สนุกไม่แพ้กัน! “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ละครอิงประวัติศาสตร์ลงจอต่อจาก “บุพเพสันนิวาส” ที่จะลาจอ 11 เมษายนนี้ (ชมคลิป)

0
241

ช่อง3 เกาะกระแสบุพเพสันนิวาสส่ง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ละครอิงประวัติศาสตร์ลงจอตอนแรก 25 เม.ย.นี้ หลังกระแสละครบุพเพสันนิวาสโด่งดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ช่อง 3 ตัดสินใจส่งละคร “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ละครอิงประวัติศาสตร์แนวเดียวกับ บุพเพสันนิวาส มาลงจอต่อทันที โดยเป็นการมาเจอกันครั้งแรกของนางเอกดัง “แต้ว ณฐพร” และพระเอกหน้าหวาน “เจมส์ จิรายุ”

โดยจะออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น. เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 25 เม.ย.นี้ สำหรับหนึ่งด้าวฟ้าเดียว เป็นเรื่องราวของ “ขันทอง” ชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-ตุรกี ที่มีใบหน้าสวยราวกับผู้หญิง ทหารของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นขันทีในราชสำนักอยุธยา นามว่า ออกพระศรีขันทิน

เพื่อสืบเรื่องราวของคนทรยศชาติ ในช่วงที่กรุงศรีอยุธยากำลังจะแตกดับ และออกพระศรีขันทิน ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ แม่แมงเม่า สาวน้อยลูกเศรษฐี ที่มีความสามารถในการใช้กลบท การแต่งกลอนรูปแบบที่ซ่อนความหมายความลับ กลบทเป็นนิยมกันทั่วไปในหมู่นางในวังหลวง

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่ต้องมาช่วยกันสืบความลับในวังหลวงพัฒนากลายเป็นความรักความผูกพัน ท่ามกลางความวุ่นวายของการแก่งแย่งชิงดีกันระหว่างขุนนางอยุธยาก่อนกรุงแตก หลังกรุงแตกทั้งสองได้หนีไปเริ่มต้นชีวิตในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่กรุงธนบุรีราชธานีแห่งใหม่

6 ความน่าสนใจของ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ละครอิงประวัติศาสตร์ ในยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนและหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้เอกราชและสถาปนากรุงธนบุรี หลังจากใช้เวลาถ่ายทำกันมาเนิ่นนานล่าสุดละครเรื่อง หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ก็จะได้ฤกษ์ออกอากาศในวันที่ 12 เม.ย.2561

ซึ่งงานนี้ทำเอาทั้งทีมงานและนักแสดงรู้สึกกดดันไม่น้อย เมื่อต้องมารับไม้ต่อละครฮิต บุพเพสันนิวาส ถึงจะอย่างนั้นแต่เรื่องนี้ก็มีดีของตัวเองที่รับประกันว่าแฟนๆ ไม่ผิดหวัง เพราะทั้งผู้ประพันธ์ผู้จัดล้วนมีฝีมือการันตีจากผลงานที่ผ่านมา อาทิ ขุนศึก,ข้าบดินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีความพิเศษอีกมากมาย ซึ่ง truststoreonline ได้รวบรวมมาไว้ในสกู๊ปนี้

1.ขันทีในสมัยกรุงศรีอยุธยา : จากการศึกษาของผู้ประพันธ์พบว่า ขันที ในสมัยกรุงอยุธยานั้นมีจริงๆ ซึ่งภาพเขียนที่วังสวนผักกาดก็มีแสดงให้เห็น สำหรับหน้าที่นั้นไม่ได้มีการเจาะจงเป็นพิเศษ แต่จากข้อมูลจะเกี่ยวกับ การเชิญกระแสพระราชดำรัส,จัดการตามพระบรมราชโองการ ตามเสด็จฝ่ายใน คอยจัดระเบียบภายในพระราชมณเฑียร รวมถึงไล่ผู้ชายที่คอยมาแอบดูนางใน ซึ่งในราชสำนักสมัยอยุธยา ขันทีจะถือศักดินาคนละ 1,000ไร่

