วิถีซุปตาร์! นางเอกตัวท็อปของช่อง ‘ขวัญ อุษามณี’ ใช้ชีวิตติดดิน บอกเลยแค่ ‘ท่านั่งทอดไข่’ ยังเป๊ะมาก! (คลิป)

0
136
วิถีซุปตาร์! นางเอกตัวท็อปของช่อง ‘ขวัญ อุษามณี’ ใช้ชีวิตติดดิน บอกเลยแค่ท่านั่งทอดไข่ ยังเป๊ะมาก! (คลิป)

มีภาพการใช้ชีวิตสไตล์ติดดินออกมาให้เห็นกันเป็นประจำ สำหรับ สำหรับนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ที่แม้จะเป็นนางเอกตัวท็อปของช่อง แต่ขวัญก็ยังใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาๆ ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยก็ยังนั่งรถเมล์ไปเรียน หรือกินข้าวร้านข้างทางแบบชิลล์ๆ ล่าสุดเช้าวันนี้ (10 เม.ย.61) เจ้าตัวก็ลงภาพและคลิปขณะตั้งเตา ทอดไข่เจียวกินเองชิลๆ พร้อมแคปชั่นสั้นๆว่า ฟินนนน

งานนี้แฟนๆเข้ามาเม้นท์กันรัวๆว่าขนาดทอดไข่สาวขวัญยังเป๊ะจริงๆเลย สำหรับ ขวัญ อุษามณี ต้องบอกเลยว่าเธอโสดแล้วแซ่บมาก ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้สถานะโสด ก็ดูเหมือนว่านางเอกซุปตาร์ “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” จะแซ่บขึ้นมาก โดยเฉพาะล่าสุดกับชุดที่เจ้าตัวใส่มาร่วมงาน “DO-ME First Serum” ก็พอจะการันตีได้ว่า ถ้าสาวขวัญจะลุกขึ้นมาสลัดลุคหวาน แล้วหันมาเป็นสาวแซ่บ ระดับความเซี๊ยะของเธอไม่เป็นสองรองใครจริงๆ

การเข้าวงการบันเทิง อุษามณีได้รับการทาบทามและแนะนำจากทีมงานนักแสดงตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โดยเริ่มจากงานเดินแบบ และเล่นละคร ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ “พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก” จนได้รับงานแสดงทั้งของช่อง 3 และช่อง 7 ในปี 2547 อุษามณีได้ทำสัญญาเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องแรกหลังการเซ็นสัญญานั้นคือ “สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน”

ซึ่งเธอรับบทนางร้ายเป็นเรื่องแรก เรื่องต่อมา “อกธรณี” เธอได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรก ต่อมาอุษามณีได้แสดงในเรื่อง “ขิงก็ราข่าก็แรง” ที่ทำให้เกิดวลีติดปากอย่าง ‘แม่ไม่ปลื้ม… จบ’ ส่งผลให้ละครเรื่องนี้เป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2549 โดยตอนจบเรตติ้งสูงสุดถึง 24 และเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 17จากนั้นในเรื่อง “ปมรักรอยอดีต” อุษามณีได้กลับมาพบกับธาวิน เยาวพลกุล และไปรยา สวนดอกไม้ อีกครั้ง

ต่อมาปี 2554 อุษามณีได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายอีกครั้งในบท อินตรา (ในร่างมนชญา สลับกับปุณยาพร พูลพิพัฒน์) จากละครเรื่อง “เพลิงพรหม” ที่สามารถทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 20 จนคว้ารางวัลร้ายได้ใจ จากสยามดารา อวอร์ด 2011 ต่อมาปี 2558 เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือของบท ชิดชบา จนคว้ารางวัลนำหญิงเจ้าบทบาท จากสยามบันเทิง 2015 และรางวัลเมขลา 2559

และในปี 2560 นี้ เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายเต็มตัวอีกครั้งในบท “พิตะวัน สัจจามาตย์” ในละครเรื่อง “มายา” เปิดค่าตัว ‘ขวัญ อุษามณี’ และนิสัยการใช้เงินที่ไม่ได้หรูหราตามภาพ ‘นางเอก’ แม้ประเด็นดราม่าระหว่างครอบครัวของ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ จะยังคงคุกรุ่น แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงหนักมาก หลังจากขวัญเปิดใจให้สัมภาษณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ตุลาคม) ก็คงจะเป็นเรื่อง ‘การใช้เงิน’

