นเพื่อนของเพื่อนค่ะ คุยแล้วคบกันมาตั้งแต่เราไปอยู่นั่นค่ะ ได้ประมาณ 6 ปีแล้ว แล้วเค้าก็ขอแต่งงานเมื่อปีที่แล้วค่ะ ที่ทะเลค่ะ ก็น่ารักมากเลย มันเป็นวันเกิดซูซี่ด้วย เค้าจัดเป็นเซอร์ไพรส์วันเกิดซูซี่พาไปทะเล เค้าบอกให้เตรียมตัวนะ เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวกัน ไปกินอาหารเย็น ก็ลงไป

คิดว่าจะไปที่อื่น พอเรามา มีดอกกุหลาบเรียงเป็นเส้นทางไปจนถึงโต๊ะเลย เราก็คิดแค่ว่าเซอร์ไพรส์วันเกิดเฉยๆ พอไปถึงโต๊ะอยู่ริมหาดทะเล ก็มีดอกไม้สวยๆ เราก็ทานๆ ข้าวไป เค้าก็ออกมาขอแต่งงาน เราไปกัน 2 คนค่ะ ตอนนั้นตกใจมาก หนูก็เซย์เยสค่ะ หมั้นมาได้ 1 ปีแล้ว และก็คบมายาวนานถึง 6 ปี

เราประทับในจิตใจเค้าค่ะ หล่อทั้งภายนอกและภายในค่ะ เค้าเป็นทหาร EOD ของอเมริกา ปกป้องเราได้ ตอนนี้เค้าก็ย้ายมาที่เชียงใหม่แล้วค่ะ แต่เราก็มีแพลนย้ายไปอยู่ต่างประเทศ อยากมีลูกที่ต่างประเทศ ส่วนแพลนแต่งงานยังไม่ได้กำหนดค่ะ เค้าไม่ซีเรียสว่าจะต้องแต่งงานเมื่อไหร่ค่ะ”

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ เปิดใจทุกประเด็นกับ “ซูซี่ สุษิรา”เผยคิดออกจากวงการ-แต่งงาน และจริงหรือไม่เคยโดนหนุ่มโป๊ป Direct Message !!!!?

ช่วงหลังหลายคนอาจจะไม่ค่อยได้เห็นผลงานของนางเอกสาวลูกครึ่ง “ซูซี่” สุษิรา แน่นหนา สักเท่าไหร่ ล่าสุดกับละครที่เพิ่งจบไปเรื่อง “เขี้ยวราชสีห์” และมีละครที่กำลังถ่ายทำอยู่คือ “บุพเพสันนิวาส” วันนี้ “บันเทิง คม ชัด ลึก” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษเธอคนนี้ ที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิต และจุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องหันกลับมามองตัวเองอีกครั้ง​

ชีวิตของ “ซูซี่” ทุกวันนี้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ ใช่ ซี่ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ถาวร แล้วบินไปบินมา เพื่อถ่ายละคร มีคนถามว่า ทำแบบนี้คุ้มเหรอ แต่สำหรับซี่มันคุ้มนะ เพราะว่าเรารักเชียงใหม่ เพราะเราเป็นคนเชียงใหม่ เรามาเกิดอยู่กับธรรมชาติ วิถีชีวิตในเชียงใหม่จะเรียบง่ายสงบสุขมากกว่า เราได้อยู่กับครอบครัว ได้อยู่ช่วยธุรกิจครอบครัวที่เชียงใหม่ด้วย

เพราะบ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ ซี่สงสารคุณแม่ ที่ต้องดูแลธุรกิจคนเดียว เราเลยต้องช่วยคุณแม่ด้วย ซี่มีธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว และอีกงานหนึ่งเป็นของซี่โดยเฉพาะ คือการ รีโนเวทบ้าน ตกแต่งภายใน เราออกแบบบ้านของตัวเอง คุณแม่สอนให้ทำ เหมือนเป็นอินทีเรีย คนจะรู้สึกว่า “ซูซี่” หายหน้าไปนานกว่าจะมีละคร

5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่ซี่ไปเรียนต่างประเทศที่ออสเตรเลีย และเราไปอยู่มาหลายประเทศ เพราะเรามีบ้านอยู่หลายประเทศ มีที่ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย แต่สุดท้ายเราก็กลับมาอยู่บ้านที่เมืองไทย ตอนนี้ “ซูซี่” เป็นนักแสดงอิสระ ไม่ได้เซ็นสัญญากับที่ไหน ใช่ แต่ว่ามีสัญญาใจกับพี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) บรอดคาซท์ คอยช่วยดูแลงานให้ อย่างปีที่แล้วก็มีงานละครจากช่องอื่นติดต่อมา 2-3 เรื่อง