2.แรงบันดาลใจจากกฏหมายตราสามดวง : วรรธนวรรณ จันทรจนา ผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเค้าโครงเรื่องพระเอกเป็นขันทีมาจากการอ่านกฏหมายตราสามดวงว่าด้วยกฎมณเฑียรบาล ที่บันทึกว่ามีขันทีชาวต่างชาติในขบวนเสด็จของกษัตริย์ จุดประกายให้เกิดเรื่องราวของชาวตุรกี ที่ปลอมตัวเป็นขันทีเข้ากรุงศรีอยุธยามาสืบราชการลับในละครเรื่องนี้

3.การผลิตกระดาษสมัยกรุงศรีอยุธยา :แม่แมงเม่า (แต้ว) นางเอกเป็นลูกสาวเจ้าของโรงกระดาษ ซึ่งตามประวัติศาสตร์การผลิตกระดาษข่อย และ สมุดดำ-ขาวในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นจะทำขึ้นที่ บ้านนางเลิ้ง หรือ บ้านหอแปลพระราชสาสน์ และในเรื่องนี้เราอาจจะได้เห็นวิธีการผลิตกระดาษแบบโบราณก็เป็นได้

4. กลบท (การซ่อนรูปคำประพันธ์ ) : จากเรื่องการผลิตกระดาษผู้ประพันธ์ยังแตกบุคลิกให้นางเอกเป็นคนที่มีความสามารถทางตำรา ดังนั้นในเรื่องยังได้สอดแทรกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในเรื่องภาษา วรรณกรรม และกลบท (การซ่อนรูปคำประพันธ์ ) ซึ่งในส่วนนี้เองจะทำให้ผู้ชมสนุกกับการไขปริศนาไปด้วย

5.บุคคลในประวัติศาสตร์ : ในเรื่องนี้ยังได้เขียนเกี่ยวข้องกับบุคคลในประวัติศาสตร์จริงๆ อาทิ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระเจ้ามังระ, พระยาพิชัยดาบหัก, สมเด็จพระอัครมเหสี กรมขุนวิมลภักดี, เจ้าจอมเพ็ญ ฯลฯ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

6.250 ปีการสร้างกรุงธนบุรี : ละครเรื่องนี้สร้างเพื่อฉลองครบ 25 ปี ทีวีซีน 250 ปีการสร้างกรุงธนบุรี และ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งผู้จัด ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ บอกว่าต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ซึ่ง วรรธนวรรณ จันทรจนา หรือเจ้าของนามปากกา วรรณวรรธน์ ผู้ประพันธ์ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นในการคลอดผลงานชิ้นนี้

เรื่องย่อ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เรื่องราวในรัชสมัยของพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา แมงเม่า (แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์) ลูกสาวของเศรษฐีมิ่ง เจ้าของโรงกระดาษ ขึ้นชื่อเรื่องความแก่นแก้ว ซุกซน จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว โดยเฉพาะเรื่องการหนีงานดูตัวครั้งแล้วครั้งเล่า และในครั้งนี้แมงเม่าก็หนีการดูตัวอีก จนมาเจอกับ สิขันทิน (เจมส์- จิรายุ ตั้งศรีสุข) ขันทีรูปงามแห่งวังหลวงชาวโต้ระกี่ (ตุรกี)

สิขันทินไม่ชอบที่แมงเม่าซุกซน จนก่อความวุ่นวายไปทั่ว ส่วนแมงเม่าก็หมั่นไส้สิขันทินที่ชอบทำเป็นสั่งสอนตน เลยแกล้งกวนประสาทเอาบ่อยๆ โดยที่แมงเม่าไม่รู้เลยว่าสิขันทินคือ ขันทอง บุตรชายของ เสือขุนทอง จอมโจรผู้โด่งดังที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยขันทองปลอมตัวมาเป็นขันที ก็เพื่อสืบความจริงเรื่องการตายของพ่อกับแม่นั่นเอง

เรียกว่าเป็นละครฟอร์มยักษ์ที่จัดเต็มทั้งนักแสดงมากฝีมือ และการแต่งกายในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี ที่หาชมได้ยาก การประกบคู่กันของสองนักแสดงมากฝีมือ เจมส์ จิรายุ และ แต้ว ณฐพร จะสนุก และถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ได้อย่างไร ติดตามชมได้ในละคร หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 25 เมษายน 2561

