เปิดโฉมสาวประเภทสองดีกรีรองนางงาม! ‘ร่วมเกณฑ์ทหาร 2561 ความสวยของเธอทำให้ทหารมองจนตาค้าง! (คลิป)

0
250
เปิดโฉมสาวประเภทสองดีกรีรองนางงาม! ‘ร่วมเกณฑ์ทหาร 2561 ความสวยของเธอทำให้ทหารมองจนตาค้าง! (คลิป)

น้องอั๋นน้อย สาวประเภทสองแสนสวยเข้ารายงานตัวคัดเลือกเกณฑ์ทหารที่เดอะมอลล์โคราช ทำหนุ่ม ๆ ฮือฮา ก่อนได้รับยกเว้นเพราะแปลงเพศ-เสริมอึ๋มเป็นผู้หญิงเต็มตัว ยังอยู่ในช่วงเกณฑ์ทหาร 2561 เทศกาลที่ชายไทยอายุถึงเกณฑ์ต้องเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับใช้ชาติ ซึ่งสีสันในทุกๆ ปี ก็ตกอยู่กับเหล่าบรรดาหนุ่มสวยที่ตบเท้าเข้ารายงานตัว ด้วยความสวยที่ทำให้หนุ่มๆ รวมถึงพี่ๆ ทหารต้องตะลึงจนตาค้าง

ล่าสุด (10 เมษายน 2561) มีรายงานว่า ที่ห้อง MCC HALL ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช จ.นครราชสีมา สถานที่รับตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารประจำการ ประจำปี 2561 ของเขต อ.เมืองนครราชสีมา ก็มีสาวประเภทสองจำนวน 4 ราย ที่อายุถึงเกณฑ์ เดินทางมารายงานตัวเพื่อรับการคัดเลือก ทั้งนี้ ที่สะดุดตาและเป็นที่ฮือฮาแก่หนุ่มๆ ก็คือ น้องอั๋นน้อย หรือ นายวทัญญู มีมงคล

ที่เจ้าตัวสวมเสื้อเปิดไหล่สีเขียวอ่อน เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจเข้ารายงานตัว แต่ทางคณะกรรมการฯ และทีมแพทย์ผู้ตรวจ ระบุว่า น้องอั๋นน้อยมีภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด จากการผ่าตัดแปลงเพศและเสริมหน้าอกจนกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้ว จึงไม่ต้องเข้ารับการคัดเลือกเกณฑ์ทหาร น้องอั๋นน้อย เปิดเผยว่า ชายไทยทุกคนต้องเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติ ถึงแม้ว่าตนเองจะเป็นสาวประเภทสอง

ไม่สามารถเป็นทหารได้ แต่ก็สามารถที่จะช่วยชาติได้ในทางอื่น เช่น การทำความดี เป็นคนดีในสังคม ไม่สร้างเรื่องเสื่อมเสีย และเราเป็นเพศที่สร้างสรรค์ สามารถสร้างความสุขให้กับทุกคนได้ สำหรับน้องอั๋นน้อยนั้น เจ้าตัวกำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังครองตำแหน่งรองอันดับ 1 จากเวทีการประกวดนางงามเลดี้บอย อีกด้วย

สำหรับการเกณฑ์ทหารเป็นกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งในทางปฏิบัติพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2561 กำหนดหน้าที่นี้ให้เฉพาะชายที่มีสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมายมีหน้าที่ต้องเข้ารับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน ชายไทยเริ่มเป็นทหารกองเกินนับแต่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ทหารกองเกินอาจถูกเรียกไปรับการตรวจเลือกเพื่อเข้ากองประจำการได้เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์

ทหารกองเกินเมื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการครบกำหนด หรือสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด หรือมีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ จะถูกปลดเป็นทหารกองหนุน เมื่อเวลาผ่านไปหรืออายุครบตามที่กำหนดทหารกองหนุนก็จะถูกปลดพ้นราชการทหาร ในระหว่างที่เป็นทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนนั้น อาจถูกเรียกพลได้ตามที่กระทรวงกลาโหมเห็นสมควร

และอาจถูกระดมพลได้หากมีพระราชกฤษฎีกา ชายไทยจำนวนมากไม่ต้องรับราชการทหารกองประจำการเพราะผ่านการเรียนรักษาดินแดนครบสามปี หรืออาจมีเหตุได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผันได้ตามที่กฎหมายกำหนดทำให้ไม่ต้องไปรับการตรวจเลือกหรือไปในวันตรวจเลือก แต่ถูกคัดออกเสียก่อน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนรักษาดินแดน หรือ เรียนไม่ครบหลักสูตรตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด (ไม่จบชั้นปีที่ 3)

หรือ ผ่อนผันครบกำหนดแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจเลือกเข้ากองประจำการเต็มขั้น โดยถูกจำแนกออกเป็นสี่จำพวกตามความสมบูรณ์ของร่างกาย หากมีผู้ประสงค์สมัครใจเข้ากองประจำการเต็มจำนวนที่รับแล้ว ก็จะไม่มีการจับสลาก ส่วนในกรณีที่มีผู้สมัครไม่พอและมีคนให้เลือกมากกว่าจำนวนที่ต้องการก็จะใช้วิธีจับสลากใบดำใบแดง ผู้จับได้ใบแดงจะต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

