เฉิดฉายด้วยฝีมือ ‘น้องฉัตร’ จัด ‘เหมียว ชไมพร’ หรือ ‘คุณหญิงจำปา’ แห่ง ‘บุพเพสันนิวาส’ ลุคไปฝรั่งเศสกับพี่หมื่น (ชมภาพ)

0
281

สวยมาแต่ไหนแต่ไร นักแสดงรุ่นใหญ่ เหมียว-ชไมพร จตุรภุช ผู้ที่กำลังรับบท คุณหญิงจำปา แม่ของพ่อเดช ในละครบุพเพสันนิวาส ในละครเกลียดชังแม่หญิงการะเกดยิ่งนักสำหรับ คุณหญิงจำปา ที่รับบทโดย เหมียว-ชไมพร จตุรภุช นักแสดงหญิงรุ่นใหญ่วัย 54 ปี ซึ่งเมื่อเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวการะเกดที่ดีขึ้น จิตใจงดงามมากขึ้น

จากวางมาดไม่ถูกโฉลกช่วงแรกๆ ก็เริ่มปล่อยความเอ็นดูต่อตัวแม่หญิงการะเกด (ที่มีเกศสุรางค์สิงร่างอยู่) ทีละน้อยๆ เรียกว่า เป็นคุณหญิงปากร้ายแต่ใจดีก็เข้าท่า สำหรับกระแสคุณเหมียวในละครเรื่องนี้ ได้มีคนรุ่นใหม่พูดถึงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากพูดถึงเรื่องความสวยของคุณเหมียวก็ต้องยอมรับว่าเธอสวยมาแต่ไหนแต่ไรจริงๆ

โดยก่อนเข้าสู่เส้นทางวงการนักแสดง คุณเหมียวได้เข้าประกวดเวทีนางสาวไทยก่อนเมื่อปี พ.ศ.2527 จึงค่อยเริ่มมีผลงานด้านการแสดง ซึ่งคุณเหมียวประเดิมจากละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 อย่างเรื่อง เทพสามฤดู รับบทเป็น จินดาเหมันต์ หนึ่งในเทพทั้งสาม จากนั้นจึงเริ่มผลงานละครตามมา และได้ลองสวมบทบาทหลากหลายทั้งแสดงเป็นนางเอก นางรอง นางร้าย

และด้วยคาแรคเตอร์ที่เธอมีสายตาดุ ดูร้ายลึกออกมา จึงทำให้คุณเหมียวมักได้รับบทร้ายมากกว่าบทอื่นๆ ผลงานก่อนหน้าเรื่อง บุพเพสันนิวาส คุณเหมียวได้ฝากฝีมือไว้ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง เพลิงพระนาง ทางช่อง 7 รับบทเป็น เจ้าสำเภางาม (พระพันปีหลวง) ซึ่งเรื่องนี้เธอเคยรับบทเป็น เจ้านางอนัญทิพย์ ที่ปัจจุบันอั้ม-พัชราภา แสดงด้วยเมื่อปี พ.ศ.2539

นอกจากนี้เธอยังมีภาพติดตาคนส่วนใหญ่ในบท คุณยายวรนาฎ ผู้คายตะขาบในเรื่องทายาทอสูรอีกด้วย เรียกว่าจะกี่ปีๆ ผลงานของคุณเหมียวก็ยังมีมาฝากให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง วันนี้แพรวดอทคอมเลยขอนำภาพสมัยสาวๆ ของคุณเหมียวมาให้ได้ชมกัน จะได้สมกับคำว่า สวยมาแต่ไหนแต่ไรของจริง

“หัวใจสำคัญในอาชีพนักแสดงและการจะเป็นนักแสดงที่ดีเราจะต้องรู้จักในเรื่องของการตรงเวลา รู้เรื่องของการวางตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่ควรจะเป็นอย่างไร” “เหมียว ชไมพร” นักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถพูดถึงหัวใจสำคัญในการทำงานในอาชีพนักแสดงของตนเองที่อยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีนั้นเพราะรู้จักคำว่า “ตรงต่อเวลา”

และปัจจุบันแม้ว่าวัยของเธอจะเข้าสู่เลขห้าแต่นั้นก็ไม่ใช่อุปสรรคเพราะนักแสดงรุ่นใหญ่คนนี้ยังรักษามาตรฐานการทำงานคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นผลงานการแสดงตลอดชีวิตการเป็นนักแสดงกว่าห้าสิบเรื่องที่ผ่านมา คิดว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะบทบาท “คุณยายวรนาถ” จากละคร “ทายาทอสูร” ที่ยังทำให้ชื่อเสียงของ “เหมียว ชไมพร” เป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะมีนักแสดงรุ่นใหม่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นมาแทนที่ก็ตาม

