ส่องบ้านหวานใจ ‘แม่หญิงจันทร์วาด’ หนุ่ม ‘โต้ง เซาท์ไซด์’ หรูหราสไตล์หนุ่มฮิปฮอป (ชมภาพ)

0
4694

วันที่ 10 เม.ย. ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล นักแสดงสาว มาร่วมงาน “มหาสงกรานต์ ตำนานพระธาตุพนม” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องหนุ่มคนพิเศษ โต้ง-พิทรัส พฤกษกิจ หรือ โต้ง เซาท์ไซด์ พาไปฉลองวันเกิดที่ผ่านมา
โดย ปราง เผยว่า “ไม่บอกได้ไหม(หัวเราะ) ก็พาไปทานข้าวค่ะ ทานอาหารญี่ปุ่น ก็ไม่มีวันหยุดเลย มีวันนั้นวันเดียว ถามว่าได้ของขวัญอะไรขออุบไว้ดีกว่า จริงๆ แอบลงในอินสตราแกรมไว้แล้ว แต่ว่าให้เดาเอาเองว่าชิ้นไหน”

เขาลงรูปเรา แต่เราไม่ลงรูปเขา เขาน้อยใจไหม “ไม่น้อยใจเลยค่ะ จริงๆ ปรางว่าที่เขาลงรูปเพราะว่าเขาก็อยากลงนั่นแหละ หมายถึงว่าก็อยากจะอวยพรวันเกิด จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เหมือนเรามีเพื่อน เราก็อยากจะอวยพรเพื่อนเราก็ลงรูปเพื่อนไง” ทำไมไม่ลงรูปคู่บ้าง “ค่ะ ก็มีคนเชียร์อยากเห็น แต่ว่าก็นั่นแหละค่ะ อีกแป๊บหนึ่งดีกว่า ให้ปรางมั่นใจ อย่างที่เห็นเขาลง เขาก็ให้เกียรติเรา เหมือนลงเขียนว่าเราเป็น Best Friend ไม่ได้ประกาศว่ากลับมาคบกันขนาดนั้น”

นอกจากพาไปทานอาหารญี่ปุ่น เขาพาไปไหนอีกไหม “ก็ทานอาหารเฉยๆ ค่ะ เพราะอีกวันหนึ่งตื่นมาไปทำงานเช้าอยู่ดี เขาก็มีไปถ่ายรายการของเขาด้วย ถามว่าเขาอวยพรอะไรเป็นพิเศษมั้ย จริงๆมื้อนั้นก็ถือว่าพิเศษค่ะ ทานนานมาก เป็นการทานอาหารที่ยาวนานมากๆ ค่ะ ก็มีเวลาอยู่ด้วยกันนาน” กลับมาคุยกันครั้งนี้ยังมีต้องปรับอะไรกันบ้างไหม “จริงๆ พยายามให้มันเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ พยายามไม่ต้องปรับอะไรกันเยอะ

อาจจะต้องใช้เวลานิดหนึ่ง หมายถึงว่าเราก็อาจจะทำงานไปด้วย แล้วก็มีความสุขกับความสัมพันธ์ด้วย” ได้คุยกันเรื่องข่าวไหม “จริงๆ เขาก็มีติดตามข่าวบ้างเล็กน้อยค่ะ เราก็บอกว่าช่วงนี้มีงานเยอะ อาจจะพูดถึงบ่อยหน่อย เราก็เกรงใจเขา เพราะเขาก็ต้องมีครอบครัวที่ติดตามข่าวเขาเองอยู่ด้วย เราก็พยายามพูดกลางๆ ไม่ทำร้ายใคร เขาก็ไม่ได้น้อยใจอะไรนะค่ะ” ยังไม่เรียกว่ากลับมาคบกันใช่ไหม “ยังค่ะ ขออีกแป๊บหนึ่งได้มั้ย(หัวเราะ)

