พี่น้องผู้พลัดพราก! ‘เบลล่า ราณี’ กับ ‘แองเจล่า เบบี้’ ที่ออเจ้าชาวจีนบอกเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน (ชมภาพ)

0
599

เพราะกระแสความแรงของละคร บุพเพสันนิวาส ที่นอกจากจะร้อนแรงในไทยแล้วยังฮ็อตฉ่าไปอีกหลายๆประเทศ โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ตอนนี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่แล้ว เพราะ ยอดวิวออนไลน์นั้นสูงถึง 400 ล้านวิวกันเลยทีเดียว และเพราะความฮ็อตเกินเบอร์ครั้งนี้นี่แหละที่ทำเอาเหล่านักแสดงโดนจับตามองในหมู่แฟนๆจีนมากขึ้นไปด้วย

โดยเฉพาะ พระ-นาง อย่าง โป๊บ -เบลล่า ที่ทำอะไรก็โดนอกโดนใจออเจ้าชาวจีนไปซะหมด อย่างล่าสุดในโซเชียลของจีน ก็มีการเปรียบเทียบว่า เบลล่า ราณี นั้นมองเผินๆแล้วหน้าตาช่างคล้าย แองเจล่า เบบี้ นางเอกสาวแถวหน้าของ แดนมังกรซะเหลือเกิน!! จนมีบางคอมเม้นท์ถึงกับมาถามไถ่เชิงขำๆว่า นี่ เบลล่า ทำศัลยกรรมให้เหมือน แองเจล่า หรือ แองเจล่า ทำหน้าให้เหมือนเบลล่า กันแน่? อุ๊ต๊ะ.. อะไรมันจะขนาดน๊าานนน

นางเอกสุดฮอตในวินาทีนี้ ต้องยกให้กับ เบลล่า ราณี ที่ดังเปรี้ยงเป็นพลุแตกจากละครดัง บุพเพสันนิวาส งานนี้ 3 พิธีกรจากรายการ 3 แซ่บ เลยต้องฉกตัวนางเอกคิวทองมานั่งพูดคุยทุกเรื่องราวในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรัก และชีวิตส่วนตัว ซึ่งสาวเบลล่าเล่าถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับกระแสละครบุพเพสันนิวาส ไม่คิดว่าคนจะติดตามเยอะตั้งแต่ตอนแรก ไม่คิดว่าจะเกิดกับชีวิตเรา

ต้องยกเครดิตให้คนเขียนบท พี่รอมแพง ผู้กำกับ และเนื้อเรื่องที่เป็นแบบใหม่ เปิดเรื่องมาก็ฆ่าคน ถูกพระเอกด่าไล่ให้ไปลงนรก ผู้กำกับให้ทำปากคว่ำ เพื่อทำให้ดูเป็นคนจริงๆ และตอนทำปากคว่ำก็ถามผู้กำกับว่าให้เอ่ยชื่อพี่กิ๊กได้เหรอ พี่ใหม่เลยบอกว่าถ้าไม่ได้ค่อยตัดออก และวิธีทำปากคว่ำให้ดูคว่ำมากๆ ต้องเชิดๆ หน้าขึ้นหน่อยค่ะ

ถามว่าเคยดูละครพี่กิ๊กเล่นหรือเปล่า เคยดูพี่กิ๊กเล่นละครค่ะ ซึ่งก่อนถ่ายฉากนี้ผู้กำกับก็เอาคลิปพี่กิ๊กให้ดู บอกเลยว่าจะเอาเบอร์นี้นะ แต่โดยส่วนตัวยังไม่เคยเจอตัวจริงของพี่กิ๊กค่ะ เจอแต่ในไอจี เวียร์ได้ดูละครของเบลล่ามั้ย?
พี่เค้าไม่ค่อยได้ดูละครค่ะ แต่ได้ดูคลิปในโซเชียลค่ะ เค้าก็ยินดีกับเราที่กระแสละครดี

