truststore online 7 วัน 7 ข่าว สรุปข่าวและประเด็นที่น่าสนใจในรอบสัปดาห์ (รายละเอียด)

0
128

 

1.“เจสซี่ วาร์ด” นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ “อวดภาพสุดสวีทกับแฟน” ทำเอาหนุ่มๆ ทั้งโซเชียลถึงกับจ้องมองกันตาโต! (ชมภาพ)

“เจสซี่ วาร์ด” นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ “อวดภาพสุดสวีทกับแฟน” ทำเอาหนุ่มๆ ทั้งโซเชียลถึงกับจ้องมองกันตาโต! (ชมภาพ)

ต้องบอกเลยว่า เป็นอีกหนึ่งสาวที่มีความเซ็กซี่ และแซ่บเว่อร์ในตัวเองสูงมาก อย่างนางแบบสาวสวย “เจสซี่ วาร์ด” ที่หนุ่มๆ หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เล่นทำเอาหนุ่มๆ ทั้งโซเชียลถึงกับจ้องมองกันตาโตเลยทีเดียว ล่าสุด “สาวเจสซี่” ได้โพสต์ภาพสุดสวีทกับแฟน ทำเอาหนุ่มๆ อิจฉากันหมด จะสวีทแค่ไหนมาดูกัน ล่าสุด นางแบบสาว เจสซี่ วาร์ด โพสต์เอาฮา ขอโทษโป๊ป ที่ทำให้เสียชื่อเสียงแต่งานนี้้คดีพลิก

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นดังที่พูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ หลังมีเพจชื่อดังเพจหนึ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวของสาวปริศนาที่ออกมาอ้างว่าหนุ่มโป๊ป ธนวรรธน์ หรือ พี่หมื่น ของพวกเรา นั้นมีพฤติกรรมชอบส่งข้อความไปหาสาวๆและมีสัมพันธ์กับสาวมากมายหลายคน ทำแฟนคลับต้องออกมาช่วย จนสามารถจับโป๊ะได้ว่า เพจดังกล่าวและหญิงปริศนานั้นสร้างเรื่องราวโกหกทั้งหมดขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่าง

เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นดังขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่แฟนคลับสาวทั้งหลายต้องออกมาปกป้องและให้กำลังใจ พี่หมื่น ของพวกเรา ไม่เว้นแม้กระทั่งสาวเซ็กซี่อย่าง เจสซี่ วาร์ด ที่เป็นอีกหนึ่งแฟนคลับเช่นเดียวกัน เธอจึงออกมาโพสต์ภาพและข้อความสร้างสีสันด้วยการมองโลกในแง่ดี นำประเด็นดังที่เกิดขึ้นมาเรียกเสียงฮาให้กับทุกคน เพราะสุดท้ายเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิต ก็มักผ่านไปด้วยดีเสมอ โดยข้อความที่เธอออกมาโพสต์สร้างสีสันมีดังนี้

“ต้องขอโทษสื่อทุกๆคน ทุกๆเพจ ถ้ามันมาขนาดนี้ ก็ถึงเวลาที่เจสซี่ต้องยอมรับค่ะ -เจสซี่เป็นคนเอารูปที่พี่โป๊ปคุยกับเจสมาแฉต่อสื่อเอง – พี่โป๊ปยอมรับความจริงทุกอย่าง แล้วขอโทษเจส เจสก็กล้ามาพูดความจริงค่ะ -ขอโทษพี่โป๊ปด้วยนะคะ ที่ทำให้เสียชื่อเสียง แต่พี่โป๊ปต้องเห็นใจเจสด้วยนะคะ ว่าเจสเป็นผญ เจสเสียมากกว่าค่ะ – ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นห่วงกันค่ะ เจสก็หนักใจเหมือนกัน เห้อออออออ #ตื่น” ทำแฟนคลับที่เห็นสิ่งที่เธอโพสต์ถึงกับฮาและรีบออกมาเเซวเธอกลับทันที เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะออกมาเล่นมุกนี้

สำหรับนางแบบสาวเซ็กซี่ สยิวทุกองศา “เจสซี่ วาร์ด” บอกเลยว่า ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ “เจสซี่ วาร์ด” (Jessie Vard) เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่จากโลกโซเชียล นางแบบสาวนัยตาน้ำข้าวลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ แต่หัวใจไทย วัย 20 ปีบริบูรณ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่ช่วยคุณพ่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการถูกสถาบันการเงินของไทย

ยึดบ้านที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2553 ทั้งที่เธอและคุณพ่อมีเอกสารและโฉนดที่ดินครอบครองสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจไทยในการดำเนินคดี จากเหตุการณ์โด่งดังในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เจสซี่ เด็กสาวที่ขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี ต้องสู้ชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว ลำบากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน เงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี

ต้องทำงานสู้ชีวิตสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ให้ผ่านพ้นไปได้แบบวันต่อวัน จนกลายเป็นประเด็นดราม่ามากมายเกี่ยวกับเธอบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง วันนี้ เจสซี่ กลับมาอีกครั้ง! กับการประกาศตัวเป็น “นางแบบหวิว” มาพร้อมหุ่นฟิตที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…พกแตงโมลูกโต สัดส่วนโค้งเว้ารัญจวนใจ มาขโมยหัวใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ได้ร้องซี๊ดดด!

แซ่บซะจนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดจนแทบหมดตัว ในวันสบายๆ แบบนี้ เจสซี่ ได้แบ่งเวลามาพูดคุยกับเราในวันที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่รัดตัวชนิดที่แทบจะไม่มีเวลาได้หายใจ เพื่อมาอัปเดทชีวิตของเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ชีวิตผกผันจนกว่าจะถึงวันนี้แบบหมดเปลือกไม่มีกั๊กเปิดฉากชีวิตสุดรันทด เจสซี่ วาร์ด  เจสซี่ เป็นลูกสาวคนที่ 3 ของ โคลิน วาร์ด (Colin Vard) ชายสัญชาติไอซ์แลนด์

เมื่ออายุได้เพียงขวบกว่าๆ เจสซี่ย้ายมาอยู่กับ โคลิน ผู้เป็นพ่อที่ย้ายรกรากมาลงหลักปักฐานในเมืองไทยด้วยการก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมากลายเป็นธุรกิจใหญ่โต มีหลักทรัพย์และเงินสดไม่ต่ำกว่า 65 ล้านบาท ชีวิตที่ดูน่าจะสุขสบายกลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเมียน้อย (ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย) ของโคลินผู้เป็นพ่อ ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 6 แสนบาท

เพื่อทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว สุดท้ายสู้ดอกเบี้ยไม่ไหว จึงร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ “โคลิน” โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ มารู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก และโดนหมายศาลตามมา ระบุข้อความว่า “บ้านหลังนี้ขายแล้ว” ร้อนถึง โคลิน ผู้เป็นพ่อ ต้องเสียเงินมากมายจ้างวานทนายความมาเพื่อต่อสู้คดี

ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งแถมเล่นตลกกับครอบครัววาร์ดเหลือเกิน เมื่อเจอขบวนการต้มตุ๋นรวมหัวกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ที่ดิน ทนายความ นายธนาคาร บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมหัวกันฉ้อโกงจนกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว เจสซี่ เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นว่า ตอนนั้นเธอยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยอายุแค่เพียง 14 ปี

ที่ลุกขึ้นมาช่วยคุณพ่อไม่ให้ต่อสู้โดยลำพัง โดยใช้ช่องทางของโลกโซเชียล ตั้งเพจชื่อ Justice for Jessie เพื่ออัดคลิปและคอยอัปเดตเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคดีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ แม้ว่าภาษาไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เธอก็ถูๆ ไถๆ อัดคลิปเรียกร้องความยุติธรรม “ตอนนั้นก็ช่วยพ่อทุกอย่าง ตั้งแต่อัดคลิปเรียกร้องความเป็นธรรมในโซเชียล

ตระเวนไปตามหน่วยงานราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ เขียนป้ายไปชูประท้วงหน้าสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่เราพอจะทำได้ ซึ่งสุดท้ายก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วย แม้จะไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” ข้างนอกสดใส ภายในสุดเศร้า!!  การต่อสู้ที่เนินนาน เงินเก็บที่เหลืออยู่ของโคลินเริ่มร่อยหรอ วันหนึ่งที่พ่อลูกได้นั่งคุยกัน

ทำให้ทราบถึงฐานะครอบครัว เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงรียนประจำที่จังหวัดชลบุรีมาเร่รับจ้างทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟอาหารในคาเฟ่ นั่งดริ๊ง ร้องเพลง “พ่อโทรมาบอกว่าพ่อไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีเงินส่งเรียนต่อในระดับสูงๆ แถมยังมีหนี้สินติดตัวจำนวนมาก เจสซี่ไม่อยากเป็นภาระของพ่อ นี่คือเหตุผลที่ต้องหนีออกจากโรงเรียนมาทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว” ขวัญใจชาวโซเชียลบอกสาเหตุที่ทำให้ต้องทิ้งการเรียนกระทันหัน แม้จะรู้ว่าพ่อจะเสียใจกับการหนีออกจากโรงเรียนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

เจสซี่ยังคงวิ่งเข้า-ออก ทำงานคาเฟ่นานหลายปี “จริงๆ แล้ว งานเสิร์ฟอาหาร-ล้างจาน มันได้เงินไม่กี่ตังค์หรอกค่ะ 100-200 บาทต่อวันเท่านั้น ก็แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่พอทำไปนานๆ ก็ได้มานั่งดริ้ง (เด็กชงเหล้า และนั่งคุยเป็นเพื่อนแขก) แล้วก็ร้องเพลง ตรงนี้ก็ได้เงินมากหน่อย วันไหนโชคดีก็ได้เงินพันกว่าบาท นอกจากเอาเงินมาใช้เองแล้วยังเหลือพอส่งให้พ่อกับน้องชายบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเงินให้พ่อ

เจสซี่รู้ว่าพ่อไม่อยากรับเงินจากเจสซี่เท่าไหร่ แต่เจสซี่ก็ต้องขอร้องพ่อให้รับไว้ เรารู้ว่าเค้าเสียใจที่เจสซี่ทำงานตามผับตามบาร์ในเวลากลางคืน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเหตุการณ์กำหนดให้ครอบครัวเราต้องพบเจอกับโชคชะตาแบบนี้ เจสซี่ก็ได้แต่ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ค่ะ ดราม่าซ้อนดราม่า…เกือบเสียตัวให้แท็กซี่ มรสุมชีวิตของนางแบบสาวคนดัง ยังไม่จบ เพราะหลังจากที่พ่อถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว ครอบครัวแตกแยก จนเธอต้องออกมาทำงานเผชิญโลกเพียงลำพัง วันหนึ่งได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ชลบุรี กับเพื่อน

