สวน หรือ สถานที่ท่องเที่ยว ส่องสวน ‘เจ เจตริน’ กว้างใหญ่อลังการ สร้างเพื่อใช้เวลากับครอบครัว (ชมภาพ)

0
217

บ้านพี่เจ เจตริน วรรธนะสิน โฮมมี่ เคยพาทุกคนไปส่องมาแล้ว วันนี้จะพาทุกคนมาดูสวนสวยๆ ของครอบครัวนี้บ้าง ว่าสวยงาม น่านั่ง น่านอนขนาดไหน ดูไปดูมา นึกว่าสถานที่ท่องเที่ยว ทำไมมันสวยงามขนาดนั้น? เป็นอีกครอบครัวดาราแสนอบอุ่น สำหรับครอบครัวของหนุ่ม ‘เจ เจตริน’ และ ‘ปิ่น เก็จมณี’ พร้อมลูกชายสุดหล่อทั้ง 3 คน อย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน และเจ้าสมุทร โดยครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม แถมยังตกแต่งอย่างสวยงาม

ล่าสุดรายการตีสิบเดย์ ทางช่อง 3 ได้พาไปลัดเลาะดูรอบบ้านครอบครัววรรธนะสินหลังใหม่ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยมีทั้งฟิตเนสแบะสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสถานที่ทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่างสนามไดรฟ์กอล์ฟเล็กๆ และสนามบาสที่มีไว้ให้ลูกชายทั้ง 3 คนทำกิจกรรมร่วมกัน เจ เจตริน โพสต์สุดเหงา ในวันที่ลูกๆไม่อยู่บ้าน พร้อมขอบคุณแฟนคลับที่เป็นห่วง ทำเอานักร้องเท้าไฟอย่างหนุ่ม เจ เจตริน แอบรู้สึกเหงาขึ้นมาทันที

เมื่อส่งลูกชายทั้งสอง “เจ้านาย-เจ้าขุน”เดินทางไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษ ทำให้ที่เคยครึกครื้นกลับเงียบขึ้นเหลือเพียงลูกชายคนเล็ก เจ้าสมุทร ที่ครองบ้านคนเดียวและยังคอยป่วนให้หายคิดถึงลูกคนอื่นได้บ้าง ล่าสุด หนุ่มเจ ขออัพเดทเรื่องราวน่ารักๆของลูกชายทั้ง 3 คน รวมถึงลูกสาวคนโต น้องเจด้า ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า..”เจ้าขุน โทรมาบอกว่า ปวดเมื่อยมาก เพราะเข้าทีมรักบี้

- Advertisement -

และโดนโค้ชทีมบาสฯ เรียกตัวเข้าทีม นางบอกว่า อาหารที่โรงเรียนดีมาก แต่มาม่าที่แอบเอาไปทานตอนดึกจะหมดแล้ว อยู่ที่นั้นอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารวันละ 1 ชั่วโมง เพราะทำกิจกรรมตลอด เจ้าขุนบอกว่า สอบวัดระดับไปแล้ว ขุนเรียนเก่งกว่าฝรั่งอีกหลายคน เพราะฝรั่งแค่พูดภาษาอังกิตได้แต่เรียนไม่เก่ง 5555 เจ้านาย ส่งมาว่า ชั้นเรียนดีมากๆ การสอนดีมากๆ เพื่อนๆดีมาก และลงท้ายว่า Chicks are hot อืม… ตามนั้นครับ มันสนุกตรงนี้หล่ะลูกพ่อ

เจ้านายเข้าทีมบาสเก็ตบอลตามคาดการณ์ เพราะนางมาสายนี้ เพื่อนร่วมห้องเป็นชาวยุโรป นางบอกพูดมากแต่ก็ดีกว่าไม่พูด นายมีอาการคิดถึงบ้านบางๆ เพราะเป็นคนชอบความอ่อนไหว อัยย่ะ แต่คิดว่าน่าจะอีกไม่นาน คงจะอยู่ตัว ส่วน เจ้าสมุทร ตอนนี้ครองบ้าน โลกนี้เป็นของท่าน เอาของเล่นพี่มาเล่น นอนดูทีวีช่องที่ถูกใจ นอนห้องเดี่ยวอย่างหรูหรา ไป-กลับโรงเรียนนั่งรถเป็นชายน้อย 555 โรงเรียนใหม่ RIS สอนดี สนุกสนาน เพื่อนใหม่เพียบ อ่านหนังสือมากขึ้น กำลังจะเริ่มเข้าคอรส์เจ็ทสกีกับพ่อแล้ว

