สลดใจ! ‘ยายแอ๋ว’ โดนโซ่ล่ามติดเสา แผลเหวอะเต็มขา รอความช่วยเหลือ (ชมคลิป)

0
131

เป็นเรื่องราวความสลดใจในสังคม ที่ได้รับการเผยแพร่โดยเพจอิจัน ซึ่งได้รับภาพจากประชาชน เปิดเผยชีวิตของยายแอ๋ว ที่โดนโซ่ขนาดใหญ่ล่ามติดกับเสา โดยเหตุเกิดในอำเภอพนมสารคาม ตำบลท่าถ่าน หมู่ 6 โดยต่อมาทราบว่า ยายท่านนี้ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ทำให้ญาติเอาโซ่มาล่าม ซึ่งนับเป็นปัญหาอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งประชาชนไม่รู้วิธีการดูแลผู้ป่วย

โดยระบุว่า #ล่ามโซ่ยายทำไม? 4 เม.ย.61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “ช่างหนึ่ง กะบะดั้ม” ได้โพสต์เรื่องราวน่าหดหู่ใจ เกี่ยวกับยายแอ๊ว ถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้านจนข้อเท้ามีรอยเลือด ทางอีจันจึงได้ติดต่อพูดคุยกับ “ช่างหนึ่ง” เพื่อนบ้านที่นำเรื่องราวนี้มาบอกต่อ พบว่าเหตุเกิดในพื้นที่บ้านเนินฝิ่น ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่างหนึ่งเล่าว่า

กลับมาจากทำงานได้ยินเสียงนางเชื่อม บุญมี หรือยายเเอ๊วร้องจึง เลยเดินเข้าไปดู เห็นยายเเอ๊วถูกล่ามโซ่ข้อเท้าซ้ายไว้กับต้นเสาเเละข้อเท้ามีบาดเเผล จึงได้นำมีดตัดเหล็กมาตัดโซ่ออกให้ยายเเอ๊ว เพราะโซ่มันรัดจนทำให้เลือดไม่เดิน ข้อเท้าช้ำจนเห็นได้ชัด ช่างหนึ่งเล่าต่ออีกว่า ตัวเองมีศักดิ์เป็นเหลนของยายแอ๊ว เห็นยายโดนล่ามโซ่มาตลอด

คนที่ล่ามคือน้องสาวของยายแอ๊ว ในบ้านหลังนั้นมีคนมาศัยอยู่ 3 คนก็คือ ยายเเอ๊ว น้องสาวเเละลูกของน้องสาว ทราบมาว่า เหตุผลที่ล่ามยายไว้เพราะยายชอบเดินออกจากบ้านบ่อยๆ ประกอบกับยายแอ๊วมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจึงไม่อยากให้ออกไปไหน เเละในช่วง 2-3 วันมานี้ น้องสาวของยายแอ๊วไปต่างจังหวัด ยายแอ๊วจึงถูกล่ามโซ่ไว้กับเสา ล่าสุดวันนี้ 5 เม.ย.61 นางฐิติรักษ์ แสงงาม นายอำเภอพนมสารคาม ลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่ของยายแอ๊ว ทราบว่า

จากที่ได้สอบถามพูดคุยพบว่าคุณยายเป็นอัลไซเมอร์ เคยหลงหายไป มีญาติห่างๆคอยดูแล แต่การกระทำในลักษณะนี้ก็ไม่ใช่ภาพที่เจริญหูเจริญตา ทางสาธารณะสุขได้เข้ามาตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ นะคะ ไม่มีมีโรคเรื้อรังเท่าที่เห็น รวมถึงพูดคุยผู้ดูแลว่าควรจะดูแลยังไง เบื้องต้นเราจะปรับปรุงที่พักให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อที่จะหลีกเลี้ยงการมัดหรือการล่ามอาจจะต้องจำกัดพื้นที่แทนให้ถูกสุขลักษณะ ต่อไป

โรคอัลไซเมอร์ เป็นความบกพร่องในการทำหน้าที่ของสมองในกลุ่มโรคสมองเสื่อม อาการที่เด่นชัดคือ ความบกพร่องในกระบวนการทางความคิด ความจำ หลงวัน เวลา สถานที่ และแม้กระทั่งลืมคนใกล้ชิดหรือผู้ดูแล ความสามารถทางสติปัญญาลดลง เรียนรู้ได้ช้าลง ในด้านการรับรู้ก็จะเปลี่ยนไป ความสนใจและสมาธิลดลง การโต้ตอบและความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมก็ถดถอยลง

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี เนื่องจากผู้ป่วยจะมีความสามารถในการทำกิจวัตรประวันลดลงเรื่อยๆ การสังเกตอย่างเอาใจใส่ และการเข้าใจการดำเนินโรคจะเป็นสิ่งที่จะช่วยประคับประคองให้ผู้ป่วยอยู่ได้อย่างมีความสุข และตัวผู้ดูแลเองก็จะไม่เกิดความวิตกกังวลและรู้สึกเหนื่อยมาก