เมื่อถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยเธอเองเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้าน ระหว่างทางเธอรู้สึกมึนหัว จึงเอ่ยขอยาดมจากคนขับ เมื่อรับมาดมก็หมดสติ มารู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแล้ว วินาทีที่รู้สึกตัว เจสซี่บอกว่า ตอนนั้นเธอได้แต่นอนอยู่นิ่งๆ ไม่ให้คนร้ายรู้สึกตัวว่าเธอฟื้นแล้ว เพียงไม่นานคนร้ายก็เดินไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นเธอจึงรีบลุกไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรบอกเพื่อน ให้รู้ว่าถูกฉุดมา โดยเจสซี่ยืนยันว่าเหตุที่ไม่วิ่งหนีออกไปเอง

ก็เพราะกลัวว่าถ้าวิ่งหนีแล้วคนร้ายจะตามทัน จึงเลือกวิธีให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาช่วย เมื่อหนีออกมาได้แล้ว จึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ทันท่วงที “ยอมรับนะคะว่าน้อยใจในโชคชะตา ถามตัวเองมาตลอดทำไมต้องเป็นแบบนี้ จากที่พ่อเราเคยรวยมาก กลายมาเป็นไม่มีอะไรเลย แถมหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มีแต่เรื่องให้เสียใจ แต่หนูก็ไม่เคยท้อนะคะ หนูแค่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า

ทุกอย่างเป็นเหมือนบทเรียน บททดสอบ ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้แล้วก็สู้กับมัน พยายามคิดแค่ว่าทุกอย่างมันเป็นเวรกรรม คิดเท่านี้เพื่อให้ตัวเองนั้นสบายใจค่ะ พบรักแฟนทอมในโลกออนไลน์  เจสซี่ ออกมาใช้ชีวิตบนเส้นทางอาชีพด้วยการทำงานในคาเฟ่ พร้อมกับอยู่เคียงข้าง “พ่อ” เพื่อต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลามีคนแวะเวียนเข้า-ออกชีวิตเธอมากมาย หนึ่งในนั้นก็มี นุช-นุชนาฎ อุดม สาวทอมหน้าตาดีที่ได้ทราบเรื่องราวของเธอผ่านทางโลกออนไลน์

และคอยตามติดชีวิตสาวลูกครึ่งนัยตาน้ำข้าวอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ สุดท้ายทนเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองไม่ไหว สาวทอมจึงเป็นฝ่ายทักแชตหญิงสาวไป จนก่อเกิดเป็นความรักความเข้าใจ และกำลังใจที่ดีต่อกันและกัน “เจสซี่เจอนุชในเฟสค่ะ คุยกันแล้วถูกใจ เวลาที่เราท้อแท้เค้าเป็นกำลังใจที่ดีให้เจสซี่คอยอยู่ใกล้ๆ คอยให้คำแนะนำทุกอย่างทั้งเรื่อง เสื้อผ้า-หน้า-ผม พฤติกรรม และมารยาทค่ะ ด้วยความที่เราออกมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่เด็ก

ไม่ได้มีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ บางทีเจสซี่ก็จะลืมตัว ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเอง เวลาจะทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง พอมีนุชเข้ามาช่วยดูแล ก็ทำให้เราได้โตขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้เสริมสวยด้วยการไปทำจมูกด้วย (หัวเราะ) รวมถึงนุชยังคอยช่วยวางแผนชีวิตให้เจสซี่ทุกอย่าง” นางแบบสาวพูดจบก็ส่งสายตาหวานไปยังสาวทอมคู่ใจที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะแตะแขนแนะนำให้แฟนสาวหล่อของเธอให้รู้จักเรา


สาวหล่อยิ้มทักทายก่อนจะเริ่มบอกว่า ตอนนี้ตัวเขาเองนั้นมีธุรกิจขายครีมทาหน้าเป็นของตัวเอง เมื่อมีเวลาว่างก็จะเข้ามาช่วยดูงานและรับงานให้แฟนสาวลูกครึ่ง “ที่เข้ามาช่วย เพราะหลายครั้งที่เจสซี่เค้ายังมีอารมณ์เป็นเด็กฮะ ทั้งการพูดตลอดจนความคิดของเค้ายังเป็นเด็กมาก ต้องค่อยๆเตือน ค่อยๆ สอนเค้า ช่วยตัดสินใจในบางเรื่อง อย่างตอนนี้น้องมีงานถ่ายแบบ โชว์ตัวตามผับ นุชก็เข้ามาช่วยดูช่วยรับงาน

ว่าถ่ายแบบอย่างนี้ควรจะได้ค่าตัวเรทเท่าไร ไปโชว์ตัวตามผับก็ควรแค่โชว์ตัวเท่านั้น เงินที่ได้ก็ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้พ่อโคลีนส่วนหนึ่ง ที่เหลืออีกส่วนให้เจสซี่นำเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเจสซี่เองเก็บไว้ใช้เวลาที่จำเป็น ส่วนเราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเงินของเค้า เพราะเราเองก็มีงานของเรามีรายได้ของเราเองไม่ได้มาเกาะน้องเค้าอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน” นุชกล่าว เจสซี่อธิบายเพิ่มเติมว่า “จริงๆ แล้วนุชไม่อยากให้เจสซี่ทำงานกลางคืน

งานคาเฟ่ แต่โชคดีที่ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง เค้าชวนไปถ่ายแฟชั่นลงเฟซบุ๊ค ได้ค่าตัวมา 3 พันบาท มีคนติดตามเยอะและได้รับเสียงตอบรับดีมีคนแชร์และเข้ามาคอมเม้นท์ในรูปที่เราเป็นนางแบบกันจำนวนมาก ทำให้เราพอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่งานถ่ายแบบลักษณะนี้ก็ยังไม่ค่อยฮือฮานัก ตอนหลังพี่ที่ชวนมาถ่ายแบบคนเดิมก็แนะนำให้เราลองเปลี่ยนแนวลองมาถ่ายแบบเซ็กซี่ ใส่ชุดว่ายน้ำทั้งวันพีช ทูพีช โชว์เนื้อหนัง

ปรากฏว่า ภายหลังจากที่แฟชั่นเซ็ตชุดว่ายน้ำปล่อยออกไป มีแต่คนชื่นชอบ และเข้ามากดติดตามเราทั้งในเฟซบุ๊คและ อินสตราแกรมเยอะมาก จนมียอดฟอลโล่หลักล้าน หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อให้ไปถ่ายแบบเซ็กซี่ และรับงานโชว์ตัวตามผับหลายงาน ตอนนั้นเองเราเลยรู้ว่าใช่แล้ว! ทางนี้น่าจะเหมาะกับเราที่สุด และมันก็ถือเป็นอาชีพสุจริตที่ทำให้เรามีเงินสามารถเลี้ยงตัวเองเลี้ยงพ่อและน้องได้ ตั้งแต่นั้นมาจึงตัดสินใจรับงานถ่ายแบบเซ็กซี่ทั่วไปค่ะ

truststoreonline

2.ถอดเสื้อรีวิวชุด! สาวแฟนพันธุ์แท้บอลไทยทีมช้างศึก’ ลงทุนถอดเสื้อกลับด้าน’ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่แฟนบอลสุดๆ! (คลิป)

ถอดเสื้อรีวิวชุด! สาวแฟนพันธุ์แท้บอลไทยทีมช้างศึก’ ลงทุนถอดเสื้อกลับด้าน’ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่แฟนบอลสุดๆ! หลังจากที่เฟซบุ๊คคุณทรัพยสร โพธิราช ได้รีวิวชุดแข่งใหม่ของทีมชาติไทย “ช้างศึก เดอะ เจเนซิส” (CHANGSUEK THE GENESIS) ที่มีความพิเศษคือสามารถสวมใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน โดยสาวรายนี้ลงทุนถอดเสื้อกลับด้านใส่ให้ดูกันจะจะ สร้างความตื้นตาตื่นใจแก่แฟนบอลเป็นอย่างยิ่ง (อ่านข่าว หนุ่มๆถึงตาค้าง เมื่อสาวสวยรีวิวชุดแข่งใหม่ทีมช้างศึก ถอดโชว์กันแบบนี้

ล่าสุดมีการแชร์ภาพของคุณทรัพยสร โพธิราช ซึ่งเป็นนางแบบและวีเจ เป็นแฟนพันธุ์แท้ทีมฟุตบอลชาติไทย เป็นสาวเมืองจันทบุรี โดยมีการแชร์ภาพเซ็กซี่ของนางแบบสาวรายนี้กันกระหึ่มโลกออนไลน์ ล่าสุด ทีมชาติไทย ผ่าคะแนน “ช้างศึก” แบบเรียงคนในเกมที่พ่ายสโลวะเกีย 2-3 ในรอบชิงชนะเลิศศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 โดยผู้เล่นที่โดดเด่นของเราในวันนี้มี 2 คนด้วยกัน…

หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 46 วันที่ 25 มี.ค. รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ ทีมชาติไทย เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานแพ้สโลวะเกีย 2-3 ทางทีมงานไทยรัฐออนไลน์ได้ตัดคะแนนนักเตะในเกมนี้เป็นที่เรียบร้อย โดยนักเตะที่เล่นดีสุดของทีมชาติไทยคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ส่วนอีกหลายรายต้องพัฒนามากกว่านี้

สรุปคะแนนนักเตะทีมชาติไทย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : 6/10 : จังหวะปกติไม่มีพลาดอะไร แม้จะเสียไปถึง 3 ประตูแต่เป็นเรื่องที่สุดวิสัย ฟิลิป โรลเลอร์ : 4/10 : เรียกว่าเป็นบ่อก็ว่าได้ในครึ่งแรก ขวาผ่านตลอด โดยเฉพาะสองลูกแรกที่เสียให้สโลวะเกียเขามีส่วนทั้งนั้น อาจไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัด แต่ก็ต้องนำจุดที่เสียตำแหน่งบ่อยๆไปแก้ไขและพัฒนาต่อไป พรรษา เหมวิบูลย์ : 7.5/10 :

เล่นได้ดีต่อเนื่องมาจากนัดที่ผ่านมา ลูกกลางอากาศเก็บกินได้บ่อยครั้ง แถมยิงประตูที่สองให้กับทีมด้วย เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว : 6.5/10 : ยังถือว่าโอเค อ่านเกมได้ดี ตัดจังหวะเกมรุกของสโลวักได้หลายครั้ง แม้จะเสียไปสามประตูก็ตาม พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา : 5/10 : ดีกว่าเกมแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รุกไม่สุด รับก็ยังมีช่องให้เจาะ จักรพันธ์ แก้วพรม

6.5/10 : สลับกันรุกและรับกับเจ้านิว และยิงประตูตีไข่แตกให้กับทีมชาติไทยในเกมนี้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : 8/10 : โดดเด่นจริงๆทั้งเกมรุกและเกมรับ เป็นเหมือนฟันเฟืองของช้างศึก วิ่งไม่มีหมด มีลูกนึงได้ยิงเต็มข้อนึกว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด มาเอง ธีราทร บุญมาทัน : 5/10 : น่าผิดหวังอีกเกม คงจะไม่ใช่ตำแหน่งถนัด เจ้าอุ้มควรที่จะไปเล่นแบ็กซ้าย และหาปีกซ้ายมาแทนที่