เพราะตอนถ่ายมันเหนื่อยมาก ทำหนักมาก มีซีนทุกวัน และถ่ายนานมากค่ะ กระแสละครดังคนจิ้นขนาดนี้ พี่เค้าไม่มีหึงหวงค่ะ กับคุณแม่ก็มีได้ไปกินข้าวกับคุณแม่ เจอกันปกติ เข้ากันได้ดีค่ะ (ยิ้ม) ส่วนของขวัญวาเลนไทน์ ก็ให้รวบกับปีใหม่ ให้อะไรที่เค้าได้ใส่ เวียร์เหมือนกับคุณพี่ในละครมั้ย? ไม่เหมือนค่ะ พี่เค้าไม่ปากจัดค่ะ พี่หมื่นปากจัดกว่า แต่เรื่องความหวานต้องให้คุณพี่ ตัวจริงพี่เวียร์ไม่หวานเท่าคุณพี่ในเรื่องค่ะ (ยิ้ม)

เวลาเข้าพระเข้านาง เขินมั้ย? หลังๆ ถ่ายยากมาก เพราะเริ่มสนิท พี่โป๊ปถึงกับบอกว่าไม่เคยเล่นกับใครแล้วเขินเหมือนเล่นกับเรา พอดังก็ถูกคนขุดประวัติตั้งแต่เด็ก? ถ้าตั้งแต่อนุบาลก็เป็นนางรำ ประกวด ถือป้าย ดรัมเมเยอร์ เชียร์ลีดเดอร์ และตอน ม.3 ก็ไปเป็นอินฟอร์เมชั่นที่อพาร์เมนต์ที่แม่ทำงานอยู่ เงินที่ได้ก็มาเอามาซื้อชุดลีด ซื้อโทรศัพท์ค่ะ

ส่วนตอนที่ทำงานในห้าง เห็นเพื่อนทำ และเพื่อนคนนี้บ้านมีเงิน เราก็เลยอยากทำบ้าง ไปเป็นเด็กเสิร์ฟถือป้ายหน้าร้านไอติม เวลาเห็นดารามาที่ร้านก็กรี๊ด ได้เจอตัวจริง และการทำงานตั้งแต่ตอนนั้นก็ทำให้ได้ความอดทน มีความรับผิดชอบ เพราะบางวันเหนื่อยไม่อยากทำแล้ว แต่มันมีสัญญาที่เราเซ็นไว้ ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ส่งผลมาถึงตอนนี้ทำให้เราอึด เพราะตอนนี้ทำงานหนักมาก (หัวเราะ)

ตอนเด็กๆ มีคนติดต่อให้ทำงานในวงการค่ะ แต่คุณพ่อไม่ให้ คุณพ่อหวง ไม่อยากให้ทำงาน อยากให้เรียนก่อน พอโตเข้ามหา’ลัยก็ขอพ่อไปแคสต์งาน หาเงินค่าโน้ตบุ๊ก ค่าเทอม เพราะเป็นคนงก (หัวเราะ) เริ่มจากตรงนั้น และช่อง 3 มาเห็น ก็ติดต่อมา แต่ตอนนั้นสวยมาก (หัวเราะ) ก็ยังไม่พร้อมเพราะอยู่ปี 3 ต้องทำทีซิส พอใกล้จบก็เลยพร้อมรับงานแล้ว

ตอนที่เข้าช่อง 3 ใหม่ๆ ชีวิตต้องอยู่บนรถตู้ เพราะตอนนั้นยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง ต้องนั่งรถตู้วินจากธรรมศาสตร์รังสิตมาช่อง 3 มาเรียนแอ็กติ้ง นั่งรถตู้ ต่อ BTS นั่งวิน เป็นอย่างนี้อยู่ปีกว่า ก็ได้เล่นละครเรื่องแรกกับอาปิ่น เรื่องรอยมาร เป็นคู่ 2 แต่ร้ายมาก (ยิ้ม) หลังจากเล่นละครเรื่องนี้ก็มีคนรู้จัก มีแฟนคลับคนแรก เราตกใจทำไมเค้าชอบเรา เพราะเราไม่ใช่นางเอก (ยิ้ม)