เจด้า หลังจากกลับมาเที่ยวและเยี่ยมญาติพี่น้องเมื่อกรกฏาคม ก็ยังกลับเรียนอยู่ที่อเมริกา เรียนเก่งมว๊ากๆๆๆๆ ตอนนี้กำลังหามหาลัยที่จะศึกษาต่อแต่ยังไม่ตกลงปลงใจ และอาจจะกลับมาเที่ยวไทยทุกๆ ปิดภาคเรียน โฆษณาตัวไหนจะจองคิวก็ติดต่อผ่านมาได้เลยจ้า 5555 ให้ไปดีลกันเองนะครับ หรือติดต่อไปที่โพลีพลัสนะครับ””แม่ปิ่น กลับมาจากส่งลูกที่อังกฤษแล้ว ตอนนี้นอนกอดพ่ออยู่ รวมๆ สบายดีทุกๆคนครับ ขอบคุณหลายๆท่านที่เป็นห่วงเป็นใยมานะครับ ติดตามตอนต่อไปนะ”

“ปิ่น” เขิน “เจ” เผยเคล็ดลับใช้ชีวิตคู่ไม่น่าเบื่อ หลังจากที่นักร้องหนุ่ม “เจ เจตริน วรรธนะสิน” ออกมาให้สัมภาษณ์เผยเคล็ดลับใช้ชีวิตคู่ “ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน” ไม่น่าเบื่อ เพราะชุดคอสเพลย์ งานนี้เมื่อเจอสาว “ปิ่น” เลยไม่พลาดที่จะถามเรื่องนี้สักหน่อย สำหรับเรื่องที่ “พี่เจ” ได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของครอบครัว คือตอนแรกปิ่นไม่รู้ว่าเขาไปงานแล้วมีคนมาสัมภาษณ์แล้วเขาได้เล่า ปิ่นเองก็ได้เจอเพื่อนและเพื่อนก็ได้โทรมาว่าขอยืมชุดพยาบาลหน่อย

และชุดนักเรียนญี่ปุ่นมีหรือเปล่า ก็เลยได้รู้ว่าพี่เจได้สัมภาษณ์ และล่าสุดไปเขาใหญ่ปิ่นเองก็ต้องขนชุดไปให้เพื่อนเพราะว่าเพื่อนขอยืมใส่ แต่จริงๆ ปิ่นก็คิดว่ามันเหมือนเป็นทางเลือกให้กับเพื่อน ครอบครัวของเขาจะได้มีความสุขเหมือนครอบครัวของเราจะไปปิดบังทำไม เพราะเป็นสิ่งที่ดี สนุกสนาน แต่ถ้าถามว่ามีผลต่อชีวิตครอบครัวมากน้อยแค่ไหน มันก็ดีทำให้เราไม่เครียด และบางทีคุณแม่บางคนอาจจะยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกโดยลืมคุณพ่อไป

เพราะฉะนั้นมันอาจจะมีช่องว่างระหว่างสามีกับภรรยา แต่ทีนี้เราก็มีเวลาที่ได้ไปเที่ยวกันบ้าง โชคดีที่เรามีลูก 3 คน เขาก็อยู่ด้วยกันได้ เราก็เลยอยากแนะนำทริคเล็กๆ ให้กับหลายครอบครัวให้มีความสุขเหมือนเรา และบางทีสามีเพื่อนบางคนก็มาขอคำปรึกษาให้ช่วยหน่อยว่าแฟนของตัวเองใส่ชุดนอนเน่า ถ้าบินไปญี่ปุ่นฝากซื้อให้มันหน่อย ปิ่นเองก็เลยต้องซื้อหิ้วมาอะไรอย่างนี้ ส่วนใหญ่พี่เจไม่ได้รีเควส ปิ่นมีชุดเยอะมาก สะสมเอาไว้ยังไม่ได้แกะเลย