มงคล ทศไกร : 5.5/10 : เกมรุกฝืดเหลือเกิน ทำอะไรไม่ได้ คิดช้าทำช้า มีจังหวะส่องเหน่งๆแต่ก็ยิงนกตาย ชนาธิป สรงกระสินธ์ :8.5/10 : น่าจะเล่นดีที่สุดของทีมในวันนี้ก็ว่าได้ ไปญี่ปุ่นมาพัฒนากว่าคนอื่นเขา แม้ตัวเล็กแต่ลูกเบียดลูกล่อลูกชนทำได้ดีเหลือเกิน ล้มยากเล่นเอาทีมสโลวักเสียท่าถึงขนาดต้องดึงเสื้อแทบขาด ธีรศิลป์ แดงดา :6/10:ดาวยิงความหวังของเรายังทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

มีดีแค่เพรสซิ่งในแดนหน้า แต่จังหวะเข้าทำหรือจังหวะที่ไทยต้องการได้ประตู ทำอะไรไม่ได้เลย ตัวสำรอง บดินทร์ ผาลา : 4/10 ลงมาแทนจ่าเย็นตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่ทำผลงานไม่ดีเอาเสียเลย ทีมเวิร์กไม่ค่อยดี พยายามจะยิงเองอย่างเดียว แล้วก็นู่นขึ้นอัฒจรรย์ นูรูล ศรียานเก็ม : 6/10 : ลงมาพยายามใช้ความเร็วที่โดดเด่น แต่การผสานงานกับเพื่อนร่วมทีมยังไม่ค่อยดีนัก

สิโรจน์ ฉัตรทอง : 6/10 : ได้อยู่ในสนาม 20 นาทีมีโอกาสใช้ความแข็งลากสู้ แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก มิโลวาน ราเยวัช : 7/10 : ถือว่าแท็กติกดีในเกมวันนี้ แต่ขอตินิดนึงตรงที่น่าจะให้โอกาสแข้งที่ติดทีมคนอื่นๆได้โอกาสลงเล่นบ้าง คอยสลับปรับเปลี่ยนแทนบางคนที่เล่นไม่ออก ส่องคอมเมนต์ชาวไทยทั้งชมและติเพื่อก่อ หลังจากที่ทีมชาติไทยได้รองแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 46…

หลังจากจบเกมชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 รอบชิงชนะเลิศ ที่ทัพช้างศึกทีมชาติไทย แพ้ต่อสโลวะเกีย 2-3 ชวดคว้าแชมป์รายการนี้ 3 ปีซ้อน ทำให้แฟนบอลมากหน้าหลายตาบนโลกโซเซียลเข้ามาคอมเมนต์ในเพจ Thairath มีทั้งชมและติเพื่อก่อ จะเป็นยังไงกันบ้างนั้นไปดูกันเลย คอมเมนต์บางส่วนในเพจ ThairathYamane Kasaki : เขาระดับโลกของจริง

นักเตะเขาก็อยู่ลีกระดับท็อปๆของโลก สมกับอันดับ29ของโลก สโลวะเกีย ใช้ไม่กี่จังหวะ ยิงหาย ยังหาย จะเห็นลูกยิงแบบนี้ในลีกยุโรปบ่อยๆ เราต้องฝึกแบบนี้ให้ได้บ้าง รุกเป็นรุก รับก็เป็นรับ วินัยไม่หลุดจริงๆ ถึงวันนี้ไทยเสียแชมป์แต่สำหรับผมไม่เสียใจครับ วันนี้เต็มที่จริงๆ สู้ๆ ไทยแลนด์ ดำรงพล ค้ำจุน : แต่ละตัวของสโลวะเกีย เล่นในลีคใหญ่ๆทั้งนั้น ทั้งดูด้า ลาบอท สเคอร์เทล

สู้ไดด้ขนาดนี้ผมไม่เสียใจที่แพ้อ่ะ ดีใจกว่าได้แชมป์ ก็ตรงพัฒนาทรงบอลเป็นทีมชั้นนำนี่แหละ เบิ้ม ไทยเหียม : ผมชอบนะที่เล่นแบบกล้าแลก แต่ที่ต้องปรับปรุงคือปีกซ้าย ปีกขวาถ้ากล้าเล่นมากกว่านี้ผมคิดว่าใครก็กลัว ปีกของเขาเล่นเหมือนกลัวกันเอง เล่นแบบกล้าเสียกูกลัวเพื่อนด่า แบบนี้มันล้าสมัย ทุกวันนี้ผมมองความมั่นใจเท่านั้นนะคับเพราะคุนคือตัวแทนประเทศไทย

ผมเชียร์ประเทศไทยคับชนะแพ้รวมเลือดเนื้อก็คือไทย สักวันมันต้องเปนของเราคับ อับดุลลอลฮ์ฺ อิสมาแอล : สโลวาเกียทีมจากยุโรปอันดับ29ของโลกกับทีมไทยอันดับ129ของโลก แข่งกันแบบสูสี บอลในยุคราเยวัชถือว่าไม่ธรรมดา พัฒนากันต่อไป Nikom Keadtalod : ยังเสียดายลูกที่โดนเม็ด 3ถ้าตามประกบเร็วเขาจะยิงยาก นี่พอยืนเหม่อโดนทันที จุดนี้เราแก้กันไม่หาย

Sakon Kunaree : นักเตะไทยแกร่งขึ้นจริง ถึงขั้นคู่ต่อสู้หมั่นใส้กระชากเสื้อกันเลยทีเดียว Pitiphon Yodhom : ผมว่า จบ ทัวเม้น นี้ แจกเสื้อ ทีมไทยให้ สโลวะเกีย หน่อยก้อดีนะครับ กระชากดีจัง เค้าอยากได้รึป่าว Somchai Puanunchai : ธีราธรนัดนี้เล่นไม่ดี. ไม่ถูกเปลี่ยนออกครับ. เกมส์แมนซ์เดียวไม่ใช่แมนซ์สร้างกำลังใจนะ.คุณต้องไปสร้างกำลังใจที่ลีกญี่ปุ่นโน้น กลับกันคุณเล่นไม่ดีญี่ปุ่นยิ่งไม่เปิดโอกาสให้คุณเล่น

 

วันที่ 26 มี.ค. ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะทีมชาติไทย ยอมรับว่า ทีมชาติสโลวะเกีย เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด นับตั้งแต่รับใช้ช้างศึก หลังมีโอกาสเจอกันในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนพ่ายไปด้วยสกอร์ 2-3 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561 ฐิติพันธ์ เผยประสบการณ์ที่ได้จากการรับใช้ชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ว่า

“เสียดายที่ไม่สามารถพาทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์ไว้ได้ แต่ส่วนตัวพอใจฟอร์มตัวเอง และเพื่อนร่วมทีมชาติทุกคน พวกเราทำเต็มที่ เต็มความสามารถแล้ว ซึ่งการได้เล่นกับทีมระดับโลก ทั้งทีมชาติกาบอง และทีมชาติสโลวะเกีย และสู้ได้อย่างสูสี เป็นการยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีก โดยตนได้ประสบการณ์ และแท็กติกต่างๆ มากมายจากรายการ คิงส์ คัพ แม้จะเล่นคนละระบบกับ บีจีเอฟซี แต่ก็มั่นใจว่า จะนำไปปรับใช้ได้ไม่ยาก”

สำหรับ บีจีเอฟซี จะลงสนามศึกโตโยต้า ไทย ลีก 2018 นัดต่อไปวันพุธที่ 28 มี.ค.61 โดยเป็นการเปิดสนาม ลีโอ สเตเดียม รับการมาเยือนของ พัทยา ยูไนเต็ด เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสด ทรูสปอรต์ เอชดี 2 ต่อมาฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ห้องเครื่องทีมชาติไทย เปิดใจหลังช้างศึกแพ้ สโลวะเกีย 2-3 ชวดคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 46…วันที่ 26 มี.ค. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

กองกลางทีมชาติไทยจากสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี ลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมชาติไทยในศึก คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และมีโอกาสยิงสวยๆ หลายจังหวะ ก่อนที่ทีมชาติไทย จะพ่าย ทีมชาติสโลวาเกีย อย่างสนุก 2-3 ฐิติพันธ์ เผยประสบการณ์ที่ได้จากการรับใช้ชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ว่า “เสียดายที่ไม่สามารถพาทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์ไว้ได้ แต่ส่วนตัวพอใจฟอร์มตัวเอง

และเพื่อนร่วมทีมชาติทุกคน พวกเราทำเต็มที่ เต็มความสามารถแล้ว ซึ่งการได้เล่นกับทีมระดับโลก ทั้งทีมชาติกาบอง และทีมชาติสโลวะเกีย และสู้ได้อย่างสูสี เป็นการยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีก โดยตนได้ประสบการณ์ และแท็กติกต่างๆ มากมายจากรายการ คิงส์ คัพ แม้จะเล่นคนละระบบกับ บีจีเอฟซี แต่ก็มั่นใจว่า จะนำไปปรับใช้ได้ไม่ยาก” สำหรับ บีจีเอฟซี จะลงสนามศึกโตโยต้า ไทย ลีก 2018

9 ประเด็นช้างศึก ที่ได้จากคิงส์คัพ ในฐานะรองแชมป์! เก็บตกหลังจากที่ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ สโลวะเกีย ทีมแกร่งจากยุโรปสุดมัน ในรอบชิงชนะเลิศศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 46 ด้วยสกอร์ 2-3 ทำให้ทีมชาติไทยชวดป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน 1. เป็นรองแชมป์ที่ไม่ขี้เหร่ : แม้จะไม่สามารถป้องกันแชมป์ 3 ปีซ้อนแต่ทีมชาติไทยก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งสองเกม

ต่อกรกับทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งดีกว่าแบบสนุกสู้ได้ แต่ด้วยจังหวะทีเด็ดทีขาดคือเรื่องใหญ่ที่ทีมชาติไทยต้องพัฒนา 2. ชนาธิปอยู่ในระดับที่เหนือกว่าเพื่อน 1 ขั้น : จากการถูกทีม คอนซาโดล ซัปโปโร ดึงตัวไปร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วเห็นได้ชัดเลยว่า ชนาธิป สรงกระสินธ์ พัฒนาแบบก้าวกระโดด เหมือนมีฝีเท้าที่อยู่ในระดับที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมทีม 1 ขั้น เห็นจะๆก็ทั้งลูกเลี้ยง, ลูกล่อลูกชน, ลูกจ่ายคิดเร็วทำเร็วเหมือนกับนักเตะญี่ปุ่นมาเอง

3. กองกลางต้องมีฐิติพันธ์ : กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติไทยเหลือเชื่อต้องชม ราเยวัช ที่ให้โอกาสจนได้ดี เล่นอย่างกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานของลิเวอร์พูล ขึ้นสุดลงสุด ดุดันมีลูกบู๊ลูกบุ๋นวิ่งเป็นม้าไม่มีหมด 4. คู่เซนเตอร์จับคู่กันไปยาวๆ : ในตำแหน่งเซนเตอร์ของทีมชาติไทยยากที่ใครจะรู้ขารู้ใจเท่ากับ พรรษา เหมวิบูลย์ และ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ต่อเนื่องมาจนถึงรายการนี้ และควรที่จะให้ทั้งคู่จับคู่กันไปยาวๆ 5. เกมรุกยังเชื่องช้า : เห็นได้ชัดในรอบชิง พอเสียประตูขึ้นนำทำให้ทีมชาติไทยต้องเดินหน้าบุกเต็มกำลัง แล้วก็อย่างที่เห็นดูจะมี ชนาธิป คนเดียวที่พยายามจะชิ่งเร็วเหมือนกับสไตล์ญี่ปุ่น แต่คนอื่นๆยังดูเชื่องช้ากว่ากองหลังคู่แข่ง ซึ่งหากต้องการประตูเกมรุกต้องมีประสิทธิภาพกว่านี้6. แบ็กซ้ายแบ็กขวาต้องเปลี่ยนใหม่

