ระทึก! ฉลามอาละวาด วัดถ้ำเขาเต่า อ.หัวหิน กัดนักท่องเที่ยวขณะเล่นน้ำ ขาเป็นแผลเหวอะ! (คลิป-รายละเอียด)

0
251

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกฉลามกัด ขณะลงเล่นน้ำที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับบาดเจ็บขาก่อนชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อเย็นวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ล่าสุด นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน

จากการสอบถามชาวบ้านเล่าว่า เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้กระโดดน้ำอยู่ตรงโขดหิน 2-3 รอบแล้ว จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้าไปดูพบว่าที่ขาดมีบาดแผลเหวอะหวะ มีเลือดไหล จึงเข้าไปช่วยกันนำร่างนักท่องเที่ยวรายนี้ส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างช่วยกันพยุงร่างนักท่องเที่ยวระบุว่าถูกปลาทำร้าย จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวถูกฉลามกัด

ด้าน ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่จากรูปเห็นสภาพเลือด สันนิษฐานว่า ไม่น่าจะเกิดจากตัวเพรียง แต่น่าจะเป็นฉลามหูดำมากกว่า เพราะเวลานี้มีฉลามหูดำว่ายน้ำอยู่ตามชายหาดต่างๆเยอะ เมื่อถามว่า ไหนบอกว่า ฉลามหูดำน่ารักเหมือนแมว เหมือนหมา ไม่ดุ ผศ.ธรณ์ กล่าวว่า น่ารัก ไม่ได้หมายความว่าไม่กัดใคร

ก็เหมือนหมาแมวที่น่ารักก็กัดคนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่ใช่การกัดแบบมุ่งทำร้าย แต่ฉลามตัวดังกล่าวอาจจะคิดว่าเท้าของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นปลาก็ได้จึงลองงับดู ทั้งนี้ฉลามทุกตัวทุกชนิดมีฟันแหลมคมทั้งสิ้น เมื่อกัดใครย่อมมีเลือดออกมากเสมอ “แต่อย่าไปกลัวนะครับ เรื่องแบบนี้นานๆเกิดขึ้นสักครั้ง ในประเทศไทยเราปีหนึ่งๆมีการท่องเที่ยวทะเลเกิดขึ้นปีละประมาณหนึ่งร้อยล้านครั้ง โอกาสที่จะถูกฉลามกัดมีแค่ปีละครั้งเท่านั้น

หรือมีสัดส่วนแค่ 1 ต่อ สองร้อยล้านครั้ง ต่อปี และยังยืนยันว่า ฉลามหูดำไม่ใช่ฉลามอันตราย และไม่ได้ทำร้ายคน ตามสถิติแล้วในประเทศไทย เคยมีคนถูกฉลามกัดตายครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2508 ชื่อนายแฉล้ม ถูกกัดที่ จ.ชลบุรี โดยฉลามเสือ หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวถูกกัดที่น่อง ได้รับบาดเจ็บ ไม่ตาย ที่เกาะพะงัน สำหรับผมแล้ว การเที่ยวทะเลในเมืองไทยฉลามไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย นักดำน้ำอยากเห็นด้วยซ้ำ”

รองคณะบดีคณะประมง กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวและต้องระวังมากๆสำหรับการเที่ยวทะเลในประเทศไทยแล้ว มี 6 อย่าง ที่อยากจะเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งน่ากลัวกว่าฉลามมากนัก ประกอบด้วย…1.เรือเร็ว หรือสปีดโบ้ท โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกเรือเร็วชนมีมากกว่าถูกฉลามกัดหลายเท่า ซึ่งสถิตินักท่องเที่ยวถูกเรือชนตายระหว่างเล่นน้ำมีอย่างน้อยปีละ 2 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสปีละหลายคน โดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีเรือเร็ววิ่งเยอะๆ ไม่ต้องให้ตนบอกว่าที่ไหนบ้าง

2.แมงกะพรุนกล่อง ที่ตอนนี้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆพบอยู่หลายหาด ที่ผ่านมามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนกล่องแล้วหลายร้อยคน แต่แค่ได้รับบาดเจ็บ หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ยังไม่มีใครเสียชีวิต 3.การเหยียบขยะทะเล โดยเฉพาะแก้ว หรือวัตถุแหลมๆ แต่ละปีพบผู้ได้รับบาดเจ็บเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย 4.ปลากระเบนตัวเล็กๆที่เรียกว่า ปลาจ้องม้อง ซึ่งมักจะอยู่ตามหาดทรายน้ำตื้นๆ หากไปเหยียบหรือทำให้ตกใจอาจจะถูกเงี่ยงแทงเอาได้ 5.สิ่งมีพิษตามแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นหอยเม่น หรือปะการังไฟ