ปิ่นก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของเซ็กซ์หรืออะไร ปิ่นมองว่ามันเป็นเรื่องของความสนุกมากกว่า มันก็จะเป็นทำนองชุดตำรวจ นักเรียน พยาบาล เป็นผีบ้าง ก็ถือว่าเป็นทริคที่ทุกคนสามารถนำมาใช้ได้ แต่ก็มีวันหนึ่งเคยใส่ชุดแล้วลูกเดินเข้ามา เจ้านายก็ถามว่า หม่ามี้เป็นอะไร ชุดก็ไม่ได้โป๊ ตอนนั้นเป็นชุดแม่บ้านสีชมพู เจ้านายเองก็ขำ แต่สำหรับพี่เจก็ไม่ได้แต่งอะไรเลย อยู่บ้านนุ่งผ้าเช็ดตัว ส่วนที่ตอนนี้ลูกๆ ไปเรียนกันหมดแล้วก็เหงามาก

คือตื่นมาอย่างที่บอกไม่มีลูกแล้วก็ต้องคุยกับต้นไม้กับแมว บ้านก็เงียบมาก เมื่อก่อนอย่างน้อยมีเจ้าสมุทรก็ยังต้องตื่นมาดูอาหารเช้า ต้องปลุกมาเรียน เดี๋ยวนี้พอตื่นมาก็เหมือนแบบอยู่คนเดียว สามีก็ทำงานดึกตื่นตอนสายๆ ก็เลยเหมือนตอนนี้บ้านมันกว้างขึ้น เพราะโซนที่มีเด็กๆ ส่งเสียงดังๆ ไปหมดเลย ส่วนวิดีโอคอลก็มีวิดีโอคอลหากัน ก็มีเจ้าสมุทรกับเจ้าขุนคอลหาบ่อยแต่เจ้าสมุทรยังเป็นเด็กเล็กอยู่ก็จะใช้ได้ประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง ซึ่งเวลามันไม่ตรงกัน

พี่ปิ่นก็ต้องตื่นมาตอนตี 2-3 เพื่อให้พอดีกับเวลาของเขา พอคุยกันเสร็จก็นอน สำหรับเจ้าสมุทรที่เพิ่งไปตอนนี้เขาก็ปรับตัวได้แล้วเขาก็มีความสุขมาก ตอนนี้เขาก็หายไปเลยจนพ่อแม่ต้องบอกว่า อยู่นี่นะ ติดต่อบ้าง แล้วเขาก็ไม่มีอ้อนว่าอยากจะกลับบ้านเลย ตัวปิ่นเองก็เขียนจดหมายส่งไปให้เขาซึ้งๆ เพื่อให้เจ้าสมุทรอ่านตอนอยู่ที่นู่น พอถึงโรงเรียนวันไหนที่เหงาๆ ก็เปิดมาอ่าน จนกลับมาครั้งที่แล้วเจ้าสมุทรก็สารภาพว่า ยังไม่ได้เปิดอ่านเลย

เพราะไม่ได้เหงาเลยมาเปิดอ่านที่เมืองไทย แต่ปิ่นเองก็ดีใจ เพราะเขาเก่งมากที่เก่งกว่าพี่ๆ เพราะตอนนี้เจ้านาย เจ้าขุนไป เจ้านายมี Home Sick แต่เจ้าขุนก็สนุกสนานเขาก็บอกว่าได้พยายามทำกิจกรรม เล่นกีฬา เขาก็เลยไม่เหงา ส่วนเจ้าสมุทรสนุกมากเลยและยังเรียนดีด้วย มันก็เลยดีไปหมด ด้านการวางแผนให้น้องๆ เรียนที่เมืองนอกนานแค่ไหน ปิ่นคิดว่าคงแล้วแต่เขา ตอนนี้เขาก็เริ่มรู้จักตัวเองว่าชอบอะไรอยากจะไปสายไหน

ที่คุยกันตอนนี้ก็น่าจะเป็น Business Music Media อะไรพวกนี้ แล้วแต่ละคนก็ยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย เพราะเจ้าสมุทรก็ยังเด็กมาก ส่วนเจ้านายก็คิดว่าจะอยู่อังกฤษ ส่วนเจ้าขุนตอนนี้ก็กำลังจะเข้าขั้นที่สอบ GTSD ตอนนี้ปิ่นก็เริ่มชินแล้วในการปรับตัว เพราะว่าเรารู้ว่าพวกเขาอยู่กันสุขสบายดี มีความสุขแข็งแรง ได้เล่นกีฬาได้เล่นดนตรี เราก็หายห่วง ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาช่วงปิดเทอมบ่อยมาก 3 ครั้ง ยังไม่ทันได้คิดถึงเลย

