ใครจะปังกว่ากัน! เมื่อ “แต้ว–เบลล่า” สวมชุดไทย ขึ้นปกนิตยสาร ครบรอบ 14 ปี บอกเลยสวยสะกดตาสุดๆ! (ชมภาพ)

0
105
ใครจะปังกว่ากัน! เมื่อ “แต้ว–เบลล่า” สวมชุดไทย ขึ้นปกนิตยสาร ครบรอบ 14 ปี บอกเลยสวยสะกดตาสุดๆ! (ชมภาพ)

กลายเป็นกระแสอีกแล้ว เมื่อเฟสบุ๊ก Finale Weddingstudio เผยภาพเบื้องหลัง 2 นางเอก “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” หรือเจ้าแม่นาค และ “เบลล่า ราณี แคมเปน” หรือ แม่การะเกด ในชุดไทยพระราชนิยม ที่เตรียมขึ้นปกนิตยสาร FINALE WEDDING MAGAZINE ฉบับที่ 14 ฉบับพิเศษ ครบรอบ 14 ปี ซึ่งบอกเลยว่าสวยและปังมากทั้งสองคนเลยจริงๆ เอาเป็นว่าใครจะปังกว่าตามไปดูกันเลย

แต้ว ณฐพร หรือเจ้าแม่นาค ถูกยกให้เป็นนางเอกที่มีความประพฤติดี วางตัวดี ไร้ข่าวฉาว จนหลายคนยกให้เธอเป็นเจ้าหญิงวงการบันเทิงคนต่อไป และเธอถูกยกให้เป็นนักแสดงที่มีฝีมือการแสดงดีจากสื่อบันเทิงต่างๆ เธอพิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่แสดงในซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ และกลับมาเป็นสาวอีสานเต็มตัวอีกครั้งในละครเรื่อง นาคี แล้วยังมีละครเรื่อง รากนครา ที่หนนี้สวมบทบาทสาวเหนือ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นางเอกสาวคนนี้มีฝีมือยอดเยี่ยม ในปี 2556 ณฐพรได้รับ รางวัลโทรทัศน์ทองคำ และรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 11 สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากละครซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ แต้ว ณฐพร ในบทบาท เจ้าแม่นาคี(ซ้าย) เจ้าแม้นเมือง(ขวา) จากละครเรื่อง นาคี และ รากนครา ที่ได้รับความนิยมและถูกยกให้เป็น “นางเอกในดวงใจ”

ติดต่อกันสองปีซ้อน จากโพลสำรวจความคิดเห็นศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ในปี 2559 เธอได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Shiseido คนแรกของประเทศไทย แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีและไม่มีข่าวฉาว ในเดือนธันวาคมสำนักงานวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องที่สุดแห่งความบันเทิง จากประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวน 1,241 คน

เธอถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งดาราหญิงที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดแห่งปี 2559 ได้คะแนนร้อยละ 54.5%ขณะที่กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ที่สุดแห่งปี 2559” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,160 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เธอถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งดาราหญิงที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดในรอบปี ซึ่งได้คะแนนร้อยละ 27.6%

และสวนดุสิตโพลได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “ที่สุดแห่งปี” จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 5,694 คน ในเดือนธันวาคม ซึ่งเธอถูกจัดให้อยู่อันดับสอง ด้วยคะแนนร้อยละ 26.10% อีสานโพล เผยผลสำรวจเรื่อง “รางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2559” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,530 คน เธอถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งนางเอกแห่งปี ได้คะแนนร้อยละ 15.1% นอกจากนี้ณฐพรยังได้รับฉายา “คำแก้ว ให้แต้วเกิด”

ฉายาดาราประจำปี 2559 จากสมาคมนักข่าวบันเทิง ซึ่งฉายานี้ได้มาจากละครเรื่อง นาคี ที่ดังเปรี้ยงทั้งเรตติ้งและกระแสจนได้รับเสียงชื่นชมและความนิยมท่วมท้นเป็นประวัติศาสตร์ ติดเทรนด์อันดับหนึ่งกระแสโซเชียล  ในปี 2560 ณฐพรถูกยกให้เป็น “นางเอกในดวงใจ” โดยหนังสือพิมพ์บันเทิงไทยรัฐได้สำรวจความคิดเห็นศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทยที่มีต่อเพื่อนพ้องพี่น้องวงการเดียวกัน