แม้จะมีบทลงโทษที่ร้ายแรง ก็มีรายงานการช่วยให้พ้นจากการรับราชการทหารกองประจำการด้วยวิธีนานาประการอยู่เนืองๆ ซึ่งหลายครั้งก็เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม ในช่วงปีหลังมีความพยายามเรียกร้องให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส กล่าวว่า หากตนได้รับเลือกตั้งจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การนับอายุ ในเรื่องการรับราชการทหารมีวิธีนับอายุต่างออกไป

จากวิธีการนับอายุตามกฎหมายอื่น โดยกำหนดให้ถ้าเกิดในพุทธศักราชใดให้ถือว่ามีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น ส่วนการนับอายุต่อไปให้นับเฉพาะปีที่สิ้นพุทธศักราชแล้ว การลงบัญชีทหารกองเกินและการรับหมายเรียกครั้งแรก ใบสำคัญ สด. ๙ แสดงการขึ้นทะเบียนเป็นทหาร ชายที่มีสัญชาติไทย เมื่ออายุย่างเข้า 18 ปี บริบูรณ์ในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตน

เพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้นที่อำเภอท้องที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่โดยจะได้รับใบสำคัญ สด. ๙ เมื่อลงบัญชี ณ อำเภอใดแล้ว อำเภอนั้นจะเป็นภูมิลำเนาทหารของทหารกองเกินผู้นั้น ภูมิลำเนาทหารเป็นภูมิลำเนาเฉพาะไม่เกี่ยวข้องกับทะเบียนบ้านหรือสำมะโนครัว การจะย้ายภูมิลำเนาทหารต้องกระทำที่อำเภอแยกต่างหากจากการย้ายภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร

ทหารกองเกินที่ย้ายทะเบียนราษฎร์จะย้ายภูมิลำเนาทหารด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่มีหน้าที่แจ้งต่อนายอำเภอทุกครั้งที่ไปอยู่ต่างถิ่นเป็นเวลาเกินกว่า 30 วันหากไม่แจ้งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ภูมิลำเนาทหารมีความสำคัญต่อทหารกองเกินอย่างมากเพราะเป็นสถานที่ที่ทหารกองเกินต้องไปรับการตรวจเลือก ในแต่ละท้องที่ก็มีจำนวนทหารกองเกิน

และความต้องการของฝ่ายทหารที่กำหนดมาต่างกัน การอยู่ในภูมิลำเนาทหารที่ต่างกันจึงมีผลต่อการตรวจเลือกเข้ารับกองประจำการ และเป็นช่องทางให้มีผู้หลีกเลี่ยงการเป็นทหารใช้หลบเลี่ยงไปได้ ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปี ในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้น โดยจะได้รับหมายเรียก สด. ๓๕ เพื่อให้มารับการตรวจเลือกในปีถัดไป

ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ขึ้นบัญชีทหารกองเกินหรือไม่มารับหมายเรียกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ยกเรื่องขึ้นพิจารณาความผิด ผู้นั้นได้มาขอลงบัญชีทหารกองเกิน หรือ มารับหมายเรียกแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการ

ตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามกำหนดหมายนั้น ในวันตรวจเลือกนั้นนอกจากหลักฐานทางทหารและบัตรประจำตัวประชาชนแล้วให้นำหลักฐานการศึกษามาแสดงด้วย ผู้ใดหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกหรือมาแต่ไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จเพื่อรับหลักฐานใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด. ๔๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี ผู้กระทำความผิดตามข้อนี้นี่เองที่มักเรียกกันว่า หนีทหาร

ผู้มาเข้ารับการตรวจเลือก หากไม่สามารถใช้สิทธิ์ผ่อนผัน จะถูกกรรมการตรวจเลือกแบ่งออกเป็น 4 จำพวก ได้แก่ คนที่มีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่สมบูรณ์ดีแต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ คนที่ไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้ เพราะป่วยและไม่สามารถรักษาให้หายได้ใน 30 วัน พิการ ทุพพลภาพ หรือ มีโรคที่ไม่สามารถรับราชการทหารได้
ตามกฎกระทรวงดังกล่าวบุคคลที่จะรับราชการทหาร

ได้ต้องมีขนาดรอบตัว 76 เซนติเมตรขึ้นไป เวลาหายใจออก และสูงตั้งแต่ 146 เซนติเมตรขึ้นไป แต่ทางทหารจะได้ประกาศอีกครั้งในแต่ละปี ว่าจะคัดบุคคลที่มีขนาดใดขึ้นไป ซึ่งมักจะสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตั้งแต่ พ.ศ. 2516 ในช่วงระยะเวลานั้นชายไทยที่อยู่ในอายุเกณฑ์ทหารอาจยังมิได้มีขนาดร่างกายเช่นในปัจจุบัน วิธีการคัดเลือกจะเลือกจากคนจำพวกที่ 1 ก่อน หากคนจำพวกที่ 1

