แมตช์หยุดโลก! ยูริ VS เบลล่า เถียงทุกวีค! จน ‘หม่อมป้า’ ทนไม่ไหว ต้องฉะกลับแพ็คคู่ (ชมคลิป)

0
652

MasterChef Thailand สุดยอดรายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารลิขสิทธิ์ระดับโลก พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์คนธรรมดา ที่มีใจรักในการทำอาหารอย่างไม่ธรรมดา ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.20 – 19.50 น. ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในภารกิจแบบทีม (Team Challenge) ทางการให้จับคู่ทำอาหาร โดยอาหารนั้นคือ การทำชุดติ่มซำ

โดยต้องทำชุดติ่มซำจำนวน 5 อย่าง จำนวน 16 ชิ้น ประกอบไปด้วยขนมจีบหมู, ขนมจีบกุ้ง, ฮะเก๋าฟัวกราคาเวียร์, ติ่มซำเป๋าฮื้อ และกุ้งหน้างา โดยมีเชฟป้อม ธนรักษ์ ชูโต ผู้เชี่ยวชาญการทำอาหารจีน มาเป็นคนสาธิตการทำติ่มซำให้ผู้เข้าแข่งขัน ในการทำอาหารมีเวลาสำหรับผู้เข้าแข่งขันจำนวน 90 นาที โดยผลัดกันทำอาหารคนละ 15 นาที

เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือน ผู้เข้าแข่งขันต้องแตะมือกันเพื่อสับเปลี่ยนกันทำอาหาร โดยชุดติ่มซำที่ทำออกมาต้องเหมือนกับต้นตำรับที่เชฟป้อมได้ทำไว้ ซึ่งจากการที่มินเป็นผู้ชนะในสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้มีสิทธิ์พิเศษในการจับคู่ให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ และตัวเอง ซึ่งมินได้เลือกจับคู่ให้ผู้เข้าแข่งขันดังนี้

ยูริกับเบลล์, จ๋ากับกะปอม, กอล์ฟกับแบงค์, เฟิสกับตั้ม, เดียวกับเมี่ยง และมินกับลัท หลังจากคณะกรรมการได้ชิมอาหารทั้งหมดของผู้เข้าแข่งขัน คู่ของยูริกับเบลล์ทำอาหารไม่เสร็จ เสิร์ฟอาหารไม่ครบ และทำอาหารร่วมกันเป็นทีมได้ไม่ดี ทำให้ทั้งคู่ต้องไปแข่งในรอบทดสอบความกดดัน

รอบทดสอบความกดดัน: ในรอบทดสอบความกดดันทำให้คู่ของยูริกับเบลล์ ซึ่งเป็นคู่ที่ทำอาหารได้มีข้อผิดพลาดมากที่สุด และการทำงานเป็นทีมได้ไม่ดีนักในรอบภารกิจแบบคู่ ต้องมาเผชิญกับการแข่งขันทดสอบความละเอียดและความแม่นยำ ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัว ผู้เข้าแข่งขันที่พลาดในการทำอาหาร จะต้องออกจากการแข่งขันทันที

โดยโจทย์ในรอบนี้คือ สเต๊กเนื้อจัมโบแบบมีเดียมแรร์ และเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดและหัวหอมทอดรูปดอกไม้ โดยเนื้อสเต๊กตรงกลางต้องเป็นสีชมพูเข้มเกือบแดง รอบ ๆ เป็นสีชมพูอ่อน รอบนอกสุดจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม มันฝรั่งบดเนื้อต้องเนียน ไม่ร่วน ไม่หนืด ส่วนหัวหอมทอดรูปดอกไม้ แป้งที่เคลือบต้องกรอบ ไม่อมน้ำมัน หัวหอมข้างในต้องสุกและหวาน

โดยในการแข่งขันตัวต่อตัว มีเวลาในการทำอาหารจำนวน 40 นาที หลังจากกรรมการได้ชิมอาหารของทั้งสองคน ทั้งคู่ทำหัวหอมทอดรูปดอกไม้และมันฝรั่งบดออกมาได้ไม่ดีทั้งคู่ แต่ยูริทำสเต๊กแบบมีเดียมแรร์ออกมาได้ตรงตามโจทย์ แต่เบลล์ทำออกมาในแบบแรร์ ซึ่งผิดไปจากโจทย์ ทำให้เบลล์ต้องออกจากการแข่งขันในสัปดาห์นี้

