สวยกันยกบ้าน! ‘โบโบ้ วิกาวี’ อดีตดารานักแสดงช่อง 7 พี่สาวสุดสวยของ ‘เบเบ้ ธันย์ชนก’ (ชมภาพ)

0
384

หลายคนอาจจะเคยเห็นแต่ความน่ารักสดใสของสาว เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา เน็ตไอดอลยุคก่อนนู้นที่ล่าสุดผันตัวเองมาเป็นนักแสดงของวิกหมอชิต แต่ใครจะไปรู้ว่าสาวเบเบ้นั้นก็มีพี่สาวที่น่ารักไม่แพ้กัน ชื่อว่า โบโบ้ วิกาวี ฤทธินาคา แถมสาวโบโบ้นั้นก็สวยและเก่งไม่แพ้สาวเบเบ้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าหน้าตาดีกันยกบ้านเลยก็ว่าได้ สำหรับครอบครัวของนักแสดงสาว “เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา” ซึ่งมีพี่สาว “โบโบ้ วิกาวี ฤทธินาคา” ที่มีดีกรีความงามน่ารักสดใสไม่แพ้น้อง ส่วนความสามารถก็สูสีชนิดที่เรียกว่ากินกันไม่ลงทีเดียว และที่สำคัญ แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วเหมือนกันอีกต่างหาก

เต้นบัลเลต์…พิชิตหุ่นสวย ‘โบโบ้-วิกาวี ฤทธินาคา’ “บัลเลต์” เปรียบเสมือนโลกในฝันของเด็กสาว การเต้นบัลเลต์ไม่เพียงเป็นการเคลื่อนไหวที่สวยงามเท่านั้น ยังเป็นการได้ออกกำลังกาย ทำให้รูปร่างกระชับ และยังช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีด้วย ดังเช่นครูสาวคนสวยคนนี้ “โบโบ้-วิกาวี ฤทธินาคา” ผู้ซึ่งหลงรักการเต้นบัลเลต์จนกลายมาเป็นอาชีพ เพราะการได้เต้น ได้สอนเด็กๆ ช่วยทำให้เธอมีชีวิตชีวา และดูสดใสอย่างที่เห็น

สาวโบเดินเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมที่มีกระจกรอบด้าน พร้อมกับวอร์มอัพร่างกาย และโชว์การเคลื่อนไหวร่างกายแบบบัลเลต์ วันนี้เธอดูน่ารัก ในชุดบัลเลต์สีชมพูหวาน ภาพแรกที่เห็นคือเธอเป็นคนยิ้มง่าย พูดจาอ่อนหวาน ท่วงท่าการนั่ง การยืน การเดิน บุคลิกดูดี หลังเหยียดตรงดูสง่าน่ามอง รักการเป็นครู ด้วยความที่คุณแม่อยากให้ลูกๆ ได้เรียนกิจกรรมพิเศษในช่วงเสาร์-อาทิตย์ เธอจึงได้เรียนบัลเลต์ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

และเรียนต่อเนื่องมาเรื่อยๆ 10 กว่าปี มีการสอบวัดระดับเพื่อเลื่อนชั้นในแต่ละปี คล้ายๆ ระบบโรงเรียน จนเธอเรียนจบหลักสูตร Advanced 2 และด้วยความผูกพันกับบัลเลต์มาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอตัดสินใจมาเป็นครูสอนบัลเลต์จนถึงวันนี้ “คุณแม่พามาเรียนบัลเลต์ที่โรงเรียนอารีย์นาฏยศิลป์ตั้งแต่เด็ก น้องเบ (เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา) ก็เรียนด้วย แต่เป็นคนละระดับกัน เราก็เรียนชั้นโตกว่า พอเราได้สัมผัสกับมันเราก็ชอบ

แต่ตอนแรกๆ เราก็ไม่อยากเรียน มีเกเรบ้าง เพราะว่ามันเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ไงค่ะ อยากดูการ์ตูนอยู่บ้าน วันจันทร์ถึงศุกร์ก็ไปโรงเรียน โบรักบัลเลต์ตอนช่วงที่เราโตมาในระดับหนึ่งแล้ว เหมือนเราเคยชินกับการต้องมีบัลเลต์ทุกเสาร์-อาทิตย์ตลอดมา มันเป็นความผูกพัน เวลามีท่ายากให้ทำแล้วเราทำได้ มันรู้สึกเหมือนเป็นความภูมิใจในระดับหนึ่ง เสน่ห์ของบัลเลต์มันมีความพลิ้วไหว อย่างที่เราเห็นกระโดด มันไม่ใช่การออกกำลังกายที่เป็นแพตเทิร์นมากเกินไป

