โซเซียลพากันแชร์ “น้องแนท” เช็ดโต๊ะหมู่-พระพุทธรูป ชาวเน็ตชื่นชม-ไม่ได้ล้างรถเป็นอย่างเดียว!! (คลิป-ชมภาพ)

0
252

ไม่ได้มาทางเซ็กซี่อย่างเดียว สำหรับ น้องแนท เกศริน ที่หลายคนที่ติดตามเธอคงจะทราบดีว่าหลายครั้งน้องแนทก็มาทางสายบุญด้วย ล่าสุด น้องแนท ใช้เวลาวันว่างทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชา และทำความสะอาดพระพุทธรูปในห้องพระที่บ้าน โดยเธอได้ไลฟ์สด ขณะกำลังทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชาด้วย พร้อมแคปชั่นว่า “ทำหน้าที่อีกแล้ว ห้องพระใครก็ห้ามยุ่งนอกจากลูกสาวคนนี้”

คลิป

งานนี้มีแฟนๆ เข้ามาติดตามชมน้องแนทไลฟ์สดจำนวนมาก หลายคนยังบอกว่า น้องแนทไม่ได้ล้างรถเป็นอย่างเดียว แต่ยังทำความสะอาดห้องพระได้ด้วย เกศริน ชัยเฉลิมพล มีชื่อเล่นว่าแนท เกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดสระบุรี เพราะบิดาเป็นทหารประจำอยู่จังหวัดดังกล่าว บิดาและมารดาของเธอแยกทางกันตั้งแต่เธอมีอายุ 2 ขวบ ย่าจึงรับไปเลี้ยงที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาบิดาตายตั้งแต่เธออายุราว 8-9 ขวบ

ช่วงวัยรุ่นเธอไม่ชอบการเรียนหนังสือและไม่จบการศึกษานอกระบบ ขณะอายุ 14 ปี เธอได้ออกจากบ้าน อาของเธอจึงส่งเรียนช่างเสริมสวยครั้นเรียนจบก็ไม่อยากเป็นลูกจ้างจึงลาออก และหางานทำที่กรุงเทพมหานครขณะอายุได้ 16 ปี เธอเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยความตั้งใจ เบื้องต้นเธอได้ทำงานอยู่ในร้านอาหารที่น้าเขยเป็นเจ้าของ เคยรับงานเป็นนักแสดงประกอบละครเรื่อง เมืองมายา เธอมีแฟนและเสียตัวท้ายสุดก็ถูกทิ้ง

- Advertisement -

ต่อมามีผู้ชักชวนให้ไปถ่ายภาพยนตร์ลามกซึ่งถูกหลอกว่าสื่อลามกนั้นจะไม่วางขายในไทย โดยเธอได้พัฒนาตนเองสู่การแสดงหนังแผ่นแต่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก ขณะอายุเพียง 17 ปี หนังเกรดบีในแนวอีโรติกของเธอมีอยู่หลายเรื่อง อาทิ โมรา, เธอชื่อแอน และ เจ้าพ่ออ่างทองคำ คู่กับจรัล งามดี และสุระ ธีระกล เป็นอาทิ จนได้ฉายาว่าเป็น “เจ้าแม่หนังแผ่น”

เธอมีชื่อเสียงขึ้นจากกรณีที่มีตำรวจบุกจับการค้าขายภาพยนตร์ลามกในแบบวีซีดี ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งตำรวจได้เรียกตัวเธอมาสอบถามหาข้อมูลเพื่อโยงใยไปถึงตัวการแหล่งผลิต เพราะเธอเป็นหนึ่งในนักแสดงนำจากภาพยนตร์เหล่านี้ ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายเป็นข่าวคราวโด่งดังในสังคมขณะนั้น และทำให้เธอได้เป็นบุคคลแห่งปี พ.ศ. 2547 ของรางวัลเฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 2

จากเว็บไซต์พันทิปดอตคอมด้วย เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่เคยแสดงกับชาวไทย เคยแสดงกับชาวต่างชาติเท่านั้น”ต่อมาเธอได้เดินสายโชว์ตัวอยู่พักใหญ่ ๆ และมีผลงานพ็อกเกตบุ๊ก และอัลบั้มนู้ดเฉพาะกิจออกเป็นระยะ ๆ โดยได้ถ่ายคู่กับอดีตคู่รัก คือ สมเจตน์ สะอาด ด้วย ด้วยการใช้เงินลงทุนเอง ภายหลังได้ออกจากวงการบันเทิงเพราะตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ และหันไปปฏิบัติธรรมแทน ปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการ “น้องแนทตอบปัญหาทางแพทย์” ทางช่อง appleOne ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 21.00-22.00