รายการ ขยี้ๆๆๆๆๆๆ ทุบๆๆๆๆๆ คนดูจนร้องโอ้กก!! ทีมงานรายการทำการบ้านดีมากกกกกกกก วันนี้ไม่มีออกไปแข่งเป็นทีมนอกสถานที่ แต่ให้จับคู่ทำอาหารเป็นทีม และแน่นอนว่าคู่หยุดโลกที่เรามั่นใจว่ารายการน่าจะกะเอาไว้แล้วคือ ยูริกับเบล คือมันเป็นอะไรที่ตรงใจคนดูและคนดูอยากเห็นก็จับเอามาคู่กันแม่งเลย เอากลางซีซั่นเลย ไม่ต้องรอพีค

เพราะเอาจริงๆหลายๆวีคที่ผ่านมา ตัวเงียบๆออกหมดแล้ว ตอนนี้ที่อยู่คือตัวจี๊ด ตัวขโมยซีน และคนเก่งเท่านั้น!!! ยูรินี่หยั่งกระแส คนทางบ้านเกลียดเยอะมากกกกกก แต่เบลนี่นางรั่วมากกและชอบแถ คนดูทางบ้านดูจะเอ็นดูเบลมากกว่ายูริ ที่มีแคแรคเตอร์เหวี่ยง วีน และชอบเถียงชอบโทษคนอื่น ไม่เคยยอมรับผิดอะไรเลย ดราม่าของยูริ กับ เบล สัปดาห์นี้

ถ้าเขียนสคริปก็ขอชมเลยว่า สคริปไม่โป๊ะเลย มันดูธรรมชาติเหมือนไม่ชอบขี้หน้ากันจริงๆแบบไม่เอาเลย มีแกไม่มีชั้น มีชั้นไม่มีแก อยากให้รายการอื่นที่อยากสร้างดราม่ามาดูมาสเตอร์เชฟไว้ ถ้าจะทำต้องทำให้ได้แบบนี้ เบลกับยูริ ไม่ใช่ดารา ไม่ใช่นักแสดง ไม่สวย ไม่หล่อเลย แต่เสือกดราม่าเป็นธรรมชาติมากกว่าดารา พิธีกรรายการโชว์รายการอื่นที่ปั้นให้ตายก็ไม่ขึ้น

แต่มาสเตอร์เชฟแม่งทำขึ้น ดี พีค อิน พูดเลย ถ้ารายการรักษา Performance แบบนี้ได้ทุกอาทิตย์ รู้ว่าคนดูอยากเห็นอะไร อยากเห็นใคร และยังคงสาระเอาไว้ครบแบบนี้ เชื่อมากกกกกกกกกกว่าคนจะพีคไปถึงซีซั่นหน้า ไม่น่าเชื่อเลยว่าซีซั่นนี้ คือ รวมคนที่ทำอาหารไม่เก่งเลย แต่รายการทำออกมาได้สนุกมากกกกกก สนุกกว่าซีซั่นแรกที่เรามองว่ามันสนุกอยู่แล้ว ก็ไม่เสียใจเลย สนุกมากกกกกกกปังมากกก

ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล หรือคุณป้อม ทายาทของวังเทวะเวสม์ เติบโตมากับครอบครัวที่รักการทำอาหาร มีคุณย่า(ม.ร.ว.สอางค์ เทวกุล) ทำกับข้าวเก่ง และคุณแม่ (ประเทือง เทวกุล ณ อยุธยา ) ก็ชอบทำอาหาร ทั้งวัฒนธรรมของบ้านนี้จะรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา สมาชิกในครอบครัวมีเวลาให้กัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รวมถึงถ่ายทอดเคล็ดลับการทำอาหารให้กับลูกหลานไปด้วย ทำให้ซึมซับเสน่ห์ปลายจวักมาโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่เด็ก