แล้วก็มองว่าเราอยากพัฒนาตัวเอง เป็นกีฬาที่เราสามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้ ตอนนี้ก็อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ ทั้งในด้านของตัวเราและ ในด้านของการเป็นครูด้วย ครูสอนบัลเลต์เป็นอาชีพที่เรารัก เวลาเราได้เต้น ได้สอน อย่างน้อยเราได้ขยับร่างกายตลอด อย่างทำงานออฟฟิศ นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ 8 ชั่วโมง ก็ต้องไปหาทางออกกำลังกายอย่างอื่น แต่เราสอนบัลเลต์มันไม่ได้นั่งสอน เราต้องคอยจับ คอยตามเด็ก เหมือนได้ออกกำลังกายตลอดเวลา”

แม้ว่าการสอนเด็กๆ จะเป็นเรื่องสนุก และเป็นการทำงานที่เธอรัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เวลาที่ต้องเจอเด็กหลายคนรวมกันในห้องสี่เหลี่ยม “เวลาสอนเราก็สอนเด็กในห้อง ถ้าเด็กเริ่มเยอะ เราก็ต้องหาตัวล่อ อะไรก็ตามให้เด็กพุ่งจุดสนใจมาที่เราคนเดียว แล้วเวลาเราพูด ทุกคนเขาจะพยายามทำ เวลาที่เขามาเรียน เราไม่ได้ให้เขาเรียนผ่านไปวันๆ ปีหนึ่งผ่านไปยังอยู่ที่เดิม มันไม่ใช่ ที่โรงเรียนนี้พอเรียน 1 ปี ก็จะมีการสอบวัดระดับ โดยคุณครูจาก Royal Academy of Danceเขาจะเข้ามา

เราก็ส่งนักเรียนสอบ สอบเลื่อนขั้นเพื่อวัดผล ก็มีสอบของเด็ก และคุณครูด้วย (หัวเราะ) อย่างแรกที่เราอยากให้เขาทำได้คือเขาต้องจำท่าได้ และทำท่าต่อๆ มาได้ เทคนิคต้องถูก ท่าต้องถูกต้อง มันเป็นการสร้างกล้ามเนื้อของเด็กด้วย เราต้องทำให้เขาใช้กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนให้ถูกต้องด้วย ถ้าทำท่าผิดรูปร่างเขาก็จะผิดเพี้ยนไป เช่นเวลาเขายืนก็ต้องใช้กล้ามเนื้อด้านใน ไม่อย่างนั้นกล้ามเนื้อด้านนอกก็จะโป่งงอ

เราต้องฝึกให้เขาใช้กล้ามเนื้อให้เป็นด้วย เวลาเข้ามาในห้องบัลเลต์ เริ่มแรกจะต้องวอร์มอัพก่อน จะเป็นท่าช้าๆ ยืดกล้ามเนื้อประมาณ 20 นาที แล้วค่อยมาเต้นตรงกลางห้อง ได้ขยับ ได้เคลื่อนไหว การใช้ปลายเท้า เหมือนเราต้องฝึกกำลังข้อเท้า ต้องรู้จักที่จะพยุงตัวเอง ใช้กล้ามเนื้อท้องในการรักษาสมดุลของร่างกาย” หลักสูตรที่ใช้เรียนบัลเลต์จะเป็นของสถาบัน Royal Acadmy of Dance ประเทศอังกฤษ มีการสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรเป็นประจำทุกปี

แบ่งออกเป็นหลักสูตรสามัญ เริ่มตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป เรียนชั้น Pre- Primaryเกรด 1 – เกรด 8และหลักสูตรระดับอาชีพ เริ่มตั้งแต่อายุประมาณ 9 ปีขึ้นไป เรียนชั้น Intermediate Foundation Intermediate Advanced Foundation Advanced 1 Advanced 2 “เพื่อนบางคนที่เรียนมาด้วยกันก็มีไปแข่งขันที่ต่างประเทศ แต่โบไม่ได้เลือกไปทางนั้น อยากเป็นครูสอนบัลเลต์ แต่ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าเราอยากจะทำอะไร ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ

