เตรียมเรียก! ‘สาวหล่อ’ ให้ข้อมูลเพิ่ม ปมทะเลาะน้องอินก่อนเกิดอุบัติเหตุ-แม่ยัน ข่าวไม่เป็นความจริง! (คลิป-รายละเอียด)

0
264
เตรียมเรียก! ‘สาวหล่อ’ ให้ข้อมูลเพิ่ม ปมทะเลาะน้องอินก่อนเกิดอุบัติเหตุ-แม่ยัน ข่าวไม่เป็นความจริง! (คลิป-รายละเอียด)

ตำรวจเตรียมเรียก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ – ไทม์ สาวหล่อที่ถูกอ้างถึง ให้ข้อมูลปมทะเลาะกับ น้องอิน ณัฐนิชา ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ด้านแม่ ลั่น ไม่รู้จักน้องไทม์ พร้อมยืนยัน ข่าวที่ออกมาว่าลูกสาวขับรถไปหา ไม่เป็นความจริง วันที่ 9 เมษายน 2561 มีรายงานว่า พ.ต.อ. สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุของอดีตดาราเด็ก

น้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี ว่า วันนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน เจ้าของคดี เชิญตัว น้องไทม์ สาวทอมคนสนิทของน้องอิน และ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม  ส่วนการตรวจพิสูจน์ซากรถ BMW ของน้องอินนั้น ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ไม่พบร่องรอยการเฉี่ยวชนบนตัวถัง ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีคู่กรณีแต่อย่างใด ด้านแม่น้องอิน กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาว่าน้องอินขับรถไปหาแฟนทอมนั้น

ไม่เป็นความจริง อาจเป็นการพูดกันหลายคน ปากต่อปาก จึงทำให้สับสน เพราะน้องอินมีเพื่อนหลายกลุ่มมากและหลายสถาบัน เพื่อนบางคนยังไม่รู้จักเลย และน้องไทม์ แม่ก็ไม่รู้จัก แต่นายภูวรินทร์ แดงเจริญสุข หรือ เบล แม่รู้จักดี สืบเนื่องจาก วันที่ 8 เมษายน 2561 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เผยถึงเรื่องราวก่อน น้องอิน ณัฐนิชา ขับรถเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตว่า ได้คุยกับ เบล

อดีตแฟนน้องอินที่เป็นผู้ชาย และแฟนปัจจุบันคือ ไทม์ ซึ่งเป็นทอม และทราบว่าวันเกิดเหตุน้องอินโทร. หาไทม์ โดยบอกว่า ที่พัทยาเบื่อมากไปหาได้ไหม ซึ่งไทม์ก็บอกว่า ถ้าหลังเที่ยงคืนแล้วไม่ต้องมา เพราะว่ามันดึกเกินไปแล้ว น้องอินก็บอกว่าจากพัทยาไปถึงอยุธยา 200 กว่ากิโลเมตร ขับแค่ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว ซึ่งไทม์บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนที่คุยกันก็ 3 ทุ่มแล้ว เขาก็ไม่ให้มา แต่ด้วยความที่น้องอินอยากจะเจอไทม์

ก็เลยออกไป ตอนที่ออกจากพัทยาคือ 5 ทุ่มกว่า แต่บอกไทม์ว่าออกมานานแล้ว จนกระทั่งสักตี 1 กว่า น้องอินน่าจะถึงกรุงเทพฯ แล้ว ซึ่งคุณแม่โทร. หาพอดี น้องก็บอกแม่ว่าอยู่คอนโดแล้ว ซึ่งอยู่แถวบางนา แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ น้องกำลังไปอยุธยา แต่ยังไม่ถึง ต่อมาประมาณสักตี 2 น้องอินบอกกับไทม์ว่าอีก 50 กิโลเมตร จะถึงอยุธยาแล้ว ณ ตอนนั้นไทม์อยู่อยุธยาแล้วบอกว่า อยุธยาฝนตกหนักมาก