ซึ่งเธอถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งด้วยคะแนนร้อยละ 25.1%และเธอถูกจัดให้ติดอันดับ Top 55 ดารา-ไอดอล fashion face award 2016 ซึ่งเธอถูกจัดให้อยู่อันดับ 46 ใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เหมาะสมกับวงการแฟชั่นฝ่ายหญิงของฝั่งเอเชีย โดยมีสาวไทยติดอันดับทั้งหมด 3 คน เป็นการคัดเลือกผู้มีชื่อเสียงจาก 40 ประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 380 คน จากช่างภาพ ดีไซน์เนอร์

ช่างแต่งหน้า จาก 35,000 ภาพ + VDO ใช้เวลากว่า 3 เดือนในการคัดเลือก และจากกระแสละคร นาคี ฟีเวอร์ส่งผลให้ณฐพรได้รับความนิยมท่วมท้นอย่างต่อเนื่อง เธอได้รับรางวัลนักแสดงหญิงแห่งปี รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 10 และได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 รางวัลที่คนในวงการบันเทิงโหวตให้ ณฐพรยังได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนไทยคนแรกของ

The Face Shop แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เดอะเฟสชอปใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ไม่ใช่ชาวเกาหลี ในปี 2561 ณฐพรยังคงรักษาตำแหน่ง “นางเอกในดวงใจ” ไว้ได้อีกปี โดยหนังสือพิมพ์บันเทิงไทยรัฐได้สำรวจความคิดเห็นศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทยที่มีต่อเพื่อนพ้องพี่น้องวงการเดียวกัน ซึ่งเธอถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งด้วยคะแนนร้อยละ 24.1%

มาต่อกันด้วย เบลล่า ราณี หรือ แม่การะเกดที่เป็นกระแสโด่งดังกับละคร บุพเพสันนิวาส ในตอนนี้ เบลล่า ราณีปรากฏตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 ในละครเรื่อง รอยมาร และแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกใน มึงกู ​เพื่อนกันจนวันตาย แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จนในปี พ.ศ. 2556 เบลล่า ราณี ได้รับบทนำเป็นครั้งแรกกับละครเรื่อง พรพรหมอลเวง ประกบคู่กับปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบทเป็นตันหยง

หญิงสาวที่ต้องมาสลับร่างสลับวิญญาณกับน้องเมย์ เด็กน้อยร่างกายอ่อนแอ ซึ่งจากละครเรื่องนี้ทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในปีเดียวกันนั้น เธอแสดงละครชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ เรื่อง คุณชายพุฒิภัทร ร่วมกับ จิรายุ ตั้งศรีสุข ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ โดยเธอได้รับรางวัลดาราเดลี่ เดอะเกรต อวอร์ดส์ ในสาขาดาวรุ่งหญิงที่สุดแห่งปี จากการโหวตของชาวไทย ปีถัดมา ราณีมีละครด้วยกันถึง 3 เรื่อง

ละครฟอร์มยักษ์อย่างเรื่อง ลูกทาส รับบทเป็นคุณน้ำทิพย์ หญิงสาวสูงศักดิ์ แสดงคู่กับ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ เรื่องที่ 2 รับบทเป็น เนื้อนาง ในละครเรื่อง เพลิงฉิมพลี แสดงคู่กับ อธิชาติ ชุมนานนท์ และเรื่องที่ 3 รับบทน้ำริน ผีสาวความจำเสื่อม ในละครเรื่อง ภพรัก แสดงคู่กับ ปริญ สุภารัตน์ ในปี 2559 ราณีได้ ละครเรื่อง ปดิวรัดา คู่กับ จิรายุ ตั้งศรีสุข อีกครั้งหลังจากเคยร่วมงานกันในละครเรื่อง คุณชายพุฒิภัทร

ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 แสดงในละครแนวรักตลกที่อิงประวัติศาสตร์ เรื่อง บุพเพสันนิวาส เบลล่าชุบชีวิตช่อง กว่าจะเป็น เบลล่า ราณี ผู้หญิงที่ทั้งประเทศรัก  เบลล่ากำลังดังสุดขีดกับละครเรื่องบุพเพสันนิวาสตอนนี้ คิดไว้ไหม อีก 3-5 ปีข้างหน้าเบลล่าตอนนี้ ตัวออเจ้าในอนาคตจะเป็นอย่างไรน่าจะยังเล่นละครอยู่ค่ะ (หัวเราะ) ก็จะพยายามรักษามาตรฐานของตัวเอง แล้วก็คงยังอยู่เบื้องหน้าอยู่ค่ะ