ช่วงที่เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ก็เคยไปฝึกงานตามสาขาอาชีพที่เรียนมา แต่ว่าก็เรียนบัลเลต์มาเรื่อยๆ พอเรียนจบก็คุยกับคุณแม่ คุยกับคุณครูก็เลยตัดสินใจมาเป็นครูสอนบัลเลต์ แล้วก็มีสอนพิเศษตามโรงเรียนต่างๆ ในวันธรรมดาด้วย ถึงวันนี้ก็สอนมาประมาณ 4-5 ปีแล้วค่ะ การที่เราได้อยู่กับเด็กๆ เหมือนเขาให้ชีวิตชีวากับเราได้เหมือนกัน การที่บัลเลต์ไม่ค่อยแพร่หลายนัก อาจจะเป็นเพราะที่เมืองไทยไม่มีคณะบัลเลต์ แต่ที่เมืองนอกจะมีคณะบัลเลต์

ถ้าเมืองไทยทำให้บัลเลต์มีมาตรฐาน แพร่หลาย ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่มองว่าน่าจะยากเหมือนกัน” บุคลิกดีเพราะบัลเลต์ การที่เธอเรียนบัลเลต์มาตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่ได้จากการเรียนที่เห็นได้อย่างชัดเลย ก็คือเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะเวลาเต้นบัลเลต์จะหลังงอไม่ได้ จะดูไม่สวย ได้ฝึกปรับสรีระตั้งแต่เด็ก และเป็นการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่ง สาวโบบอกว่าการมีสุขภาพดีนั้นต้องมีวินัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และประกอบกับการเลือกกินอาหารด้วย

“พอเรียนบัลเลต์มันทำให้บุคลิกภาพของเราดีขึ้น ตอนเด็กๆ เวลาเดินแล้วขามันบิดเข้าหากันเหมือนเป็ด พอมาเรียนบัลเลต์มันได้ฝึกกล้ามเนื้อ เป็นการบังคับให้ขาเราหันออก พอทำไปนานๆ ขาเราก็เปิด แล้วมันก็ดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีปัญหามาเรียนบัลเลต์แล้วจะช่วย มันก็แล้วแต่คนด้วย” สาวโบยกกรณีของตัวเองเป็นตัวอย่าง “การมีบุคลิกภาพดี เหมือนเป็นการสร้างความประทับใจแครั้งแรกให้แก่คนที่เราเจอ

ถ้าเราหลังงอ หรืออารมณ์ไม่ดี เขาก็จะรู้สึกกับเราอีกแบบหนึ่ง ถ้าเราสามารถสร้างสิ่งสวยๆ งามๆ ให้เขา มันก็จะเป็นที่น่ามอง น่ารู้จัก น่าคบหาด้วย นอกจากนั้นเราก็ได้ความรู้เรื่องพื้นฐานของการเคลื่อนไหวร่างกาย มีเพลงประกอบให้เราได้เคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะเพลง เป็นเพลงคลาสสิก พอโตขึ้นมาหน่อย ครูก็ให้เรียนแจ๊ซ ก็จะเป็นอีกจังหวะหนึ่ง มีการเคลื่อนไหวที่เร็วขึ้น มีการขยับที่กระฉับกระเฉงขึ้น บัลเลต์ก็เป็นพื้นฐานให้เราเต้นแจ๊ซได้ง่ายขึ้นด้วย

ต่อมาก็มี Miss Patriciaเข้ามาเผยแพร่ระบำสเปนให้แก่ประเทศไทย ที่โรงเรียนนี้ก็มีคุณครูหลายคนที่ได้สอบจบเป็นครู โบก็ได้เรียบจบระบำสเปนด้วย” นอกจากสอนคลาสบัลเลต์แล้วครูโบยังสอนระบำสเปนด้วย ซึ่งการเต้นสองอย่างนี้มีความแตกต่างกัน ระบำสเปนจะใช้พลังมากกว่า และใช้การเคลื่อนไหวในจังหวะที่เร็วกว่า และมีอุปกรณ์ประกอบจังหวะเสริมเข้ามา “ระบำสเปนก็แตกต่างจากบัลเลต์มาก ถิ่นกำเนิดก็คนละที่กัน

ระบำสเปนจะมีอุปกรณ์ด้วย จะมีเสียงเวลาเต้น รองเท้าก็ไม่เหมือนกัน ความเข้มข้นของลักษณะการเต้นก็จะซับซ้อนกว่า ต้องแยกประสาทสัมผัสมากมายทั้งมือ ทั้งเท้า และการเต้นด้วย แต่ท่าบัลเลต์แรกเริ่มมันจะเบา เด็กที่มาเรียนก็จะเป็นเด็กอายุประมาณ 10 ขวบ คือมีพื้นฐานบัลเลต์มาบ้างแล้ว แต่จริงๆ แล้วระบำสเปนไม่ต้องมีพื้นฐานบัลเลต์ก็เรียนได้ ผู้ใหญ่ก็มีมาเรียนนะคะ” รูปร่างสวยไร้เซลลูไลต์ การเต้นบัลเลต์ก็เหมือนเป็นการได้ใช้ร่างกายทุกส่วน ผสมผสานกับความสวยงาม