ซึ่งก่อนหน้านี้ยังคงเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นคือ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ประกาศหาคู่ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา โดยมีแคปชั่น ว่า “ประหยัดปนเหงามาหลายปี ปีนี้มีใครว่างให้ผมเลี้ยงข้าวบ้างครับ ขอคนเข้าใจคนไม่ค่อยมีเวลา ชอบฟังการเมือง อุดมการณ์คล้ายๆกัน นี่มาถึงจุดหาแฟนบนโลก social แล้วหรือ จะ 40 แล้ว เร่งได้เร่ง เหตุเกิดเพราะวาเลนไทน์”

จากนั้นอีก 4 วันต่อมา “โอ๊ค” ได้โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นในไอจีว่า “เป็นคนหวานๆ” โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ได้มีนักแสดงสาวที่รู้จักกันในนาม “น้องแนท” เกศริน ได้เข้าไปคอมเมนต์ ในไอจีใต้ภาพนั้นว่า “ไม่ชวนเลย” และด้าน “โอ๊ค” ก็ตอบกลับไปว่า “มาม่ะ” ส่วน แนท ก็ได้คอมเมนต์ต่อว่า “อยู่ไหนอะ ไลน์ส่วนตัว” ทำให้หลายคนได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่ กำลังคบหาดูใจกันอยู่หรือไม่อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ หนุ่มโอ๊ค เพิ่งประกาศหาคู่ไปไม่นาน

ทำให้นักข่าวหลายสำนักพยายามจะติดต่อขอสัมภาษณ์ทั้ง 2 คน แต่ก็ยังไม่มีใครสะดวกจะให้สัมภาษณ์ จนกระทั่งล่าสุด แนท ได้ตั้งสเตตัสชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยใจความสำคัญ คือยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นอะไรกับฝ่ายชาย มากไปกว่าคนรู้จักที่สนิทกันมานานกว่า 10 ปี โดย สาวแนท กล่าวว่า ไม่จำเป็นที่ว่าหากรู้จักกันแล้วจะต้องมีอะไรกันเสมอไป

โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า “ ขณะที่บางคอมเมนต์ที่คิดว่าแนทรู้จักกับใครแล้ว จะต้องมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยถึงขั้นลึกซึ้งนั้น ก็บอกเลยนะคะว่ามนุษย์เราไม่ได้มีอวัยวะเพศไว้สืบพันธุ์อย่างเดียว เหมือนที่เดรัจฉานเขาทำกันโดยเ-าไม่เลือก แล้วการที่แนทจะต้องเอาตัวหรือต้องเสียตัวให้ใครสักคน เพื่อทำให้ตัวเองได้มาอยู่ในสังคมอีกระดับ แนทก็คงไม่ทำ

เพราะทุกวันนี้ ต่อให้ไม่ทำก็มีคนมากมายเข้ามาพูดคุยด้วยอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่เคยสานสัมพันธ์ต่อไปในทางลึกซึ้งเหมือนคนบางคนคิด” นี่คือบางช่วงบางตอนในข้อความที่เธอโพสต์ ล่าสุด แนท เกศริน ได้สัมภาษณ์และเปิดใจเธอเป็นที่แรก ถึงข่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งเธอก็ตอบในส่วนของฝ่ายชายได้ไม่มากนัก เนื่องจากได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดอะไรถึงอีกฝ่าย

“พี่ขอไม่ตอบประเด็นนี้ได้ไหม เพราะพี่คุยกับพี่เขาแล้ว เราสองคนมีความเห็นว่า เราไม่อยากให้ข่าวที่เราสองคนไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วอันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างพี่กับเขา เลยขอที่จะไม่คุยดีกว่า แต่จริงๆเรารู้จักกันมานานแล้ว แต่พี่ไม่ได้แจ้งให้ใครทราบว่าพี่รู้จักกัน” พอเกิดข่าวเราก็เลยคุยกับฝ่ายชายเลยหรือ?