ถ้าถึงกรุงเทพฯ แล้วให้ตีรถกลับเลยไม่ต้องมา แต่น้องอินไม่ยอมเพราะคิดถึง มาแล้วก็ขอเจอ ตลอดทางก็มีการคุยกันมาตลอด แต่ยอมรับว่ามีปากเสียงกันด้วย น้องอินเลยบอกว่าเดี๋ยวเจอกันแล้วค่อยคุย ก่อนจะวางสายไปตอนตี 02.30 น. พอไทม์โทร. หาอีกรอบในอีก 2 นาที น้องอินก็รับแล้วบอกว่า โอเคจะถึงแล้วกำลังรีบไป จากนั้นได้วางสาย พอตี 3 ไทม์โทร. หา 10-20 สาย ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยเบรกเลย คาดว่าขับรถมาด้วยความเร็ว ประกอบกับฝนตก ถนนลื่น กู้ภัยที่ไปเจอก็พบว่าร่างกายเริ่มแข็งแล้ว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง แน่นอนว่าเสียชีวิตประมาณตี 3 กว่า ๆ ซึ่งไทม์โทร. หาถึงตี 4 แล้วน้องอินไม่รับ เลยคิดว่างอนกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว จึงเข้านอนและทราบข่าวอีกทีตอน 9 โมงว่าน้องอินเสียชีวิตแล้ว ตอนนั้น 7 โมง กู้ภัยไม่รู้ว่าเป็นใครจึงลงประกาศตามหาญาติ

ส่วนไทม์ยืนยันว่าน้องอินไม่ได้กินเหล้า ไม่มีอาการง่วงนอน เพราะคุยกันปกติมาก จึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะรีบขับ แล้วฝนตกหนัก ขับชนกับขอบสะพาน เรื่องโทรศัพท์กู้ภัยแจ้งว่าไม่เจอ คาดว่าอาจจะกระเด็นไปอยู่ที่ไหนสักที่ ส่วนที่กู้ภัยอินบ็อกซ์ไปหาแบมบี้อันนี้ไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็ต้องหาต่อไป อย่างไรก็ตามที่มีข่าวว่าฝ่ายไทม์เรียกให้ไปหาอันนี้ไม่จริง เพราะน้องอินจะไปเอง แล้วไทม์ก็พยายามห้ามแล้ว

ว่าถ้าเที่ยงคืนไม่ต้องมา ส่วนที่มีปากเสียงกันนั้น ไม่ได้ทะเลาะกันแต่มีขึ้นเสียงกันนิดหน่อย ไทม์เลยบอกว่าถ้าน้องอินจะขึ้นเสียงแบบนี้เดี๋ยวค่อยคุยดีกว่า หลังจากนั้นเลยวางสายกันไป ผมไปคุยกับไทม์ เขาเสียใจหนักมาก เขาก็ให้ดูว่ามีการคุยกันมาตลอด หลังตี 02.32 น. ที่วางสายกันไป ตอนที่ไทม์โทร. ไปหาก็ติดอยู่ตลอด แค่ไม่มีคนรับ เรื่องรถบีเอ็มฯ คันนี้ออกมาครั้งแรกประมาณ 2 อาทิตย์

เขาก็เรียกผมไปนั่ง เราสนิทกันมาก ไม่ว่าผมไปไหนน้องอินก็จะไปกับผม เข้าวัดวิปัสสนา ไปเก็บศพไร้ญาติเขาก็ไปกับผม น้องเป็นคนดีมาก วันที่เขาเอารถมารับ ผมก็แปลกใจว่าน้องอินขับรถเป็นด้วยเหรอ ตอนนั้นก็ตกใจมากว่าน้องขับรถเร็วมาก ก็สอนเขาเรื่องการขับรถว่าขับแบบนี้ไม่ได้ เขาขับประมาณ 130-140 ล่าสุด 5 วันก่อนเสียชีวิตก็เพิ่งไปกินข้าวกันมา วันก่อนเขาเสียชีวิตเขาก็ไลน์มาว่า