อีกนิดนึงค่ะ จริงๆ ก็พูดคำนี้กับเขาเหมือนกันว่าขอเวลาอีกแป๊บนึง เขาก็โอเคค่ะ เขาได้ลงรูปเขาก็น่าจะดีใจแล้ว(หัวเราะ) เพราะตอนแรกก็แบบ เอ๊ะ ให้ลงดีไหม เขาก็มีขอว่าลงได้มั้ย ปรางก็บอกว่าลงอวยพรวันเกิดแล้วกันค่ะ” ความรักในละคร “บุพเพสันนิวาส” กำลังจะลงเอยกับ ขุนเรืองฯ ส่วนความรักนอกจอ เล่า แม่หญิงจันทร์วาด หรือ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล ก็ได้ยินว่ารีเทิร์นรักอีกครั้งกับนักร้อง หนุ่มโต้ง-พิทรัส จริงมั้ยจริง?

อันนี้ ปราง ที่มาเดินสายโปรโมตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดและ ควบคุมน้ำหนัก S 360 ที่ นสพ.ไทยรัฐ เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า “เรื่องรีเทิร์น เนี่ยจริงๆ ก็ไม่ได้ปิดบัง แต่มันยังไม่พร้อมที่จะพูดอ่ะค่ะ คือคนสองคนกลับมาคุยกัน หลังจากหายไป 2 ปี มันก็ต้องใช้ความมั่นใจ ก็ยอมรับว่า ตอนนี้กลับมาศึกษากัน แต่ว่ามันยังไม่ได้อยู่ในจุดที่เรามั่นใจถึงขนาดตกลงกันว่าเรากลับมาเป็นแฟนกันแล้ว แต่ยอมรับว่าไปไหนมาไหนด้วยกัน”

แสดงว่าตอนที่เลิกกันเราถอยกันไปไกลมากเลย “ตอนนั้นคือเลิกกันเลยค่ะ เลิกกันไปจริงๆ ส่วนตอนนี้ที่กลับมาใหม่มันยังไม่ถึงจุดนั้นที่เรามั่นใจในกันและกันมาก แต่ถามว่าทำไมถึงกลับมาคุย มันเป็นโอกาสและเป็นจังหวะจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะรอคอยว่าผ่านมาสองปีแล้วฉันจะกลับมาคุยกับเธอ มันไม่ใช่แน่นอน มันลืมไปแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงกลับมา แต่ก็น่าจะหลังจากที่เค้าบวช ก็มีโอกาสได้มาพูดคุยกัน อโหสิกรรมให้กัน”

ได้ไปงานบวชเค้าไหม “ไม่ได้ไปค่ะ เค้าบวชที่ภูเก็ต ปรางทำงานอยู่ด้วย แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเคลียร์ปัญหามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้กลับมาคุยกันเท่าทุกวันนี้นะคะ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุยกัน แล้วเพื่อนเค้าก็คือเพื่อนเราอยู่แล้ว ได้ไปเจอกัน ตามกันไปกินข้าวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ อย่างเช่น พี่ก้อง-กรุณ ปรางก็ได้เล่นละครกับพี่ก้อง ก็ซี้กับพี่ก้องอยู่แล้ว เค้าเองก็สนิทกับพี่ก้อง แต่ตอนที่เลิกกันก็กลายเป็นว่าปรางไปกินข้าวกับพี่ก้องเค้าก็จะไม่ได้มา ก็คลาดกัน

แต่พอเราเคลียร์ปัญหามากขึ้นก็กลายเป็นว่าเจอกันได้ พอได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งก็เหมือนได้คุยแล้วกลับมาคลิกกันอีก” การเคลียร์ครั้งนี้เป็นการเคลียร์ในจุดที่เราติดใจกันจนทำให้เลิกกันใช่ไหม “ต้องบอกว่าที่เลิกกันมันไม่ได้มีปัญหาค่ะ แต่มันเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัว ไลฟ์สไตล์ แล้วก็ความคิดที่มันไม่เท่ากัน การมองอนาคตไม่เหมือนกัน คือสี่ปีที่คบกันมามันยังเป็นป๊อปปี้เลิฟด้วย เราเด็กด้วยกันทั้งคู่ เค้าเป็นแฟนคนแรกของปรางด้วย แล้วก็เหมือนต่างคนต่างมีความสุขในชีวิต ก็คบกันได้