ถ้าให้นึกถึงศิลปินไทยที่เป็นตัวพ่อเพลงแดนซ์ คะแนนเสียงคงเทไปที่ชื่อ เจ-เจตริน วรรธนะสินเกือบ 30 ปี เขายังสามารถครองใจแฟนเพลงในทุกยุคสมัย ปีหนึ่งทัวร์คอนเสิร์ตไม่ต่ำกว่า 200 ครั้ง ทั้งในและต่างประเทศ บทเพลงของเขา ฝากเลี้ยง คาใจ แววตา เจ็บไปเจ็บมา ประมาณนี้หรือเปล่า ยุ่งน่า ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ All I Wanna Do ค้นใจ เก็บมันเอาไว้ ฯลฯ ยังฮิตติดหู ถูกนำมาร้องมาเปิดให้ได้ฟังกันอยู่เสมอ

ราคาบัตรคอนเสิร์ตใหญ่ของเจสูงสุดอยู่ที่ 4,000 บาท ซึ่งแฟนคลับเต็มใจ (แย่ง) ซื้อ สิ่งนี้ไม่ได้แทนค่าความรักที่เขาได้รับจากแฟนเพลง หากเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่า สิ่งที่เจทำมาตั้งแต่เข้าวงการบันเทิง มันมีคุณค่า สมควรแก่มูลค่าที่แฟนเพลงยินดีจ่าย “ผมยึดหลัก รักคนที่เขารักเราดีกว่า ผมไม่ใช่คนดีอะไร ผมเป็นตัวของตัวเอง พูดตรง บางคนบอกปากหมา แต่ผมก็เป็นแบบนี้แฟนคลับรักเราก็ดูแลอย่างดี ใครไม่รักไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไร

เขาไม่ชอบเราทำยังไงเขาก็ไม่ชอบ คนที่รักเขาก็รักเราไปจนวันตาย เราก็รักเขาไปจนวันตายเหมือนกัน แฟนเพลงผมไม่ได้เพิ่งมี แต่มีตั้งแต่เป็นพิธีกรคอนเสิร์ตลืมโลก รายการแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ออกอัลบั้มแรกตอนอายุ 20 สิ่งที่เราลงทุนมา คือ ผมเล่นคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเวทีใหญ่เล็ก คนดู 50, 30 คน จำได้งานหนึ่งพายุเข้ามีคนดู 10 คน ผมเรียกมาดูติดเวทีเลย นั่นคือสิ่งที่เราทุ่มเท จะบัตรราคาเท่าไร จะร้านอาหารหรือ อิมแพ็ค อารีน่า ผมเล่นเต็มที่ ผมใส่จนเสียงแหบ

ไม่สนุกคืนเงินทันที ซึ่งสิ่งนี้มันส่งผลมา ผมให้ใจจริง ให้เกินร้อย อย่างคอนเสิร์ตใหญ่ กว่าจะออกมาลงตัว เถียงกันแทบจะฆ่ากัน ผมซีเรียสเวลาทำงาน มันถึงให้สิ่งที่ดีที่สุด ส่วนประกอบที่สำคัญคือ แฟนคลับ ทุกคนโตมากับผม ผมบอกเขาตลอดว่า เขาคือแบตเตอรี่ของผม ผมแคร์เขามาก เราดูแลกันมา ผมมีแฟนคลับที่สนิทกันหลายคน แฟนคลับผมเรนจ์อายุกว้างมาก บางทีเด็กๆ ชอบลูกชายก็มาชอบพ่อก็มี แต่ส่วนมากช่วงอายุคือวัยทำงาน ไม่ใช่เฟิสต์จ๊อบเปอร์ด้วย

แต่บางคนเป็นผู้บริหารแล้ว ซึ่งพร้อมมาเต้นเสาร์อาทิตย์ บัตรราคา 4,000 ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เวลาจัดที่อิมแพ็คเราจะกังวล บัตรราคา 1,500 จะไม่หมด เพราะบัตร 4,000 จะหมดก่อน เพราะทาร์เก็ตเรากำลังซื้ออยู่ชั้นล่าง แต่ผมก็สัญญาว่าไม่ว่าชั้นไหน บัตรราคาเท่าไร เราจะไปใกล้ชิดทุกชั้น” การเกิดขึ้นอีกครั้งของ เจ-ดีเอ็นเอ เมื่อเดือน ก.ค.ปีนี้ เจมีคอนเสิร์ตใหญ่ ที่อิมแพ็ค อารีน่า “เจ-ดีเอ็นเอ คอนเสิร์ต” 2 รอบการแสดง สร้างปรากฏการณ์บัตรหลายหมื่นที่นั่งขายหมดในเวลาเพียงไม่นาน