กลายเป็นบ่อของทีมชาติไทยในรายการนี้ ฟิลิปป์ โรลเลอร์ และ พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา ทำผลงานไม่ดีเอาเสียเลย เกมรุกก็ไม่สุด เกมรับก็โดนเขาเจาะอีกต่างหาก ควรจะกลับมาใช้ ธีราทร บุญมาทัน เล่นแบ็กซ้ายเหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาก็ลองหาที่ดีกว่านี้หรือ ฟิลิปป์ ต้องพัฒนาตัวเองให้ได้ 7. หากองหน้ามาแบ่งเบาธีรศิลป์ : ไม่ใช่ว่า ธีรศิลป์ แดงดา ไม่ดี แต่ควรที่จะหากองหน้าตัวเป้าที่มาแบ่งเบาภาระของเจ้ามุ้ย

เพราะหากวันใดที่เจ้ามุ้ยโชว์ฟอร์มไม่ออก ก็จะได้มีกองหน้าสไตล์อื่นมาเปลี่ยนเกมบ้าง ไม่ใช่ดันทุรังใช้เจ้ามุ้ยจนจบ 90 นาที 8. ราเยวัช สมควรเป็นกุนซือช้างศึกต่อ : แม้จะไม่ได้แชมป์คิงส์คัพ แต่ราเยวัชโชว์แท็กติกที่ยอดเยี่ยม แสดงให้แฟนบอลเห็นเวลาเจอกับทีมที่แกร่งกว่าเล่นยังไง ถือว่าเป็นเรื่องชื่นชมที่ ราเยวัช เข้ามาและพัฒนาทีมชาติไทยได้ดีกว่าเดิม

9. แฟนบอลช้างศึก น่ารักและเหนียวแน่น : และที่ขาดไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นแฟนบอลชาวไทย มีความกระตือรือร้นที่จะไปเชียร์ประเทศชาติในการแข่งขันไม่ว่าจะรายการอะไรก็แล้วแต่ รวมถึงคิงส์คัพครั้งนี้ที่แฟนบอลเข้ามาให้กำลังใจทีมชาติไทยกันอย่างล้นหลาม ซึ่งนั่นถือเป็นแรงใจที่ทำให้นักเตะมีความฮึกเหิมและโชว์ผลงานที่ดีในสนาม

truststoreonline

3.อดีตรัฐมนตรี ประธานบริษัทฯ ตลาดไท เจ้าของห้างดัง ! ละกิเลสทางโลก อุปสมบท-ใช้ชีวิตสมถะ (ชมภาพ-รายละเอียด)

วันนี้ (26 มี.ค.) ในโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่ภาพ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด เจ้าของตลาดค้าส่งผัก-ผลไม้ ตลาดไท อดีต รมช.คลัง และอดีต รมช.คมนาคม วัย 62 ปี ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีภาพขณะที่นายประดิษฐ์ในเครื่องแบบภิกษุ

และขณะที่ซักผ้าในสถานที่กลางแจ้งแห่งหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นศาสนสถาน โดยเจ้าของโพสต์อ้างว่าเป็นวัดในถิ่นกันดาร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าว MGR Online พบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Apichad Yooket หรือ นายอภิชาติ ยอดเกตุ เจ้าของกิจการ ร้านเฮียเล้ง หีบศพ หน้าวัดทวีการะอนันต์ ซอยเทพกุญชร 22 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โพสต์ภาพนายประดิษฐ์ทำพิธีอุปสมบทที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา จึงคาดว่าน่าจะไปจำวัดอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี อนึ่ง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นชาวจังหวัดพิจิตร นอกจากจะเป็นนักการเมืองผู้กว้างขวางในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จากการชักชวนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ล่วงลับไปแล้ว เขายังเป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย ทั้งตลาดค้าส่งผัก-ผลไม้ ย่านรังสิต ทั้งตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง เป็นเจ้าของโรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ถือหุ้นในกลุ่มเดอะมอลล์ ร่วมกับ ศุภลักษณ์ อัมพุช และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง

เขาหันมาเดินหน้าธุรกิจเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะอุปสมบท เมื่อปี 2560 นายประดิษฐ์เคยตกเป็นข่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เพราะนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินจากการยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปซื้อที่ดิน

ขายต่อให้นายอนันต์ 94 ล้านบาท แล้วพบว่านายประดิษฐ์เป็นเจ้าของที่ดิน แต่นายประดิษฐ์ชี้แจงว่า ซื้อที่ดินจากนายอนันต์ 2 แปลง 86 ไร่ เกือบ 900 ล้านบาท เพื่อบล็อกคู่แข่งทำตลาดผัก-ผลไม้ ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด หรือตลาดไท ที่นายประดิษฐ์เป็นเจ้าของ

ขณะนี้ยังมีเรื่องฟ้องปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เพื่อขอให้ระงับผลการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารแห่งแรกของประเทศไทย หลังกระทรวงพาณิชย์พิจารณาให้ตลาดไทเป็นผู้ชนะการคัดเลือก ร่วมกับอีกบริษัทหนึ่ง เกรงว่าหากจัดตั้ง 2

ตลาดมีระยะทางห่างกันเพียง 7-8 กิโลเมตรจะเกิดปัญหาการแย่งลูกค้ากันเองทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

อดีตเลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์ และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร 4 สมัย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เกิดวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2498 ที่จังหวัดพิจิตร เข้ารับการศึกษาที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ (DSA88) เมื่อปี พ.ศ. 2514 เลขประจำตัวนักเรียน ท.ศ.12559 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จาก โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา

จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ จาก นิวแฮมเชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จบปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายประดิษฐ์มีชื่อเล่นว่า “อ๊อด” สมรสกับ นางอาภามาศ ภัทรประสิทธิ์ มีบุตร 4 คน ทั้งหมดเรียนที่ ประเทศอังกฤษ ประกอบด้วย

คนโต วรามาศ ภัทรประสิทธิ์ และคนรอง จุไรบล ภัทรประสิทธิ์ ทั้งคู่เรียนที่ Roedean School ประเทศอังกฤษ คนที่ 3 อดิศร์ ภัทรประสิทธิ์ และคนสุดท้อง อภิภู ภัทรประสิทธิ์ ทั้ง 2 คนนี้เรียนที่ Port Regis School ประเทศอังกฤษ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ทำธุรกิจโรงแรม และโรงงานผลิตเครื่องครัวอะลูมิเนียม มาก่อนเข้าสู่วงการเมือง ในสังกัด

พรรคประชาธิปัตย์ จากการชักชวนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น โดยลงเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.พิจิตร เมื่อปี พ.ศ. 2538 จากนั้นในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2539 ก็ได้รับเลือกตั้งในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้ง และนายประดิษฐ์ได้รับตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยนี้พรรคประชาธิปัตย์

เป็นทำหน้าที่เป็น พรรคฝ่ายค้าน ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2540 เมื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ พรรคประชาธิปัตย์ สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายประดิษฐ์ได้ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในปี พ.ศ. 2542 เมื่อ พล.ต.สนั่น ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

ชี้มูลความผิด กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ทำให้ต้องลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายประดิษฐ์ได้รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการพรรค พล.ต.สนั่น พยายามผลักดันนายประดิษฐ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน แต่ในที่สุด นายอนันต์ อนันตกูล อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย

เป็นผู้เข้ามารับตำแหน่งจากการสนับสนุนของนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 นายประดิษฐ์ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง และต่อมาในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่มี นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประดิษฐ์ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค และย้ายไปลงสมัครในแบบระบบบัญชีรายชื่อ

หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ บทบาททางการเมืองของนายประดิษฐ์ก็ลดลง มักให้สัมภาษณ์ว่า อิ่มตัวทางการเมือง ขณะดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายประดิษฐ์มีไอเดียที่ฮือฮาต่อสาธารณะคือ ยุทธศาสตร์ “อีแต๋นพลีชีพ” หลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 นายประดิษฐ์ กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์กลางปี พ.ศ. 2550

และเปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่ ในชื่อ “กลุ่มรวมใจไทย” มีสมาชิกประกอบด้วย นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์, ดร.พิจิตต รัตตกุล เป็นต้น ต่อมากลุ่มรวมใจไทย ได้รวมกับกลุ่มของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จดทะเบียนจัดตั้งเป็น พรรคการเมือง ในชื่อ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พรรครวมชาติพัฒนา”) และประกาศตัวลงเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550

โดยมีนายประดิษฐ์เป็นเลขาธิการพรรค ปี พ.ศ. 2551 นายประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และต่อเนื่องมาจนกระทั่งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี พ.ศ. 2552 ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเป็นทางการ และลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ

ลำดับที่ 5 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556 ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง แทนนายชุมพล ศิลปอาชา ที่เสียชีวิต ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ยังเป็นปริศนาคาใจ เรื่องจะอยู่หรือไป โดยเจ้าตัวก็ยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนให้เคลียร์ ๆ

กันไปเลยว่า ตกลงแล้วจะไปหรืออยู่ ทั้งที่กระแสข่าวถูกปล่อยมาจากฝ่ายที่ต้องการตัวเป็นระลอกทั้งจากอดีตคนเคยสนิท และ หัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ล่าสุดมาเรียกแขกว่า หลังสงกรานต์ จะมีเซอร์ไพรส์ ซึ่งหากเจ้าตัวตัดสินใจตาม เสธ.คนดัง ไปจริง ๆ แล้วล่ะก็มีหวัง พรรคที่เพิ่งจะตั้งไข่

อย่างพรรครวมชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะขอพัฒนาตัวเองเป็นพรรคขนาดกลาง เอากระทรวงใหญ่ ๆ ในรัฐบาลหน้า กระเทือนซางไปไม่ใช่น้อย เพราะเจ้าตัวถือเป็นนายทุน ที่มีกระสุนดินดำพร้อมกระหน่ำอัดฉีดให้พรรคที่ไปอยู่ด้วยไม่น้อยหน้าใคร ๆ เลยทีเดียว

ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า เจ้าตัวจะเสี่ยงมาลัย เลือกใคร เพราะทั้ง 2 พรรค ยังไง ๆ ก็มีสิทธิได้เป็นรัฐบาลวันยังค่ำ เพียงแต่หากเลือกถูก ก็ได้เป็นเจ้ากระทรวงใหญ่ และมีเสียงใหญ่โตในรัฐบาลพอสมควร แต่หากเลือกผิด ก็จะได้เป็นเจ้ากระทรวงเล็กลงหน่อย เท่านั้น