ว่างเมื่อไรจะเอาสินค้ามาให้ดูจะฝากลงหน้าแฟนเพจ ผมก็บอกว่าพี่ยุ่งอยู่เดี๋ยวหลังสงกรานต์เจอกัน ทั้งนี้บางเรื่องคุณแม่น้องอินก็ยังไม่ทราบทุกเรื่อง เพราะตอนนี้ยังอยู่ในความโศกเศร้า แต่คุณแม่รู้แค่ว่าตอนโทร. ไปบอกแม่ว่าอยู่คอนโดแล้ว ส่วนที่ออกมาพูดเพราะอยากเผยถึงที่มาที่ไป เนื่องจากมีคนเอาไปพูดว่าน้องขับรถไปกินเหล้าไป อยากให้รู้ว่ามันไม่ใช่ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ แต่ด้วยความไม่ชินพื้นที่

ฝนตกเลยเกิดอุบัติเหตุ ตอนที่เตือนเรื่องขับรถเร็ว น้องก็บอกว่าไม่เป็นไร และผมก็เคยเห็นรูปน้องอินขับรถแข่งด้วย ยังเคยบอกแม่เขา ซึ่งแม่ก็พูดว่า เขาดูแลตัวเองได้ ส่วนพ่อก่อนเกิดเหตุโทร. บอกว่า น้องอินสงกรานต์อย่าไปเที่ยวไหน ขับรถให้ระวัง พ่อเตือนแค่อาทิตย์เดียวก็เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งน้องอินตอบกลับพ่อวันนั้นว่า ไม่เป็นไรหรอก พ่อไม่ต้องเป็นห่วง เพราะพ่อไม่ได้ดูแลหนู หนูดูแลตัวเองได้

แม่ของน้องอิน เปิดเผยอีกว่า อยากให้น้องไปสบาย ไม่ต้องห่วงแม่อีกแล้ว อยากให้น้องขึ้นสวรรค์เพราะชาตินี้อายุน้อย เกิดชาติหน้าอยากให้มาเกิดเป็นลูกแม่อีก จากนี้แม่จะหมั่นทำบุญให้ หากมีโอกาสก็อยากบวชชีพรามณ์ให้ลูก แม่ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต มันคงเป็นอุบัติเหตุเพราะน้องอินไม่เคยมีศัตรู ไม่เคยปองร้ายใคร ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่ไม่เคยเปิดทีวีดู ไม่รับรู้เรื่องภายนอก

ไม่รู้ว่ามีกระแสหรือคอมเมนต์อะไรบ้าง แม่เสียใจอยู่ ไม่อยากรับรู้อะไร เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้หยุดพฤติกรรมวิจารณ์น้องในทางเสียหาย เพราะน้องเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย แค่นี้ทางครอบครัวก็เสียใจพอแล้ว จากนี้ก็จะนำอัฐิของน้องไปลอยอังคารที่สัตหีบ ไม่เก็บไว้ที่บ้าน เพราะแม่มีลูกคนเดียว แม่อยู่คนเดียวจึงไม่ต้องเก็บไว้ ส่วนด้านคุณป้าของน้องอิน เผยว่า หลังแม่น้องอินแยกทางกับพ่อ

ก็ดูแลมาตลอด ขณะที่อากง วัย 92 ปี ก็มาร่วมงานศพด้วย พร้อมทั้งสุดกลั้น หลั่งน้ำตา  ไม่คิดว่า น้องอินหลานรักจะจากไปเร็วแบบนี้ อินเป็นเด็กดี น่ารัก ฉลาด ญาติๆ มาร่วมตัวกันจะได้เห็นรอยยิ้มของน้องอินเสมอ อินบอกว่าจะซื้อบ้านให้แม่ จะทำให้แม่มีชีวิตสุขสบาย  น.ส.คาลิยา นิฮุต หรือ ลิต้า อายุ 20 ปี นักแสดงเรื่องไข่มุกมังกรไฟ เพื่อนสนิท เผยพร้อมร่ำไห้ว่า ไม่คิดว่าอินจะจากไปเร็วแบบนี้

