เอาไม่อยู่! ‘พี่หมื่นโป๊ป’ ขออุ้ม ‘เรซซิ่ง’ ดูปฏิกิริยา “เรซซิ่ง” เมื่อ ‘โป๊ป’ บอกนี่พ่อเอง (ชมคลิป)

0
290

เอ็นดูหนักมากเลยจ้าาา สำหรับหนุ่มน้อยเนื้อหอมอย่าง “น้องเรซซิ่ง” ตี๋น้อยสุดหล่อลูกชายสุดที่รักของ “แม่แพท ณปภา” ที่แสดงอาการทันทีที่พระเอกหนุ่มหล่อละลายใจอย่าง “พี่หมื่นโป๊ป” หนุ่มในฝันของสาวๆทั่วพระนครขออุ้มอาเรซด้วยความเอ็นดู แต่งานนี้ดูเหมือนว่าอาเรซจะไม่ยอมให้ความร่วมมือซักเท่าไร เพราะหันไปมองแล้วหน้าตาไม่คล้ายคุณพ่อ เลยทั้งร้องไห้งอแงและดิ้นออกจากอกอันน่าซบของตุณพี่หมื่นทันที

“เบลล่า-โป๊ป” เนื้อหอม สินค้าทาบเป็นพรีเซ็นเตอร์ 10 กว่าตัว ยังไม่มีเวลาฉลองวันเกิดกับ “เวียร์” ฝ่ายชายเข้าใจสั่งให้ทำงานเก็บเงิน โกยไปก่อน พึ่งจะเปิดตัวสินค้าของตัวเองไปวันก่อน ล่าสุด “เบลล่า ราณี แคมเปน” ก็ควง “โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” รับพรีเซ็นเตอร์คู่ในงาน WINK WHITE TREASURE NIGHT. BEAUTY IS WOMEN’S BELONGING ท่ามกลางกระแสข่าวว่า

ฟันไปเหนาะๆ 2 คน 10 ล้าน แพงสมราคาเรตติ้งละคร และยังมีสินค้าอีกหลายตัวที่จะรับคู่กัน รวมไปถึงที่เบลล่ารับเดี่ยวอีกต่างหาก นับๆ นิ้วดูแล้วปีนี้คงได้เห็นหน้าเบลล่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ไม่ต่ำกว่า 10 ชิ้น “ช่วงนี้ก็รับงานเยอะก็เท่าที่คิวละครจะได้ด้วยค่ะ เพราะว่าต้องแบ่งเวลาให้กับละครทั้งสองเรื่องด้วย แล้วเวลาส่วนอื่นก็จะเป็นสำหรับงานอื่นๆ

ตอนนี้โด๊ปทุกทางค่ะ แต่ว่ายังโอเคยังไหวอยู่ค่ะ แล้วก็ยังรับได้อยู่ค่ะ(หัวเราะ) ความจริงการรับงานเราเลือกจากความเหมาะสมด้วยมากกว่า ถ้าเป็นเรื่องของพรีเซนเตอร์หรือผลิตภัณฑ์ก็ต้องเป็นอะไรที่เข้ากับเราด้วย จะเลือกตามความเหมาะสมมากกว่า” “ทำงานหนักแต่เราก็ดูแลตัวเองค่อนข้างดีอยู่แล้วค่ะ ก็เลยมีภูมิต้านทาน มีความแข็งแรงอยู่แล้ว

- Advertisement -

หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าการถ่ายละครคือการฝึกตัวเองที่ดีมาก จะเป็นคนที่แข็งแรง เจออะไรก็จะไม่ค่อยกระทบกระเทือนเท่าไหร่ โดนฝนโดนอะไรก็ไม่เป็นอะไรค่ะ พี่เซ็นเตอร์คู่กับพี่โป๊บก็มีติดต่อเข้ามาเยอะค่ะ ก็มีที่ตกลงแล้วแล้วก็มีที่ยังคุยอยู่ด้วยค่ะ ตอนนี้อาจจะยังไม่ถึง 4-5 ตัวค่ะ ถ้านับตัวที่คอนเฟิร์ม แต่ถ้าที่ติดต่อเข้ามาก็เยอะค่ะอาจจะมากกว่านี้หรือว่าเท่านี้ค่ะไม่แน่ใจ