การได้ฝึกบังคับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้รูปร่างกระชับ และสวยงาม “การเต้นบัลเลต์มันเหมือนเราไปออกกำลังกายทั่วไปเลยค่ะ เหมือนเราไปฟิตเนส เวลาเรายกเวตมันก็มีกล้ามเนื้อบางส่วนที่ต้องใช้ ก็จะมีเทรนเนอร์คอยแนะนำว่าเราอยากได้กล้ามเนื้อส่วนไหน ถ้าเราอยากได้ส่วนไหนเราก็ทำ อย่างบัลเลต์เนี่ย แค่ยืนเฉยๆ เราก็ได้แล้ว เพราะเวลาสอนเราก็ต้องคอยบอกเด็กว่าต้องใช้กล้ามเนื้อด้านในของขา

ทีนี้ก็จะได้กล้ามเนื้อที่เป็นรูปสวยๆ ไม่เป็นเซลลูไลต์ ถ้าเราไม่ใช้กล้ามเนื้อเลย มันก็จะเป็นเซลลูไลต์ขึ้นมา เราก็ต้องบอกเขา ว่าให้ใช้กล้ามเนื้อส่วนไหน แต่ถ้าไม่ระวังมันก็สร้างกล้ามเนื้อผิดส่วนได้ อย่างเช่นท่ายกขาถ้าเรามัวแต่ไปเกร็งด้านบน มันก็จะทำให้กล้ามเนื้อเป็นก้อนโป่งออกมาด้านบน เราต้องการให้ขาเรียวๆ ก็ต้องบริหารกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี การเต้นบัลเลต์มันใช้กล้ามเนื้อหลายๆ ส่วนด้วยกัน กล้ามเนื้อท้อง ทุกอย่าง

ไม่ใช่แค่ว่าใช้ขาอย่างเดียว แขนอย่างเดียว มันใช้ทุกส่วนในร่างกายมาประกอบให้เป็นท่า กำลังทุกอย่างมันมาจากตรงท้อง เราต้องรู้จักให้ทุกอย่างมารวมอยู่ตรงกลาง แล้วปล่อยออกมา เช่นเวลาเราแขม่วท้อง เราต้องยืดท้อง ต้องกดไหล่ลง ต้องเอาก้นลง” “กล้ามเนื้อฉีก” ต้องระวัง สาวโบเคยหยุดเรียนบัลเลต์ไป 2 ปี แต่ไม่ไช่เป็นเพราะเบื่อหรือว่าหันไปทำอย่างอื่น เป็นเพราะความไม่ระวังของตัวเองจึงเกิดอุบัติเหตุหัวเข่าพลิก ทำให้ต้องหยุดเรียนไปถึง 2 ครั้ง

แต่พอหายดีแล้ว เธอก็กลับมาเรียนต่อจนจบหลักสูตร “เคยหยุดเรียนไป 2 ปี เพราะอุบัติเหตุเข่าพลิก พลิกครั้งที่ 1 หยุดไป 1 ปี พลิกครั้งที่ 2 หยุดไปอีก 1 ปี คือเวลาเราเต้นเราต้องลงมาให้ถูกวิธี ตอนนั้นเราพลาด มันลงไปข้างหน้ามันก็พลิก เด็กๆ อุบัติเหตุจะมีเท้าพลิกเป็นปกติ พอพลิกแล้ว ต้องพักนานหน่อย ปีละข้างกลับมาแล้วเป็นอีก แต่ก็มาเรียนให้จบ สิ่งที่ควรระวังคือตอนฉีกขา ถ้าทำเอง

ถ้าฝืนมากเกินไปก็จะเจ็บกล้ามเนื้อได้ ต้องค่อยๆ ยืด อย่าไปฝืนมากจนเกินไป เวลาบาดเจ็บก็ประคบยาปกติ แต่ถ้าเคยเท้าพลิกแล้วมันจะพลิกบ่อยๆ เด็กๆ ชอบเป็นกัน สำหรับพ่อแม่ที่คิดจะหากิจกรรมเสริมให้เด็กได้ทำโบคิดว่าบัลเลต์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี เป็นคลาสๆ หนึ่งที่ช่วยพัฒนาสิ่งที่ดี ให้แก่เด็กได้ สำหรับผู้ใหญ่ถ้าอยากเรียนเต้นก็แนะนำว่าให้หาคลาสสำหรับผู้ใหญ่ ก็จะตรงกว่า”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here