ไม่พอให้เลือกจากคนจำพวกที่ 2 ด้วย หากคนจำพวกที่ 2 ไม่พอให้นำคนที่ผ่อนผันอยู่มาคัดเลือกด้วยตามขั้นตอนข้างต้น (แบ่งเป็น 4) จำพวก หากมีคนเกินกว่าจำนวนที่ทางทหารต้องการให้จับสลาก โดยแบ่งออกเป็นใบดำและใบแดงซึ่งเขียนแผนกของกองประจำการไว้ เป็นที่มาของการจับใบดำใบแดง ผู้จับได้ใบแดงต้องเข้ารับราชการทหารในกองประจำการ โดยจะได้หมายนัดเข้ารับราชการทหาร (สด. ๔๐)

คนจำพวกที่ 3 และ 4 ในการตรวจเลือกจะไม่ถูกส่งตัวเข้ากองประจำการ คนจำพวกที่ 3 ให้มาตรวจเลือกในคราวถัดไป เมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกแล้วยังเป็นคนจำพวกที่ 3 อยู่ 3 ครั้งให้งดเรียก คนจำพวกที่ 3 เมื่อมาตรวจเลือกจะได้ใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ 3 (สด. ๔) ส่วนคนจำพวกที่ 4 ได้รับใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ 4 (สด. ๕)ทุกคนต้องได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือก สด. ๔๓

ในวันตรวจเลือกจากกรรมการตรวจเลือกเท่านั้น หากได้รับในวันอื่นหรือจากบุคคลอื่นให้สันนิษฐานว่าเป็นของปลอม ผู้นำไปใช้มีความผิดตามกฎหมาย และถือว่าผู้นั้นไม่ได้มาเข้ารับการตรวจเลือกอย่างถูกต้อง การรับหมายเรียกครั้งถัดไป หากทหารกองเกินซึ่งมีอายุยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ในปีที่จะเข้ากองประจำการไม่พอ ให้เรียกทหารกองเกินซึ่งมีอายุถัดจากอายุยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ขึ้นไปตามลำดับ

โดยเรียกผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก ผู้หลีกเลี่ยงขัดขืน ผู้พ้นจากฐานะยกเว้นหรือผ่อนผัน ผู้ที่รับการผ่อนผันตามมาตรา 29 หรือ ผู้ถูกจัดเข้าเป็นคนจำพวกที่ ๓ มาตรวจเลือกอีก การปลดเป็นทหารกองหนุนและพ้นราชการทหาร ทหารกองประจำการเมื่ออยู่ในกองประจำการจนครบกำหนดแล้วแล้วให้ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จหลักสูตรชั้นปีที่ 3

ให้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ผู้ถูกปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ในสองกรณีข้างต้นจะได้รับหนังสือสำคัญ สด. 8 (สมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่ 1) โดยเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 1 เจ็ดปี ทหารกองหนุนชั้นที่ 2 สิบปี ทหารกองหนุนชั้นที่ 3 หกปี ตามลำดับก่อนที่จะพ้นราชการทหารประเภทที่ 1 ทหารกองเกิน ที่ไม่ได้เรียนนักศึกษาวิชาทหาร

หรือไม่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 แต่จับฉลากได้ใบดำ ก็ไม่ต้องเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ หรือทหารกองประจำการที่กระทำความผิดจนกระทั่งมีโทษถึงติดคุก รอลงอาญา เมื่อมีอายุครบกำหนดปลดแล้ว ให้ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 2 ตามลำดับ คือ อายุสามสิบปีบริบูรณ์เป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 2 อายูสี่สิบปีบริบูรณ์เป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 3 ตามลำดับ และเมื่ออายุสี่สิบหกปีบริบูรณ์ให้พ้นราชการทหารประเภทที่ 2

ทหารกองหนุนไม่ต้องรับหมายเรียกเพื่อตรวจเลือกเข้ากองประจำการ แต่อาจถูกเรียกพลหรือระดมพลได้การแก้ไขระบบกำลังพลสำรอง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบให้แก้ไขระบบกำลังพลสำรอง โดยชายไทยเพศที่สามต้องเข้ามารับการเรียกพลเพื่อตรวจสอบยอด, ฝึกวิชาทหาร, ทดลองความพรั่งพร้อม หรือระดมพลในแต่ละกรณี และกำลังพลสำรองทั้งที่มาจากนายทหารประทวนกองหนุน

(ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3), นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน (ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5), ทหารกองประจำการ ที่รับราชการในกองประจำการครบกำหนด และปลดเป็นทหารกองหนุนตามกฎหมายแล้ว หรือทหารกองหนุนประเภทที่ 2 จะต้องถูกสุ่มเพื่อเข้ารับการเรียกพลในแต่ละปี โดยจะเน้นเรียกผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกองประจำการ และ ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 แล้วมาเข้ารับการฝึก

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here