แต่ว่าหลากหลายมากค่ะ บางตัวก็เป็นเกี่ยวกับในละครค่ะ ตอนนี้ก็ยอมรับว่าค่อนข้างเยอะด้วยกระแสของละครด้วย และด้วยความที่คาแรคเตอร์ของเบลในละครได้ทำอะไรหลายอย่างมาก ก็เหมือนช่วยให้ลูกค้าเหมือนคิดพล็อตเรื่องได้ง่ายขึ้นว่า เบลอาจจะเหมาะกับสินค้าของเขาค่ะ แต่ไม่มีซ้ำซ้อนค่ำเพราะว่าเบลจะรับที่จะไม่ทับไลน์กับตัวที่เบลรับเอาไว้อยู่แล้วค่ะ”

“ตอนนี้ก็ยังมีมาเรื่อยๆ ค่ะ งานพรีเซ็นเตอร์เป็นรายปีก็จะได้เห็นเบลกับพี่โป๊ปอีกสักพักใหญ่ๆ เลยค่ะ ความจริงคืออยู่ช่องเดียวกันยังไงก็ทำงานด้วยกันต้องเจอกันอยู่แล้วค่ะ ส่วนค่าตัวพรีเซ็นเตอร์คู่กันครั้งนี้ 10 ล้าน ไม่จริงค่ะ รับเรตปกตินี่แหละค่ะ เนื้อหอมกว่านี้ได้อีกค่ะ” ส่วนเรื่องที่ว่าช่อง 3 ต้นสังกัด จะมอบรางวัลเป็นรถพอร์ชคันละเกือบ 10 ล้านให้เป็นของขวัญ ที่ทำให้เรตติ้งละครพุ่งกระฉุดนั้น เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ทราบ แต่ถ้าให้ก็ไม่ติดค่ะ

“อันนี้เบลยังไม่ทราบค่ะ ยังไม่มีใครแจ้งมา โห…ยินดีค่ะ(หัวเราะ) ไม่ติดค่ะ ความจริงแล้วแค่ได้เล่นละครเรื่องบุพเพสันนิวาสก็เป็นกำไรชีวิตแล้ว เบลไม่ได้ต้องการสิ่งของหรือว่าอะไรเลย คือแค่คนดูชื่นชอบเบล ชื่นชอบละคร มันเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วค่ะ” เผย “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ส่งดอกไม้ให้แสดงความยินดีในวันเปิดตัวสินค้าของตัวเอง แต่ช่วงนี้งานยุ่งยังไม่มีเวลาเจอกัน ขอโกยเงินก่อน

“พี่เขาส่งมาแสดงความยินดีค่ะ เปิดตัวสินค้าของตัวเองค่ะ แล้วก็ให้กำลังใจเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกด้วยค่ะที่เบลมาทำธุรกิจจริงๆ แล้วก็ตื่นเต้น ไม่รู้ว่าคนจะตอบรับดีหรือเปล่า พี่เขาก็ให้กำลังใจค่ะ แต่ว่าก็อย่างที่เห็นเมื่อวานคือคนมาเยอะมากค่ะ ดีใจขอบคุณทุกคนนะคะ แต่ไม่มีข้อความอะไรหวานๆ ค่ะ ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีค่ะ เรื่องงานวันเกิดพี่เขาไม่มีเวลาเลย คิวยังเต็มอยู่เลยค่ะ

แต่ว่าถ้าหาเวลาได้จริงๆ ก็เดี๋ยวนัดกันค่ะ ของขวัญยังไม่รู้เลยว่าจะให้อะไรดีค่ะ ด้วยความที่พี่เขาเป็นคนไม่ได้อยากได้อะไรด้วยค่ะ ก็เลยค่อนข้างยากนะตรงนั้น ไม่ใช่ว่าผ่านไปแต่ละปีแล้วเลือกยากขึ้นค่ะ พี่เขาก็คือตามปกติ ถ้าหาเวลาว่างได้ก็คืออาจจะมีทานข้าวด้วยกันบ้างค่ะ แต่พี่เขาก็เข้าใจแหละว่าช่วงนี้ไม่มีเวลาจริงๆ ค่ะ แล้วตัวพี่เขาก็ยุ่งมากนะคะ ทำงานทุกวันเหมือนกันค่ะ เขาพูดว่าทำงานไปก่อน เก็บเงินไปก่อน(หัวเราะ) โกยไปก่อน อะไรแบบนี้ค่ะ ขำๆค่ะ”