แต่พอปรางเริ่มโตก็เริ่มมองอนาคต ซึ่งเขายังเอ็นจอยในการใช้ชีวิตอยู่ยังไม่คิดเรื่องอนาคต ฉะนั้น คนสองคนมันก้าวขาไปไม่พร้อมกันแล้ว มันไปด้วยกันยาก คือปรางเป็นคนจริงจังกับการใช้ชีวิต มันก็เลยไปไม่ได้ แต่พอมาวันนี้เค้าโตขึ้นแล้ว พอกลับมาคุยกันมันก็เลยรู้สึกว่าอะไรที่เคยคุยกันไม่คลิกมันดันมาคลิก แล้วเค้าเองก็อยากจะขอโอกาส เค้าบอกว่าเค้าพร้อมแล้วในส่วนที่เค้าไม่พร้อม ซึ่งเราก็ยังไม่ได้คุยกับใคร ยังไม่มีแฟนใหม่

ฉะนั้นการเปิดโอกาสให้มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แล้วก็ไม่ได้ไปคาดคั้นให้เป็นแบบที่เราคาดหวังอีกแล้ว ถ้า ณ วันนี้เค้าไม่ได้เป็นในแบบที่เราวาดฝันว่าเค้าจะเป็นผู้ชายที่เราจะใช้ชีวิตด้วยในอนาคต ก็เป็นเพื่อนกันไป แต่ก็ยอมรับว่าวันนี้กลับมาศึกษาดูใจกันจริงๆ มีไปกินข้าว ไปดูหนัง เหมือนคนที่พยายามศึกษากันเพื่อที่จะเป็นแฟนกันตามปกตินั่นแหละค่ะ”

เพราะกระแสความร้อนแรงของดนตรีแนวฮิปฮอปกำลังอินเทรนด์ และวันนี้หากจะเอ่ยถึงวงฮิปฮอปพันธุ์ปักษ์ใต้สักวง ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักวง “South side Phuket” ซึ่งเป็นศิลปินสายเลือดภูเก็ตแท้ๆ ที่ไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รู้จักของเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย หลายคนคงจำกันได้กับท่อนเพลงกวนๆ “ทำหรอยแล้วหลาว…มึงต่อยกับเพื่อนกูมั๊ยอ๊าว” จากเพลง “ต่อยกับเพื่อนกูมั๊ย” ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ “น้องโต้ง” หนึ่งในสมาชิกของวง ที่กว่าจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในวันนี้ได้นั้นน่าสนใจไม่น้อย ไปทำความรู้จักกับ “น้องโต้ง” พร้อม ๆกันค่ะ โต้ง พิทรัส พฤกษกิจ หนุ่มน้อยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณตุ้ม…แห่งร้าน กาแฟสดดอยช้าง ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นยุคใหม่คนหนึ่งที่มีความฝันและพยายามทำฝันนั้นจนเป็นจริงได้ และด้วยวัยที่กำลังศึกษาอยู่เพียงชั้นมัธยมปลาย แต่เขากลับพาความฝันของตัวเองมาสู่การเป็นวงฮิปฮอปที่มีชื่อเสียงได้นั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา

“แรกๆ เลยผมก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลงแนวฮิปฮอปอยู่แล้วอ่ะครับ เพื่อนๆ ของผมที่ทำวงอยู่ด้วยกันตอนนี้ก็ชอบและหลงใหล เพลงในแนวเดียวกัน พวกผมก็เลยตัดสินใจมารวมตัวกันเพื่อทำเพลงกันเอง ทั้งร้องเอง แต่งเอง โดยใช้ชื่อวงว่า “South side Phuket” ซึ่งที่ผ่านมาพวกผมก็ออกอัลบั้มเพลงใต้ดินอยู่ก่อน ก็ออกมาได้ 4 อัลบั้ม ซึ่งเป็นการทำเพลงเล่นๆ สนุกกันโดยไม่ได้คาดหวังอะไร จนวันนึงพวกเราก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น จากเพลง “ต่อยกับเพื่อนกูมั๊ย”