“เรื่องการทำอาหารไม่เกิดจากความสมัครใจ แต่ถูกบังคับให้ตื่นมาทำโน่นนี่นั่นในครัว ทำให้ไม่ชอบการเข้าครัว พี่น้องทั้ง 4 คนถูกบังคับเหมือนกันหมด แต่เราเป็นลูกคนเล็กและเป็นคนเดียวที่จดสูตรอาหารไว้ เนื่องจากตอนนั้นแค่คิดว่าขี้เกียจจำจึงจดเอาไว้ แต่สิ่งเหล่านี้มันกลับเป็นสิ่งที่ช่วยให้เรานำมาใช้ทำอาหารได้จนถึงทุกวันนี้” คุณป้อมเริ่มต้นบทสนทนากับอดีตวัยเยาว์ในวังเทวะเวสม์

ม.ล.ขวัญทิพย์เข้าศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีโอกาสทำงานในล็อกซเล่ย์ได้ปีกว่า ทำทุกอย่างที่หัวหน้าให้ทำทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ใครให้ทำอะไรก็ทำไปแล้วก็ทำได้ทุกอย่าง เพราะเป็นคนที่มีคติในการใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กว่า อย่าบอกว่า “ทำไม่ได้” ถ้าหากยังไม่ได้ลองทำ เธอเชื่อว่า คนเราถ้าลองพยายามทำแล้วมันทำได้ทั้งนั้น แต่จะดีหรือไม่ดีอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ชีวิตเธอไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะลองทำทุกอย่าง

หลังจากนั้นแต่งงานเดินทางไปอยู่กับสามีที่สหรัฐอเมริกา ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนจากสาวออฟฟิศมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวได้มาฝึกปรือฝีมือทำอาหาร “ชีวิตเมืองนอก อยากกินโน่นกินนี่ก็ไม่มี หายาก ฉะนั้น อยากกินอะไรก็ลุกขึ้นทำ ถ้าเทียบกับคนอื่นถือว่า โชคดีที่เราได้พื้นฐานมาจากครอบครัวเยอะ เวลานึกมันเหมือนภาพที่เคยผ่าน ว่าเมนูนี้เขาทำแบบนี้ เมนูนั้นเขาทำแบบนั้นก็ลงมือทำได้เลยพอไปอยู่ต่างประเทศเริ่มทำกับข้าวกินเอง เพื่อนฝูงมารับประทานก็ชอบ บอกว่าอร่อย

แต่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ตัวเองทำอาหารอร่อย และไม่เคยคิดว่าตัวเองทำอาหารได้อะไรได้มาก่อน ขณะเดียวกันช่วงไหนที่เธอกลับเมืองไทยจะมาค้นหาสมุดจดตำรับอาหารที่แอบจดเอาไว้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ด้วยลายมือโย้เย้ ขึ้นๆ ลงๆ มาผสมผสานกับความทรงจำที่เป็นภาพในอดีตที่เห็นแม่ครัว คุณย่า คุณแม่ ทุกคนทำครัว มันเป็นภาพความทรงจำที่ติดตาเมื่อนึกถึงจะจำรสชาติได้เหมือนกับว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านอาหาร แต่ไม่รู้ตัวมาก่อน กว่าจะรู้ตัวว่าชอบการทำอาหารก็โตแล้ว

นอกเหนือจากพรสวรรค์ฝีมือในการทำอาหารที่ดีจากครอบครัวแล้วม.ล.ขวัญทิพย์ ยังมีระบบความคิดที่เป็นลำดับขั้นตอน ในการคำนวณต้นทุน กำไร แตกต่างจากแม่ครัวไทยส่วนใหญ่ หลังจากที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างประเทศแล้ว เธอสั่งสมทักษะการทำอาหารมาเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง เวลาที่พี่น้องสี่คนเจอหน้าหรือจะไปรับประทานทานข้าวที่บ้านของคุณพ่อคุณแม่ หน้าที่เข้าครัวก็ตกเป็นเธอทุกครั้งหรือในกรณีอยากกินอะไรเป็นพิเศษก็เป็นเธอทุกทีไป จนเริ่มสนุกจากการอ่านตำราโน่นนี่นั่น