ล้วงลึกถึงหัวใจ โป๊บ ธนวรรธน์ อ่านแล้วจะตกหลุมรักเข้าไปอีก หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาดาราหนุ่มหน้าใส ที่ชื่อ โป๊ป ธนวรรธน์ คนนี้กันมาบ้างแล้ว จากบทบาทของ คุณพี่หมื่นสุนทรเทวา ในละครดัง เรื่อง บุพเพสันนิวาส ในขณะที่อีกหลายๆ คนที่ไม่ใช่คอละครก็ อาจประทับใจในหน้าตาอันหล่อเหลา บวกกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความ จริงใจของเขา

แต่นั่นเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น วันนี้ จะพาคุณไปรู้จักเขาให้ลึกซึ้งมาก ยิ่งขึ้น แล้วคุณจะเข้าใจว่าทําไมใคร ๆ ถึงได้ตกหลุมรักผู้ชายคนนี้กัน ทราบว่าตอนเด็กๆดื้อมาก ใช่ครับ เมื่อก่อนผมเป็นคนไม่ค่อยยอมใคร เกเร ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม ถ้าแม่พูดอะไรไม่ถูกใจ ผมก็จะเถียง ถ้าแม่หงุดหงิดมา ผมก็จะหงุดหงิดกลับไปทันที เราเหมือนไฟปะทะไฟ

ทุกครั้งที่ทะเลาะกับแม่ ผมจะหนีไปนอนบ้านเพื่อน เป็นแบบนี้เรื่อยมา จนเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 แต่วันหนึ่งมีเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยน ชีวิตผมไปทั้งชีวิตเลยครับ คือแม่ชวนให้ผมไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม กับคุณแม่สิริ กรินชัย ตลอดเจ็ดวันแปดคืนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึก ว่าความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปมาก

มองเห็นสัจธรรมในชีวิตชัดเจนขึ้น แต่เมื่อกลับมาสู่สังคมปกติ กิเลสก็กลับมาครอบงําเหมือนเดิม ทําให้คิดได้ว่าจะต้องฝึกสติบ่อยๆ ฝึกทุกวัน กิเลสจะครอบงําจิตใจเราไม่ได้ จนถึงปัจจุบันผมก็ยังปฏิบัติธรรมครับ แต่จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ตามโอกาสที่เหมาะสม ส่วนที่บ้านจะชอบไปปฏิบัติที่พุทธพจน์ธรรม ของคุณแม่สุจิตราครับ

สนใจธรรมะมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตอนเด็กๆ แม่เข้าวัดทําบุญ ผมก็ตาม ท่านไปเหมือนชาวพุทธทั่ว ๆไป ให้ไปช่วย ขนของก็ไป แม่ไปปฏิบัติธรรมก็ชวนผมไป ด้วย บอกให้ลองไปปฏิบัติ แต่ตอนแรก ๆ ผมยังไม่ยอมไป ให้พี่สาวไปก่อน ต่อมาเมื่อ คุณแม่ชวนบ่อย ๆ เข้า จึงลองไปปฏิบัติดูบ้าง เพราะไม่อยากทําให้แม่เสียใจ ถ้าถามว่าเริ่ม ศึกษาธรรมะจริงจังเมื่อไหร่ ก็ตั้งแต่อายุ18ปี

ต้องบอกว่าผมโชคดีมากที่ได้เกิดมา นับถือศาสนาพุทธ เคยฟังพระท่านเทศน์ว่า การเกิดเป็นคนนั้นยาก เปรียบกับเต่าตาบอด ในมหาสมุทร ทุกหนึ่งร้อยปีจึงจะมีโอกาสโผล่ขึ้นมาสักครั้ง แล้วต้องโผล่ขึ้นมาเอาหัวคล้อง ห่วงเล็กๆให้ได้อีก นี่คือความยากของการเกิดเป็นคน และการได้เกิดกับคุณแม่คนนี้ซึ่งเป็นคนที่สนใจธรรมะ มีคุณธรรม เคี่ยวเข็ญให้เราเป็นคนดี ชักนําให้เราได้มาฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ทําให้เราได้พบพระพุทธศาสนาก็นับว่าเป็นบุญของผมมากๆแล้วละ

