เปลี่ยนไปมาก! นักร้องสาวชื่อดังค่ายอาร์สยาม” แคท รัตกาล” หลังตัดทางโลก “ปลงโกนผม” บวชตลอดชีวิต! (ชมภาพ)

0
104
เปลี่ยนไปมาก! นักร้องสาวชื่อดังค่ายอาร์สยาม” แคท รัตกาล” หลังตัดทางโลก “ปลงโกนผม” บวชตลอดชีวิต! (ชมภาพ)

เรียกได้ว่าเงียบหายไปจากวงการอยู่พักใหญ่เลยทีเดียวสำหรับอดีตนักร้องลูกทุ่งสาวคนดังอย่าง แคท รัตกาล ที่ล่าสุดเราก็ได้ไปพบว่าเธอนั้นได้ซึ้งในพระธรรมจนลาทางโลกไปบวชเพื่อศึกษาธรรมะอย่างจริงจังเป็นที่รู้กันดีว่า อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังจากค่ายอาร์สยาม อย่าง แคท รัตกาล เจ้าของเพลงดังอย่าง ก้อนหินสิ้นใจ และ ไว้อาลัยสายลม มีความซาบซึ้งในทางธรรมเป็นอย่างมาก

จนได้ตัดสินใจทิ้งการทำงานในวงการบันเทิงไปปฏิบัติธรรมอย่างตั้งใจ ล่าสุด ได้มีภาพของ แคท รัตกาล ตัดผมเกือบจะเกรียนไปเมื่อช่วงต้นปี 2559 และหลังจากนั้นมา สาวแคท ก็ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เรียบง่ายและธรรมดา แต่ไม่ได้ใส่เสื้อสีขาว แต่เป็นสีน้ำตาลเข้ม และเดินทางไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ และนอกจากนี้ เธอยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและสมถะ พร้อมกับโพสต์ข้อความธรรมะเพื่อให้ข้อคิดแฟนๆ

ที่ติดตามได้อ่านอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเมื่อเห็นภาพปัจจุบันของอดีตนักร้องชื่อดังกับภาพเมื่อก่อน ทำเอาจำแทบไม่ได้เลย จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่เส้นทางธรรมมะของเธอ เริ่มจากการที่เธอเริ่มสอบโปรกอล์ฟ  ก็หาวิธีที่จะทำให้สอบผ่าน ซึ่งอารมณ์ของเธอตอนนั้นไม่สามารถควบคุมเกมได้ เพราะเป็นคนสมาธิสั้น อารมณ์ฉุนเฉียว ตื่นเต้นง่าย ก็เลยเริ่มฝึกสมาธิ และได้ปฏิบัติธรรมตั้งแต่นั้นมา

ตอนปี 2548 จากนั้นก็เริ่มติด และมีโอกาสฟังธรรมมะกับครูบาอาจารย์ต่างๆ พอฟังไปเรื่อยๆ ก็ลดละเรื่องของกิเลสต่างๆ ได้ จนเข้าใจธรรมะมากขึ้น  ทุกวันนี้เธอละทางโลกหันมาอุทิศตัวถวายแด่พระพุทธศาสนา เคร่งถึงขนาดตัดผมสั้นเกรียนเลยทีเดียว ทั้งนี้ “แคท รัตกาล” มีชื่อจริงว่า “พุทธชาติ ยศแก้วอุด”  เกิดที่จังหวัดลำปาง จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสมอเตอร์โชว์ ปี พ.ศ. 2542 จากการสนับสนุนของ อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ นักปั้นศิลปินชื่อดัง ต่อมาหันเข้าสู่วงการเพลงโดยได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัดค่ายแกรมมี่โกลด์ โดยใช้ชื่อในวงการว่า “แคท รัตติกาล” ซึ่งแคทได้มีผลงานกับค่ายเพลงดังกล่าวจำนวน 2 อัลบั้ม เมื่อหมดสัญญากับแกรมมี่โกลด์ ได้ย้ายมาสังกัดค่ายอาร์สยาม

ตามคำชักชวนของ”เหน่ง” จิรวัฒน์ ปานพุ่ม พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “แคท รัตกาล” จนถึงปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้น ได้ประกาศอำลาวงการ แล้วหันไปปฏิบัติธรรมตลอดชีวิต  “ณ ตอนนั้น มีการปฏิบัติธรรมมาก่อนหลายปี ที่ปฏิบัติก็เพราะอยากฝึกสมาธิเพื่อให้สอบใบโปรกอล์ฟผ่าน ปฏิบัติธรรมมาเรื่อยๆ ฟังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ฟังสถานีวิทยุต่างๆ แล้วมันก็เริ่มเบื่อวงการ” อย่างไรก็ตามตอนแรกไม่คิดถึงขั้นอำลา