ยังคุยกันอยู่เลย อินเป็นคนดีมาก รักแม่ จะซื้อบ้านให้แม่ ทำเพื่อแม่ เค้าเคยไลฟ์สดว่า เคยลำบากตั้งแต่เด็กๆ เค้าหาเงินเอง อินกตัญญูมาก ไม่คิดว่าจะเสียเพื่อนดีๆ ไปแบบนี้ น.ส.คาลิยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สองถาม น้องเตย ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องอินที่เดินทางไปชมคอนเสิร์ตที่พัทยาด้วยกันว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมอินต้องไปอยุธยา ซึ่ง เตยได้เล่าให้ตนฟังว่า อินและเตยได้เช่าห้องเพื่อนอนด้วยกัน

เพราะหลังจากดูคอนเสิร์ตเสร็จ ก็จะค้างคืน ในช่วงเวลาประมาณ ตี 1 หลังจบคอนเสิร์ต อินได้บอกกับเพื่อนว่า พ่อโทรมาตามประมาณ 10 สายแล้วให้กลับเพื่อที่จะไปร่วมงานบุญคุณย่าที่จังหวัดอยุธยาด่วน แต่เตยบอกว่า ให้อยู่ก่อน ประมาณตี 5 ค่อยขับรถกลับก็ได้ แต่อินบอกว่า ต้องรีบไป ซึ่งในขณะนั้น เตยก็ได้เข้าไปอาบน้ำในห้องที่เช่าด้วยกัน แต่ออกมาก็พบว่า อินเดินทางออกไปแล้ว มาทราบว่า อินเสียชีวิต ก็เมื่อเห็นข่าว

มื่อช่วงเวลา 13.15 น. นางลัดดา เชิดชูบุพการี คุณแม่ของน้องอิน ณัฐนิชา ได้เดินทางมาถึงพร้อมศพของลูกสาวเป็นที่เรียบร้อย ณ ศาลา 3 วัดราชสิงขร ถ.เจริญกรุง กรุงเทพฯ จากนั้นทางครอบครัวก็ได้เตรียมจัดการเพื่อทำพิธีรดน้ำศพของน้องอิน โดยมีเพื่อนสนิท ญาติๆ รวมไปถึงแฟนหนุ่มของน้องอินมาช่วยจัดแจงทำพิธีด้วย และจากนั้นเวลา 16.00 น. ได้มีการทำพิธีรดน้ำศพน้องอิน

โดยมีนางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่ของน้องอิน, เบล ภูวรินทร์ แดงเจริญสุข แฟนหนุ่ม, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, แบมบี้ สิรินทร์พร ปัจฉิมสวัสดิ์, เก้า จิรายุ ร่วมรดน้ำศพ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหดหู่มาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย โดย แบมบี้ สิรินทร์พร ปัจฉิมสวัสดิ์ รุ่นพี่ที่สนิทกับน้องอินและเป็นคนแรกที่ทราบข่าว เล่าถึงเหตุการณ์น้องอินประสบอุบัติเหตุว่า

ทราบข่าวเมื่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. 61 หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งข้อความมาทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองว่ารู้จักกับน้องอินมั้ย เพราะต้องการติดต่อญาติน้องอิน ส่วนตัวเองก็ยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น เลยได้พยายามติดต่อสอบถามเพื่อนๆ หลังจากได้เห็นรูปจากทางเจ้าหน้าที่ซึ่งมีบัตรประชาชน กระเป๋าตังค์ รูปน้องอิน และสภาพรถ เลยมั่นใจว่าเป็นน้องอิน ตนเองรู้สึกช็อกและตกใจเป็นอย่างมากเลยได้รีบไปที่บ้านของน้องอินตามที่อยู่ในบัตรประชาชน