4.“ธัญญ่า” ปลง จับได้สามีไม่เลิกเจ้าชู้! ลั่นปล่อยวางแล้ว ส่งสารถึง “พิ้งกี้” หลังผ่านไป 8 ปี (รายละเอียด)

ยังไม่พ้นประเด็นเตียงหัก สำหรับ คู่ของนักแสดงสาว “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” กับ สามี “เป๊ก สัณชัย” ที่มีเว็บไซต์หนึ่งเขียนข่าวทำนองว่า “เมียหลวงทนสามีเจ้าชู้มาหลายปี สุดท้ายยอมหย่าเพราะลูกบอก แม่หย่าพ่อเถอะ” จากปาก “ธัญญ่า” โต้หย่าสามี ขอปลง ขอปล่อยผ่าน ยืนยันว่าไม่ได้หย่า 

จากใจเมียหลวงลวงสังหาร “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ปลง ขอปล่อยผ่าน ผัวไม่เลิกเจ้าชู้ บอกไม่เช็กแล้วสบายใจขึ้น ถึงนอกลู่นอกทางแต่ไม่ละเลยครอบครัว พร้อมเจอหน้า “พิ้งกี้” ยินดีร่วมงาน ผ่านมานาน ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ย้ำ “แอฟ ทักษอร” ไม่เคยปรึกษาเรื่องสามี จัดงาน Discover the new you (ดิสคัฟเวอร์ เดอะ นิว ยู) บีบีคลินิก “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ก็ถือโอกาสเคลียร์ หลังถูกโยงอักษรย่อ นางร้ายหอบลูกหนี เหตุสามีไม่เลิกเจ้าชู้

ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าปลงแล้ว ถึงจะจับได้ก็ไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน “อุ้มหนีมานานมาก (ลากเสียงยาว) แล้วค่ะ (หัวเราะ) สมัยนี้ไม่ต้องอุ้มแล้วนะคะ ลูกโตแล้ว ชินแล้วค่ะ ถ้าเจอเรื่องราวแบบที่เคยผ่านมาก็ไม่หนีแล้วค่ะเพราะสตรองมาก มาเลย(หัวเราะ)” “ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกัน เราก็จะมีออฟฟิศของเรา เวลาพี่เป๊กไม่อยู่ไปต่างจังหวัดเราก็ไปนอนบ้านนั้น เวลาเขามาอยู่กรุงเทพฯ ก็พาลูกมาอยู่ที่บ้านกับเขาด้วยกัน ตอนนี้ก็ประจำอยู่ที่บ้านพี่เป๊ก”

ลั่นทะเลาะกันตลอดเวลา แต่ไม่รุนแรง “ทะเลาะกันตลอดเวลาค่ะ (หัวเราะ) แต่ไม่ได้ทะเลาะกันแบบรุนแรงเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเรื่องที่เราเคยทะเลาะกันรุนแรงมาเมื่อก่อนมันก็เหมือนเป็นอดีต เวลาผ่านไปมันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเวลามาเจอเรื่องอะไรแบบนี้มันก็ไม่กระทบอะไรเรามากแล้ว ที่ผ่านมาก็ถือว่ามันอาจจะที่สุดเพราะมันเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเราก็ยังไม่มีภูมิต้านทาน” ไม่เช็กเรื่องเจ้าชู้แล้วสบายใจขึ้น ถึงมีก็เลือกปล่อยผ่าน

“พี่เป๊กดูแลครอบครัวดีมากค่ะ ดูแลเราดูแลลูกรวมไปถึงครอบครัวเราด้วยเป็นคนที่ดูแลทุกคนดี ถามว่าเขาเพลาๆ เรื่องเจ้าชู้มั้ย เราไม่ค่อยได้เช็กอะไรมากกว่า ผู้ชายเขาก็เจ้าชู้ของเขาปกตินั่นแหละ พอเราไม่เช็กเราก็สบายใจขึ้น มันก็มีบ้างถ้าเราไปเจอไปอะไรแต่กลายเป็นว่าเราไม่ได้มองเป็นเรื่องรุนแรงไปแล้ว เราเลือกที่จะปล่อยผ่าน” เมื่อก่อนยอมไม่ได้ แต่ตอนนี้ปลงขึ้น บอกอีกฝ่ายอยู่ได้ด้วยความดี ถึงเจ้าชู้ นอกลู่นอกทางแต่ไม่ละเลย

“เรื่องคนกระซิบบอกก็ไม่ต้องกระซิบ รู้เอง ก็มีนะแต่เราเฉยๆ ก็รู้นะแต่ก็ไม่ได้อะไร ไม่รุนแรงเหมือนสมัยก่อน สมัยก่อนนี่ยอมไม่ได้เลย เราก็ปลงขึ้น เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจคนที่เขามีครอบครัวแล้วต้องมาอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้เขาอยู่ได้ยังไง แต่พอ ณ วันหนึ่งเรามีลูกด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าเฉยๆ ลูกด้วยแหละเลยทำให้เราอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ รวมถึงความดีของพี่เป๊กด้วย ถึงเขาจะเจ้าชู้ นอกลู่นอกทางบ้างแต่เขาไม่เคยละเลยในการที่จะดูแลเราและลูก

ถามว่าใช้เวลานานมั้ยกว่าจะมาลงตัวกัน หลายปีเลย ก็มีตบตีกันอย่างที่เห็น(หัวเราะ)” ยัน “แอฟ ทักษอร เตชะณรงค์” ไม่ได้ปรึกษา เวลาเยียวยาทุกอย่าง “ไม่มีเลย ไม่ได้คุยกับแอฟเลยค่ะ แต่จะมีคนนอกวงการ ในวงการก็มีปรึกษาบ้าง เราก็บอกกับทุกคนไปว่าเวลาเท่านั้นที่จะช่วยให้เราเข้มแข็ง ให้ทุกอย่างมันดี มันคลี่คลายไป แต่ก็อยู่ที่คนแหละ หรือจะตัดไปเลย

เจ็บทีเดียวจบหรือจะปล่อยให้เวลามันเยียวยากลับมาคืนดีกัน เรียนรู้กันไปใหม่ มันแล้วแต่ชีวิตคู่ของแต่ละคน” ไม่เคยเจอ “พิ้งกี้ สาวิกา” หลังจากนี้เจอหน้า ร่วมงานได้ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว “ไม่เคยค่ะ ไม่เจอ ถามว่าให้อภัยกับเรื่องต่างๆ มั้ย ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว เฉยๆ แล้ว เจอได้ ร่วมงานได้มันผ่านมานานแล้วค่ะ เจอได้ ไม่ได้อะไร แต่ก็ยังไม่เคยได้เจอ”

วันที่ 5 ม.ค. ที่ บ้านเองตระกูล หมู่บ้านมาสเตอร์พีซ ลาดพร้าว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล ดาราสาวชื่อดัง ให้สัมภาษณ์หลังจากเปิดตัวการประกวดรอบตัดสิน “นางสาวถิ่นไทยงาม ปี 2561” ถึงเรื่องที่ทุบเรือนหอเก่าย่านสุขุมวิท 11 และเรื่องที่ ‘เป๊ก-สัณชัย’ สามี เซ็นยกมรดกทั้งหมดให้ ‘น้องลียา’ ลูกสาวเรียบร้อยแล้ว โดย ‘ธัญญ่า’ กล่าวว่า “จริงๆ ไม่ได้ถึงขั้นทุบเรือนหอ แค่เปลี่ยนจากบ้านเป็นบีบีคลินิก ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะเป็นลางอะไร

พอดีคุณพ่อเห็นว่าตรงนั้นอยู่ย่านสุขุมวิทก็อยากจะทำอะไรที่เป็นธุรกิจและเกิดประโยชน์ ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะทำคอนโดฯ แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นบีบีคลินิก ด้วยโลเกชั่นตรงนั้นมีชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ แล้วก็ให้อารมณ์ความเป็นบ้าน ลูกค้าที่เข้ามาก็จะรู้สึกอบอุ่น ห้องนอนต่างๆ ก็กลายเป็นห้องผ่าตัด ห้องพักคนไข้ ตั้งใจที่จะทำให้บีบีคลินิกเป็นธุรกิจศัลยกรรมที่ครบวงจร เนื่องจากที่ผ่านมาได้การตอบรับค่อนข้างดี คนไทยสมัยนี้สนใจเรื่องศัลยกรรมมากขึ้น

และใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยด้วย ซึ่งบีบีคลินิกของเราเพิ่งได้รับมาตรฐานจากซีเจไอ ถือเป็นคลินิกแห่งแรกของเมืองไทยที่ได้รับ” “ก่อนที่จะเปลี่ยนเรือนหอเก่ามาเป็นบีบีคลินิกก็นั่งปรึกษาหารือกัน เนื่องจากบ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ พี่เป๊กและน้องสาวของเขาก็อยู่มาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าทุกคนก็โอเค ปัจจุบันย้ายมาอยู่เรือนหอหลังใหม่แถวสุคนธสวัสดิ์ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว จริงๆ บ้านหลังนี้สร้างตั้งแต่ก่อนลียาเกิด

แต่ว่าพี่เป๊กงบหมดไปช่วงนึง(หัวเราะ) ตอนหลังคุณพ่อสงสารก็เลยมาช่วย บ้านหลังนี้ก็เลยเสร็จ พอบ้านหลังนี้เสร็จ เรือนหอเก่าตรงนั้นก็กลายเป็นบีบีคลินิกแทน” ดาราสาวกล่าว ถามถึงเรื่องที่ว่า ‘พี่เป๊ก’ เซ็นยกมรดกให้ ‘น้องลียา’ แล้ว ธัญญ่ากล่าวว่า “ใช่ค่ะ ส่วนตัวไม่ได้บังคับหรือว่ายุ่งอะไรเลย พี่เป๊กเซ็นตอนที่เขาบวช น่าจะ 2 ปีที่แล้ว พอทำเรื่องอะไรเสร็จก็ถึงมาบอกเรา

พี่เป๊กให้เหตุผลว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้นานแค่ไหนเพราะอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เลยไม่อยากให้มีปัญหาก็ทำให้มันเสร็จไปเลย แต่ว่าทุกอย่างเขาก็ทำให้ลียาอยู่แล้ว” แสดงว่าไม่มีแพลนที่จะมีลูกคนที่สองแล้ว “จริงๆ มีแพลนและก็ทำมาแล้วด้วยเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ทำทั้งหมด 2 ครั้ง แต่ว่าไม่ติด ตอนนี้ลียาก็ 8 ขวบแล้ว เลยคุยกันว่าถ้าอย่างนั้นก็มีลียาคนเดียวก็ได้

มีลูกคนเดียวก็ดีนะคะ จริงๆ มีลูกก็เหมือนมีห่วง ขนาดมีแค่คนเดียวก็ห่วงทุกอย่าง จะไปไหนทำอะไรโดยที่ไม่มีเขาก็ห่วงตลอดเวลา ถ้ามีลูกเพิ่มอีกคนก็เหมือนมีห่วงเพิ่ม แต่ว่าก็อยากมีน้องให้ลียาเพื่อที่เขาจะได้มีเพื่อนที่สนิทกัน และตัวเขาเองก็อยากมีมาก แต่ในเมื่อมันมีไม่ได้ก็จะคอยบอกเขาว่า กว่าพ่อแม่จะได้ลียามาก็ไม่ง่ายนะ ต้องรอตั้ง 4 ปีเลย ซึ่งลียาก็เข้าใจค่ะ” ธัญญ่ากล่าว