จากภาวะและปัญหาดังที่กล่าวมา เมื่อผู้ดูแลต้องดูแลผู้ป่วยไปนานๆ มักจะเกิดความอ่อนล้า เกิดความเครียด เบื่อหน่าย กังวล ซึมเศร้า และบางครั้งอาจรู้สึกผิดหวังที่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น ทั้งยังแสดงออกถึงการไม่พอใจในการดูแลของตนและไม่ให้ความร่วมมือในการดูแลตนเอง ถึงจุดนี้ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยก็มักจะมีคำถามว่า จะดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรดี เพื่อให้ทั้งตนเองและผู้ป่วยมีความสุข

ทำความเข้าใจโรคอัลไซเมอร์ ควรทําความเข้าใจกับโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ให้ดี โดยหาความรู้จากสื่อต่างๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ อ่านบทความทางอินเทอร์เน็ตหรืออาจสอบถามจากแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย เมื่อเรามีความรู้ความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะอาการ ระยะเวลา วิธีการรักษา การพยากรณ์โรค ตลอดจนวิธีการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยแล้ว เราก็จะสามารถรับมือและแก้ปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

ยอมรับผู้ป่วย และอาการของโรคของผู้ป่วยว่าโรคนี้รักษาไม่หาย การดูแลที่เหมาะสมจะทำให้ผลกระทบด้านต่างๆลดลงได้ ผู้ดูแลเข้าใจผู้ป่วย ควรแก้ไขอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดของผู้ป่วยก่อนเพราะจะช่วยทําให้การดูแลผู้ป่วยง่ายขึ้น สิ่งใดก่อให้เกิดอารมณ์หรือความไม่พอใจแก่ผู้ป่วย ควรหาสาเหตุแก้ไขหรือหลีกเลี่ยง ช่วยลดความเครียดแก่ผู้ป่วย ถ้าผู้ดูแลเข้าใจถึงจุดนี้ ก็จะไม่รู้สึกว่าตนเองดูแลผู้ป่วยได้ไม่ดีพอ ความเครียดก็จะไม่เกิดขึ้น

บางครั้งผู้ป่วยอาจแสดงอารมณ์ที่ทำให้ผู้ดูแลรู้สึกผิดหวัง ผู้ดูแลต้องเข้าใจว่าเป็นผลมาจากอาการของโรค ไม่ใช่ผู้ป่วยไม่พึงพอใจ โกรธ หรือตั้งใจจะต่อว่าผู้ดูแล เนื่องจากก่อนป่วยผู้ป่วยมิได้มีบุคลิกภาพเช่นนั้น ให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์เข้าใจตนเอง ควรอธิบายให้ผู้ป่วยทราบถึงสุขภาพที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยในขณะที่ยังสามารถรับรู้และเข้าใจได้ตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงนัก เพื่อให้ผู้ป่วยเตรียมพร้อมและยินดีให้ความร่วมมือในการดูแลตนเอง

คอยให้กำลังใจและสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า มีกิจวัตรประจำวันหลายอย่างที่ผู้ป่วยสามารถทำเองได้ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกด้อยค่าหรือเป็นภาระ จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกมีคุณค่า และมีความมั่นใจมากขึ้น กำหนดกิจวัตรประจำวันให้เหมาะสม จดรายการกิจวัตรประจำวันหรือประจำสัปดาห์ เพื่อเตือนความจำและให้ผู้ป่วยสามารถทบทวนได้ด้วยตนเอง

กำหนดรูปแบบกิจวัตรให้เหมือนๆ กันทุกวัน ตรงเวลา ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดความสับสน อาจใช้ป้ายชื่อ เขียนชื่อติดไว้ที่ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แก้วน้ำ แปรงสีฟัน เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ลืมของใช้ของตัวเอง จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยและไม่ปรับเปลี่ยนบ่อยๆ กำหนดทางเดินระหว่างห้องพักของผู้ป่วยไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำ ไม่วางของเกะกะหรือมีสิ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ มีราวจับกันลื่น จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดความหวาดระแวงหรือรู้สึกไม่ปลอดภัยจนเกิดภาพหลอนได้

ส่งเสริมให้ผู้ป่วยทํากิจกรรมร่วมกับครอบครัว พาออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นครั้งคราว หรือพาไปพบปะเพื่อนฝูงของผู้ป่วยจะช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง หรือโดดเดี่ยว ดูแลช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้ออกกำลังกายตามสมควร เพิ่มกำลังของมัดกล้ามเนื้อ ลดข้อติด กรณีที่อาการป่วยยังไม่รุนแรง อาจชวนผู้ป่วยเล่นเกมต่างๆ เช่น เกมคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต คิดเลข

