หลังเด็กสาดน้ำใส่เก๋งป้ายแดง! พ่อลั่นเป็นเจ้าของสวน 108 ไร่ อย่ามาดูถูก ไม่คิดหยามใครสูงกว่าใคร! (คลิป)

0
171
หลังเด็กสาดน้ำใส่เก๋งป้ายแดง! พ่อลั่นเป็นเจ้าของสวน 108 ไร่ อย่ามาดูถูก ไม่คิดหยามใครสูงกว่าใคร! (คลิป)

เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่นสงกรานต์ โดยเหตุการณ์ในคลิปมีหญิงคนหนึ่งลงมาต่อมากลุ่มคนที่กำลังเล่นน้ำ ว่า ทำไมจึงสาดน้ำใส่รถ โดยที่กลุ่มคนเล่นน้ำระบุว่า เด็กไม่รู้เรื่องจึงสาดไป พร้อมกับกล่าวในคลิปว่า เป็นรถป้ายแดง ทั้งนี้ ท้ายคลิป ผู้เล่นน้ำได้กล่าวว่า เก๋งคันดังกล่าวได้กดกระจกลงพอดี ซึ่งห้ามเด็กไม่ทันจึงทำให้สาดน้ำเข้าไปในรถคันดังกล่าว

จึงทำให้เกิดความโมโหลงมาต่อว่ากันอย่างหนัก โดยคลิปดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น ต่อมาพบว่า นายชาญศักดิ์ ปิ่นสวรรค์ อายุ 42 ปี ซึ่งปรากฏในคลิปดังกล่าว เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองและครอบครัว ได้ไปตั้งแผงขายผลไม้ที่ตลาดนัดย่านคลองหก และให้ลูกชาย ชื่อ “น้องนาวา” วัย 4 ขวบ นั่งเล่นน้ำอยู่ริมถนน

โดยมีตนและญาติๆ นั่งดูอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้น้องออกไปเล่นที่ถนน เพราะเกรงว่าจะไปปลอดภัย ซึ่งในวันดังกล่าวก็มีรถเข้ามาให้สาดน้ำเล่นน้ำสงกรานต์ตามปกติ ไม่มีใครมาต่อว่าอะไร จนกระทั่งมีรถเก๋งป้ายแดงสีแดง ขับมาจอดตรงจุดที่น้อง “น้องนาวา” เล่นสงกรานต์อยู่ พร้อมกับลดกระจกรถลงต่อว่าลูกชายของตน โดยพูดว่า “มึงฉีดรถกูทำไม” ลูกชายตนซึ่งถือสายฉีดน้ำอยู่ก็ตกใจ และเหตุการณ์เป็นไปตามในคลิป

“อยากฝากถึงคุณป้ารายนี้ว่า ผมเป็นเพียงเจ้าของสวนผลไม้ 108 ไร่ อยู่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นทายายตระกลูปิ่นสวรรค์เพียงคนเดียว ไม่เคยคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าใคร หรือ ร่ำรวยมาจากไหน ตนเป็นเพียงคนธรรมดา ทำสวน เปิดแผงขายผลไม้ พวกตนไม่มีชนชั้น ไม่มีใครต่ำกว่าใคร เพียงแต่อยากบอกกับป้าว่า อย่ามองผิดว่าเป็นเพียงพ่อค้าแม่ค้า อยากให้คุณป้ามองใหม่”

จากเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเราจะพาไปตามติดเหตการณ์การเกิดอุบัติจากการเล่นน้ำสงกรานต์ บอกเลยว่าใกล้เคียงปีที่แล้ว  รมว.มหาดไทย รับสถิติอุบัติเหตุช่วง 5วันใน เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ค่อนข้างมากใกล้เคียงปีก่อน พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวสาเหตุยอดอุบัติเหตุพุ่งสูงขึ้น เพราะภาครัฐไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำจุดตรวจให้เพียงพอเมื่อ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงภาพรวมอุบัติเหตุช่วง 5 วัน (11-15 เมษายน) ในเทศกาลสงกรานต์ที่มีตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตค่อนข้างสูงว่า ตัวเลขค่อนข้างมากใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีนัยอะไร ซึ่งต้องแก้ไขกันต่อไป โดยใช้มาตรการที่มีอย่างเต็มที่ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย, ตรวจจับการยึดรถ ซึ่งปีนี้มีการยึดรถจักรยานยนต์จำนวนมาก และการเดินทางใช้รถใช้ถนน

ของประชาชนเพื่อกลับต่างจังหวัดก็มากขึ้นกว่าปีที่แล้วด้วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำให้คนตระหนัก และปฏิบัติ มากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย และขอฝากสื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เรื่องนี้ด้วย เพราะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวแก้ปัญหาอุบัติเหตุไม่ได้ ในทางตรงกันข้าม หากรถที่ละเมิดกฎหมาย แต่ไม่ถูกยึดและไปขับขี่อยู่บนถนนอาจเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตอีกมาก อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า

เรายังไม่มีตัวเชื่อมไปหาประชาชน ดังนั้นจึงต้องอาศัยสื่อมวลชน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นจะกระทบกับประชาชนหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หากไม่มีทางอื่นก็จำเป็นต้องทำ และปฏิเสธกระแสข่าวว่า ยอดอุบัติเหตุที่พุ่งสูงขึ้น เพราะภาครัฐไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำจุดตรวจต่างๆ ให้เพียงพอ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ ยืนยันว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปครบทุกจุด ส่วนอีกสองวันที่เหลือก็จะยังบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่