เรามีสิทธิ์เห็นคุณถูกจีบให้ย้ายค่ายไหม (ยิ้ม) ยังไม่มีค่ะ (ทำท่าคิด) ถ้าเป็นในเมืองไทยก็ยังไม่มีค่ะ เบลเองยังไม่มีคนชวนนะ (เสียงหนักแน่นยืนยัน) เรื่องวิธีการวางตัวในวงการใครก็บอกว่ามันไม่ง่าย A แต่ก็ไม่ยาก เรายึด 3 ข้อหลัก คือ 1. ต้องตรงต่อเวลา 2. ต้องรับผิดชอบกับงานที่ทำ 3. ซื่อสัตย์แล้วก็จริงใจทั้งในวงการในกอง หรือในการทำงาน มันใช้ได้จริงหมดค่ะ เบลจะยึดหลักตรงนี้เลย

เบลว่า คนเรามันต้องมีพื้นฐานจากตรงนี้ แล้วมันจะต่อยอดไปได้เอง คุณถือว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าอีกหนึ่งคน หลังจากโดนเวียร์หนุ่มคนสนิทแซวเรื่องแฟชั่นแน่น ถามจริงๆ เวลาไปเที่ยวตัวจริงคุณขนกระเป๋ากี่ใบ จริงๆ เบลเอาไปสองกระเป๋าค่ะ สองกระเป๋าก็คือเกือบเต็มอยู่แล้ว ลิมิตมันคือ 40 กิโลใช่มั้ยคะ ขาไปมันก็ประมาณ 30 นิดๆ แล้ว เพราะว่าส่วนมากเบลถ่ายละครเบลก็จะไม่ค่อยได้มีโอกาส

ใช้เสื้อผ้าที่ซื้อมาไงคะ แล้วพอได้ไปพักผ่อนจริงๆ เบลก็อยากแต่งตัวอยากที่จะให้มันเข้ากับบรรยากาศ เหมือนเราได้สนุกกับการแต่งตัว แล้วยิ่งบางชุดเราไม่ค่อยได้ใส่ที่ไทย อย่างบูตยาวมันใส่ไม่ได้ไงคะ พอไปต่างประเทศเรามีโอกาสได้ใส่ ก็เลยเซตใหญ่เลย ชุดใหญ่ไฟกะพริบเอ็นจอยมากในการที่จะมิกซ์ของที่เรามี เพราะว่าบางทีมันซื้อไว้ 5-6 เดือนยังไม่ได้ใส่เลย จะให้จัดเต็มไปกองละคร

ก็ไม่ใช่ ก็เลยใช้โอกาสตอนเที่ยวนี่แหละค่ะ ใส่เต็มที่เลย (ยิ้ม)  เคยเห็นคนแต่งตัวสไตล์เบลล่าไหม ก็มีเห็นนะคะ (หัวเราะ) เรายังไม่ถึงขั้นแฟชั่นนิสต้าหรอก ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ (ยิ้มตาหยี) แต่ก็ดูว่าอะไรที่เราใส่แล้วมันเหมาะกับเราด้วย เหมาะกับสถานที่ที่เราไปด้วย ไม่ใช่ว่าเราจะใส่อย่างนั้นไปลุยหิมะก็ไม่ใช่ เบลก็ดูตามอากาศ ดูสถานที่ด้วยค่ะ วิธีการดูแลตัวเองสไตล์เบลล่าต้องยังไง ออกกำลังกาย สำคัญเลย

เบลจะค่อนข้างให้ความสำคัญ มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราควรจะดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องของสุขภาพ รูปร่าง ร่างกายด้วย เพราะว่าเบลรู้สึกว่าพอเบลออกกำลังกายเบลเฟรชขึ้น ไปทำงานตื่นมาแล้วมันเหมือนมีพลังค่ะ จะไม่ค่อยป่วย เพราะว่าทำงานเยอะ ป่วยไม่ได้จ๊ะ (หัวเราะ) ต้องแข็งแรงตลอดเวลา ก็จะออกกำลังกายเบลรู้สึกว่ามันช่วย อีกอย่างคือเรื่องของรูปร่างด้วย ที่หลายคนก็จะเห็นพัฒนาการ คือความจริงแล้วเบลน้ำหนักเท่าเดิมเลย