‘เหมียว ชไมพร’ ฉายแววจรัสแสง บนเส้นทางวงการบันเทิงนั้น “เหมียว ชไมพร” เล่าว่ายุคสมัยของเธอนั้นไม่ได้ต่างจากยุคปัจจุบันเท่าไหร่ การเข้าสู่วงการของตัวเองนั้นก็เริ่มต้นด้วยการผ่านโมเดลลิ่งถ่ายแบบแฟชั่นลงตามนิตยสาร หลักจากนั้นก็ได้เป็นผู้ประกาศรายการจนผู้ใหญ่มองเห็นแววให้โอกาสเธอได้แสดงละคร

“เริ่มแรกโมเดลลิ่งเขาก็ชวนแล้วเขาก็ถ่ายรูปไว้ พอมีงานโฆษณามาเขาก็ติดต่อว่าจะมีงานถ่ายแฟชั่นซึ่งถ่ายเยอะมากและที่นี้พอคนได้เห็นทางสื่อ พวกหนังสือร้านทำผมมาเห็นผมเราเกศสยามก็มาขอไปเป็นแบบผมพวกหนังสือสกุลไทยในยุคนั้นเขาก็มาติดต่อก็เป็นสเต็ปมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีงานผู้ประกาศคั้นรายการก็ไปสมัครที่ช่อง7

ก็ได้หัดได้ลองทำอยู่สักพักอาหรั่ง (ไพรัช สังวริบุตร) ก็มาเห็นก็มาขอคุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ให้ไปเล่นละครตอนนั้นเล่นเรื่องแรกเลยคือละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องเทพสามฤดู ซึ่งเป็นเรื่องแรกต่อมาคุณแดงก็ให้เล่นละครยาวตอนกลางคืนเรื่องดาวครึ่งดวงสองเรื่องนี้จะเล่นควบคู่กันไปพร้อมๆ กันและงานผู้ประกาศก็ค่อยๆ น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะไปหนักกับการแสดงซะมากกว่า”

ละครจักรๆ วงศ์ๆ โรงเรียนสอนการแสดง ‘นักแสดงยุคเก่า’ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในวงการบันเทิงนั้นมีนักแสดงแถวหน้ามากมายที่เริ่มต้นมาจากการแสดงละครพื้นบ้านจักรๆ วงศ์ๆ ที่ยุคก่อนนั้นเปรียบเสมือนโรงเรียนสอนการแสดง ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นและรุ่นสุดท้ายที่ต้องแสดงด้วยการบอกบทไม่ใช่การท่องบทแบบปัจจุบัน

“การทำงานละครจักรๆ วงศ์ๆ ในยุคนั้นที่เล่นแรกๆ ยังเป็นการบอกบทอยู่เลยและรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องสุดท้าย หลังจากนั้นก็เป็นการท่องบทเราก็ท่องๆ สุดท้ายอาหรั่งเขาก็มาสอนว่าให้เอาตามความเข้าใจก็ทำให้เราเริ่มค่อยๆ คุ้นชินการทำงานแสดงค่อยๆ รู้มุมกล้อง ในยุคสมัยก่อนก็ไม่ได้มีการเรียนสอนแอคติ้งแบบยุคปัจจุบันนี้

นักแสดงยุคก่อนพอได้บทมาเราก็จะอ่านตามบท พอบทมาภาพมันก็จะมา พอเล่นก็ต้องมาดูผู้กำกับว่าเขาซ้อมวางบล็อคกิ้งให้เราตรงไหนและเราก็จะเล่นไปตามนั้นค่ะ” ‘เหมียว ชไมพร’ การแสดงอยู่ในดีเอ็นเอ
เพราะด้วยประสบการณ์การแสดงที่สั่งสมมากว่า 30 ปีที่เธอเข้ามาโลดแล่นในวงการจนเป็นนักแสดงฝีมือฉกาจ

และเป็นที่ยอมรับเธอเล่าว่าส่วนนึงนั้นอาจจะมาจากชีวิตในวัยเด็กที่เป็นคนชอบจินตนาการและมีความชอบการแสดงอยู่ในตัวเพียงแค่รอเวลาที่จะนำมาใช้ในเวลาที่ใช่และเหมาะสม “งานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กไม่เคยคิดเลยแต่ถามว่าชอบมั้ยมันก็คงอยู่ในตัวของเราแต่เราหาทางมันไม่เจอว่าเราจะมาทางนี้