ทุกวันนี้นั่งสมาธิทุกวันไหมคะ นั่งบ้าง แต่ไม่ได้นั่งทุกวันครับ เพราะ บางทีเหนื่อยมากๆ แล้วมานั่งมันจะหลับ ส่วนใหญ่ผมเน้นการดูจิตในชีวิตประจําวัน มากกว่า แค่ดูให้รู้ว่าจิตมันเปลี่ยนไปเรื่อย แล้วก็ปล่อยวางเสีย ผมเคยนั่งสมาธิแล้ว รู้สึกเจ็บขา บางวันก็ทนนั่งต่อไปได้ บางวัน ก็ไม่ได้ ผมเคยถามพระอาจารย์ว่าจะทําอย่างไรดี ท่านก็บอกว่าทําต่อไป ไหวก็ไหว ไม่ไหวก็ไม่ไหว นั่นคือจิต

บางทีมันก็ได้ บางทีมันก็ไม่ได้ นั่นทําให้เรารู้ว่าทุกอย่าง เป็นอนิจจัง บางวันก็ดี แต่วันนี้มันกลับไม่ดี ถ้าเราไปยึดกับคําว่าดีไม่ดี มันก็จะทุกข์ ปฏิบัติธรรมแล้วชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรคะ เปลี่ยนไปแทบทุกอย่างครับ การปฏิบัติธรรมทําให้ผมไม่เคยใช้ อารมณ์กับแม่อีกเลยใช้แต่เหตุผล อาจมีงอนกันบ้าง แต่พอตื่นเช้ามาก็หาย ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทําให้แม่เสียใจหรือร้องไห้อีกแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนักหรือเบา เพราะทุกเรื่องที่ทําให้แม่เสียใจเป็นบาปทั้งนั้น การปฏิบัติธรรมสอนให้ผมรู้จัก ดูใจตัวเอง ดูว่าตอนนี้เรากําลังโกรธ กําลัง หลง หรือกําลังเกลียด แค่ตามดูอารมณ์ควบคู่กับการมี สติและปัญญา ทั้งสองสิ่งนี้จะหาทางออกให้กับจิตได้เอง ยิ่งได้ตามดูตามรู้ใจตัวเอง ยิ่งทําให้รู้สึกปล่อยวาง เวลามีปัญหาหรือมีเรื่องที่มากระทบจิตใจ ผม จะนึกเสมอว่า ช่างเถอะ…อย่าไปถือสาเลย

เมื่อมีความทุกข์ ธรรมะช่วยได้อย่างไรคะ เมื่อมีความทุกข์ จริงๆมีหลักแค่ว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ว่าเรื่อง อะไรจะเกิดขึ้น ทุกข์แสนสาหัสแค่ไหน สุดท้ายแล้วมันจะผ่านไปได้ ถ้าเกิดเรื่องอะไร ขึ้น ผมจะดูว่าความรู้สึกเราเป็นอย่างไร โกรธแค่ไหน ทุกข์แค่ไหน ดูมันไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะดับไปเอง การดูความทุกข์มัน

ง่ายกว่าการดูความสุข เวลาเราสุข เราดูไม่ เห็นหรอก มันยาก มันหลอกเราเนียนมาก อย่างเวลาเราฝึก เดินนานๆหรือนั่งนานๆ รู้สึกเจ็บ เมื่อย มันคือทุกข์กาย ซึ่งเห็นได้ ง่าย แต่พอเป็นความสุขมันทําให้เราหลงไป ได้ง่ายกว่า บางทีก็ตามไม่ทัน แต่ถ้ามีสติ ก็จะพอเห็นบ้าง ขอถามเรื่องที่สาวๆ อยากรู้บ้าง หล่อขนาดนี้เคยอกหักบ้างหรือเปล่าคะ

ขอบคุณครับที่ชม แต่ผมว่าผมไม่ได้หล่ออะไรขนาดนั้นนะ ผมเคยอกหักครับ แต่ผมจะไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ จะตัดใจตั้งแต่แรกที่รู้ว่าเขาไม่สนใจผมแล้วละผมจะไม่ฝืน ไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าจะสามารถทําให้ความ สัมพันธ์ดีขึ้นได้ ผมเข้าใจสัจธรรมที่ว่ามีพบก็ต้องมีจากเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะจากกันด้วยวิธีไหนสุดท้ายก็ต้องตายจากกันอยู่ดี ตามแต่บุญกรรมที่ทําร่วมกันมา