จู่ ๆ ก็มีข่าวลือออกมาว่านักแสดงสาว ธัญญ่า-ธัญญเรศ เองตระกูล เลิกราถึงขั้นเซ็นใบหย่ากับสามี เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล ซะแล้ว พอเจอตัวสาวธัญญ่าจึงรีบคว้าตัวมาถามข่าวดังกล่าว ก็ทำเอาสาวธัญญ่าตกใจ เพราะขาเตียงยังแข็งแรงดี แถมวันนี้ยังมาออกงานกับคุณพ่อสามี สมใจนึก เองตระกูล เลยยิ่งชัดเจนว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง ธัญญ่า เผยว่า ธัญญ่ายังไม่ได้เห็นข่าวนะคะ จริงเหรอที่ข่าวเขาบอกว่าเป็นเรา

คือ เราก็เคยเจอข่าวเตียงหักของคนอื่น ๆ ก็ยังเดากับเพื่อน เพราะสถานภาพครอบครัวของเรายังโอเคปกติดีทุกอย่าง ยิ่งบอกว่าลูกสาวเป็นคนบอกให้หย่าเองยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย ถ้าน้องบอกได้ขนาดนั้นคงต้องโตกว่าน้องลียาเยอะเลย เพราะลียายังไม่รู้เรื่องขนาดนั้นค่ะ ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการเซ็นใบหย่าแน่นอน ไม่กังวลด้วยว่าข่าวจะส่งผลกระทบต่อลียา เพราะเราเลี้ยงเขาให้รับรู้ทุกอย่าง ไม่ได้พูดสิ่งต่าง ๆ ให้สวยหรู หรือสอนให้เขามองโลกสวยอย่างเดียว

อะไรที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เราก็ต้องให้เขามีภูมิต้านทานด้วย ส่วนธัญญ่าก็ไม่ได้รู้สึกบั่นทอนเพราะไม่ใช่เรื่องจริง รู้สึกเฉย ๆ มากกว่า งงด้วยซ้ำว่ามีข่าวแบบนี้ด้วยเหรอ กับพี่เป๊กก็คงไม่คุยถ้าเป็นเรื่องไร้สาระมาก คิดว่าพี่เป๊กคงไม่ทราบข่าวเหมือนกัน ถ้ามีข่าวแบบนี้ออกมาอีกก็เฉย ๆ ธัญญ่าสตรองมากกับข่าวแบบนี้ คอนเฟิร์มว่าขาเตียงยังแข็งแรง ไม่ได้มีอะไรค่ะ

แม้หลายคนจะมองว่าการทุบเรือนหอทิ้งเป็นลางไม่ดี แต่คุณแม่สุดแซ่บ ธัญญ่า ธัญญาเรศ ก็หาได้แคร์ไม่ เพราะเจ้าตัวออกมายืนยันด้วยตัวเองพร้อมควงสามี เป๊ก สัณชัย ในงานแถลงข่าวเปิดเวทีการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 2561 ณ บ้านย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ว่าไม่ได้มีการทุบบ้าน แค่เปลี่ยนไปเป็นคลินิกศัลยกรรมที่ตนเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่ ซึ่งก็มีการปรึกษาหารือกับทางครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องที่ เป๊ก สัณชัย เซ็นโอนมรดกทั้งหมดให้ลูกสาว น้องลียา นั้นเป็นเรื่องจริง

ยันไม่ได้บังคับ เพราะสามีทำเรื่องเสร็จถึงได้บอกตนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากกลัวว่าหากไม่มีชีวิตอยู่แล้วจะมีเรื่องยุ่งยาก ส่วนเรื่องลูกคนที่ 2 หมดหวังแล้ว ไม่มีก็ไม่เป็นไร (ได้ข่าวว่าจะทุบเรือหอเก่าทิ้ง) “จริงๆ ทุบไปแล้วค่ะ จริงๆ ไม่ได้ทุบค่ะ แต่ว่าเปลี่ยนจากบ้านไปเป็นบีบีคลินิกที่สุขุมวิท 11 (จะเป็นลางไหมโบราณอาจจะถือ) ก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ เพราะว่าคุณพ่อก็เห็นว่าตรงนั้นมันเป็นสุขุมวิท อยากทำอะไรที่มันเกิดประโยชน์

ตอนแรกคิดจะทำคอนโด แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นบีบีคลินิก ด้วยโลเคชั่นตรงนั้นมีชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ มันให้อารมณ์ความเป็นบ้าน ลูกค้าที่เข้ามาก็จะรู้สึกอบอุ่น แล้วห้องนอนต่างๆ ก็กลายเป็นห้องผ่าตัด ห้องพักคนไข้ มันก็แปลกดี (ตั้งใจจะทำธุรกิจครบวงจรเลย) ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็ครบวงจร ผลตอบรับดี คนไทยสมัยนี้หันมาสนใจการทำศัลยกรรมค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยด้วย บีบีคลินิกก็เพิ่งได้รับมาตรฐานจาก JCI ก็ถือว่าเป็นคลินิกแห่งแรกของเมืองไทยที่ได้รับ รู้สึกดีใจมากค่ะ

เพราะว่าทำทั้งทีมันได้ผลตอบรับที่ดีแบบนี้ งบประมาณบานปลายไหม ก็บานพอสมควรนะคะ พูดถึงคุณพ่อก็ลงทุนไปเยอะพอสมควร จริงๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเยอะแต่ว่าพวกอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ต่างๆ ราคาค่อนข้างสูง มันก็ต้องใช้ของดีจริงๆ ต้องได้รับมาตรฐาน ต้องใช้เงินเยอะพอสมควร ก็มานั่งปรึกษาหารือกัน เพราะว่าบ้านหลังนั้นก็เป็นบ้านที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ น้องสาวพี่เป๊กก็อยู่มาตั้งแต่เด็ก พี่เป๊กก็อยู่มาตั้งแต่เด็ก ก็ปรึกษากันว่าถ้าจะมาทำตรงนี้โอเคกันไหม ทุกคนก็เห็นว่าโอเค

ตอนนี้ก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ค่ะ (เลียบด่วน-รามอินทรา) อันนี้สร้างตั้งแต่ก่อนลียาเกิด แล้วเหมือนพี่เป๊กคงงบหมด (หัวเราะ) ตอนแรกเราก็บอกไม่ต้องเอาหลังใหญ่ เอาพอประมาณ อนาคตลูกโตตัวเขาก็อยากให้ลูกมีพื้นที่ จนไปๆ มาๆ พ่อคงสงสาร เลยมาช่วยบ้านหลังนี้ก็เลยเสร็จ”     (เปลี่ยนย่านต้องมีการปรับตัวไหม) “จริงๆ ไม่นะคะ เพราะว่าก่อนแต่งงานก็อยู่แถวนี้ พอแต่งงานก็ไปอยู่สุขุมวิท ก็ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะปรับตัวกับสุขุมวิทได้ มาอยู่ที่นี่ได้ 2 ปีแล้วค่ะ อยู่กัน 3 คนค่ะ

แต่คุณพ่อก็จะมานอนบ้าง แต่อนาคตก็บ้านข้างๆ เป็นบ้านพี่กบทรงสิทธิ์ พี่เป๊กก็จีบขอซื้อ แล้วก็ให้พี่เป๊กไปซื้อหลังตรงข้ามเพราะเขากำลังจะขาย อยากจะให้พ่อแม่มาอยู่ตรงนี้ด้วย เลยไล่ที่พี่กบ (หัวเราะ) คุยกับพี่กบแล้ว พี่กบก็บอกว่านี่โดนบังคับนะเนี่ย (หัวเราะ) คลินิกเปิดมาเป็นปีแล้วค่ะ ไม่ได้ขยายนะคะ แค่ปรับเปลี่ยนห้องต่างๆ จากเป็นบ้านก็ให้เป็นคลินิก เข้าไปนี่บรรยากาศเหมือนบ้านเลยค่ะ” (ได้ข่าวว่าพี่เป๊กเซ็นมรดกให้น้องลียาหมดแล้ว)

“อ๋อใช่ เขาเซ็นแล้วค่ะ ไม่ได้บังคับ เราไม่ได้ยุ่งอะไรเลย พี่เป๊กเซ็นตอนเขาบวชค่ะ เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วค่ะ เขาทำเรื่องอะไรเสร็จถึงได้บอกเราว่าตอนนี้เขาจนมากนะ ไม่มีเงินแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ลูกหมดแล้ว เขาบอกว่าไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่อยากให้เป็นปัญหา ถ้าเกิดวันหนึ่งเขาไม่อยู่แล้วจะเป็นปัญหา ก็อยากทำให้มันเสร็จไปเลย (เหมือนบวชแล้วปลง) อันนี้ต้องถามเขา ทุกอย่างเขาก็ให้ลียาอยู่แล้ว น้องไม่รู้เรื่องค่ะ”(แสดงว่าไม่มีแพลนมีลูกคนต่อไป)

“จริงๆ ก็มี ทำมาแล้วด้วย แต่ว่าไม่ติด ไม่ได้ ตอนนี้ลียาก็ 8 ขวบแล้ว เลยคุยกันว่าถ้าอย่างนั้นเรามีลียาคนเดียวก็ได้ ทำมานานแล้วค่ะ ช่วง 3 ปีที่แล้ว ทำมาเรื่อยๆ แต่ว่าพอไม่ได้ เราก็เลยมีคนเดียวก็ได้ อาจจะถูกกำหนดให้มีคนเดียว อุ้มบุญค่ะ ครั้งสุดท้ายน่าจะ 2 ปีค่ะ คิดว่าไม่น่าจะมีแล้ว มีคนเดียวก็ดีนะคะ จริงๆ มีลูกก็มีห่วง ขนาดเรามีลูกคนเดียวก็ยังห่วงเขาทุกอย่าง ไปไหนทำอะไรโดยที่ไม่มีเขาก็จะห่วงตลอดเวลา ถ้ามีเพิ่มอีกคนก็เหมือนมีห่วงเพิ่ม แต่ว่าเราก็อยากมีน้องให้เขา เพื่อที่เขาจะได้มีเพื่อนที่สนิทกัน แล้วตัวเขาเองก็อยากมีมาก แต่ว่าในเมื่อมันมีไม่ได้ก็จะคอยบอกเขาว่าเราก็ไม่ได้มีง่ายนะ ลียาเองกว่าจะมาตั้ง 4 ปี”

truststoreonline

5.วิจารณ์ยับ!! ภาพ ‘สาวงานเอน’ นัวเนียนักบอลสุดสยิว! พบบ่อยครั้งและมีการแจ้งจับดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจาร!! (ชมภาพ)