ฟังจากปาก ‘เบลล่า’ ถึง 5 ปีที่ผ่านมากับ ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ มันโอเค คุยๆกันมา 5 ปี โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยเปิดตัวว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่’ เวลาใครสัมภาษณ์ก็ไม่เคยออกมาฟันธง เพิ่งจะช่วงระยะหลังนี่ละ ที่ทั้งเวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ และเบลล่า ราณี แคมเปน เริ่มมีภาพความสนิทสนมปรากฏออกสู่สาธารณะ อย่างล่าสุดก็ตอนไปร่วมด้วยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเรื่องนี้เบลล่าให้สัมภาษณ์ว่า ต้นคิดนั้นมาจากการที่เธอได้เห็นข่าวน้ำท่วมแล้วอยากไปช่วยเหลือ

“บ้านเบลเคยท่วมมาก่อน รู้ว่าเป็นยังไง เลยรู้สึกว่าเราอาจจะช่วยอะไรได้ ไม่มากก็น้อย เลยเล่าให้พี่เวียร์ฟัง พี่เขามีเพื่อนอยู่ที่สกลนคร ประสานให้ สุดท้ายก็หาวันไป พี่เขาก็บอก เดี๋ยวไปด้วย จะได้ช่วยดูแล” เล่าด้วยว่าเมื่อไปถึงชาวบ้านก็ดีใจที่ได้เจอ ขณะที่พวกเธอก็มอบถุงยังชีพให้ “แค่เห็นเรา เขาก็ดีใจ ยิ้มให้ มากอด บอกว่าชื่นชอบ”

ขณะเดียวกันการลงพื้นที่ก็ทำให้เห็นว่าพวกเขาลำบากจริงๆ บางคนต้องทิ้งบ้านมาอยู่สำนักสงฆ์ “มีคุณป้าคนหนึ่งมาระบายว่าสามีโดนงูเห่ากัด จะไปโรงพยาบาล แต่ไปไม่ได้ ต้องกลับมารีดพิษเอง” นางเอกคนดังบอกอีกว่า ต่อไปถ้ามีโอกาสก็คงจะหาทางช่วยเหลือคนที่ลำบากในกรณีอื่นๆอีก ส่วนเรื่องที่ถูกหลายคนแซวว่าเป็นการเปิดตัวคู่ เบลล่าก็พูดปนหัวเราะว่า

“เปิดตัวอะไรเหรอ มันเป็นสิ่งที่เบลอยากทำ และพี่เขาก็อยากทำเหมือนกัน” พูดยิ้มๆอีกว่า “ก็ไม่ได้ปิดนะ ถ้ามีโอกาสก็ไปไหนมาไหนบ้าง” กับการที่แฟนๆรู้สึกดีใจ เพราะรอเห็นรูปที่ถ่ายด้วยกันมานานนั้น เบลล่าว่า ถ้าคนชอบก็โอเค ถือว่าดี ขณะเดียวกันการที่มีรูปแบบนั้นมาให้เห็น ไม่ได้เป็นการค่อยๆวางแผนปล่อยเพื่อให้แฟนๆทำใจ

“ไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลย และรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ได้แย่หรือเสียหายอะไร เป็นเรื่องดีๆ ด้วยซ้ำ” “เบลกับพี่เขาก็คุยกันมาประมาณหนึ่ง” บอกอีก และเมื่อถามว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นไปอย่างสม่ำเสมอด้วยหรือดีไม่ เธอก็เปิดใจบอก “ความจริงมันแล้วแต่ช่วงเวลา ช่วงที่เราทำงานหนักมากๆ ไม่ได้โฟกัสตรงนี้มากเท่าไหร่” “ถามว่าที่ผ่านมาทุกอย่างดีไหม ก็โอเคค่ะ เราก็โอเคกับ 5 ปีที่ผ่านมา” ตอบแบบนี้ก็ดีต่อใจคนเชียร์