ต่อมากระโดดเข้ามาในอาชีพเชฟ เนื่องจากมีญาติผู้น้องชวนเปิดร้านอาหาร แต่การที่มีแรงบันดาลใจในการทำร้านอาหาร “ไม่ใช่” คำตอบของคนชอบทำอาหาร เนื่องจากมีความเครียดในเรื่องรายรับรายจ่ายของร้าน ที่ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าได้สร้างความกดดันให้กับเธอมาก เมื่อเริ่มรู้สึกไม่สนุกจึงตัดสินใจออกมาทำงานบริษัทกับครอบครัว(อดีต)สามีอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาหลังจากหย่าก็ลาออกมาเปิดร้านอาหารที่สุขุมวิท

เริ่มต้นดีแต่มาเจอวิกฤติการชุมนุมทางการเมืองจึงต้องปิดกิจการ ระหว่างนั้นมีผู้ติดต่อเข้ามาพร้อมโจทย์ให้ขบคิด เช่น ผู้ประกอบการเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของผัก ผลไม้ ขอให้ช่วยคิดนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำเป็นอาหารเพื่อใช้ในงานเปิดตัว หรือการทำดินเนอร์ให้กับไวน์ วิสกี้ อาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ จนถูกเรียกว่าเป็น “ฟู้ด ครีเอเตอร์” รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านอาหารในการวางระบบการบริการจัดการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ทุกวันนี้มีความสุขมากที่ได้ทำให้สิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็น งานพิธีกร ร้องเพลง งานด้านอาหาร เขียนหนังสือ ที่ปรึกษา และงานที่ทำกับโครงการ SCB Challenge ฯลฯ งานนี้ไม่มีรีไทร์ อาศัยประสบการณ์เฉพาะตัว” สำหรับชีวิตคู่ที่ไม่สามารถเดินไปสู่จุดของความสวยงาม ด้วยเหตุผลของคนสองคนนั้น ม.ล.ขวัญทิพย์ บอกว่า ไม่ใช่ความผิดใครทั้งสิ้นและไม่มีใครจะรู้ดีไปกว่าคนสองคน

เธอมีความคิดที่จะหย่าตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุ 5 ขวบ แต่รอเวลาให้ลูกทั้งสามเติบโตพอที่จะรับรู้และเข้าใจได้ โดยไม่ต้องอธิบาย เธอมองว่า ช่วง10 ปีก่อนที่จะหย่าทำให้ความรู้สึกเจ็บลดลงเพราะได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะอยู่ด้วยตนเองมาพอสมควรแล้ว ส่วนเรื่องที่คนอื่นจะนินทาอะไรคงไปห้ามไม่ได้ มาถึงจุดนี้ถือเป็นบทพิสูจน์เพื่อนที่คบกันมาได้ด้วยว่า ใครเป็นมิตรแท้ที่คบหาสมาคมต่อไป หรือใครที่ถูกจัดอันดับเป็นแค่คนเคยรู้จัก

ม.ล.ขวัญทิพย์ เชื่อว่า ชีวิตเลือกได้ที่จะสุขหรือทุกข์ ความสุขกับความร่ำรวยของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้งยังไม่เสมอต้นเสมอปลายอีกด้วย ยกตัวอย่าง ปัจจุบันเธอทำงานฟรีแลนซ์ ทำในสิ่งที่รัก ไม่ร่ำรวยแต่มีความสุข สมัยก่อนอยากมีบ้านหลังใหญ่ เพราะนั่นคือความหรูหรา สุขสบาย แต่ตอนนี้ขอมีบ้านเล็กๆ

“ความคิดเปลี่ยนแปลงไปตามวัย อาจมาจากประสบการณ์ อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรียนรู้ทั้งความสุข ความทุกข์ทั้งหลาย ทำให้คิดแบบนี้ ณ วันนี้ เพราะมาตรฐานเปลี่ยนไปตามกาลเวลา บางคนมีเงิน 1,000 บาทก็รู้สึกว่ารวยแล้ว กินง่ายอยู่ง่าย แต่บางคนมี 100,000 บาทยังรู้สึกว่าไม่รวย ฉะนั้น ความร่ำรวยวัดตรงไหน ความสุขวันนี้ของเราคือ ได้นั่งกินข้าวอยู่ในบ้านเล็กๆ ทำอะไรอยู่ในบ้านกับลูกก็มีมีความสุขแล้ว”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here