ซึ่งเป็นเพลงแร๊พกวน ๆ ที่ใส่ภาษาใต้แบบภูเก็ตเข้าไป ซึ่งหลายๆ คนรู้จักเราเพราะเพลงนี้ล่ะครับ แล้วพอวันนึงพวกเราได้ข่าวกันว่า พวกพี่ๆ วงไทเทเนี่ยม (ศิลปินวงฮิปฮอป) ที่พวกผมชอบเอามาก ๆ เขากำลังจะมาเล่นคอนเสิร์ตในภูเก็ต พวกเราก็เลยทำเดโม่เทปกันและยื่นให้พวกพี่ ๆ เค้าในวันนั้น แล้วหลังจากนั้นสักพักทีมงานเขาก็ติดต่อกลับมาชวนเราให้ไปเป็นนักร้องในสังกัดของค่ายไทเทเนี่ยม

ตอนนั้นจำได้ว่าผมดีใจมากๆ และดีใจมากขึ้นอีก หลังจากที่รู้ว่า วงฮิปฮอปของเราได้เป็นวงดนตรีเบอร์แรกของค่ายนี้ด้วยครับ” ทำไมถึงตั้งชื่อวงว่า “South side Phuket” “ชื่อนี้ผมกับเพื่อนๆ ในวงภาคภูมิใจมากครับ เพราะว่ามันสื่อถึงความเป็นพวกเราได้อย่างชัดเจน ใครได้ยินชื่อก็จะรู้ว่าเราเป็นวงจากภาคใต้ และมีคำว่า “Phuket” อยู่ในชื่อวงด้วย มันก็ยิ่งชัดเจนว่าพวกเรามาจากที่ไหน อย่างในเนื้อร้องเราก็ได้เอาภาษาใต้แบบภูเก็ตใส่เข้าไป

ซึ่งมันทำให้คนฟังเขาได้เข้าใจถึงที่มาและแนวทางของวง และมันทำให้เราเกิดความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์กว่าฮิปฮอปวงอื่นๆ ครับ” ได้ข่าวมาว่า “South side Phuket” วงแตก “ไม่ครับ ไม่ พวกเราทุกคนยังอยู่กันครบทีมเหมือนเดิมกับการทำเพลงใต้ดิน แต่ในส่วนของงานเพลงกับค่ายไทเทเนี่ยม เอ็นเตอร์เทนเม้น ผมกับเฟรดดี้ (หนึ่งในสมาชิกของวง) จะแยกตัวออกมาทำแค่สองคนก่อน เพราะว่า สมาชิกในวงที่เหลือเขายังติดเรื่องงาน เรื่องเรียนกันอยู่

ตอนนี้ผมเองก็ต้องย้ายที่เรียน จากเดิมเรียนที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต ก็ต้องย้ายมาเรียนชั้นม. 5 ในโรงเรียนอุดมศึกษาที่กรุงเทพฯ เพื่อให้สะดวกในการทำงานกับทางค่าย ในส่วนของเพื่อนในวงคนอื่นๆ พวกเราก็ยังทำงานเพลงกันอยู่เหมือนเดิม เป็นเพลงใต้ดินที่ทำร่วมกันมานั่นล่ะครับ” เป็นศิลปินในช่วงที่ต้องเรียนหนักอย่างนี้ แบ่งเวลาทำงานกับการเรียนยังไง “ผมว่ามันก็ต้องแยกแยะอ่ะครับพี่ มันคนละเวลากัน