แชร์สนั่น! จัดเต็มกลางสนามบอล ‘พริตตี้-โคโยตี้’นัวเนียนักบอลสุดสยิว

กลายเป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ โคตรห้าว V.4 มีการเผยแพร่ภาพสนามบอลแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีการจัดพริตตี้โคโยตี้มาร่วมกิจกรรม และอยู่ในสภาพนัวเนียกับทีมบอลที่จัดการแข่งขันอยู่ด้วย

ซึ่งที่ผ่านมาเคยมพบภาพลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง และมีการแจ้งจับดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจารมาแล้วก่อนหน้านี้

หลังจากภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

หากพูดถึงอาชีพ ที่สามารถหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ หลายคนก็คงนึกถึง ‘พริตตี้’ ที่ไม่ได้จำกัดความแค่ถ่ายรูปคู่กับสินค้าเท่านั้น แต่คำว่า ‘พริตตี้’ ยังรวมถึงสาวๆ หนุ่มๆ ที่ถูกจ้างให้ทำงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะงาน ‘เอนเตอร์เทน’ ที่สามารถทำได้ทั้งหญิงและชาย…

จากกรณีข่าว ‘พริตตี้’ สาวที่ถูกจ้างไป ‘เอนเตอร์เทน’ คนกลุ่มหนึ่ง (“เราก็มีหัวใจ! พริตตี้สุดอั้น โดนลูกค้าหนุ่มลวนลาม ลากร่างบอบช้ำไปทั้งตัว”) นำมาสู่ความสงสัยว่า เหตุใดงานเลี้ยงมักต้องจ้างสาวสวยมาคอยเอนเตอร์เทน ไม่ว่าจะเป็น วงการกีฬา งานเลี้ยงรุ่น หรือแม้กระทั่ง งานเลี้ยงของข้าราชการ

พริตตี้สาวเอนเตอร์เทน เปิดใจว่า การตัดสินใจรับงานพริตตี้เอนเตอร์เทน เพราะเห็นว่างานไม่ยาก ทำงานไม่กี่ชั่วโมง มีรายได้มากกว่า 3,000 บาท จึงตัดสินใจตกปากรับคำกับโมเดลลิ่งว่าจะรับงานนี้

ฉะนั้น อาชีพรับจ้างเอนเตอร์เทน หน้าที่หลักก็คือช่วยทำให้สนุก เฮฮา แต่อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันงานนี้มีคนทำเยอะมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพราะจริงๆ แล้วไม่เสียหายอะไร “เป็นงานเอาใจไม่ใช่ขายตัว”

“ส่วนที่ว่าจะมีการขายบริการหรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่ขอบเขตคือ ให้ความสนุกสนานเท่านั้น งานจบทุกอย่างก็จบ”

ขณะที่ แหล่งข่าวรายหนึ่งที่อยู่ในวงการนี้ เล่าว่า การจ้างสาวสวยมาเอนเตอร์เทนนั้น สำหรับงานเลี้ยงของกลุ่มราชการ ต้องดูจากลักษณะงาน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะจ้างสาวมาเอนเตอร์เทนได้ทุกงาน

อย่างไรก็ตาม สาวๆ หนุ่มๆ ที่มาให้ความบันเทิงภายในงานจะมีความสามารถพิเศษ ในการชงเหล้า การดูแลเอาใจใส่ เช่น รู้ใจว่าคนนี้ชอบเหล้ารสชาติไหน เข้ม หรืออ่อน ที่สำคัญสาวๆ หนุ่มๆ พวกนี้จะรู้งาน คอยเอาใจ อีกทั้งเรายังสามารถแซวเล่นได้

ขณะเดียวกัน เวลาจัดงานเลี้ยงในลักษณะนี้ จะมีกลุ่มคนคุ้นเคย เช่น พ่อค้า คหบดี หรือที่เราชอบเรียกกันว่า สปอนเซอร์ เข้ามาดูแลให้ ยกตัวอย่าง หากหน่วยงานนี้จัดงานเลี้ยง ดูทรงแล้ว นายเป็นคนใจดี กลุ่มสปอนเซอร์ ก็จะจัดสาวๆ มาดูแลกิจกรรมเอนเตอร์เทน ส่วนเรื่องการขายบริการนั้น อยู่ที่การตกลงกันหลังไมค์ และเป็นความพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย

นอกจากนี้ การจ้างงานในลักษณะนี้ จะต้องมีสัญญา มีข้อตกลงว่าขอบเขตที่ผู้หญิงทำได้นั้น ทำได้มากน้อยแค่ไหน หากมีการผิดข้อตกลงหรือทำเกินกว่าเหตุ อย่างกรณีข่าวที่เกิดขึ้น ก็เข้าข่ายข้อหาทำร้ายร่างกายได้.

ซึ่งข่าวเมื่อไม่นานมานี้ เรียกได้ว่าเป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียลอย่างมากมาย เมื่อเพจดังอย่าง “นักล่าเนตไอดอล รีเทิร์น” ได้มีการโพสต์ภาพพริตตี้ โคโยตี้ ที่สนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง

ซึ้งเป็นการจัดการแข่งขันฟุตซอล พวกพริตตี้ โคโยตี้สาวกำลังอยู่ในสภาพที่กำลังนัวเนียกับนักฟุตบอล อยู่ข้างสนาม ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบภาพลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง และมีการแจ้งจับดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจารมาแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ยังพบว่า ผู้จัดกิจกรรมดังกล่าวมีการโฆษณาว่าหากใครอยากเตะบอลกับบรรยากาศลักษณะดังกล่าวก็สามารถติดต่อร่วมแข่งขันได้อีกด้วย และเรื่องดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม

 

6.ใส่คัพเล็กจนทะลัก “นุ่น-รมิดา” แจงภาพเซ็กซี่ในอดีต บอกอีแย้มก็อยากโชว์หุ่นบ้าง (ชมภาพ-รายละเอียด)

วันที่ 27 มี.ค. ที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร “นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล” ดาราสาว มาร่วมงานแถลงข่าว “สงกรานต์เดินทางปลอดภัยนะออเจ้า” พร้อมให้สัมภาษณ์หลังออกงานถี่เพราะกระแสละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ เผยเรื่องมีคนขุดรูปถ่ายเซ็กซี่ มีภาพเก่าๆ ที่เราเคยถ่ายเซ็กซี่ออกมาด้วย “มันก็ทำอะไรไม่ได้ ถ่ายไปแล้วก็ต้องยอมรับค่ะ

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนุ่นเคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว คือมันมีการรีทัชเยอะมากเหมือนกัน อย่างที่มันล้นออกมา ก็เอาคัพเล็กมาให้ใส่มันก็ล้นสิ (หัวเราะ) คือเราเป็นคนตอบตรง เพราะทุกอย่างที่เราใส่เราก็ใส่เซฟหมด และทุกสำนักโทรมาถามนุ่นว่าขอลบตรงนั้น ลบตรงนี้ได้มั้ย” “คือนุ่นเอาความจริงเป็นหลัก ถ้าตัดสินใจทำไปแล้วมันก็ต้องทำ

แต่ในความเป็นจริงเรารู้ว่าเราใส่ทุกอย่าง ความจริงมันอยู่กับเรา นุ่นก็เลยไม่ค่อยแคร์ในวันที่คนขุดรูปออกมา เพราะจะให้ทำยังไง จะให้โทรไปบอกให้ลบรูปหนูได้มั้ยคะ มันก็ทำไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราเคยถ่ายไป แต่นุ่นก็ไม่ได้ถ่ายหนังสือโป๊เนอะ นุ่นถ่ายหนังสือแฟชั่น ฉะนั้นคนที่ขุดออกมาจะมองไปในรูปแบบไหนก็แล้วแต่เขา” หลายคนก็ห่วงเรา กลัวเด็กๆ

จะเอาเป็นตัวอย่าง “นุ่นว่าดาราหลายคนก็มีภาพแบบนี้นะ ในวันที่เราวัยรุ่นก็ถ่ายแบบนี้หมดค่ะ อย่าว่านุ่นเป็นตัวอย่างเลย ดาราเราก็ถ่ายกันอยู่แล้ว แค่วันนี้มีกระแส และทุกคนก็พยายามจะเอารูปกระแสออกมา จะว่าเซ็กซี่ก็เซ็กซี่แหละ เพราะทุกวันนี้เราก็ไม่ได้เซ็กซี่ มันเป็นแค่งานที่นุ่นรับเพื่อต้องการเปลี่ยนลุกส์ พอเปลี่ยนลุกส์ได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเซ็กซี่”

มองว่ากระแสทำให้เกิดข้อเสียกับเรามั้ย “นุ่นไม่ได้มองว่ามันเป็นข้อเสียอะไร กลับมองว่าทำไมตอนที่ถ่ายไม่เป็นกระแสเลยล่ะ ทำไมไม่เป็นเรื่อง เห็นช้าไปมั้ย ตอนนี้หุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วนะ(หัวเราะ) กลับมานั่งมองว่าเคยขาเล็กขนาดนั้นเลยเหรอ มองเป็นเรื่องปกติค่ะ นุ่นไม่ค่อยมีเอฟเฟ็กต์กับคนที่ออกมาพูดอะไรเท่าไหร่ เพราะนุ่นไม่ได้เช็กโซเชียล

แม้แต่อินสตาแกรมตัวเองก็ดูๆ ไป ตอนนี้พอทุกคนเริ่มเข้ามาฟอลโล่เยอะ เมื่อก่อนคุยไดเร็กกับน้องๆ แฟนคลับนะ แต่ตอนนี้ตอบไม่ทันจริงๆ ตาลาย ก็แอบๆ เซ็งนิดๆ ที่ไม่ได้ตอบทุกคน เพราะเราแคร์ความรู้สึกทุกคนนะ” สรุปภาพแย้มก็เซ็กซี่อยู่ “แย้มก็เป็นคนนั่นแหละ แย้มก็อยากเซ็กซี่บ้าง (หัวเราะ) ณ ช่วงนึงที่แย้มยัง 20 กว่า แย้มก็อยากจะโชว์หุ่นบ้าง

เพราะตอน 30 ก็ไม่ได้ทำแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดจะถ่าย นอกเหนือจะกลับมาฟิตหุ่นได้อีกครั้ง อาจจะทิ้งทวน แต่ก็ไม่แน่ รอดู แต่ตอนนี้ก็ไม่มีหนังสือให้ถ่ายแล้วเนอะ มีแต่ออนไลน์ (หัวเราะ)” ถ้ามีจะรับมั้ย “ยังหรอก นั่งนี่กองเป็น 3 ชั้นเลย จะรีทัชยังไง (หัวเราะ) อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวคนจะบอกทำไมไม่เหมือนในหนังสือ แต่พอหมด เม.ย.นี้

แย้มก็อาจจะเข้ายิมแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็น่าจะเริ่มจริงจังแล้ว เพราะคุยกับเทรนเนอร์ไว้ตั้งแต่ต้น ม.ค.แล้ว แต่งานมันเยอะ แต่ถ้ามีติดต่อมาจริงๆ ก็คงต้องดูอีกทีนึง เพราะเราก็ไม่รู้ว่า ณ ตอนนั้นความคิดเราเปลี่ยนไปแบบไหนแล้ว ความคิดเราเปลี่ยนทุกวัน ทำงานด้วย เจอคน เจอนักข่าว เจอคำถามนี้ความคิดเราก็เปลี่ยนค่ะ” แต่อยู่ดีๆ เจ้าตัวก็ต้องเจอกับดราม่าครั้งใหญ่

