รูดม่านปิดฉาก! เปิดสถิติรางวัลที่! ซุปตาร์ตัวแม่ “อั้ม พัชราภา” รางวัลที่ไม่เคยได้ หลังเข้าชิง 5 ครั้ง แพ้ 5 ครั้ง! (ชมภาพ)

0
420
รูดม่านปิดฉาก! เปิดสถิติรางวัลที่! ซุปตาร์ตัวแม่ “อั้ม พัชราภา” รางวัลที่ไม่เคยได้ หลังเข้าชิง 5 ครั้ง แพ้ 5 ครั้ง! (ชมภาพ)

รูดม่านปิดฉาก จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประกาศผลรางวัล “โทรทัศน์ทองคำ” ครั้งที่ 32 ที่เพิ่งประกาศกันไป ท่ามกลางความปลื้มปิติชื่นมื่นของคนในวงการมากมาย และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ มีชื่อเข้าชิง รางวัลดารานำหญิงดีเด่น ทว่าก็พ่ายแพ้ให้แก่ “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ เมื่อย้อนสถิติกลับไปดูในการประกวด รางวัลโทรทัศน์ทองคำ

เป็นที่น่าตกใจว่าสาวอั้ม ไม่เคยได้รางวัลในตำแหน่งนี้มาครองเลยสักครั้ง ทั้งที่เกือบทุกสถาบันในเมืองไทย นางเอกที่อยู่ในใจหลายคนอย่างเธอกวาดเรียบมาแล้วทั้งสิ้น ทว่ามีเพียงรายการนี้เท่านั้นที่ รางวัลดารานำหญิงดีเด่น ยังไม่เคยถูกประกาศเป็นชื่อเธอสักครั้ง ทั้งที่เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงถึง 5 หน แต่ต้องอกหักทั้งหมด โดย รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ที่ “อัม พัชราภา” เข้าชิงมีดังนี้

- Advertisement -

ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2547 เข้าชิง ดารานำหญิงดีเด่น (นางสาวจริงใจกับนายแสนดี) แพ้ นุ่น วรนุช วงษ์สวรรค์ โดยเรื่องย่อ นายแสนดี ( ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ) ชายหนุ่มหน้าตาและบุคลิกดี กะล่อน กล้าบ้าบิ่น ชอบทำตัวเป็นเศรษฐีไฮโซหลอกสาวๆไปวันๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่เด็กทำงานในอู่ซ่อมรถ และโดนไล่ออกเพราะขโมยรถในอู่ไปใช้ แสนดีอาศัยอยู่กับเปิ้ล ( ปอย-ปวีณา ตันท์ศรีสุโรจน์ ) เพื่อนสาวจอมห้าว จอมแก่น

เปิ้ลเอือมระอาในพฤติกรรมของแสนดีและคอยเตือนอยู่เป็นประจำ ทั้งคู่เช่าห้องของป้าแจ๋ว ( ตุ๋ม-นภาพร หงสกุล ) จอมงก ปากจัด มีลุงย่น (สีเทา) เป็นอดีตสามีขับรถแท๊กซี่ และเป็นหัวหน้ากลุ่มนางรำแก้บนตามศาลพระพรหม วันหนึ่งแสนดีได้บังเอิญเจอกับนางสาวจริงใจ ( อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ) สาวสวย หุ่นดี ซึ่งเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุ่มๆ ทั้งคู่เข้าใจผิดคิดว่าต่างคนต่างเป็นเศรษฐี

แต่จริงๆ แล้วทั้งสองคนยังไม่มีงานทำ และไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอย่างที่เห็นกัน จริงใจเช่าบ้านอยู่กับทองแท้ ( บอล-อัศนัย เทียนทอง ) เพื่อนหนุ่มที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก จริงใจได้งานเป็นนางรำแก้บนอยู่ในคณะของลุงย่นที่ศาลพระพรหม แสนดีกับจริงใจหลอกกันไปหลอกกันมา ไม่มีใครรู้ความจริงของกันและกัน เพราะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่แคล้วคลาดกันตลอด และด้วยโชคชะตาทำให้ทั้งสองคนมาพบกันเพราะความดแปลกๆ

ครั้งที่ 20 พ.ศ. 2548 เข้าชิง ดารานำหญิงดีเด่น เพลิงพายุ แพ้ จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค (ราชินีหมอลำ)) เรื่องย่อ ดร.ปาริฉัตร สาวนักเรียนนอกที่กลับมาพร้อมความสูงส่งเพียบพร้อม ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังของความสง่างามในวันนี้ของเธอมาจากความคั่งแค้นในใจที่ชายคนรักกระทำไว้ ในวันที่เธอยังอ่อนต่อโลก ตฤณ หนุ่มรักสำราญที่มี พิมพ์ผกา เป็นภรรยาอยู่แล้ว ใช้เสน่ห์มัดใจพนักงานสาวอย่างปาริฉัตรให้หลงรัก