ที่ทำให้หลายคนอึ้ง ไม่ว่าจะประโยคที่ว่า “…ที่ผ่านมาผิดพลาดเรื่องงานกันบ่อย ขวัญอยากขึ้นมารับงานด้วยตัวเองจริงๆ อยากเรียนรู้ ขวัญทำงานมาถึงทุกวันนี้ไม่มีสินทรัพย์อะไรที่เป็นส่วนตัวของขวัญ ขวัญรู้สึกขวัญเติบโตมา ขวัญต้องมีครอบครัวต้องมีลูก แต่ทุกวันนี้สินทรัพย์ขวัญคือไม่มีอะไรเลย ขวัญขอทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าขวัญจะลุกขึ้นมารับงานเองแล้วไม่แบ่งเงิน

หรือไม่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่เคยทำมา ขวัญยังทำ…” หรือ “ขวัญเพิ่งเริ่มต้นรับงานเองเมื่อต้นเดือน เงินทุกบาททุกสตางค์ขวัญให้คุณแม่หมดตั้งแต่ขวัญเกิดมาเลย ขวัญได้เงินเดือน 4 หมื่น ปีที่แล้วขวัญได้เงินเดือน 3 หมื่น ปีนี้มาขวัญก็พยายามทำ อย่าง ‘ลายูซี่ บาย อุษามณี’ ที่ขวัญสร้างมาขวัญก็ยกให้ พี่แก้ว (เขมรัสนี ไวทยานนท์-พี่สาว) ไปแล้ว เพราะฉะนั้นขวัญก็อยากมีอะไรที่เป็นตัวของขวัญเองบ้าง

ขวัญก็พยายามจะสร้างจากสิ่งที่ขวัญพยายามเก็บ” เพราะนั่นทำให้เกิดคำถามว่า ‘ดาราดังระดับขวัญใช้เงินเดือนละแค่ 40,000 บาทเองหรือ?’  ที่รู้กันดีอยู่แล้วคือขวัญนั้นเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก เพราะความเป็นลูกเสี้ยว พ่อเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เป็นไทย-มอญ-แขกขาว ใบหน้าที่ฉายแววสวยแต่เล็กเลยทำให้เมื่ออายุได้เพียง 3 ขวบก็มีงานเดินแบบ พอ 7 ขวบก็ได้เล่นละครเรื่องแรก

‘พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก’ จากนั้นก็วนเวียนเล่นละครในฐานะดาราเด็กทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 กระทั่งอายุได้ 16 ในปี 2547 ขวัญก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 7 ประเดิมเรื่องแรกกับบทนางร้ายใน ‘สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน’ แล้วค่อยขยับมาเป็นนางเอกละครเย็นเรื่อง ‘อกธรณี’ ซึ่งบอกเลยว่าดังเปรี้ยงสุดๆ จนต้องเพิ่มตอน กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี

ชนะละครหลังข่าวทุกช่อง จากนั้นขวัญก็ค่อยๆ สะสมชื่อเสียงผ่านผลงานละครเรื่องดัง ไม่ว่าจะ ‘ขิงก็รา ข่าก็แรง’, ‘ดั่งดวงหฤทัย’, ‘เพลิงพรหม’, ‘หัวใจเถื่อน’, ‘ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท’ ฯลฯ พร้อมๆ กับค่าตัวที่เพิ่มมากขึ้น โดยตอนนี้ถ้าเป็นงานละครว่ากันว่าเรตราคาของขวัญอยู่ที่เกือบๆจะแตะ 100,000 บาทต่อตอน (ส่วนใหญ่ละครช่อง 7 เรื่องหนึ่งจะมีราว 14-15 ตอน) ส่วนงานอีเวนต์ตัวเลขกลมๆ จะอยู่ที่ราว 100,000 บาทต่องาน

อย่างไรก็ตามแม้ค่าตัวจะสูง แต่ถ้าไปไล่เรียงเรื่องการใช้เงินดูจะสวนทางกันเลยทีเดียว โดยขวัญเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘วู้ดดี้’ เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ว่า “ขวัญทำงานได้เงินมาให้แม่หมด เพิ่งมาได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท เพิ่งขึ้นมาเป็น 40,000 ตอนเรียนจบเพิ่งได้บัตรเอทีเอ็ม”  นอกจากนี้เธอยังว่า “สมมุติไปต่างประเทศ อ้อนของบคุณแม่ก่อน คิดว่ายังไงคุณแม่ก็ต้องให้ เพราะเราเป็นลูก

แม่ก็บอกว่าได้ อยากซื้ออะไรซื้อไปเลย แต่กลับมาเธอรับผิดชอบนะ ไม่ต้องใช้ 2 เดือน 3 เดือน กลับมาเขาก็ไม่ให้ใช้จริงๆ เงินเดือน 2 เดือน 3 เดือน แม่ไม่ให้ใช้จริงๆ ไปกินข้าวข้างนอกเขาให้พันนึง พันนึงเติมน้ำมันก็หมดแล้ว ก็ดีที่มีคุณแม่แบบนี้สอนให้เราไม่ฟุ่มเฟือย” โดยขวัญยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาไม่เคยทราบเรื่องค่าตัวเวลาเล่นละคร แต่ถ้าเป็นงานอีเวนต์นั้นทราบ เพราะได้ฟังตอนคุณแม่คุยโทรศัพท์บ้าง