วันที่ 16 เม.ย.นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านและผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเป็นโขดหินด้านทิศเหนือ ซึ่งมีลักษณะเป็นโขดหินยื่นลงไปทะเล และพบว่าที่โขดหินที่น้ำทะเลท่วมถึงจะมีหอยเพรียง หอยนางรมเกาะขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างเกาะอยู่ที่โขดหิน อีกทั้งบางจุดก็มีตะไคร่เกาะ

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า บริเวณโขดหินดังกล่าวน้ำจะลึกกว่าตรงช่วงหาดทราย ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุการณ์นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเกิดช่วงเย็นวานนี้ โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านพบเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้กระโดดน้ำอยู่ตรงโขดหิน 2-3 รอบแล้ว ซึ่งตามปกติแล้ว บริเวณดังกล่าวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่นิยมไปเล่นน้ำ เนื่องจากมีหอยเพรียง และน้ำลึก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางส่วนจะชอบไปเล่นน้ำตรงโขดหิน

เนื่องจากผู้คนไม่พลุกพล่าน สามารถกระโดดน้ำจากโขดหินลงไปในทะเลได้ จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้าไปดูพบว่าที่ขาดมีบาดแผลเหวอะหวะ มีเลือดไหล จึงเข้าไปช่วยกันนำร่างนักท่องเที่ยวรายนี้ส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างช่วยกันพยุงร่างนักท่องเที่ยวระบุว่าถูกปลาทำร้าย จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวถูกฉลามกัด อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่หาดทรายน้อยวันนี้ยังคงมีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกันตามปกติ

ทั้งนี้ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน ได้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า หลังทราบเรื่องได้เดินทางไปเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ พบว่าเป็นชายชาวนอร์เวย์ มีภรรยาเป็นคนไทย ขณะนี้แพทย์ทำแผลและตรวจดูรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ขณะนี้สภาพจิตใจดี ปลอดภัยดี จากการสอบถามเบื้องต้น นักท่องเที่ยวรายนี้ระบุว่า กระกระโดดเล่นน้ำอยู่ จนกระทั่งกระโดดรอบสุดท้าย เมื่อลงไปรู้สึกว่าขาเขาถูกจู่โจมจากสัตว์บางอย่าง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นสัตว์ หรืออะไร เมื่อดูที่ขาพบบาดแผลขนาดใหญ่จึงเรียกให้คนแถวนั้นช่วย

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่านักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุอะไร ในเบื้องต้นได้ประสานงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจท่องเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน ในการร่วมกันเฝ้าระวัง แจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ในช่วงระหว่าง 1- 2 สัปดาห์นี้ที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ไม่ลงเล่นน้ำเกินกว่าระยะ 20 เมตร หรือลงเล่นน้ำลึก

พร้อมกันนี้จะติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มการระมัดระวังตัวขณะลงเล่นน้ำ พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังกลุ่มประมงเรือเล็ก และเรือบริการนักท่องเที่ยว ช่วยกันตรวจตรา ตรวจสอบสัตว์ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว นอกจากนี้จะมีการจัดเจ้าหน้าที่มีเฝ้าระวัง ดูและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง นางศิริวรรณ ทองทิพย์ อายุ 41 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารและบ้านพักหาดทรายน้อย กล่าวว่า