แล้วอย่างนี้ ผู้หญิงแบบไหนคะที่อยากใช้ชีวิตคู่ด้วย ผมไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลยครับ แต่ถ้าสักวันหนึ่งผมต้องใช้ชีวิตคู่กับใคร คนคนนั้นคงต้องเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดีมากครับ จริงใจ ไม่เอาเปรียบ ไม่พูดแทงข้างหลัง ใคร ไม่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง มีความนุ่มนวล ละเอียดอ่อน ดูแลงานบ้านงานเรือน ตื่นมาทํากับข้าว ใส่บาตรด้วยกัน ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ต่างคน ต่างรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ว่าจะมีปัญหา อะไรก็อยู่ข้างกัน คอยเป็นกําลังใจให้กันตลอด

หลังจากล้มลุกคลุกคลานมาหลายปี คิดว่าอะไรทําให้มีวันนี้ได้ในที่สุด ผมบอกกับตัวเองเสมอว่า ความอดทนอันยิ่งใหญ่จะนํามาซึ่งความสําเร็จอันใหญ่ยิ่ง ถ้าเราอดทน เราจะประสบความสําเร็จได้ทุกเรื่องเช่น เรื่องงาน ถ้าทํางานแล้วโดนหัวหน้าตําหนิ แทนที่เราจะหัวเสียเราควรเก็บ มาคิดว่าตัวเองทํางานผิดพลาดส่วนไหนแล้วก็ไปแก้ไขส่วนนั้น ส่วนเรื่องอารมณ์

ถ้าใครทําให้โกรธเราต้องดูใจ รู้ใจตัวเองว่ากําลังโกรธแล้วรีบปล่อยวางเสีย คิดว่าช่างเถอะ…อย่าถือสา เราก็จะยิ้มได้ เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ คิดอย่างไรกับคําว่า “ธรรมะ” ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวนะครับเพราะธรรมะก็คือธรรมชาติสําหรับผม การเข้าถึงธรรมะไม่จําเป็นต้องเดินจงกรม นั่งสมาธิ หรือสวดมนต์เท่านั้น แต่การเข้าถึงธรรมะง่ายมาก แค่ตามสังเกตใจ ตามดูกายของตัวเองให้มากที่สุด

ผมเชื่อในคําสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า นิพพานหรือการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของมนุษย์ ผมเองกําลังพยายามสั่งสมบุญด้วยการไม่ทําร้ายไม่เบียดเบียนใคร และทําแต่ความดี ถ้าหากในอนาคตผมยังไปไม่ถึงนิพพาน อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าชีวิตของผมก็จะมีแต่ความ ความสําเร็จในความคิดของคุณโป๊ปคืออะไร

สําหรับบางคนอาจมองว่าความสําเร็จ คือการได้เป็นพระเอก ได้รางวัลซูเปอร์สตาร์หรือมีคนนิยมชมชอบมากมาย มันอยู่ที่ใคร พอใจแค่ไหน แต่สําหรับผมคิดว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเข้าใจธรรมะจริงๆ นั่นคือความสําเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ ถ้าผมยังไม่เข้าใจธรรมะอย่าง ถ่องแท้ ผมก็ยังไม่ประสบความสําเร็จแต่จริงๆแล้วชีวิตมันจะเป็นอย่างไร ก็ช่างมันเถอะครับ ขอให้เราทําดีแล้วมีความ สุขกับตัวเองให้ได้ก็พอแล้ว

ฟีเวอร์หนักมาก สำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 นอกเหนือจากตัวนางเอก ‘เบลล่า’ราณี แคมเปน แล้ว พระเอกอย่างหนุ่ม ‘โป๊ป’ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ก็เปรี้ยงปร้างไม่แพ้กัน ไปไหนมาไหนตอนนี้มีแต่คนเรียก “ท่านหมื่น” หรือไม่ก็ “คุณพี่” ตัวละครในเรื่อง ขอแยก ท่านหมื่น กับ แม่หญิงการะเกด สักวัน เพื่อเปิดใจท่านหมื่น มาให้บรรดาออเจ้าได้สัมผัสถึงตัวตน

“บุพเพสันนิวาส” ตอนนี้ฟีเวอร์มาก แฟนๆ เปลี่ยนคำเรียกชื่อเราด้วย? โป๊ป – “ครับ เปลี่ยนเลย เมื่อก่อนจะเรียกคุณชายกันหมด รวมถึงคนในกองด้วย แต่เดี๋ยวนี้คนในกองจะเรียก ท่านหมื่น คุณพี่ พูดว่าเดี๋ยวบ่าวทำนู่นนี่ให้ แค่สี่วันทุกคนพูดแบบนี้กันหมด เป็นยังไงออเจ้าท่านหมื่น ส่วนใหญ่คนทำงานในกองจะไม่ค่อยพูด ถ้าเรื่องไหนคนทำงานพูดถึง แสดงว่าเรื่องนั้นทั่วถึงจริงๆ