อย่างไรก็ตามเธอย้ำ “เพราะคุณแม่ไม่มีอาชีพ คิดซะว่าให้คุณแม่จัดการบริหาร ถ้าไม่ให้คุณแม่หนูคงไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีสินทรัพย์ทุกอย่างเหมือนทุกวันนี้” หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมนางเอกดังถึงทำงานเท่าไหร่ก็มอบให้คุณแม่หมด ข้อนี้ขวัญเคยพูดไว้ในรายการเดียวกันว่า สาเหตุมาจากเพราะการเสียชีวิตของ ร.ต.ต.เกษม พูลเกิด ผู้เป็นคุณพ่อ ซึ่งจากไปจากการนอนหลับในรถ

“เพราะพ่อจากไปโดยไม่ยอมใช้เงินลูก” ขวัญว่า “จะซื้อรถใหม่ให้ก็ไม่เอา เวลาไปโรงพยาบาลก็ไม่ไปโรงพยาบาลเอกชน เพราะบอกว่าต่อไปก็เป็นทรัพย์สินของขวัญ ขวัญเลยมีปมตรงนี้ว่าให้แม่ใช้ตังค์ๆๆๆ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เลยทำงานหนัก” “เรารู้สึกว่าเรามีปมตรงนี้ แล้วเราก็ไม่อยากพลาดอะไร เหมือนที่พลาดกับพ่อ ดังนั้นแม้เรื่องราวอะไรๆ จะยังไม่ลงตัว แต่ถ้าพูดถึงระเบียบวินัยในการใช้เงินของขวัญที่ผ่านมา นับว่าน่าชื่นชมทีเดียว

ส่วนเรื่องความกตัญญูนั้นขวัญมีเต็มเปี่ยม เพราะเธอเป็นคนหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ให้แม่เป็นคนเก็บทั้งหมด จนหลายคนเม้าท์กันสนั่นว่าคุณแม่ของขวัญเป็นจอมบงการ โดยเฉพาะเรื่องหนุ่มๆ ทุกคนต้องผ่านการสกรีนจากแม่ แม่ไม่ชอบ…ก็จบ ถึงแม้บางครั้งขวัญจะดื้อแพ่งที่จะคบผู้ชายคนไหน แต่คบกันได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเลิก เพราะได้รับคำสั่งประกาศิตจากแม่ให้เลิกก็ต้องเลิกอยู่ดี…

เมื่อช่วงปี 2559 ขวัญกล่าวว่า ตอนนี้จะค่อยๆเข้าไปอยู่ ค่อยๆตกแต่ง ไม่ให้บ้านช้ำมาก ใช่เวลา4-5ปีกว่าจะลงตัว เพราะบางทีคุณแม่ชอบ ขวัญไม่ชอบ บางหลักฮวงจุ้ยไม่ได้ จนเราท้อ แต่พอได้มาแล้วก็ดีใจ ตอนนี้ก็ทำงานเก็บตังค์ กินข้าวกองถ่าย เอาเงินมาโป๊ะบ้าน แต่ราคาไม่ถึง 50 ล้าน ยังไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ถ้าใครอยากจะสนับสนุนก็ติดต่อได้ค่ะ เมื่อถามต่อว่าคุณแม่ปลื้มไหม

ขวัญกล่าวว่า “เขากลัวว่าเราจะเหนื่อย จะทำงานไม่ไหว แต่เรื่องซื้อบ้านเป็นความคิดของขวัญกับพี่สาว เราเหลือคุณแม่แค่คนเดียวแล้ว อยากให้ท่านอยู่สบาย ดูแลท่านให้ดีที่สุด” ถามว่าต้องทำงานหนักมากขึ้นไหม นางเอกสาวกล่าวว่า “ขวัญว่าทุกวันนี้ ขวัญทำงานสบาย คือเมื่อก่อนเราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย อาจจะแบ่งเวลาไม่ได้ แต่ตอนนี้จริงว่าเราทำงานทุกวันแต่คือทำงานอย่างเดียว ให้ลงหลักปักฐาน

มีเวลาก็สังสรรค์กับเพื่อนๆบ้าง ใช้เวลากับตัวเอง เหมือนได้เติมพลังชีวิต เชื่อว่าทุกคนทำงานเหนื่อยหมด แต่กำลังใจและความสุขในการทำงานของเราไม่เหมือนกัน” ตอนนี้นอกจากคุณแม่ที่เป็นกำลังใจแล้ว มีหนุ่มๆเข้ามาเป็นกำลังใจให้ไหม ขวัญกล่าวว่า “กำลังใจที่เรียกว่าแฟนยังไม่มี เป็นกำลังใจจากเพื่อน ขวัญมองว่าเราอยู่ในอาชีพไหนถ้าทำแล้วมีความสุขก็อยากจะตื่นมาทำงานทุกวัน เพราะอยู่บ้านคนเดียวมันเหงา”