“จริงๆคุยกันมาตลอด แล้วพอมีปัญหาแบบนี้เราก็รู้สึกสงสารพี่เขา เขาก็มีปัญหาของเขามีข่าวของเขาอีกมากมายที่ยังไม่ได้เคลียร์ แล้วเราก็ไม่อยากเอาปัญหานี้ไปเพิ่มให้เขา การที่เรารู้จักกันมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะพี่เขาก็รู้จักใครตั้งหลายคน เราก็รู้จักต่อๆกันผ่านจากเพื่อนๆมากมาย” การพูดคุยในไอจีดูเราสนิทสนมกันมาก “จริงๆมันสนิทอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติของคนสนิทกันเค้าคุยกัน”

หลังจากเกิดข่าวนี้ได้มีการคุยกันไหมว่าจะคุยกันให้เบาลงหรือคุยกันส่วนตัวดีกว่า? “คืออย่างที่พี่เขาบอก เขาไม่อยากให้เอาคอมเมนต์ไปเป็นบันไดในการเขียนข่าว ต่อไปเราก็คุยกันปกติดีกว่า พี่ก็ยังติดตามเขาอยู่ แต่ก็ไม่อยากเข้าไปคอมเม้นต์ในส่วนที่จะทำให้เป็นปัญหากับเขา หรือกับการใช้ชีวิตของเขา” ด้านความสัมพันธ์เราเป็นแค่พี่น้องหรือมากกว่านั้น?

“สำหรับพี่เราคุยกันมาตั้งนานแล้ว ความสัมพันธ์มันไม่ได้ชัดเจนว่าจะเป็นแฟนหรือเป็นอะไร คือคุยเหมือนคนที่รู้จักกันคุยกันมากกว่า ส่วนที่ว่าเขาจะคิดมากกว่าพี่น้องหรือไม่คิดต้องไปถามเขาเองอันนี้พี่ไม่รู้จริงๆ” วิธีการคุยเป็นไปในเชิงชู้สาวไหม? “ก็คุยกันปกติ เพียงแต่ว่าของเรามันสนิทมากไปกว่าคำว่าเพิ่งรู้จักกัน” เราโกรธหรือเปล่าถึงตั้งสเตตัสในเฟซบุ๊กยาวขนาดนั้น?

“คือหลังจากที่พี่ไปคุยกับเขา พี่ก็สงสารเขา เขาก็สงสารเรา เขาเป็นคนที่ให้เกียรติผู้หญิง แล้วมันก็เหมือนมีข่าวบางสำนัก ที่ใช้คำพูดกับเราไม่ดี เหมือนเอาเราไปอยู่อีกชั้นหนึ่งแล้วก็ยกระดับข่าวของตัวเองให้มันสูงขึ้น เค้าก็รู้สึกไม่พอใจ ถ้าจะมาสัมภาษณ์เขาหรือมาสัมภาษณ์เราแล้วใช้คำพูดไม่ดีก็ยังไม่มีใครอยากจะให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น พี่ก็เลยเอาคำพูดนี้มาพูดให้ฟัง อย่างที่บอกว่าพี่ไม่ได้ต้องการจะอัพเกรดตัวเองขึ้นมา

เราเข้าใจว่าเรามาจากตรงไหน แต่มันควรจะเป็นคำพูดที่ดีกว่านี้ไหมในการที่จะเสนอข่าวหรือเขียนข่าว” จะฟ้องสำนักข่าวนี้ไหม? “ไม่นะ พี่ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบหาเรื่องใคร แต่เราเขียนเตือน คือคนเราอ่านก็ต้องเข้าใจว่าต้องรู้สึกได้ แต่ถ้าเกิดว่าเค้าไม่มีจิตสำนึกแล้วยังทำอีก พี่ว่าก็เกินจะเยียวยาแล้วล่ะค่ะ พี่ก็ต้องปล่อยผ่าน ถ้าพี่ฟ้องอีกมันก็จะต้องมีอีกเรื่อยๆ เรื่องมันไม่จบง่ายๆ

พี่ไม่เอาเวลาไปเสียกับตรงนั้นหรอกค่ะ ต่อให้พี่ฟ้องไปสื่อนี้เค้าก็ยังไปเขียนข่าวคนอื่นอีก เพราะตอนนี้ได้ข่าวว่าเขาถูกฟ้องเยอะมาก แล้วเรื่องมันก็ยังไม่ไปไหน พี่คิดว่าสื่อดีๆที่ให้เกียรติพี่มีเยอะมาก กับแค่บางสื่อพี่ปล่อยผ่านดีกว่า” แบบนี้มีคอมเมนต์แรงๆเข้ามาไหม? เพราะมีบางประโยคที่เราโพสต์ลงเฟซบุ๊กแบบแรงมาก “มันก็จะมีบางคนที่คอมเมนต์เข้ามาว่า