เคาะออกมาแล้วสำหรับละครที่จะออกอากาศต่อจากละครฮอต “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ได้แก่ ละครเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ของค่ายทีวีซีน ที่นำแสดงโดยนางเอกสาว “แต้ว”ณฐพร เตมีรักษ์ จับคู่กับ “เจมส์”จิรายุ ตั้งศรีสุข ทั้งนี้ นางเอกสาว “แต้ว-ณฐพร” ที่มาร่วมงาน “Naughty Little Heart” เปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ “แลนด์มี่” ที่ Benedict Studio เผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“เท่าที่ทราบ รู้สึกว่าละครเรื่อง “บุพเพ สันนิวาส” จบช่วงวันสงกรานต์ แล้วอีกวีกก็จะต่อด้วยละครเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ที่แต้วแสดงเลย” ถามว่าอย่างนี้มันกลายเป็นงานช้างไหม นางเอกสาวตอบว่า “คือมันเป็นละครแนวเดียวกัน แต่เรื่องงานช้างเป็นเรื่องของคน ตัดต่อว่าจะยังไง แต่ในหน้าที่ของเรามันจบไปแล้ว” ด้วยความที่เป็นละครที่แต้วเล่น คนก็คาดหวัง อีกทั้งละครเรื่องนี้ยังต่อเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ซึ่งกระแสแรงมาก เรามีความกังวลไหม แต้วกล่าวว่า

“เราไม่คิดอะไรมาก เราก็รอดูละครที่เกี่ยวกับสมัยอยุธยามาต่อกันเลย เราอยากรู้ว่าคนยังชอบอยู่มั้ย ซึ่งแต้วคิดว่าคนคงชอบอยู่แล้วค่ะ” ต่อข้อถามว่ามันมีความคล้ายกันไหม แต้วตอบ “มันจะคล้ายกันในเรื่องยุคสมัย แต่ไม่คล้ายในเรื่องของบทแน่นอน มันเป็นคนละไทม์ไลน์กัน เป็นอีกรสชาตินึง เพราะเรื่องที่แต้วเล่นเป็นการ เล่าประวัติศาสตร์เลย ไม่ได้มีการกลับชาติไปมา มันก็จะเป็นอีกแบบนึงค่ะ”

สำหรับบทที่แต้วรับในละครเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” เป็นยังไง นางเอกสาวกล่าวว่า “จะเป็น ผู้หญิงซนๆ ไม่เหมือนกับผู้หญิงอยุธยาในสมัยนั้น บทของแต้วจะเป็นผู้หญิงที่ออกแนวทโมนๆ หน่อย เป็นคนอยากรู้อยากเห็น” แอบคาดหวังไหม แต้วกล่าวว่า “เราคาดหวังทุกเรื่อง แต้วว่ามันแล้วแต่จังหวะ และอะไรหลายๆ เรื่องด้วย

ไม่ว่าผลจะออกมายังไงเราก็ยอมรับได้ มันมีหลายปัจจัยมากที่เกิดละครเรื่องนึงแล้วคนชอบอย่างนี้ เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดีกว่าใคร หรือว่าดังเท่าเขาไหม แค่หวังว่าจะมีคนจำนวนนึงดูแล้วมีความสุขกับมัน ถ้าผลที่นอกเหนือกว่านั้น ซึ่งจะดีหรือไม่ดี เราต้องยอมรับให้ได้” ได้คุยกับ “เจมส์-จิรายุ” ไหมเรื่องที่ว่าละครจะออนต่อจากเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” “มีคุยกันว่าดีไม่ดียังไง วิเคราะห์กันนิดหน่อย แต่เราก็ได้แค่พูด หวังว่าคนจะชอบกันค่ะ”

ก่อนหน้านี้มีคิวกำหนดออนแอร์ให้ได้ชมกันหลังจากวันที่ 11 เมษายนนี้ สำหรับละครเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเหตุเพราะ ละคร “บุพเพสันนิวาส” มีถ่ายทำตอนพิเศษ เลยไม่รู้นักแสดงนำอย่าง “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” จะมีความเห็นอย่างไรบ้าง ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเผยว่า