“คิดจะเอาทั้งสองทาง ทั้งทางโลกและทางธรรรม แต่พอมาถึงจุดของทางธรรมมากๆเข้า บางอย่างที่เรียกว่าอัศจรรย์ สิ่งที่วิเศษมากๆเลย ก็คือทำให้เราเห็นอะไรบางอย่าง แบบหยาบๆก่อน ว่าสิ่งที่เรากำลังทำงานอยู่ เป็นสิ่งที่ยั่วยวนเขานะ มันไม่ดี พอไปทำงาน ไปร้องเพลงก็เริ่มเบื่อหน่าย เบื่อการแต่งตัว เบื่อการร้อง ไม่กระตือรือร้นในการทำงานกับทีม เลยมีความรู้สึกว่า น่าจะถึงเวลาแล้ว”

“ถึงวาระกรรมของมัน ทั้งกรรมดีและเรื่องไม่ดี ถึงวาระที่เราต้องหยุดในกรรมทางโลก แล้วมากระทำกรรมในทางธรรม” “มีงานเพลงมาตลอดตอนนั้น แต่เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ รู้สึกว่าถ้าเราตายไปก่อนจะเป็นยังไง จะหมดโอกาสปฏิบัติธรรมนะ” แต่ขณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้เด็ดขาด อุบัติเหตุรถชนที่พบเจอระหว่างเดินทางในประเทศอินเดียก็มาเป็นตัวช่วยในการตัดสิน “เราเห็นภาพอุบัติเหตุ พี่น้องในทัวร์เลือดตกยางออก

เลยรู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว ชีวิตที่เหลือจะประมาทไม่ได้แล้ว ขณะเราไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างๆ เราจะซิ่งรถตู้ไปให้ทันงาน เห็นภาพวินาทีเฉียดตายบ่อย ก็ไม่อยากตายก่อนที่จะเอาอะไรไปไม่ได้” เล่าอีกว่า แรกๆที่สนใจ ซึ่งอยู่ในช่วงปี 2548 เธอเริ่มต้นด้วยการฟังเทปธรรมะ ขณะรอรถเคลื่อนตัวบนท้องถนน “รถติดก็ฟังธรรมะ ค่อยๆลดการฟังเพลงไปเรื่อยๆ เพราะฟังแล้วรู้สึกว่ามันวกวน แต่ฟังธรรมะ รู้สึกสบายอก สบายใจ”

ครั้นพอเริ่มเข้มข้นขึ้น “ก็รู้สึกว่าที่เราทำอยู่มันไม่ใช่ มันเป็นของปลอม ไม่ใช่ความจริง” เล่าอีกว่า “ตอนแรกที่นั่งสมาธิยังไม่รู้จักสัจจธรรมอะไรเลย ยังเป็นแค่ธรรมะขั้นพื้นฐาน แตกต่างจากตอนนี้” อย่างไรก็ดีการปฎิบัติธรรมของเธอเป็นการปฎิบัติในฐานะพุทธศาสนิกชนทั่วไป ไม่ได้มีการบวชหรืออะไร ภาพที่เหมือนห่มจีวร โกนผม นั้นก็เป็นการทดสอบทางจิตใจ ว่าแค่ของแบบหยาบๆ จะสละได้ไหม

“ความสวยความงามทางโลก อาชีพร้องเพลง การไม่ได้ยินเสียงปรบมือ เสียงกรี๊ดจากแฟนเพลง และเราจะกล้าสละผมของเรา ผมที่ใช้ทำมาหากินมาตลอด ผมยาวสละสลวย จะสละได้ไหม” “ตั้งใจไว้ว่าถ้าออกจากวงการ ผม ขน เล็บ อะไรที่มันเป็นอย่างหยาบ จะสละออกไป เหมือนกับดูใจตัวเองว่าใจป๊อดหรือเปล่า ก็สละเลย สละผมก่อน สละการแต่งหน้า ออกไปไหนก็ไม่แต่ง อยู่แบบปอนๆ แต่ก็อาบน้ำนะคะ” อธิบายพลางหัวเราะ