เบลล่าได้เข้าไปอ่านคอมเมนต์ในโซเชียลบ้างมั้ย อ่านบ้างค่ะ เบลชอบอ่านใน Twitter สนุกมาก ตั้งแต่วันที่ละครออนแอร์ตอนแรก จะเห็นคนแชร์รูปที่ทำหน้าพี่กิ๊กเยอะมาก ใส่คำพูดนู่นนี้ ยิ่งท่านอนที่ทำท่าเบะปากแล้วใส่คำว่าเหลามา ตลกมาก ทำไมครีเอตกันเก่งจัง ยิ่งอ่านยิ่งสนุก แต่ว่าหลังๆ ก็จะอ่านไม่ค่อยทัน แต่ก็มีคนส่งมาให้อ่านตลอด ก็รู้สึกดีใจที่เห็นคนชอบละครเรื่องนี้

ส่วนใหญ่เขาพูดถึงว่ายังไงบ้างคะ เขาชอบอะไรกันบ้าง มีทั้งเรื่องของคาแรกเตอร์ พูดถึงการะเกดว่า โห แซ่บมาก สะใจมาก ส่วนที่พูดถึงเกศสุรางค์จะบอกว่าไม่คิดว่าเบลล่าจะตลกได้ขนาดนี้ นอกนั้นจะพูดถึงความน่ารัก ความทะเล้น ตอนอยู่กับพี่หมื่น หรือเรื่องพี่หมื่นแร็พ อ่านหมดนะ เวลาอ่านเจอแบบนี้แล้วชื่นใจมากเลย

อีกส่วนนึงก็คือเรื่องที่ทำให้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์กันเยอะขึ้น มีเที่ยววัดตามรอยละคร หรือมีน้องๆ เด็กๆ อยากเข้าคณะโบราณคดี เป็นเรื่องที่เราไม่คิดมาก่อนว่าการเป็นส่วนหนึ่งในละครเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนมากขนาดนี้ ย้อนกลับไปสมัยเรียน เด็กหญิงเบลล่าชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์มากแค่ไหน

ชอบเรียนมาก ประวัติศาสตร์เป็นหนึ่งในวิชาสังคม เพราะเบลเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว พอได้อ่านวิชาสังคมเราจะรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นวิชาการจ๋า เบลก็เลยชอบ แต่ไม่รู้ทำไม วิชานี้ไม่เคยได้เกรดดีนี้เลย แต่จะเกรดดีในวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พอเป็นวิชาสังคม ทำไมคะแนนฉันมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากขนาดนี้ (หัวเราะ)

การทำงานในละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส คุณต้องทำการบ้านหรือเตรียมตัวในส่วนที่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ยังไงบ้าง ความจริงแล้วทีมงานแนะนำให้ไปหาเอกสารตามหอจดหมายเหตุมาอ่าน แต่ว่าเราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น แต่เบลอ่านนิยายมาแล้วรอบหนึ่งก่อนที่จะมาเล่นเรื่องนี้ พอได้รับบทโทรทัศน์มาก็เหมือนได้ทบทวนอีกรอบนึง เราก็จำได้ เพราะว่าในบทเราจะเป็นคนแม่นเรื่องประวัติศาสตร์มาก จำได้แบบปึ๊บๆๆๆ

มีเรื่องไหนที่เป็นความรู้ใหม่ๆ หรือทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นกับมันมากๆมั้ย เราจะคุ้นๆ กับเรื่องเจ้าพระยาวิชาเยนทร์กับท้าวทองกีบม้า เราจำได้เลยว่าท้าวทองกีบม้าเป็นคนทำขนมไทย ซึ่งเราชอบกิน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง แต่เราก็จำยุคไม่ได้ว่าตอนไหน พอได้มาถ่ายทำจริงๆ เราก็ตื่นเต้นไปด้วยที่เราได้มาเจอเรื่องที่เราเคยเรียนในห้องเรียนมาก่อน

นอกจากเรื่องประวัติศาสตร์ คุณยังต้องเตรียมตัวกับเรื่องอะไรอีก การต้องเล่นเป็น 2 ตัวละคร ตัวละครแรกคือการะเกด เป็นผู้หญิงสมัยอยุธยา มีความร้าย ร้ายแบบอำมหิต มีความยากและใช้พลังงานเยอะ เพราะว่าในใจของตัวละครตัวนี้มีความอยากได้อยากมี ความโกรธ ความเกลียด ใช้อารมณ์ข้างในค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวละครเกศสุรางค์จะเป็นผู้หญิงน่ารัก อารมณ์ดี เป็นคนกวนๆ ตลก แต่เมื่อต้องหลุดข้ามภพไปอยู่ในยุคอยุธยา เราก็ต้องใช้จินตนาการค่อนข้างสูง