เพราะคนทำงานเขาเห็นงานมาเยอะ ไม่ค่อยพูดกันหรอก ผมก็ทำงานมาเยอะ มีแต่ คุณชายปวรรุจ กับ สามีตีตรา ที่สามารถที่จะพูดได้ แล้วก็มาเรื่องนี้เลย 5-6 ปีแล้ว ก็ไม่คิดว่าคนจะพูดถึงกันเยอะมาก ผมเองเป็นคนที่มีละครตลอด ไม่ค่อยหาย แต่ว่ามาแล้วจะปังหรือเปล่าเท่านั้นเอง อย่าง ‘พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง’ คนจะบอกละครตลก

แต่เรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ คนจะพูดว่าละครสนุกมาก อยากกินพ่อเดชมาก(หัวเราะ) แล้วในไอจีมีคนเข้ามาคอมเม้นต์เยอะมากขึ้น เป็นคนหน้าใหม่ๆ ที่เห็นๆ ในเฟซบุ๊กก็เยอะ เห็นแล้วก็ดีใจ มันก็ดีทำให้คนหันมาดูละคร และความรู้สึกแบบนี้ของช่อง 3 ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว การที่มาเม้าท์กันในโซเชียล เราไม่ค่อยเจอ”

ตื่นเต้นไหม? โป๊ป – “ผมเฉยๆ เห็นความดังแล้วก็หายเหนื่อย ผมดีใจกับช่อง3 และดีใจกับพี่หน่อง(อรุโณชา) ดีใจกับเพื่อนๆ นักแสดงทุกคน เพราะทีมนี้เหมือนครอบครัว ถ่ายกันมานาน ฟันฝ่าอะไรกันมาเยอะ ทั้งตลก ทั้งด่ากัน ทั้งเม้าท์กัน มีทุกอย่างในกองนี้ มันเลยสนิทกัน เราเลยดีใจที่เห็นเบลล่า(ราณี) ผู้กำกับ(ใหม่-ภวัต) พี่หน่อง หรือนักแสดงทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่เขาเหนื่อยมา”

เสน่ห์ของละครเรื่องนี้อยู่ตรงไหน? โป๊ป – “อยู่ที่ความเป็นไทย คนเขียนบทเขียนละเอียด คนดูดูแล้วเชื่อ อย่างออเจ้า เขาก็จะได้รู้ว่า อ๋อ สมัยก่อนเรียกว่า ‘ออเจ้า’ เหรอ หรือว่า ‘เพลาชาย’ คือเวลาอะไร มันเป็นข้อมูลจริงๆ แล้วกิริยาผู้หญิงเขาไม่ทำกันแบบนี้ กิริยาเลว เขาใช้คำแบบนี้ คนฟังแล้วสะดุ้ง ตรงนี้ต้องชมคนเขียนบทที่เขียนแล้วมันถึงใจคนดู ทุกอย่างมันลงตัว”

เรื่องนี้ถือว่าเปลี่ยนบทบาทเยอะไหม? โป๊ป – “จริงๆ ผมลืมไปแล้วว่าเล่นอะไรบ้าง เพราะมันนาน ผมถ่ายมา 1 ปี 8 เดือน อีกครึ่งปีถึงจะได้ออน ดังนั้นรวมแล้วนานถึงสองปีกว่า ผมลืมไปหมดแล้ว เท่าที่จำได้ก็จะเล่นหวานๆ นิ่งๆ พอได้ย้อนดู เราปากร้ายขนาดนี้เลยเหรอ ด่าไฟแล่บ ตอนแรกถึงไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนบอกว่าเราเปลี่ยนไป

แต่พอไปดูแล้วมันเปลี่ยนตรงแววตา มันไม่ใช่พระเอ๊กพระเอก เป็นผู้ชายปากร้ายด่านางเอก แต่ด้วยความที่มันเป็นคอมเมดี้ ด่าจริงๆ แต่ไม่ได้โกรธหรอก นี่คือเสน่ห์อีกอย่างของคนเขียนบท และการตีความของผมด้วย แล้วเราตีความตัวละครนี้อย่างไร? โป๊ป – “ตอนแรกเล่นฉันเกลียด ฉันโกรธนางเอก เล่นชั้นเดียวไป