ละคร “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ก็เลื่อนออนแอร์ไปวันที่ 25 เมษายนนี้ ส่วนตัวมองว่าดี เพราะจะได้พ้นช่วงสงกรานต์ไปคนกลับมาจะได้ดูกันแบบยาวๆ ก็ไม่ถึงขั้นกดดันมาก แต่มีนิดหนึ่งมองว่าไม่สามารถสู้เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ได้อยู่แล้ว แต่คนดูจะได้ดูแบบต่อเนื่องกัน เพราะเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” จะเป็นการเล่าเรื่องสมัยอยุธยาตอนต้น

เรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” จะเล่าเรื่องตอนปลายก็จะได้อินต่อเนื่อง ทั้งนี้โดยเนื้อเรื่องค่อนข้างจะแตกต่างกัน อย่างคำพูดจะไม่มี “ออเจ้า” เพราะประวัติศาสตร์ห่างกัน 70-80 ปี แต่จะมีเรื่องประวัติศาสตร์ที่หลายคนยังไม่รู้ อย่างเรื่องขันที รับรองสนุกและมีการใช้ภาษาคำกลอน มีสืบสวนสอบสวนด้วย ส่วนตัวมองว่าที่ผ่านมาการมีละครแบบนี้ตั้งแต่ต้นปีก็ดีถือเป็นการได้อนุรักษ์ไทยนิยมด้วย

สำหรับการเปรียบเทียบก็ไม่ได้กังวลอะไรมากทำเต็มที่แล้ว และไม่กล้าพูดว่าเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” เป็นละครที่ดีมาก เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน ที่ตัดต่อไปยังไม่ดู ได้ดูแค่ทีเซอร์และแนะนำตัวละครให้เห็นคร่าวๆ รับรองเรื่องนี้มีทุกแนว ทั้งตลกคอมเมดี้ ดราม่าประวัติศาสตร์ ก็มี และไม่อยากให้เปรียบเทียบ เพราะแค่ชื่อเรื่องก็ไม่เหมือนกันแล้ว พร้อมฝากถ้าใครยังคิดถึงเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ก็มาดูประวัติศาสตร์ต่อในเรื่อง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ได้ จะมีเรื่องราวที่คาดไม่ถึงแน่นอน

ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ช่อง 3 ตัดสินใจส่ง หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ละครแนวเดียวกับ บุพเพสันนิวาส มาลงต่อทันที เพราะกระแสกำลังติดลมบน ดังระดับประเทศ แบบที่ไม่เคยเห็นนานแล้วในละครไทย! โดยเป็นการมาเจอกันครั้งแรกของนางเอกขั้วแม่เหล็ก แต้ว ณฐพร และพระเอกหน้าหวาน เจมส์ จิรายุ ที่ตรงคาแรกเตอร์เด๊ะ

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เป็นเรื่องราวของ ขันทอง ชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-ตุรกี ที่มีใบหน้าสวยราวกับผู้หญิง ทหารของ พระเจ้าตาก ที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นขันทีในราชสำนักอยุธยา นามว่า ออกพระศรีขันทิน เพื่อสืบเรื่องราวของคนทรยศชาติ ในช่วงที่กรุงศรีอยุธยากำลังจะแตกดับ และออกพระศรีขันทิน ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ แม่แมงเม่า สาวน้อยจอมแก่น แสนซน ลูกเศรษฐี ที่มีความสามารถในการใช้กลบท การแต่งกลอนรูปแบบที่ซ่อนความหมาย ความลับ กลบทเป็นนิยมกันทั่วไปในหมู่นางในวังหลวง

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่ต้องมาช่วยกันสืบความลับในวังหลวง พัฒนากลายเป็นความรักความผูกพัน ท่ามกลางความวุ่นวายของการแก่งแย่งชิงดีกันระหว่างขุนนางอยุธยาก่อนกรุงแตก หลังกรุงแตกทั้งสองได้หนีไปเริ่มต้นชีวิตในแผ่นดินพระเจ้าตากสิน ที่กรุงธนบุรีราชธานีแห่งใหม่ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ไทย