เกิดเสียงเรียกร้องระคนร่ำไห้จากแฟนเพลงที่ซื้อบัตรไม่ทัน มิหนำซ้ำกระแสหลังจบคอนเสิร์ตยังดีมาก หลายคนเรียกร้องผ่านทุกช่องทางโซเชียลอยากสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นอีก เอ-ไทม์ โชว์บิส จึงประกาศจัด “เจ-ดีเอ็นเอ เอ็กซ์-ตรีม คอนเสิร์ต” ตอกย้ำความแรงของ คิงส์ ออฟ แดนซ์ การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีสเตจ แต่เป็นการอัพเกรดทุกอย่าง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 และ 17 ธ.ค. 2560 “ผมยังจำประโยคสุดท้ายที่พูดบนเวที แล้วเจอกันใหม่ครับ กลับบ้านดีๆ นะ ตอนนั้นผมเองยังรู้สึก ไม่รู้อีกเมื่อไรเราจะได้เจอกัน คิดว่าจบแล้วเราคงกลับมาทัวร์คอนเสิร์ตเหมือนเดิม

พอเสร็จคืนนั้นพักเหนื่อยไปทริปแอฟริกาใต้กับครอบครัว กลับมาถึงไทยเปิดดูฟีดแบ็กที่ได้รับ 99% แฮปปี้หมด เราเก็บข้อมูลตรงนั้นไว้ ฟีดแบ็กมันดีมากทั้งจากคนที่ได้ไปดูและไม่ได้ไปดู ก็มานั่งคิด ทำการบ้านในใจ แอบคิดอยากมีอีกสักเซตจัง ก็ได้คุยกับพี่ฉอดแบบส่วนตัว (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) ทางพี่ฉอดอยู่กับมีเดียใหญ่ก็มีข้อมูลตรงนี้ ก็เลยส่งเรื่องไปยังทุกฝ่าย เตรียมแผนเรื่องของสปอนเซอร์ เราเช็กคิวว่าช่วงไหนว่าง ต้องดูลูกชายว่ามาได้ไหม

1 เดือนจากนั้นเราตัดสินใจทำ เป็นเรื่องของไทม์มิ่ง เรื่องกระแส เหมือนเราทำอาหารคนมากินแล้วติดใจยังอยากกินอยู่เราต้องเสิร์ฟเลย” การเตรียมงานทุกอย่างรุดหน้าไวมาก เจให้คำนิยามคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า เหมือนการอัพเกรดโทรศัพท์มือถือ “มีออปชั่นเพิ่มเข้าไปอีก เชื่อเถอะยังมีอะไรเหลืออีกเยอะให้เราใส่เข้าไป เซอร์ไพรส์ใหม่หมด เพลงช่วงที่จะให้คนแดนซ์มาราธอนก็เปลี่ยนใหม่ แขกรับเชิญก็มีทั้งใหม่และเก่า แสงก็เปลี่ยนเวทีบางอย่างที่คนยังชื่นชอบ

อย่างแอร์สเตจ คนยังอยากเห็นภาพนี้ ที่เราลอยไปใกล้ชิดแฟนเพลง ผมคุยกับฝ่ายเวทีเลยว่าอันนี้ดีเก็บไว้เถอะ แต่เพิ่มเข้าไปใกล้คนดูให้ได้มากกว่าเดิมอีก” ส่วนดีเอ็นเอสายตรงของเจ ลูกชายทั้ง 3 เจ้านาย เจ้าสมุทร และเจ้าขุน ยังขึ้นเวที “มีคนถามมาเยอะว่าจะได้เห็นเจ้านายร้องเพลงเยอะขึ้นไหม ต้องไปดูกันเอง เพราะตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแค่ลูกพ่อ เป็นดีเอ็นเอของเรา แต่เจ้านายเป็นศิลปินแล้ว มีเพลงคนละชั้น เป็นของตัวเอง ก็ต้องรอดูว่าเขาจะมายังไง”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here