แต่ว่ามันอาจจะฟิตแอนด์เฟิร์มมากขึ้น ซึ่งก็อยากจะฝากสาวๆ ว่าไม่ต้องไปยึดติดกับตัวเลขเท่าไหร่ เพราะน้ำหนักเบลก็ไม่ได้น้อยค่ะ แต่ว่าเราดูจากผลลัพธ์ข้างนอกดีกว่า กับอาหารเบลไม่ได้ถึงขั้นใช้คำว่าคุมอาหาร แต่เบลกินอาหารให้เหมาะกับตัวเอง เบลเป็นคนที่ย่อยแป้งยาก เบลย่อยโปรตีนเก่ง เบลเลยต้องกินโปรตีนเยอะกว่าข้าว พอเบลรู้ปุ๊บ เบลก็จะลดปริมาณข้าวเพิ่มโปรตีนเพิ่มผักกากใย

เพื่อให้มันบาลานซ์สมดุลกัน แล้วก็พยายามกินข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ สลับกับข้าวขาว ตรงนี้คือเกิดจากการสังเกตตัวเองก่อนด้วยค่ะ มันก็จะมีช่วงทดลองว่า ลองลดน้ำตาลซิ ลองลดแป้งซิ ลองกินอย่างนี้ดู จนตอนนี้ก็มาทางเจอทางที่ใช่สำหรับตัวเองแล้วค่ะ ถามว่ากว่าจะเจอช่วงลองผิดลองถูกเหนื่อยหรือเปล่า ก็ไม่เชิงว่าเหนื่อย แต่มันก็จะเป็นแนว ทำไมไม่ลดสักทีน้า หรือว่ามันได้ผลหรือเปล่าก็ไม่รู้

บางช่วงก็ออกกำลังกายเยอะจนดูตัวใหญ่ก็มีค่ะ แต่ก็เห็นผลค่อนข้างชัด เบลฟิตขึ้นมาก แต่ก็ใช้วินัยค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ต้องไม่ท้อ สำคัญเลยคือต้องทำสม่ำเสมอค่ะ ต้องทำให้มันเป็นกิจวัตรหนึ่งของเรา นอกจากเข้ายิมแล้ว ที่บ้านมีห้องออกกำลังกายด้วยตอนแรกมันเป็นห้องออกกำลังกายค่ะ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นห้องน้องหมาน้องแมวไปแล้วค่ะ โดนหมายึดครองห้องไปแล้ว

เบลต้องมาเล่นตรงโต๊ะกินข้าวกับห้องนั่งเล่นแทน (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ก็เล่นโยคะซะส่วนมากนะคะ บางทีก็มีซีดีออกกำลังอาจจะเต้นตามก็มีค่ะ ละครเรื่องนี้โด่งดังมากๆ เรียกว่า เป็นละครที่เข้ามากอบกู้หน้าให้ช่องที่กำลังเผชิญวิกฤติสื่ออยู่ คำถามก็คือ อะไรคือเคล็ดลับการเล่นละครให้สมบทสมบาทถูกใจคนทั้งประเทศ เบลจะซื่อสัตย์กับตัวละคร เราจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เราเล่นมันใช่หรือยัง

จะใช้ความรู้สึกนำก่อนว่าสิ่งที่เราพูดแม้กระทั่ง น้ำเสียงโทนเสียงเราจะต้องรู้ว่าตัวละครจะเป็นแบบนี้ ใช้เสียงแบบนี้ หรือเป็นวิธีการพูดเร็วพูดช้า อารมณ์ ความรู้สึก ความเซนซิทีฟ เหมือนเรียนรู้จักลักษณะนิสัยของตัวละครก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายจริงๆ เบลก็จะใช้วิธีคุยกับผู้กำกับหรือแชร์กันกับทางผู้จัดผู้กำกับ ถ้ามีโอกาสก็จะคุยกับคนเขียนบท ว่าสิ่งที่เราคิดตรงกันหรือเปล่า ถ้ามันไม่ตรงผู้กำกับก็จะช่วยปรับตรงนี้ให้เรา

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here