สร้างโดยบริษัท ทีวีซีน ควบคุมการผลิตโดย ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ เขียนบทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งการตัดสินใจแบบนี้ของช่อง 3 เท่ากับความกดดันทั้งหมดโยนโครมมาใส่ไหล่ของ แต้ว-เจมส์ และค่ายผู้จัดละครอย่างทีวีซีน เพราะเรื่องราวแนวเดียวกันเด๊ะ! เกิดช่วงอยุธยาเหมือนกัน

เส้นเรื่องว่าด้วยประวัติศาสตร์ชาติ มีสาวแก่นๆ กับหนุ่มปลอมตัวเป็นคนเดินเรื่อง แม้แต่ทรงผมตัวละครยังทรงเดียวกัน! การเปรียบเทียบโดนแน่นอน ถ้าดีก็เสมอตัว แต่ถ้าสนุกน้อยกว่านิดเดียวโดนวิพากษ์วิจารณ์แน่ๆ ถึงขนาดมีกระแสข่าวลือแว่วมาว่าจริงๆ เรื่องที่จะมาต่อคือ ลิขิตรัก ของพระนาง ณเดชน์ ญาญ่า และผู้จัดฯ แอน ทองประสม แต่ทาง แอนทอง กลัวใจจะโดนเปรียบเทียบและต้านทานกระแส บุพเพสันนิวาส ไม่ไหว จึงขอหลีกไปก่อน

งานนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของช่อง 3 ว่าจะต่อยอดกระแส บุพเพสันนิวาส ได้หรือไม่?? หรือสุดท้ายเรตติ้งจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอย่างที่แล้วมา อีกอย่างที่น่าจับตาคือชื่อของ แต้ว ณฐพร และ เจมส์จิ จะกลับมาเขย่าวงการได้อย่างตอน นาคีและคุณชายพุฒิภัทร มั้ย เอาว่าจะยากก็ยาก แต่ต้องบอกเลยว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย โอกาสดีของ แต้ว-เจมส์จิ อยู่ในมือแล้วสู้ๆ ปิดท้ายอย่าเพิ่งฟันธงไป ไม่แน่ใจช่อง 3 อาจเปลี่ยนใจกะทันหัน ปรับกลยุทธ์เอาเรื่องอื่นมาออนต่อ บุพเพสันนิวาส แทน หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่วางไว้ก็เป็นได้ รอดูๆ

ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรมาหยุดความฮอตของออเจ้าได้เลยจริงๆ เรียกว่า “บุพเพสันนิวาส” เป็นกระแสฟีเวอร์อีกครั้งของวงการละคร และแน่นอนว่าละครเรื่องต่อไปที่ออนแอร์ต่อจากเรื่องนี้ ต้องมีกุมขมับแน่ๆ งานนี้หวยออกที่ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” นำแสดงโดย “แต้ว ณฐพร” ซึ่งตอนนี้ถูกกระแสเปรียบเทียบกับแม่หญิงการะเกด “เบลล่า ราณี” ว่าดังเปรี้ยงปร้างมากกว่าซะแล้ว

ล่าสุดเจอสาวแต้วและได้ออกมาเผยถึงประเด็นดังกล่าว ตอนนี้โดนคนจับเปรียบเทียบเรื่องกระแสกับ “เบลล่า ราณี” ที่ดูบูมกว่าเรา “มันก็เป็นเรื่องของจังหวะหลายอย่าง ซึ่งแต้วเข้าใจว่าก็เป็นประเด็นที่อดไม่ได้ที่ต้องถาม แต่ในส่วนตัวแต้วคิดว่ามันก็เป็นช่วงจังหวะที่เราควรแสดงความยินดีกับการประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นค่ายหรือนักแสดงทุกคน เพราะมันก็ทำให้เรา ผู้ผลิตหรือนักแสดงเอง เป็นตัวอย่างให้คิดว่าอะไรทำให้คนดูได้ขนาดนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่เราควรมาศึกษากัน ว่าควรทำยังไงให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปในทุกๆ เรื่อง” กดดันมั้ย เพราะบุพเพสันนิวาสจบ ก็เป็นเรื่องหนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่เราแสดงต่อเลย “ก็มีนิดนึง แต่มันนอกเหนือจากการควบคุมของเราไปแล้ว ทุกอย่างถ่ายเสร็จไปแล้ว เต็มความสามารถของเราขณะตอนนั้นแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นคนเขียนบท ผู้กำกับ นักแสดง อยากให้คนดูตัดสินเองว่าชอบหรือไม่ชอบยังไง เพราะไม่มีผิดถูก มีแค่ชอบมากหรือชอบน้อย” แสดงว่ากดดันที่ละครต่อจากเขา “ก็ไม่เชิง คือเรารู้อยู่แล้วมันไม่มีทางเท่ากันเป๊ะๆ น้อยไปก็เป็นอีกกระแส มากกว่าก็เป็นอีกกระแส ปล่อยให้อนาคตตัดสินเอง และเราก็เอาตรงนี้มาเป็นกำลังใจหรือบทเรียนอื่นๆ ต่อไป” เป็นพีเรียดเหมือนกัน แต่กังวลว่าเรื่องเราจะซีเรียสเกินไปมั้ย