“มันก็เหมือนเป็นการหยั่งเชิงตัวเอง” ส่วนเรื่องการแต่งกายที่บางภาพดูคล้ายสวมจีวร เธอก็ว่าถ้าดูจากหลายๆภาพที่ลงไว้ในเฟซบุ๊ก ธาตุ4 พุทธชาติ แคท รัตกาล จะเห็นว่าส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อ กางเกงธรรมดา  ขณะเดียวกันหลายภาพก็มีการปรับสี ปรับแสง “ให้ชัดขึ้น สว่างขึ้น มันเป็นมายาของแสง มายาของกล้อง แต่เราไม่ได้ตั้งใจให้เห็นว่านี่คือชุดแบบฟอร์ม ปกติจะใส่แค่เสื้อ กางเกง แล้วก็มีผ้าคลุมผืนหนึ่งเอาไว้กันยุง”

“แล้วแทบจะใส่สีน้ำตาลมาตลอดตั้งแต่ออกจากวงการ ไม่ใส่สีขาวเพราะเป็นคนขี้เกียจซักผ้า จะใส่สีอื่นเข้าวัดเข้าวาก็คงไม่เรียบร้อย เลยอุปโลกน์สีขึ้นมาเอง ว่าเป็นสีน้ำตาล ย้อมก็ย้อมง่าย เปื้อนก็มองไม่ค่อยเห็น แล้วบังเอิญว่าย่ามที่ใช้ก็เป็นย่ามที่พระให้ เพราะกระเป๋ามันเล็ก” สำหรับคนทั่วไป นี่คงไม่ใช่การบวช แต่สำหรับเธอ ขอเรียกว่า“เป็นการบวชที่ไร้รูปแบบ” “แคทขออุปโลกน์ขึ้นมาเองเลย

ซึ่งบวชนี่ก็เป็นสมมติชีแล้วใช่ไหมคะ ทุกอย่างก็สมมติ ก็เลยอุปโลกน์การบวชขึ้นมา เป็นการบวชไร้รูปแบบ” แม้ว่าเอาเข้าจริงก็ไม่ต่างจากคนนุ่งขาวห่มขาวทั่วไปที่เข้าวัด บอกอีกว่าทุกวันนี้ส่วนใหญ่เธอจะใช้ชีวิตเพื่อศึกษาธรรมอยู่ที่จังหวัดเลย สลับกับการมาพักที่สวนปันสุขของตัวเองในจังหวัดลำปาง และนานๆทีความคิดถึงการร้องเพลงก็ผุดขึ้นมาบ้าง  “มันก็มีค่ะ เพราะคนเรามีความคิด เป็นสังขารปรุงแต่ง

มันต้องมีอยู่แล้ว แต่พอเราคิดขึ้นมา เราก็ไม่ให้ความหมายกับความคิดนั้น แล้วมันก็หายไปตอนไหนไม่รู้” “ตอนที่ร้องเพลงพร้อมกับปฏิบัติธรรมเบื้องต้น ความสุขทางโลกมันก็ได้ ตามทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั่วไปที่เขามีกัน แฟนเพลงรัก ลาภยศ ชื่อเสียง เงินทอง ความเป็น VIP ต่างๆ ส่วนทางธรรม ตอนนั้นที่เรามุ่งหวังตั้งเอาก็คือความสงบอย่างเดียวเลย ซึ่งมันเป็นความรู้สึกก้อนหินทับหญ้าธรรมดาๆแค่นั้น”

“แต่พอมาเจอสัจจธรรมตรงนี้ คือเราต้องไม่เอา ไม่ตั้ง ไม่หวัง ทั้งทางโลกและทางธรรม ต้องไม่เอาอะไรเลย ต้องละให้หมด พอละหมดก็จะไม่มีการเปรียบเทียบว่าอันไหนดีหรือไม่ดี จะคิดอะไร จะปรุงแต่งอะไร นึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา ก็ไม่อย่างเดียวเลย อย่าไปให้สาระ ไปให้ความหมายกับมัน” ความอยากเป็นโปรกอล์ฟก็เช่นกัน  นั่นคือ “ไม่อะไรกับอะไรไปเรื่อยๆนะคะ” “ไม่ต้องคาดหวัง

เมื่อไหร่ถ้ามีการคาดหวังมันก็เป็นปัญหา  ร้องเพลงมานาน แต่คนไม่จำหน้า? “อาจจะเป็นเพราะชีวิตแคทไม่ได้หวือหวาก็ได้ แคทไปไหนก็ไปคนเดียว แคทไม่ค่อยเป็นข่าว ไม่ค่อยทำข่าว ไม่ค่อยมีอะไร ไปไหนก็ไปคนเดียว คิดได้ก็ไปเลย แล้วส่วนใหญ่ที่ไปก็ไปแต่วัด เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เห็นอยู่แล้ว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยไปวัด แคทก็จะทำกิจกรรมอยู่ที่วัด คนก็ไม่เห็นว่าแคททำอะไร”