เราก็จะให้ทางพี่หน่องช่วยดูว่าโอเคไหม ถ้าพี่หน่องโอเค เราก็รับงานได้ แต่ว่าที่ติดต่อเข้ามามันยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ เดี๋ยวค่อยดูอีกที ละครอีกเรื่องของซูซี่ คือ “บุพเพสันนิวาส” เรื่องนี้คิวของซี่กับหลุยส์ (หลุยส์ สก๊อต) เพิ่งถ่ายไปไม่นาน ซี่รับบทเป็น “ท้าวทองกีบม้า“ หรือ ”ตองกีมาร์” ซึ่งเป็นตัวละครที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ พอเขามีตัวตนจริงๆ เรากลัวเหมือนกันว่าจะเล่นได้ถูกใจคนดูมั้ย จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ซี่พยายามทำการบ้านหนักมาก กลับไปอ่านเรื่องราวประวัติศาตร์ที่อ้างอิงถึงท้าวทองกีบม้า และฟอลคอน (หลุยส์ แสดง) คู่นี้ถึงแม้ว่าอาจจะมีซีนไม่เยอะมากเท่าคู่เอก แต่เขามีความสำคัญกับเรื่อง และม่ีความน่าสนใจมาก เพราะท้าวทองกีบม้าเป็นหัวหน้าห้องเครื่องในวังสมัยพระนารายณ์ และเป็นคนที่คิดค้นขนมไทยพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา เรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มารับบทนี้ กลับมาทำงานอีกครั้ง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการบันเทิงอย่างไรบ้าง

สำหรับซี่ แต่ก่อนเราอยู่วงการบันเทิงเต็มตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ถือว่าเรากึ่งๆ นะ แต่เราแฮปปี้กับแบบนี้มากกว่า เพราะเราได้ทำอย่างอื่นด้วย เราได้ไปอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับสภาพจิตใจและร่างกายของเรา ถ้าเราสุขภาพดี การมองโลกจะดีแน่นอน เราชอบอยู่แบบสงบสุข ไม่ชอบความวุ่นวาย อย่างการใช้ชีวิตในเมือง เราจะวุ่นวาย กดดัน และบางวันเครียดมาก ทำให้เรามีมุมมองในชีวิตที่ต้องระมัดระวังตัว

ในแง่ของการทำงานที่จะดึงดูดเราไป ตามคนที่อยู่รอบกายเรา ซูซี่มีแนวคิดว่า การอยู่ตามสภาพแวดล้อมแบบไหนจะเป็นแบบนั้นใช่มั้ย เราเป็นคนที่เซนซิทีฟกับเรื่องพวกนี้มาก เรารู้เลยว่าเราสามารถสัมผัสพลังงานของคนที่เราเจอได้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง ไม่ใช่ว่าจะเป็นพลังงานบวกหรือลบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรารู้สึกได้ และเราต้องระมัดระวังตัวไว้บ้าง คือเราต้องดูแลจิตใจตัวเอง ให้นิ่งๆ บ้าง ต่างกับตอนที่เราอยู่เชียงใหม่ เราจะสบายใจ

แต่พอเราเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ การทำงานทุกวัน มันทำให้เครียดและร่างกายโทรมมาก มีช่วงหนึ่งที่ซี่ผอมมาก พอเราออกมาได้ออกมาใช้ชีวิตอีกอย่าง เราได้พัก ทำให้เรารู้ว่าไลฟ์สไตล์แบบนั้นไม่เข้ากับเราแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม การทำงานแบบนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ซี่รู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ว มันกระทบกับสุขภาพของเราด้วย

ไม่อยากทำงาน เก็บเงิน แต่สุดท้ายต้องนำเงินมารักษาตัวเอง คือเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเราหรอก ความรัก ครอบครัว สุขภาพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตสำหรับซี่ ถ้าเราตายไป จะเหลืออะไรบ้าง คนรอบข้างที่เรารักสำคัญที่สุด ทุกวันนี้ซูซี่มีมุมมองกับวงการบันเทิงอย่างไร ไม่ใช่ว่าวงการบันเทิงไม่ดีนะ เรารู้สึกซาบซึ้งกับงานในวงการบันเทิงนะ เพราะมันทำให้เรามีอาชีพ และทำให้เราอยู่มาถึงทุกวันนี้ ทำให้เรามีโอกาสหลายอย่าง ได้เจอคนที่มีความสามารถจริงๆ

และงานในวงการบันเทิงคืองานศิลปะที่ซี่ชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้านอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่อาจจะไม่ใช่สไตล์ของเราในบางงานคืองานที่ต้องไปแสดงอะไรเยอะๆ จะอธิบายยังไงดี คือปกติซี่เป็นคนนิ่งๆ และค่อนข้างขี้อายนะ แต่ถ้าเราต้องไปสัมภาษณ์กับกล้องเยอะๆ หรือต้องพูดคุยกับกล้อง เราจะตื่นเต้นมาก จะทำตัวไม่ถูก แต่ถ้ามีกล้องมาจับเรา ตอนที่เรากำลังแสดงอย่างอื่น อันนี้โอเค

แต่ถ้าให้เราพูดต่อหน้ากล้องแบบเป็นการสัมภาษณ์จะตื่นเต้น และมีอาการกลัวบ้าง เพราะภาษาไทยไม่ใช่ภาษาที่เราใช้แบบคล่องมาก บางทีเราพูดผิดไป บางอย่างเราต้องการจะอธิบายตัวเอง แต่เราพูดไม่ได้ในแบบที่เราต้องการ (หัวเราะ) เลยทำให้เราเครียด เราอยากให้การสัมภาษณ์ออกมาดีที่สุด อยากให้คนรู้จักว่าเราเป็นคนยังไง แต่มันบรรยายไม่ได้อย่างที่เราต้องการ มันก็จะรู้สึกแย่นิดหนึ่ง อันนี้พูดจริงๆ นะ (ยิ้ม)

truststoreonline


Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here