เมื่อพิมพ์ผการู้ระแคะระคายก็ตามมาอาละวาด จนปาริแตรต้องลาออกหนีอาย ปาริฉัตรกล้ำกลืนรับสภาพเมียเก็บ เพราะสายใยเล็กๆ ที่กำลังก่อกำเนิด แต่ตฤณกลับไม่เห็นค่าและสั่งให้ปาริฉัตรทำแท้ง ปาริฉัตรไม่ยอม ตฤณได้โอกาสหาข้ออ้างทอดทิ้งปาริฉัตรทันที ปาริฉัตรเกือบคิดสั้น แต่ พันเอกปราณ พี่ชาย และหยาดพิรุณ พี่สะใภ้ ยื่นมือเข้ามาช่วยไว้ ปาริฉัตรปฏิญาณกับตนเอง นับตั้งแต่วันนั้น เธอจะต้องให้บทเรียนชีวิตกับตฤณอย่างสาสม

ปาริฉัตรกลับมาเมืองไทย โดยมี สหัส เพื่อนรุ่นน้องตามกลับมาด้วย ที่บริษัทน้ำมันปาริแตรมาสมัครงานและได้พบกับ พายุ ทั้งสองดูจะไม่กินเส้นกันตั้งแต่ครั้งแรกเพราะความปากร้ายของพายุ และความไม่ยอมคนของปาริฉัตร ที่คอนโดของสหัส ปาริฉัตรได้เจอตฤณที่มาหาเมียเก็บคนใหม่ ตฤณจำปาริฉัตรไม่ได้ แต่ปาริฉัตรไม่เคยลืมหน้าตาคมคายของซาตานคนนี้เลย สุพินดา ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนรักอย่างปาริฉัตรถึงสนใจตฤณออกนอกหน้า

ครั้งที่ 24 พ.ศ. 2552 เข้าชิง ดารานำหญิงดีเด่น (แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา) แพ้ แอน ทองประสม (สูตรเสน่หา)  ยายแจ่ม (พิศมัย วิไลสักดิ์) ญาติเพียงคนเดียวของ แจ๋ว (พัชราภา ไชยเชื้อ) ไกด์สาวและผู้จัดการ “เสือป่ารีสอร์ท” ที่เคยหาเงินเลี้ยงดูตั้งแต่พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิต และส่งแจ๋วไปอยู่กับ ลุงสิงห์ (ไพโรจน์ สังวริบุตร) และ ป้าพิม (พัณณ์ชยา สิทธิ์เศรษบกุล) เพื่อนสนิทของพ่อเธอที่เสือป่ารีสอร์ท

เพราะกำลังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลทำให้แจ๋วต้องมาดูแลเป็นการด่วน ยายแจ่มฝากให้แจ๋วดูแล คุณหนูชาย (อารักษ์ อมรศุภสิริ) ลูกชายคนเดียวที่เอาแต่ใจของครอบครัว “ทัตเทพ” แจ๋วจำใจรับคำยายทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จัก แจ๋วถึงกับตะลึงกับฤทธิ์ของคุณชายที่กำลังอาละวาดใส่คนรับใช้ หนำซ้ำยังด่าพาดพิงมาถึงแจ๋วที่เพิ่งมาถึงบ้านทัตเทพ แจ๋วโต้กลับทันทีจนทั้งคู่ปะทะฝีปากกัน ใหญ่ (ภาณุ สุวรรณโณ)

กับ น้องเล็ก (มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์) พี่ชายและน้องสาวลูกติดของ ดุจดาว (สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์) แม่เลี้ยงของชาย ต้องรีบไปบอก ชัชวาล (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของเขาทั้งหมดจึงได้รู้ว่าแจ๋วเป็นหลานยายแจ่มที่มาที่นี่เพื่อดูแลคุณหนู  ชายแผลงฤทธิ์ใส่แจ๋วสารพัดจนทนไม่ไหวจึงไปบอกยายแจ่มเพื่อลาออกจากตำแหน่งพี่เลี้ยงนี้ แต่ยายบอกว่าคุณหนูกำลังจะถูกแม่เลี้ยงที่รวมหัวกับ เชิดศักดิ์ (ภัทรวรรธน์ นาควิลัยโรจน์) ทนายประจำตระกูลโกงสมบัติของทัตเทพ แจ๋วจึงใจอ่อนกลับไปดูแลชายอีกครั้ง