สาเหตุที่ทางมูลนิธิเลือกส่งข้อความมาหา ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทางนั้นเขารู้ได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะเราลงรูปด้วยกันบ่อยมาก เพิ่งกลับมาจากหัวหินด้วยกัน และนัดกันว่าจะไปดูงานมอเตอร์โชว์ รู้สึกใจหายมาก ซึ่งก็ไม่ได้ถามข้อมูลรายละเอียดอะไรมาก เพราะตอนนั้นกำลังช็อก ทราบแค่ว่าต้องไปเรียนคุณแม่ ซึ่งเราก็ยังไม่เคยเจอคุณแม่มาก่อน แต่เห็นน้องคุยกับคุณแม่ตลอดทางโทรศัพท์ เราก็พยายามจะติดต่อคุณแม่ให้ได้

“ตอนแรกเราตั้งใจจะไปเที่ยวพัทยากับน้อง แล้วเราก็เลื่อนเพราะคิดว่าคนน่าจะเยอะ ก็บอกน้องว่า คราวหน้าแล้วกัน เพราะเราเพิ่งกลับมาจากหัวหินด้วย และมีงานเพิ่มเข้ามา ก็เลยไม่ได้ไป ก็เลยให้น้องไปเที่ยวเต็มที่ คืนนั้นก็ยังไม่ได้คุยกัน” “คือน้องไปพัทยา พองานเลิกแล้ว น้องก็จะไปหาเพื่อนที่อยุธยา เป็นเพื่อนที่ไม่ได้ไปพัทยาด้วยกัน น้องก็ขับจากพัทยาไปอยุธยาเลย แต่ยังไปไม่ถึง ยังไม่ได้เจอเพื่อนที่อยุธยา

เราก็ไม่ทราบเหตุผล ที่น้องไปหาเพื่อนคนนั้นว่าไปทำไมเหมือนกัน ทราบแค่ว่าน้องจะไปหาเพื่อนคนนี้ ซึ่งตอนนี้เราก็ทราบแล้วว่าเพื่อนคนนั้นเป็นใคร ได้คุยกันแล้ว แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมอินถึงตัดสินใจไปหาเพื่อนในเวลานั้น ซึ่งเพื่อนคนนั้นพอรู้เขาก็ช็อกมาก เพราะเราเป็นคนบอกเขาเองว่าทราบข่าวหรือยัง แล้วน้องก็ทราบจากเรา เราเป็นคนโทรไปถามน้องเอง” “แบมบี้กับน้องอินเราสนิทกันมาก น้องมานอนที่คอนโดฯ ด้วยบ่อยๆ

ล่าสุดเพิ่งพาน้องไปสวดมนต์ด้วยกัน แล้วก็แพลนว่าจะไปบวชที่อุดรฯ ด้วยกัน น้องอยากทำอะไรอีกเยอะมาก แล้วก็นัดกันไว้ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ น้องไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่ยังขับรถไม่แข็งมาก แต่น้องไม่ใช่คนใจร้อนนะคะ พอเกิดเหตุการณ์เราก็ช็อกร้องไห้ ไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรก่อนหน้านี้เลย ทางคุณแม่เองก็ยังช็อก เราก็พยายามให้กำลังใจ และรีบมาช่วยงานเท่าที่จะช่วยได้ บอกคุณแม่ว่าสู้ๆ

เพราะเราเข้าใจความรู้สึก เรามีกันแค่นี้ ก็พยายามให้กำลังใจกันให้มากที่สุด ส่วนเบล (แฟนน้องอิน) ก็อยู่ในช่วงทำใจ ตอนนี้ยังไม่มีใครทำใจได้ พอดีแบมบี้ มีขนมที่ซื้อมาจากสิงคโปร์แล้วน้องถามว่าเมื่อไหร่จะเอามาให้ วันนี้เราก็บอกเขาว่า วันนี้พี่เอามาให้แล้วนะตามสัญญา น้องเป็นคนที่น่ารักที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต เขาไม่มีข้อเสียเลย อยู่ด้วยแล้วมีแต่พลังงานบวกและเป็นเด็กดีมาก

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here