เป็นคนท้องถิ่น ไม่เคยเห็นปลาฉลามที่หาดทรายน้อย แต่เมื่อวานนี้ที่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำและเป็นแผลเลือดโชกชาวบ้านก็ลือกันไปว่าเป็นฉลาม แต่ชาวบ้านคนท้องถิ่นจริงๆ จะมองว่าน่าโดนหอยเพรียงที่เกาะอยู่ตามโขดหิน แถวหาดทรายน้อยชาวบ้านจะพบเห็นปลาบางชนิดกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำบ้าง บางครั้งก็มีโลมามาเล่นน้ำหน้าหาด แต่ก็ไม่ใช่ฉลาม ยอมรับว่าพอมีข่าวลือออกไปก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นายนริทร์ ท่าใหญ่ ชาวบ้านหาดทรายน้อย กล่าวตรงกันว่า ไม่ได้เห็นเหตุการณ์แต่ได้ดูคลิปก็มองว่าไม่น่าจะเกิดจากปลาฉลามกัด เพราะฟันฉลามกับลักษณะบาดแผลไม่ค่อยเหมือนกัน อาจจะเป็นไปได้ว่า ช่วงที่นักท่องเที่ยวกระโดดน้ำลงมาแล้วโดนหิน หรือ หอยเพรียงบาด ตรงนั้นมีหอยเพรียงเยอะ สำหรับทะเลตรงนี้จะมีแค่ฉลามหินตัวเล็กๆ ที่เมื่อเห็นคนก็จะรีบว่ายหนี ที่พบเห็นบ่อยๆจะเห็นโลมากระโดดเล่นน้ำ ตอนนี้ตนเองก็รู้สึกสองจิตสองใจใจหนึ่งก็เชื่ออีกใจหนึ่งก็ยังไม่เชื่อ อยากให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจน

นายไพทูลย์ เต็มเปี่ยม ชาวบ้านหาดทรายน้อย กล่าวว่า ตนเองอาศัยอยู่ที่หาดทรายน้อยมาตั้งแต่เกิดไม่เคยพบเห็นว่ามีฉลามเข้ามากัดคน แต่ถ้าถามว่าในทะเลอ่าวไทยแถวนี้มีฉลามหรือไม่ ก็ยอมรับว่ามีฉลามบางชนิด แต่ก็เป็นลามตัวเล็กที่กลัวคน เมื่อเห็นคนจะรีบหนี ที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวว่ายน้ำอยู่เป็นประจำไม่เคยได้รับบาดเจ็บอะไร แต่นักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ เล่นน้ำอยู่ตรงชายเขาที่เป็นโขดหิน มีหอยเพรียง อาจจะกระโดดน้ำลงไปแล้วตกใจคิดว่าเป็นฉลามกัด ก็อาจจะเป็นไปได้

เขาเต่า ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแก อยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินลงมาทางทิศใต้ประมาณ 13 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 243–244 เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงชายหาดเขาเต่า นอกจากนี้บริเวณเขาเต่ายังมีสถานที่สำคัญอื่นอีกเช่น วัดเขาเต่า ถ้ำเขาเต่า โครงการตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า หาดทรายน้อย หาดทรายใหญ่ เป็นต้น

บริเวณชายหาดเขาเต่า มีบ้านเรือน โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า และสามารถพบเรือประมง เรียงรายอยู่ทั่วไป บริเวณคลองซึ่งติดต่อไปถึง โครงการตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ตำบลหนองแก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ความจุ 600,000 ลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างในปี พ.ศ.2506 ดำเนินการสร้างโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสร็จเยือนประชาชนในเขตหัวหิน ทรงเห็นความลำบากของประชาชนในหมู่บ้านเขาเต่า ซึ่งมีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่นแต่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ช่วงน้ำทะเลขึ้นสามารถไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรทุ่งตะกาด(ตะกาด เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง ที่มีน้ำทะเลท่วมถึง เมื่อน้ำลงพื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นเลน) ทำให้ผลผลิตเสียหาย ด้วยการที่ราษฎรได้รวมตัวกันน้อมเกล้าถวายที่ดินแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 300 ไร่

จึงมีพระราชดำริพร้อมมอบทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 60,000 บาท ให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า เมื่อปี พ.ศ.2505 ซึ่งนับเป็นโครงการตามพระราชดำริแห่งแรกของกรมชลประทาน ต่อมาเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในปี พ.ศ.2550 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ของอำเภอหัวหิน ได้ร่วมมือกันจัดทำ สัญลักษณ์แห่งสถานที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ประชาชน เฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550

โดยทำการก่อสร้าง อาคารเอนกประสงค์ขนาด 3.00×4.00 จำนวน 1 หลังโดยใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 649,000.00บาท และในทุกปีบริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่านี้ ยังมีกิจกรรม ประเพณีการแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีมรดกทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำของไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน โดยมีเรือฝีพายเอกจากจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here