เพราะเห็นแบ็กกราวด์ของผู้หญิงคนนี้ว่าเลวจริงๆ ไม่มีคุณธรรม เห็นนางเอกซ้อมบ่าว ด่าบ่าว ด่าแม่ด่าพ่อเรา เราก็เล่นไปตามที่เราเห็น แต่ช่วงหลังเราได้เห็นความดี มันเริ่มน่ารัก คือตรงนี้เริ่มยาก เพราะเราเล่นเกลียดอยู่ แต่ในใจลึกๆ ชอบนางเอกแล้ว ต้องเล่นสองแบบ ชอบแต่ต้องเก็บไว้ ก็เลยกลายเป็นขี้เก๊ก

ผมลงไอจีไปถามว่าคิดว่า พ่อเดช เป็นคนอย่างไร คอมเม้นต์กันมาเยอะมาก ปากร้ายแต่ก็น่ารัก(หัวเราะ) คือถ้าเกิดคนดูดูแล้วทำให้เขาอินกับเวลาที่เราเล่นตีความ มันก็ผ่าน แสดงว่าเราก็ตีความไปถูกทาง เรื่องนี้มีฉากถอดเสื้อเยอะเลย?
โป๊ป – “เยอะที่สุดเท่าที่เคยเล่นละครมา ไม่ได้คิดว่าเป็นการให้กำไรคนดู แต่ที่ต้องถอดเสื้อเพราะมันเป็นวิถีชีวิตของเขา

แต่บางช่วงเราก็หุ่นไม่ดี ไม่ฟิต พี่ใหม่ผู้กำกับก็ให้ใส่เสื้อบ้าง ลอยชายบ้าง ช่วยบ้าง พอมีซีนไหนต้องถอดเสื้อก็จะมาบอกก่อน ผมก็โอเคขอฟิตก่อน ลดอาหารสักสองอาทิตย์ ตอนนั้นฟิตเยอะ ข้าวกินน้อย มันหมูไม่ได้ ขนมหวานงดเลย โหดมาก ต้องเข้าฟิตเนสทำทุกอย่าง ผมพูดกับพี่หน่องว่าผมทำเพื่อเรื่องนี้เลยนะ เพราะต้องถอดเสื้อ ผมเล่นละครไม่เคยถอดเสื้อ ถอดน้อยมาก หรือถ้าถอดก็เห็นแค่ครึ่งเดียว

เพราะผมอาย แต่พอมาเรื่องนี้เป็นเรื่องราวแบบนี้ คนโบราณเป็นแบบนี้ เป็นวิถีชีวิต ถ้าไม่ถอดก็คือไม่ต้องเล่น ถ้าเล่นก็ต้องถอด ต้องแลกกัน(หัวเราะ) ที่พูดก่อนหน้านี้ว่ากระแสละครมีเกิดเดี๋ยวก็ต้องมีไป คือสิ่งที่เรายึดเหนี่ยวไว้ใช่ไหม?
โป๊ป – “ถูกต้องครับ ตั้งแต่เข้ามาก็มีสัจธรรมเหมือนกันว่า มีขึ้นก็ต้องมีตรงกลาง แล้วก็มีหายไป เราก็รู้ว่าวันนึงเราต้องมาในรูปแบบนี้

ตั้งแต่เล่น ‘ดอกส้มสีทอง’ แต่ตอนนี้ที่เห็นภาพชัดเพราะเราได้เจอกับตัวเอง เคยมีคนให้ความสนใจ มีงานเข้ามา อีเวนต์เยอะ แฟนคลับเยอะ พอช่วง 3-4 ปีหลังนี้ก็นิ่ง งานมี อีเวนต์ยังมีอยู่ แต่เริ่มนิ่ง เริ่มเงียบ ไม่มีใครพูดถึง ตอนนี้ก็กลับมาอีก ความรู้สึกก็เหมือนเดิม มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดตั้งแต่แรกมันถูกต้อง มันเป็นเรื่องจริง เรารู้แล้ว เห็นด้วยตา เจอด้วยใจ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เลยไม่สนใจมันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็รู้ว่าอีกสักปีสองปีมันก็หายไป”

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here