เมื่อถามว่า ยังถูกจับตามองกับ”เปอร์ สุวิกรม” ตลอด และล่าสุดมีข่าวว่าขวัญไปนั่งเฝ้า”เปอร์”ที่กองถ่ายรายการหนึ่ง ขวัญกล่าวว่า “กองไหน กองถ่ายตัวเอง ขวัญยังจะตายเลย นอกจากว่าไปเจอเพื่อน เจอกันข้างนอกอาจจะเจอกันค่ะ แต่ไปเฝ้าที่กองไม่มี” ถามว่า รู้สึกยังไงที่โดนจับตามองว่าไปเฝ้าผู้ชาย ขวัญกล่าวว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ก็ผลัดกัน ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าเปอร์มานั่งเฝ้าขวัญ เราก็คงต้องมีข่าวด้วยกันไปเรื่อยๆ

จนกว่าใครสักคนจะมีแฟนชัดเจน เปอร์ทนกับขวัญหน่อยแล้วกัน” เมื่อถามว่า มีโอกาสพัฒนากับเปอร์ไหม ขวัญยืนยันว่า “คนเป็นเพื่อนยังไงก็ยังเป็นเพื่อนกัน อนาคตเราตอบไม่ได้ แต่ทุกวันนี้คบกันแบบเพื่อนดีกว่า ขวัญไม่อยากมานั่งจำกัดขอบเขตของใครมันดูไม่ดี” แสดงว่าไม่เปิดใจให้ใคร ขวัญตอบทันทีว่า “ใช่ค่ะ ตอนนี้โสดสนิท แต่อาจจะเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันกับเปอร์บ้าง แต่ก็ไม่ใช่แค่กับเปอร์คนเดียว

เพื่อนขวัญมีหลายคน เพียงแต่เปอร์อาจจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ แต่ก่อนหน้านี้ทุกคนก็จะจับตามองจันทร์ ซึ่งเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ป.5 พอจบจากจันทร์ก็เป็นเปอร์” ถามว่า มีข่าวกับเพื่อนๆบ่อย มีผู้ชายกล้าเข้ามาจีบไหม ขวัญกล่าวว่า “ไม่หรอกค่ะ ขวัญว่าในชีวิตคงต้องมีใครสักคนหนึ่งที่เป็นคนของเราจริงๆ รอให้ถึงวันนั้นดีกว่า” เรียกว่าดาราสาวคนนี้สุดยอดกตัญจริงๆ ล่าสุดร้อนรับซัมเมอร์ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

คว้าตัว 3 ดาราสาวสุดฮอตแห่งปี ขวัญ–อุษามณี ไวทยานนท์, เมย์–พิชญ์นาฏ สาขากร และ วุ้นเส้น–วิริฒิพา ภักดีประสงค์ มาประชันความเซ็กซี่ในงาน “ROBINSON SUMMER HOLIDAY” (โรบินสัน ซัมเมอร์ ฮอลิเดย์) เปิดรันเวย์แฟชั่นโชว์อวดโฉมคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2018 จากกว่า 20 แบรนด์แฟชั่น ที่โรบินสัน พระราม 9 ภายใต้คอนเซปต์ “HOTTEST SUMMER EVER” (ฮอตเทสต์ ซัมเมอร์ เอเวอร์)

จุดดีกรีองศาร้อนกับ 3 ธีมแฟชั่นโชว์สุดฮอตเริ่มด้วยธีม “HOT” (ฮอต) ที่เปิดรันเวย์ด้วยความร้อนแรงแบบเบาๆ กับแฟชั่นลุคแคชชวลดีไซน์เก๋ พร้อมจับคู่มิกซ์แอนด์แมตช์กับแอคเซสเซอรีสีเหลือง ยิ่งได้สาวแซ่บอย่าง วุ้นเส้น มาพรีเซนต์ชุดฟินาเล่ที่เป็นลุคแบบสบายๆ แต่ซ่อนความเซ็กซี่และความมีเสน่ห์ถึงขีดสุด ธีม “HOTTER” (ฮอตเตอร์) ของเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่อย่าง เมย์ ที่มาในแฟชั่นชุดบีชแวร์ที่ดีไซน์อย่างมีสไตล์ ธีม “HOTTEST” (ฮอตเทสต์) กับแฟชั่นชุดว่ายน้ำและอินเนอร์แวร์สุดแซ่บ โดยได้ ขวัญ มาโชว์ความเซ็กซี่เบอร์แรง

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here