ครั้งที่ 26 พ.ศ. 2554 เข้าชิง ดารานำหญิงดีเด่น (คู่แค้นแสนรัก) แพ้ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ดอกส้มสีทอง)  สงกรานต์ (ชาคริต แย้มนาม) พ่อหม้ายหนุ่มนักธุรกิจ เจ้าของฉายา คาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ได้รับมอบหมายจาก ราชศักดิ์ (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) ผู้เป็นพ่อ ให้ไปเจรจาซื้อที่ดินสวนส้มทำรีสอร์ท สงกรานต์กว้านซื้อได้เกือบหมด ยกเว้น..ที่ดินแปลงที่สวยที่สุดของ นายแสง (ไพโรจน์ ใจสิงห์)

เกษตรกรวัยเกษียณที่ไม่ยอมขาย เพราะจะเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกสาวทั้ง 2 คน คือ อิงดาว (พัชราภา ไชยเชื้อ) ลูกสาวคนโตที่ทำไร่ทำสวนตามรอยพ่อได้สวนผลไม้ที่เธอดูแลไป ส่วน อิงจันทร์ (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวคนเล็กที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ ได้ที่ดินส่วนที่สงกรานต์อยากได้ไป วันหนึ่งอิงจันทร์หางานทำในกรุงเทพฯ กับ มาริน (โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์) เพื่อนรักที่มาจากต่างจังหวัดด้วยกัน

แต่ไม่มีใครรับมารินเพราะปานแดงที่หน้าดูน่ากลัว กระทั่งทั้งคู่มาสมัครงานที่บริษัทของสงกรานต์ พนักงานหนุ่มๆ พากันหัวเราะมาริน สงกรานต์สงสารจึงรับมารินกับอิงจันทร์เข้าทำงาน มารินซึ้งใจ และหลงรักสงกรานต์เรื่อยมา  ต่อมาเมื่อสงกรานต์รู้ว่าอิงจันทร์เป็นลูกเจ้าของที่ดินผืนปัญหา เขาจีบอิงจันทร์จนเธอยอมมอบที่ดินมรดกของพ่อให้โดยไม่มีข้อแม้ ไม่นานสงกรานต์ก็ทิ้งอิงจันทร์ไปควง โรสิตา หรือ โรส (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์)

ครั้งที่ 32 พ.ศ. 2560 เข้าชิง ดารานำหญิงดีเด่น (เพลิงพระนาง) แพ้ อุรัสยา เสปอร์บันด์ (คลื่นชีวิต)  เพลิงพระนาง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครสมมติ ชี้ให้เห็นสัจธรรมที่ว่าความริษยาอาฆาตแค้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่เคยให้คุณแก่ใคร ดุจดั่งชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง ที่ต่างก็ปล่อยให้อำนาจแห่งโทสะเข้าครอบงำ เพียงเพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองและมีอำนาจสูงสุด

แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์จักมีความผาสุกอยู่ได้ด้วยการเห็นอกเห็นใจ และเผื่อแผ่ความรักต่อกัน เพลิงพระนาง เพลิงแห่งความแค้น เพลิงแห่งอำนาจ เพลิงแห่งกิเลส ย่อมเผาไหม้ตัวเองจนไร้ความสุขตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต  นครทิพย์เป็นนครที่รุ่งเรือง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีเมืองประเทศราชมากมาย แต่ละวันจะมีเจ้าเมืองต่างๆ นำดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองมาถวายอยู่ไม่ขาด

สำหรับ อั้ม พัชราพา เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มต้นจากการประกวด MissHack 1997 หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม สาวแฮ็คส์นั่นเอง ซึ่งอั้มได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นสาวแฮ็คส์คนแรก ของเวทีประกวดนี้ และอั้มอยู่ภายใต้การดูแลของชายแฮ็คส์ ซึ่งเป็นฝ่ายโปรโมชันของแฮ็คส์ในขณะนั้น ต่อมาอั้มได้เรียนแอ็คติ้งกับ ต้อย ชาติชาย แก้วสว่าง , และได้แนะนำให้พาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ที่ไฟว์สตาร์

ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง เสือ โจรพันธุ์เสือ ชายแฮ็คส์จึงพาอั้มเข้าไปแคส แต่ว่าตอนนั้นบุคลิกของอั้มยังไม่เหมาะกับบทจึงไม่ได้โอกาส ต่อมาชัด แทนกาย ก็พาอั้มเข้าไปที่บรอดคาซท์ แต่จังหวะละครตอนนั้นยังไม่ลงตัว และต่อมาก็มาพบกับแก้ว พรีเมียร์ จากนั้นแก้วจึงแนะนำให้อั้มไปเป็นนักแสดงช่อง 7 โดยการนัดทางช่องให้ เพื่อนำอั้มไปลงเทป และส่งไปให้คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์