ก่อนจะเล่นเราต้องเวิร์กช็อป หาตัวละคร หาคาแรกเตอร์ ซึ่งการที่ต้องเล่นเป็นทั้งสองตัวละครยิ่งต้องทำให้คาแรกเตอร์ชัด ทำให้คนเชื่อว่าคนสองคนนี้เป็นคนละคนกันจริงๆ โดยเฉพาะบางฉากที่ต้องแสดงเป็นทั้งสองตัวละครในเวลาใกล้ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เราทำงานและจับความรู้สึกของตัวละครได้ง่ายขึ้น แล้วก็ยังมีเรื่องจินตนาการถึงฉากต่างๆ เพราะใช้ CG หรือคอมพิวเตอร์กราฟิกไม่น้อย

ในเรื่องคุณต้องร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่มากมาย คุณได้เรียนรู้อะไรจากพวกเขาบ้าง ตอนแรกเราก็กลัวผิด กลัวจะทำให้เขาเสียเวลา เราก็จะท่องบทเป๊ะๆๆ ไปเลย พอก่อนเข้าฉากเนี่ย ผู้ใหญ่ก็จะพยายามชวนคุยเล่น ทำให้รีแลกซ์ ให้เราไม่เกร็ง แต่พอ 5 4 3 2 ปุ๊บ มาเป็นตัวละครเลย 5 4 นี่ยังคุยกันอยู่เลยนะ พอ 3 2 เนี่ยเงียบ แล้วก็ต่อบทได้เลย คือเขามีสมาธิกันสูงมาก ทุกคนเตรียมตัวมาดี ทำการบ้านมาดี แม้เราจะเผลอเล่นบ้าง แต่เราจะไม่ลืมบทและทำในสิ่งที่เตรียมมา

การท้าทายตัวเองด้วยบทบาทที่ยากสำคัญกับคุณยังไง มันก็เหมือนเป็นการฝึกฝนเรา เพราะเราก็อยู่วงการมาสักพัก พอถึงจุดนึงที่เราได้รับบทที่ยากขึ้น ท้าทายขึ้น มันก็เป็นการบังคับให้เราต้องฝึกฝนตัวเอง กระตุ้นให้เราต้องก้าวไปอีกขั้นนึง เราจะต้องเก่งขึ้น และเมื่อโอกาสมาถึง เราก็ต้องเอาอยู่ การได้แสดงในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุ้มมากจริงๆ เราได้ทำทุกอย่าง เป็นทั้งร้าย เป็นทั้ง comedy ข้ามภพข้ามชาติ มีผี มี CG อีก ได้ทำอะไรหลายอย่าง

เล่นเรื่องเดียวได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะมาก ความคาดหวังจากการทำงานในเรื่องนี้แตกต่างจากงานเรื่องที่ผ่านมายังไงบ้าง สำหรับตัวเบลเอง เบลไม่ได้ใช้คำว่าคาดหวัง แต่เบลตั้งใจ คือมันยากใช่มั้ยคะ พอมันยาก เรายิ่งต้องตั้งใจ ยิ่งต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะ แต่ละวันมันก็จะมีการะเกด เกศสุรางค์ การะเกด เกศสุรางค์ เต็ม breakdown

คือเบลมีทุกซีน เพราะฉะนั้น เบลทำการบ้านหนักมาก และในแต่ละซีนก็ต้องเป็นธรรมชาติ เช่น เกศสุรางค์เป็นคนตลก บางทีก็ต้องใส่มุกเอง เป็นการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์ คุณพี่มองมาแรงมาก พอเราเห็นหน้าเขาเราก็รู้สึกสนุก จะเล่นอีก ใส่เข้าไปอีก ในขณะที่การะเกด เราก็เต็มที่ ต้องปล่อยแสง ใช้คำว่าปล่อยแสงเต็มที่ไม่กั๊กได้เลย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here