มีการตรวจจับ ตั้งด่าน และดูแลประชาชนมากขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายทุกหน่วยทำหน้าที่ในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ แต่หากประชาชนยังไม่ตระหนัก การลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุก็ทำได้ยาก ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน ได้แจ้งให้หน่วยงานในภูมิภาคต่างๆ เตรียมการรับมือ โดยเฉพาะกรมอุตุนิยมวิทยาที่ต้องแจ้งเตรียมต่อประชาชน หากเกิดเหตุต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงสงกรานต์ 2561 อันดับแรกยังเป็นดื่มแล้วขับ รองลงมาขับรถเร็ว ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังเป็นรถจักรยานยนต์ สถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 5 วัน ยอดผู้เสียชีวิต 323 คน วันนี้ (16 เม.ย.2561) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 15 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 552 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 69 คน ผู้บาดเจ็บ 589 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.03 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.72 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.53

ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.04 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.86 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.05 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 32.61 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 23.25 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,354 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 886,202 คัน

มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 178,191 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,488 คน ไม่มีใบขับขี่ 46,094 คนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (20 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี (6 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (27 คน) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (119 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (19 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (136 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (11 – 15 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,001 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 323 คน ผู้บาดเจ็บ 3,140 คน นายดำรง ลิมาภิรักษ์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ

ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทางกลับ ทำให้เส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ และมุ่งสู่กรุงเทพมหานครมีปริมาณรถมาก ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้ประสานให้จังหวัดเพิ่มจุดตรวจ

และจุดบริการประชาชนบนเส้นทางสายหลัก เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรและเปิดช่องทางพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางที่มีการจราจรแออัด  ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,030 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,491 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 858,520 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 181,692 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 50,603 คน

ไม่มีใบขับขี่ 48,061 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (9 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (39 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11 – 14 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 คน ผู้บาดเจ็บ 2,557 คนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด

ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (99 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (109 คน) นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง

เปิดเผยว่า ในวันนี้ประชาชนบางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ ในขณะที่บางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว จึงขอให้จังหวัดปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ และการอำนวยความสะดวกในการจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัย ทั้งบนเส้นทางสายหลัก สายรอง ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์

และเส้นทางโดยรอบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (16 เม.ย.61) ประชาชนจะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจรบนเส้นทางสายหลัก พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชนนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 15 – 18 เมษายน 2561 พื้นที่ทั่วประเทศอาจเกิดพายุฤดูร้อน ในลักษณะฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งสภาพถนนที่เปียกลื่น และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ไม่ดี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ

เพื่อความปลอดภัย ให้ยึดการปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย และล่าสุด คนแห่กลับกรุง 8 ถนนอันตราย ฮิต’หลับใน’ แห่กลับสงกรานต์ ขนส่ง-รถไฟแน่น 8.ทางหลวงหมายเลข 35 ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก

ระหว่าง กม.ที่ 40-45 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงสั่งการให้สำนักทางหลวงและแขวงทางหลวงในพื้นที่ ติดตั้งป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก” และตั้งจุดบริการประชาชนเพิ่มเติมในจุดที่เกิดอุบัติเหตุบนสายทางที่พบว่าเกิดจากการหลับในของผู้ขับขี่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหนื่อยล้าและเป็นทางตรงระยะยาว จากนั้นตลอดวัน ทุกภาคส่วนได้ประสานความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงสงกรานต์ปีนี้อย่างพร้อมเพรียง โดยกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ทหาร ตำรวจ จังหวัด และท้องถิ่น จัดทีมตรวจสอบความปลอดภัย ความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและคนขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ รวม 212 แห่งทั่วประเทศต่อเนื่อง หากพบชั่วโมงการทำงานเกินที่กฎหมายกำหนด ใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะ “สั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่” พร้อมลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิด ส่วนรถโดยสารสาธารณะที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง

อาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การขนส่ง สั่งห้ามใช้รถทันที พร้อมพ่นข้อความ “ห้ามใช้” ที่กระจกหน้ารถเพื่อให้นำไปแก้ไขให้เรียบร้อย และเข้าตรวจสภาพอีกครั้งจึงนำกลับมาให้บริการได้ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจรถโดยสารเช่าเหมาทุกคันที่ผ่านในเส้นทางบนถนนสายหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ บขส. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมาตรการรองรับคลื่นมหาชนที่จะออกเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ด้วยการเพิ่มจำนวนรถโดยสารทั้งขาไปและขากลับ สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในกรุงเทพฯไปยังจังหวัดต่างๆนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมา ที่สถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต 2) เริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระมาซื้อตั๋วโดยสาร ซึ่งสงกรานต์ปีนี้ บขส.ได้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารอีก 2,000 เที่ยว จากที่มีวิ่งปกติ 6,000 เที่ยว รวมเป็น 8,000 เที่ยว

ให้เพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน จากนั้นเวลา 14.00 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมนำคณะมาร่วมงาน “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์ ออเจ้าเมาไม่ขับ” จัดโดยมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อร่วมรณรงค์การไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่รถโดยสาร พร้อมตรวจเยี่ยมการเดินทางกลับบ้านของประชาชน และร่วมตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here