“ด้วยความตั้งใจของบทและการเล่าเรื่อง เราเล่าในประวัติศาสตร์ตอนปลายของอยุธยา มันก็มีตลกหลายอย่างเข้ามาเพื่อเบรกความตึงเครียด มันเป็นการเล่าคนละพีเรียด คนละรูปแบบ อาจจะหนีการเปรียบเทียบไม่ได้ แต่อยากให้เปิดใจดู เพราะถึงจะเป็นสมัยอยุธยาเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน” แสดงว่าเราเตรียมใจรับการเปรียบเทียบต่างๆ “ทำงานตรงนี้ต้องเตรียมใจรับกระแสต่างๆ อยู่แล้วค่ะ”

ทำให้งานบอลที่ผ่านมา คนไปโฟกัสเบลล่ามากกว่า ต่างจากปีที่แล้วที่คนให้ความสนใจเรา“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะกระแสละครแรงมากจริงๆ เราดีใจไปกับทั้งเบลล่าและพี่โป๊ป พอเบลล่าออกไปเสียงเชียร์ดังมาก เราในฐานะที่เป็นนักแสดงในช่อง เรารู้สึกดีใจที่คนดูเขากลับมาดูละครทีวี กลับมาให้ความสนใจและได้เรตติ้งถล่มถลายขนาดนี้ คือเจ๋ง” จริงๆ เราเป็นแฟนคลับเขาไหม

“แฟนคลับ เราดูเรายังรู้สึกน่ารัก ไม่ว่าจะเปิดฟีดในอินสตาแกรม ถึงไม่ดูละครก็ต้องได้เห็นสักฉาก และกระแสคำว่าออเจ้าก็ทุกคนพูดถึง ดีใจด้วยมากจริงๆ ที่ทุกคนประสบความสำเร็จ” แบบนี้เราต้องปรับกลยุทธ์ในการแสดงไหม “ไม่นะ เราเป็นนักแสดงที่มีบทแบบไหนมา เขาไว้วางใจให้เราเป็นแบบไหน เราก็ต้องปรับไปเป็นแบบนั้นให้ได้ คงไม่บทมาแบบนี้แล้วเราเล่นแบบนี้เพื่อให้ได้รับการยอมรับแบบเขา มันมีทางในแต่ละจังหวะ ก็ค่อยๆ ดูไปในอนาคตว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้”

หรือจะลองรับบทให้แตกต่างจากที่เคยเล่นมา “มันเป็นที่โอกาส เราไม่สามารถเลือกได้ขนาดนั้น ถามว่าเราอยากฉีกแนวมั้ย คือก็อยากเล่นให้ได้ทุกแนว อยากได้ความแตกต่างเพราะมันก็เป็นความสุขในการทำงานด้วย ไม่ใช่เล่นอะไรแล้วเหมือนๆ เดิมตลอด ก็จะทำให้การทำงานในแต่ละวันตื่นไปมันไม่สนุก ไม่ท้าทาย” อยากเปลี่ยนมาให้ร้ายสะพรึงเลยไหม “ก็ได้นะ มันก็แล้วแต่บทด้วยว่าจะเล่ายังไง เราอยากดูที่เหมาะสมกับเรา และคิดว่าเราจะทำให้คนดูเชื่อได้ก็อยากนะ”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here