สุดท้ายก็เป็นข่าว อยู่ๆ ออกมาบอกจะวางไมค์?  “ก่อนที่เราจะออกจากวงการ เราอยู่ในนามของบริษัท รูปแบบของบริษัท เพราะฉะนั้นเราต้องมีการแจ้งบริษัทให้เรียบร้อยว่าตั้งแต่สิ้นปีเป็นต้นไป แคทจะไม่รับงานแล้วนะคะ ทุกคนก็ถามทำไม จะย้ายค่ายเหรอ จะไปทำอะไร เราก็ต้องบอกเหตุผลไปว่าพี่จะไปปฏิบัติธรรมตลอดไปนะ พี่จะไม่รับงาน งานทางโลกก็จะไม่ทำ ธุรกิจต่างๆ ก็จะไม่ทำ ก็ต้องแจ้งฝ่ายที่ดูแลสัญญา

ฝ่ายที่รับงานให้เขาจะได้เคลียร์ให้จบ ว่าสิ้นปีเราจะไม่ทำงานแล้วนะ” ดูจริงจังมาก? “ตอนแรกเราจะไม่บอกใคร แต่มันเป็นไปไม่ได้ เราต้องบอกไม่งั้นมันจะมีความเสียหาย” แล้วทำไมไม่บอกผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอนุมัติให้ออกหรือไม่ให้ออกก่อน? “พี่เณร (ผู้บริหารค่ายอาร์สยาม) ทราบแล้วค่ะ ทราบตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนแรกพี่เณรก็คงคิดว่าหนูพูดเล่นๆ แต่พอหลังจากแคทกลับจากอินเดียครั้งที่ 2

ก็เลยคุยกับพี่เณรเป็นเรื่องเป็นราว หนูอยากจะออกจากวงการแล้ว  หนูอยากจะไปปฏิบัติธรรม พี่เณรเขาก็บอกว่าพี่นึกว่าเธอพูดเล่น (หัวเราะ) หนูเลยบอกว่าหนูพูดจริง แต่อาจจะเหมือนหนูพูดเล่น เพราะหนูยังมีงานเพลงออกมาเรื่อยๆ” ตอนนี้ทางค่ายโอเคกับการออก? “อนุมัติแล้ว(ยิ้ม)” เฮียฮ้อทราบไหม? “ก็น่าจะทราบ ถ้าพี่เณรเอาเอกสารไป (หัวเราะ)” ทำไมถึงคิดจะไปปฏิบัติธรรม? “มันเกิดจากความคิดที่เปลี่ยนไป

มันเริ่มจากการที่แคทเริ่มสอบโปรกอล์ฟ  ทีนี้เราทำยังไงให้เราสอบผ่าน ฝีมือพอจะฝึกฝนกันได้ แต่ว่าในเรื่องขออารมณ์มันลำบากมาก ถ้าฝีมือได้ แต่อารมณ์ไม่สามารถควบคุมเกมได้ เป็นคนสมาธิสั้น อารมณ์ฉุนเฉียว ตื่นเต้นง่าย ถ้าอยากตีกอล์ฟดีก็ต้องเป็นคนมีสมาธิ เราก็เลยปฏิบัติธรรมตั้งแต่นั้นมา ตอนปี 2548″ ใครเป็นคนพาธรรมมาสู่ชีวิต จนวันนี้ถึงจุดเปลี่ยน? “ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 48 มันก็เริ่มติด

ติดการฟังครูบาอาจารย์ต่างๆ ก็ได้มีโอกาสฟังพระอาจารย์จรัญ แห่งวัดหลวงขุนวิน ท่านก็พูดเรื่องสวนกระแสทางโลกที่ว่าความจริงคนเรามันไม่สวย เราก็แบบอะไร นี่เราก็เห็นอยู่ว่ามันไม่เหี่ยว (ยิ้ม) เราก็ไม่เข้าใจ แต่พอเราฟังไปเรื่อยๆ ให้เราพิจารณาความไม่สวยไม่งามเพื่อให้เราได้ลดละเรื่องของกามกิเลสต่างๆ เราฟังไปเรื่อยๆ มันมีความจริงอยู่ในนั้นอยู่แล้ว จนเราเข้าใจธรรม มากขึ้นๆ

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here