เพราะว่าเวลาได้มาเล่นแล้วมาถ่ายทอดมันก็เป็นไปโดยอัติโนมัติก็เลยมีความรู้สึกที่ตอนเด็กๆ เราชอบพูดคนเดียวเราชอบอ่านหนังสือนวนิยายจากแม่ แม่จะชอบให้เป็นไปยืมและคืนหนังสือพวกนวยายก็เลยได้เปิดอ่าน และได้มารู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งพวกนี้ได้เอามาใช้ตรงนี้เราซึมซับมาตลอด เขาเรียกว่ามันเป็นทางของมันที่พอมันถึงเวลาที่ใช่ก็ได้ใช้ค่ะ”

‘เหมียว ชไมพร’ ต้นตำหรับคุณยายวรนาถ อย่างไรก็ตามหากพูดถึงตัวละคร คุณยายวรนาถ สาวสวยสองพันปีที่ปล่อยตะขาบออกจากปากจากละคร ทายาทอสูร ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคหรือกี่สมัยหรือจะนำกลับมาสร้างใหม่นั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เหมียว ชไมพร” ก็ยังคงเป็นต้นตำหรับที่ตราตรึงใจ

“ทายาทอสูรเป็นละครที่ทุกวันนี้ไปไหนคนก็จะยังพูดถึง เอ๊ะใช่คุณยายวรนาถมั้ยก็ยังมีการทักแบบนี้อยู่ บางทีเราก็แปลกใจนะว่าเล่นมาตั้งหลายเรื่อง อย่างบ้านบุษบาบัณที่ต้องเล่นกะเหยี่ยวเป็นลักษณะสาวสองพันปีเหมือนกันคนก็ไม่ได้ติดและพูดถึงเหมือนทายาทอสูร ซึ่งมันก็ผิดคลาดเหมือนกันเพราะว่าละครเรื่องนี้ออกอากาศช่อง5

และเป็นเรื่องแรกที่ไปเล่นให้ค่ายกันตนาและก็ประสบความสำเร็จได้ไปโชว์ตัวที่เขมร เด็กเขมรก็เรียกนะมีเนียด เราก็ถามนะมีเนียดคืออะไรเขาก็บอกว่าแปลว่าคุณยายวรนาถ เราจะยังไม่รู้หรอกว่าคนฮิตติดมากจนกระทั่งมันผ่านไปหลายปีและคนก็ยังพูดถึงเราก็จะรู้สึกว่าทุกวันนี้คนก็ยังจดจำเรื่องนี้อยู่ก็แปลกดีค่ะ”

‘เหมียว ชไมพร’ มองวงการคือวัฏจักรหมุนเวียน อย่างไรก็ตามแม้ว่า “เหมียว ชไมพร” จะอยู่ในวงการมาเป็นเวลานานเธอบอกว่าในความเห็นส่วนตัวนั้นวงการบันเทิงก็เป็นเพียงวัฏจักรที่หมุนเวียนเมื่อวันนึงเปลี่ยนแปลงไปจนถึงจุดอิ่มตัวสุดท้ายก็กลับมาสู่จุดเดิม “มันก็คงเป็นไปตามยุคสมัยเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนบุคคลมันอาจจะมีเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนรุ่นใหม่ก็อาจจะไม่เหมือนของเราในยุคสมัยก่อน

แต่ส่วนตัวคิดว่ามันก็เหมือนวัฏจักรหมุนเวียนค่ะแต่ก่อนดาราอาจจะไม่ยอมรับเรื่องการมีแฟนเปิดตัวแฟนต่อมาก็ยอมรับและต่อไปจากยุคนี้ก็อาจจะไม่ยอมรับอีกก็ได้ เพราะว่ามันเต็มที่ของมันแล้วมันก็หมุนอยู่แค่นี้ แม้ยุคสมัยเปลี่ยนเด็กรุ่นใหม่ก็ขึ้นมาเยอะในทุกภาคสาขาไม่ว่าจะเป็นข่าว นักแสดง ช่างภาพ มันก็เข้ามาใหม่หมดแต่บรรยากาศมันก็ยังเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมาเพียงแต่ว่าเปลี่ยนตัวคนไปก็เท่านั้นเองค่ะ”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here