เราก็ต้องแยกแยะมันให้ได้ ผมยังเป็นนักเรียนก็คงต้องเอาเรื่องเรียนมาก่อน แต่ว่างานเราก็ต้องทำเต็มที่กับมันเหมือนกัน อย่างปีหน้าผมขึ้น ม.6 มันเป็นช่วงที่ใกล้เอ็นทรานต์ผมก็ต้องเตรียมตัวให้เวลากับตรงนั้น แต่ความจริงผมก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไรมากมายอยู่แล้ว(ยิ้ม) ก็เลยไม่ใช่เรื่องต้องมากดดันตัวเอง เรียนก็คือเรียน เล่นก็คือเล่น ไม่เหลวไหล แบ่งเวลาให้ได้ก็พอ” พ่อแม่เขาว่ายังไงบ้างที่วันนึงลูกชายได้มาเป็นนักร้องวงฮิปฮอป

“เค้าก็ค่อนข้างเป็นห่วงอ่ะครับพี่ เพราะเราต้องมารู้จักกับอีกสังคมนึงที่ผู้ใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจนัก แต่พ่อแม่ผมเค้าก็โอเคนะ ค่อนข้างหัวสมัยใหม่ เค้าเข้าใจว่านี่คืองานของเรา นี่เป็นโอกาสของเราที่น้อยคนจะมีโอกาสได้มาทำตรงจุดนี้ จริงๆ เค้าคงเป็นห่วงเรื่องเรียนของผมอ่ะครับ กลัวว่าเราทำงานเหนื่อยแล้วจะละเลยเรื่องการเรียน แต่ตอนนี้ผมกำลังได้ทำในสิ่งที่ผมรัก และถ้าใครได้ทำในสิ่งที่รัก ก็คงไม่รู้สึกเหนื่อยหรอกนะผมว่า..”

แล้วเราได้อะไรจากการมาทำงานตรงจุดนี้บ้าง “ความสุขครับพี่ สุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ลองในสิ่งที่ไม่เคย และได้ประสบการณ์ซึ่งเป็นโอกาสให้เราได้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งผมก็จะทำมันให้ดีที่สุด” ได้แสดงฝีไม้ลายมือ ออกคอนเสิร์ตมาก็หลายงานแล้ว มีเหตุการณ์ที่ประทับใจเราบ้างมั๊ย “ผมประทับใจในทุกคอนเสิร์ตที่ได้ไปเล่นนะ มันทำให้รู้ว่า เอ้อ! มีคนรู้จักเราเยอะเหมือนกัน เราได้เจอคนที่เค้าร้องเพลงเราได้ ฟังเราเล่น สนุกไปกับงานเพลงของเรา

มีคนกลุ่มนึงที่กำลังติดตามผลงานเพลงของเราและยอมรับในฝีมือของพวกเรามากขึ้น มันทำให้รู้สึกว่า ไอ้ความพยายามที่เราได้บากบั่นทำมันมาจนถึงทุกวันนี้นี่มันไม่สูญเปล่าเลย” ฝากถึงเพื่อนๆ น้องๆ วัยรุ่นที่กำลังติดตามผลงานของเรา “ครับ กว่าจะมาถึงวันนี้ของผมละเพื่อนๆ วง “South side Phuket” มันเป็นสิ่งที่เกิดจากใจรัก ความชอบ ความพยายามอย่างมากมาย ผมอยากให้ทุกคนมุ่งมั่นกับความฝันของตัวเองให้มากๆ

ผมว่าวันนึงความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ครับอย่าเพิ่งหมดไฟ ส่วนใครที่กำลังติดตามงานเพลงบนดินชุดแรกของผม กับอัลบั้มนี้ก็จะมีความหลากหลายในเรื่องของดนตรีมากขึ้น ซึ่งได้โปรดิวเซอร์เก่งๆ ที่เป็นฮิปฮอปตัวจริงในไทยอย่าง พี่ขันเงิน และพี่เนย โปรดิวเซอร์งานเพลงของพี่เบิร์ด อัลบั้มแฟนจ๋า มาร่วมงานด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีซิงเกิ้ลเพลงออกมาให้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www fupm.biz ที่สามารถดาวน์โหลด เพลง รูป MV ของเราได้แล้วตอนนี้ ส่วนอัลบั้มเต็มก็จะมีให้ฟังกันในต้นปีหน้า อีกไม่นานเกินรอ

truststoreonline

Leave your vote

-3 points
Upvote Downvote

Total votes: 3

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 3

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here