เมื่อมีชาวเน็ตขุดภาพถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำจากนิตยสารในอดีตของเธอออกมาเผยแพร่ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ถึงระดับความเซ็กซี่กันอย่างหนักหน่วง ซึ่งงานนี้นอกจาก นุ่น รมิดา จะออกมาเปิดใจถึงกระแสดราม่าในทำนองไม่ได้รู้สึกวิตกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้น เธอก็ยังบอกอีกด้วยว่า ภาพดังกล่าวก็คืองานถ่ายแฟชั่นงานหนึ่ง

ซึ่งคนที่ขุดภาพออกมาจะมองในรูปแบบไหนก็แล้วแต่เขา เพราะถึงอย่างไรเธอก็รู้ความจริงทุกอย่างอยู่แล้ว ถามถึงกระแสภาพถ่ายแฟชั่นในอดีตที่ถูกขุดออกมา ซึ่งดูแล้วค่อนข้างเซ็กซี่ ? “มันก็ทำอะไรไม่ได้ เราถ่ายไปแล้วก็ต้องยอมรับค่ะ เพียงแต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยพูดไว้ตั้งแต่ถ่ายตอนนู้นก็คือ ทุกอย่างมันคือการรีทัชเยอะมากเหมือนกัน

อย่างที่เห็นว่ามันล้นก็คือเอาคัพเล็กมาให้ใส่มันก็ล้นสิใช่ป่ะ ซึ่งนุ่นเป็นคนตอบตรงนะคะเพราะทุกอย่างที่นุ่นใส่ นุ่นใส่เซฟหมด แล้วทุกสำนักโทรมาหานุ่นบอกว่าขอลบตรงนั้นตรงนี้ได้ไหม คือนุ่นเอาความจริงเป็นหลักค่ะ ถ้าหากเราตัดสินใจทำไปแล้วมันก็ต้องทำ แต่ว่าในความเป็นจริงเรารู้ว่าเราใส่ทุกอย่างทุกท่อน

ซึ่งความจริงมันอยู่กับเรา ดังนั้นนุ่นก็เลยไม่ค่อยแคร์ในวันที่มีคนขุดรูปออกมา เพราะจะให้เราทำยังไง ให้โทรไปกูเกิ้ลเพื่อขอลบรูปเรามันก็คงไม่ได้ นอกจากเราจะยอมรับความจริงเองว่าเราเคยถ่ายไป อีกอย่างเราก็ไม่ได้ถ่ายหนังสือโป๊ด้วย เราถ่ายหนังสือแฟชั่น ฉะนั้นคนที่ขุดออกมาจะมองในรูปแบบไหนมันก็แล้วแต่เขาค่ะ”

แฟนๆ ละครหลายคนค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกของเราหลังมีการขุดภาพนี้ออกมา ? “นุ่นคิดว่าทุกคนก็มีรูปแบบนี้นะ ดาราหลายคนในวัยนุ่นก็ถ่ายแบบนี้กัน อย่าว่านุ่นเป็นตัวอย่างเลยคือดาราทุกคนก็ถ่ายกันอยู่แล้ว แค่วันนี้นุ่นอาจจะมีกระแสและทุกคนก็เอารูปออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากจะมองว่ามันเซ็กซี่มันก็คงเซ็กซี่แหละ

เพียงแต่ทุกวันนี้ที่ทุกคนเห็นกันนุ่นก็ไม่ใช่คนเซ็กซี่อะไร มันเป็นแค่งาน งานหนึ่งที่นุ่นรับก็เท่านั้นเอง” ภาพนี้มันมีผลเสียกับเราไหม กับการที่เขาขุดออกมา ? “ไม่นะคะ คือนุ่นมองว่ามันไม่ใช่เรื่องหรือข้อเสียอะไร นุ่นกลับมองซะอีกว่าทำไมตอนที่ถ่ายถึงไม่เป็นกระแส มาเห็นช้าไปไหม เพราะตอนนี้หุ่นนุ่นไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว (หัวเราะ) เอาตรงๆ

นุ่นไม่ได้มีเอฟเฟคอะไรกับสิ่งที่คนออกมาพูดหรอกค่ะเพราะนุ่นไม่ค่อยเช็คโซเชียล นอกจากเล่นอินสตาแกรมของตัวเอง” แสดงว่าแย้มก็แซ่บยังเซ็กซี่อยู่ ? “แย้มก็เป็นคนนั่นแหละ แย้มก็อยากเซ็กซี่บ้าง ณ ช่วงเวลาหนึ่งในวัยที่แย้ม 20 กว่าๆ แย้มก็อยากโชว์หุ่นบ้าง แต่ถามว่าตอน 30 แย้มทำไม แย้มก็คงไม่ทำแล้ว

นอกเหนือจากว่าจะสามารถกลับมาฟิตหุ่นได้เหมือนเดิมอีกครั้งอาจจะมีเสียดายหุ่นทิ้งทวน ไม่แน่หรอก รอดู” จะมีโอกาสรับไหมถ้าหากมีติดต่อเข้ามา ? “ยังค่ะ ตอนนี้นั่งแล้วกองเป็นสามชั้นเลย (หัวเราะ) จะรีทัชยังไง อย่าดีกว่า แต่คิดว่าถ้าหมดแย้มแล้วก็อาจจะต้องเข้ายิมจริงจัง มีคุยกับหลุยส์และก็เทรนเนอร์ไว้แล้วเหมือนกัน”

อย่างก่อนหน้านี้ทางหลุยส์เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะมีลูกก่อนแต่งงานก็ได้ ส่วนตัวเราคิดว่ายังไงบ้าง ? “อ๋อ…เอาตามที่สมควรละกันค่ะเพราะจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คิดจะมีก็มีได้เลย มันยังมีเรื่องของสภาวะร่างกายต่างๆ ด้วย คือถ้าเราไม่แข็งแรงกันทั้งคู่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่จะมี ถามว่านุ่นอยากจะมีลูกไหม

นุ่นมองว่าความรู้สึกพวกนี้มันมาตามวัยนะ คือเมื่อเรามาถึงวัยหนึ่งเราก็จะคิดถึงมันได้เองตามธรรมชาติ แต่ส่วนตัวนุ่นไม่ได้หมกมุ่นนะ มันแค่เป็นการแว่บๆ เข้ามาในหัวมากกว่า” จะมีโอกาสไหมที่เราจะข้ามขั้นตอนไปก่อนแล้วค่อยแต่งงาน ? “ก็คงต้องถามครอบครัวนุ่นก่อนค่ะว่ายังไง แต่ว่าจริงๆ นุ่นก็ออกมาจากอ้อมอกพ่อแม่แล้ว

เพียงแค่ความห่วงใยระหว่างครอบครัวเราก็ยังมีอยู่ ซึ่งนุ่นบอกได้เลยว่าพ่อแม่นุ่นรู้เสมอว่าหลุยส์เป็นคนดี ดังนั้นท่านก็เลยยกให้เป็นการตัดสินใจของเราในเรื่องการใช้ชีวิต แค่ขอให้ทุกอย่างมันสวยงาม ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจแบบผิดๆ” คุณพ่อคุณแม่ได้ถามเราบ้างไหมว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ ?

“ไม่ให้ถามเลยค่ะ นุ่นไม่ค่อยอยากให้ครอบครัวมาเป็นแรงกดดันในเรื่องนี้ แต่นุ่นก็อธิบายให้ท่านฟังนะว่าอะไรเป็นยังไง ทุกๆ เรื่องผ่านหูผ่านสายตาพ่อแม่ตลอด แค่ขอพวกท่านไว้เฉยๆ ว่าไม่กดดันหรือไม่พูดเรื่องนี้ได้ไหม เพราะว่าทุกวันนี้เราทั้งคู่ต่างก็เหนื่อย”

7.ด่วน-จีนเตือน! ‘เหนือ-ใต้ไทย’ ชิ้นส่วนสถานีอวกาศเทียนกง-1 โหม่งโลก วันที่ 30 มีนาคม-ตามเวลาดังต่อไปนี้!! (รายละเอียด-คลิป)

กองทัพอากาศเตือน ภาคเหนือ-ใต้ เสี่ยง ชิ้นส่วนสถานีอวกาศเทียนกง-1 โหม่งโลก

กองทัพอากาศเตือน ภาคเหนือ-ใต้ เป็นพื้นที่เสียงสถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีน โหม่งโลก หลังขัดข้องจนเสียความควบคุม เมื่อปี 2559

จากกรณีที่หน่วยงานอวกาศแห่งชาติจีนเผยว่า สถานีอวกาศแห่งแรกของจีน “เทียนกง-1” หนัก 8.5 ตัน ที่ถูกส่งสู่ห้วงอวกาศเมื่อปี พ.ศ. 2554 กระทั่งเมื่อเดือนมีนาคม 2559 เทียนกง-1 เกิดขัดข้องจนสูญเสียการควบคุมจนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ไป และคาดการณ์ว่า หากเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศไม่หมด จะตกลงสู่พื้นผิวโลก ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-4 เมษายน นั้น

ล่าสุด วันที่ 28 มีนาคม 2561 พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA)ได้คำนวณ Ground Track ของสถานีอวกาศเทียนกง 1 และประเมินพื้นที่เสี่ยงของประเทศไทย ดังนี้

– วันที่ 30 มีนาคม
เวลาประมาณ 03.55 น. มีพื้นที่เสี่ยง คือ ภาคเหนือ
เวลาประมาณ 11.17 น. พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้

– วันที่ 31 มีนาคม
เวลาประมาณ 03.27 น. พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคเหนือ
เวลาประมาณ 12.48 น. พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้

Tiangong 1 explosion mock up
leo delauncey/mail online

– วันที่ 1 เมษายน
เวลาประมาณ 12.28 น. พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้

– วันที่ 2 เมษายน
เวลาประมาณ 11.47 น. ระยะสูง 183 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้
เวลาประมาณ 02.26 น. ระยะสูง 178 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคเหนือ

– วันที่ 3 เมษายน
เวลาประมาณ 11.14 น. ระยะสูง 178 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้

– วันที่ 4 เมษายน
เวลาประมาณ 01.21 น. ระยะสูง 171 กิโลเมตร ในพื้นที่เสี่ยง คือ ภาคเหนือ
เวลาประมาณ 10.40 น. ระยะสูง 173 กิโลเมตร ในพื้นที่เสี่ยง คือ ภาคใต้

ทั้งนี้หากผู้ใดพบเห็นวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นชิ้นส่วนของสถานีอวกาศเทียนกง 1 ให้ปฏิบัติตนดังนี้

1. ห้ามสัมผัสวัตถุต้องสงสัย เนื่องจากอาจมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

2. ห้ามเก็บไว้ในครอบครอง เนื่องจากผิดกฎหมายระหว่างประเทศ (รัฐบาลไทยต้องส่งคืนรัฐบาลจีน)

3. แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด หรือสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการอวกาศ ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ โทร. 09-8389-3566

 

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here