หรือชวนสวดมนต์ไหว้พระด้วยกัน หลีกเลี่ยงการกระตุ้นหรือพยายามฝืนผู้ป่วยจนเกินไป เพราะจะทำผู้ป่วยเบื่อหน่ายและเกิดการต่อต้านได้ การสื่อสารกับผู้ป่วย เวลาพูดคุยกับผู้ป่วย ให้เรียกชื่อผู้ป่วยเสมอ เพื่อความคุ้นเคย และเป็นการเตือนความจำของผู้ป่วยให้จำชื่อตนเองได้ พูดให้ช้าลงด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ออกเสียงให้ชัดเจน ไม่ตะโกนหรือพูดเสียงดัง ควรใช้ภาษากายร่วมด้วย

เช่นสบตา ยิ้ม รวมถึงใช้สิ่งของประกอบการพูดเพื่อให้เข้าใจในเรื่องที่พูดง่ายขึ้น เช่น นาฬิกา ภาพถ่าย คอยเล่าเรื่องในอดีตที่ผู้ป่วยคุ้นเคยตามลำดับขั้นจากอดีตมาถึงปัจจุบัน เช่น เรื่องลูก เรื่องเพื่อน สถานที่ที่ผู้ป่วยเคยไปเที่ยว หรือเรื่องงานที่ผู้ป่วยเคยทำ ไม่ซักไซ้ถามคำถามที่รู้ว่าผู้ป่วยตอบไม่ได้แน่ จะทำให้ผู้ป่วยวิตกกังวล กล่าวโทษตัวเองว่าเป็นคนที่บกพร่อง

หลีกเลี่ยงและป้องกันก่อนเกิดปัญหา ผู้ป่วยจำนวนมากเมื่อมีอาการ อาจทำให้การพูดคุยสื่อสารได้ลดลง อาจจะพูดไม่ออก หรือดูนิ่งเงียบ แต่โดยปกติจะฟังเข้าใจ ฉะนั้นการพูดแต่ไม่เห็นผู้ป่วยตอบสนองอาจจะไม่ใช่ไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจ หลีกเลี่ยงคำพูดหรือพฤติกรรมใดๆ ที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์กับผู้ป่วย อะไรที่ผู้ป่วยไม่ชอบ โกรธ เสียใจ ผิดหวังก็และเกิดความเครียด และเพิ่มการเก็บตัว ซึมเศร้าได้

ไม่หลอกล่อให้ผู้ป่วยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ป่วย หากรับปากผู้ป่วยไว้อย่างไรก็ควรทำตามนั้น เพราะผู้ป่วยจะหมดความเชื่อถือและเกิดการต่อต้านได้ ไม่วิจารณ์ ต่อว่า โต้เถียง หรือตะคอกผู้ป่วยต่อหน้าผู้อื่น โดยเฉพาะเวลาที่ผู้ป่วยจำอะไรไม่ได้ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยอับอาย และอย่าทำโทษผู้ป่วย เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกผิดนำไปสู่อาการทางจิตได้

ทำสร้อยหรือกําไลให้ผู้ป่วยสวมข้อมือไว้ โดยมีข้อความระบุว่า ผู้ที่สวมใส่มีปัญหาด้านความจํา พร้อมใส่หมายเลขโทรศัพท์ของญาติหรือผู้ดูแล เพราะหากผู้ป่วยพลัดหลงหรือออกจากบ้านไปโดยไม่มีใครรู้ เมื่อมีผู้พบเห็นจะได้ติดต่อผู้ดูแลได้ ทำให้ตามหาตัวผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น ผู้ดูแลควรสังเกตอาการที่ผิดปกติของผู้ป่วย บันทึกพฤติกรรม และแจ้งให้แพทย์ทราบเมื่อถึงเวลานัดตรวจโรค

การรักษาผู้ป่วย อาจมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า ก้าวร้าว ผู้ดูแลต้องให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและสังเกตอาการหลังจากใช้ยา เพื่อแจ้งแก่แพทย์ได้อย่างถูกต้อง หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ เช่น อาการนอนไม่หลับ วิตกกังวล หรือซึมเศร้ามากเกินไป พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ก้าวร้าว หลงผิด หูแว่ว หรืออาการทางจิตอื่นๆ

การดูแลตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วยควรจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอโดยเปลี่ยนให้ผู้อื่นดูแลผู้ป่วยแทนบ้าง เพราะการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องนานๆ อาจทําให้เกิดความอ่อนล้า ความเครียด หงุดหงิด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วยในระยะยาว ผู้ดูแลผู้ป่วยควรมีเวลาทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ เพื่อความผ่อนคลาย หากผู้ป่วยสามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ ไปพร้อมกันได้ ก็จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์และส่งผลดีต่อทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วยไปพร้อมๆ กัน

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here