ดูเพื่อพิจารณา และอั้มจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อั้มเริ่มมีบทบาทในวงการบันเทิง โดยผลงานชิ้นแรกคือแสดง MV “ไม่ใช่คนในฝัน” ของศิลปิน “ต้น อาภากร” และในปีเดียวกัน มีผลงานละครเรื่องแรกกับทางช่อง 7 คือ “มณีเนื้อแท้” คู่กับ คงกระพัน แสงสุริยะ หลังจากนั้น อั้ม ก็มีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2541 เธอมีละครถึง 3 เรื่อง

คือ อีสา-รวีช่วงโชติ, ชวนฝันพนันรัก และคู่เขยคู่ขวัญ ก่อนตอกย้ำความแรงของดาวรุ่งดวงใหม่ด้วยละคร 4 เรื่องรวดในปีพ.ศ. 2542 ได้แก่ ลูกหว้า, รักสองภพ, พลับพลึงสีชมพู และแม่นาค ต่อมาในปีพ.ศ. 2543 บท “เจ้าแม้นเมือง” ในละคร “รากนครา” ก็ส่งให้เธอโด่งดังมากขึ้นไปอีก แต่บทบาทที่ทำให้คนดูจดจำเธอนั่นก็คือบท “เปีย” ในละครเรื่อง “คมพยาบาท” ปีพ.ศ. 2544 เป็นการพลิกมารับบทร้ายครั้งแรกของเธอ

ซึ่งละครประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ชื่อเสียงของอั้มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นและเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของเธอ เป็นนางเอกที่คนเริ่มจับตามองในขณะนั้น ต่อมาในปีพ.ศ. 2546 อั้มได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่อง “เฟค โกหกทั้งเพ” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ และละครเรื่อง “โซ่เสน่หา” ในบท “ปราลี” หญิงสาวที่รับจ้างตั้งท้อง ทำให้เธอได้รับรางวัล ท็อปอวอร์ด 2003 และยังได้รับรางวัลชมเชย

จาก Asian Television Awards 2004 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และในปีพ.ศ. 2548 กับบท “ปาริฉัตร” ในละคร “เพลิงพายุ” ละครที่มีเนื่อหาเข้มข้นร้อนแรง ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นยังพูดถึงบอกว่า จะรีบกลับไปดู บวกกับกระแสวิพากย์วิจารณ์ของสื่อถึงการแต่งตัวของอั้มที่ไม่เหมาะสมในละคร ส่งผลให้ละครเรื่องนี้กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในปีนั้น และทำให้อั้มกลายมาเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการ

ภาพลักษณ์ อั้ม พัชราภา มีภาพลักษณ์เป็นนางเอกที่เซ็กซี่ มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ได้รับในละคร การออกงานต่างๆ รวมทั้งงานถ่ายแฟชั่นขึ้นปกแม็กกาซีนชั้นนำหลากหลายเล่ม โดย “ดูเร็กซ์” ยกให้เป็น “สุดยอดสาวเซ็กซี่” และหนังสือพิมพ์สยามบันเทิง ยกให้เป็น สาวเซ็กซี่แห่งปี ติดต่อกันหลายปี และได้รับรางวัล The Sexiest Woman and Sexiest Forever in Thailand

หรือสาวเซ็กซี่ตลอดกาล จากนิตยสาร FHM และต่อมาในปีพ.ศ. 2555 เธอประกาศตัวว่าจะไม่ขอรับรางวัลเซ็กซี่อีก จนสื่อมวลชนและสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทยได้ตั้งฉายาให้เธอว่า “ซุปตาร์เกษียณเต้า” อีกทั้งเธอยังทำหน้าที่พรีเซนต์แบรนด์ที่ขายความสวยความงามได้อย่างลงตัว หลากหลายแบรนด์เลือกใช้อั้มเพราะคุณสมบัติของการเข้าถึง “แมส” โดนใจผู้บริโภคทุกกลุ่มทั่วประเทศ  นอกจากนั้นเธอได้รับการยกย่องจากสื่อให้เป็นดาราใจบุญ

เธอติดอันดับของโพลมหาชน Thailand People’s Chart ดาราจิตอาสาช่วยเหลือสังคมขวัญใจคนไทย และเธอยังเปิดอินสตาแกรมเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่พลัดหลงสูญหาย ในฐานะดารานักแสดงหญิง เธอติดอันดับจากการสำรวจความนิยมจากโพลหลายสำนักโดยเฉพาะในปี 2558 เธอเป็นดารานักแสดงหญิงคนแรกที่คว้าอันดับ 1 จากสำนักโพลที่มีการสำรวจ มากถึง 16 โพล รวมถึงโพลของสื่อสิ่งพิมพ์ สาขา “เซ็กซี่ที่สุด” 9 ปีซ้อน และเธอก็ได้อันดับ 1 จาก Thailand people’s Chart โพลมหาชน ผลสำรวจจากคนไทยทั่วประเทศ ให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งทศวรรษ

truststoreonline

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here