รู้จักกันแล้ว ได้กันแล้วมั้ง พี่จะบอกว่าการที่พี่รู้จักใคร ไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีอะไรกัน เราไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ถ้าพี่จะเป็นผู้หญิงแบบนั้น พี่คงได้ระดับแบบใหญ่โตมโหฬาร เพราะพี่รู้จักคนเหล่านี้เยอะมาก แล้วทุกครั้งพี่ก็ปฏิเสธตลอด แล้วถ้าสมมติว่าพี่จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใคร พี่คงต้องเลือก” อยากจะบอกอะไรถึงคนที่เข้าใจเราผิดไหม? “ไม่รู้จะบอกอะไรค่ะ บอกไปหมดแล้ว ไม่คิดที่จะบอกอะไรแล้วแล้วแต่ใครจะคิดเลยแล้วกัน เอาเป็นว่าทุกวันนี้สบายใจแล้ว”

ฮือฮาสนั่นโซเชียล เมื่อ แนท เกศริน หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น ศุจินันท์ เนสแลนด์ ประกาศแต่งงานพร้อมทั้งโชว์ทะเบียนสมรส กับหนุ่มต่างชาติรุ่นคุณปู่อย่าง นายฮาโรลด์ เจนนิ้งส์ เนสแลนด์ จูเนียร์ ซึ่งมีดีกรีความล่ำซำถึงขั้นจัดได้ว่าเป็นเศรษฐีอเมริกา ด้วยตำแหน่งกรรมการผู้จัดการระหว่างประเทศ เอเชียแฟซิฟิก และกรรมการผู้จัดการศูนย์การแพทย์ดูไบ เท่านั้นยังไม่พอ แว่วมาว่าสามีเปย์เงินให้ใช้หลักแสนต่อเดือนอีกด้วย

ประกาศแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? “เป็นคนอเมริกันค่ะ” เจอกันได้ยังไง? “แนทว่าเป็นรักแรกพบของเรา เราเจอกันในการติดต่อธุรกิจอสังหาฯ ค่ะ เป็นพาร์ตเนอร์กัน เขาเป็นพาร์ตเนอร์กับคนที่มาขอแนทแต่งงานก่อนหน้านี้” ก่อนหน้านี้ผู้ชายไทยขอแต่งงาน แต่สุดท้ายประกาศแต่งงานกับฝรั่ง? “ก็เขามาขอช้าไป (ยิ้ม) คนไทยมาขอช้าไป แล้วก็ที่สำคัญคือเราดูใจกันมานานพอสมควร เราไม่อยากจะไปเสียใจกับความรักครั้งเก่าๆ เราไม่อยากเป็นแบบนั้น”

ตกลงแต่งงานกับเขาได้ยังไง? “เขาเป็นคนดีมากค่ะ แนทเคยทำงานอะไร ทำงานยังไงเขาจะทราบทุกอย่าง จากข่าว จากกูเกิล ติดตามหมดแม้กระทั่งเขาเคยมาเที่ยวเมืองไทย พาแนทไปดูธุรกิจของเขา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ธุรกิจกันค่ะ เขาก็เคยไปนั่งตามเฝ้าแนทในกองถ่าย ไปดูงานแนทเดินแฟชั่นโชว์ เราบอกแล้วเราจะไม่ก้าวก่ายเรื่องงานกันและกัน”

ภาพในอดีตของเรา เขาทราบไหม? “เขาทราบทุกอย่างค่ะ เขาทราบหมด เพราะการทำเอกสารที่จะไปอเมริกาเนี่ยเราต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมด ถ้าเราปิดบังแม้แต่นิดเดียว เราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เดินเข้าประเทศเขาเลย จะกลายเป็นบุคคลต้องห้าม เพราะฉะนั้นเราต้องแจกแจง” เขาทำงานอะไรตอนนี้? “เป็นสถาปนิกค่ะ เป็นกรรมการผู้จัดการระหว่างประเทศ เอเชียแฟซิฟิกค่ะ แล้วก็เป็นกรรมการผู้จัดการศูนย์การแพทย์ที่ดูไบค่ะ”

เขาอายุเท่าไร? “รุ่นคุณปู่ (หัวเราะ) ก็ประมาณ 69 ยังไม่ 69 ดีค่ะ” เทียบกันนะ แฟนเก่าคนไทยกับสามีคนปัจจุบัน ใครรวยกว่ากัน? “อย่ามองที่เขารวยเลย” ถ้าคนมองตรงนั้นล่ะ ถ้าเปรียบกัน? “มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ก็ฝรั่งสิคะ (ยิ้ม)” กลับมาที่เรื่องขอแต่งงาน เขาขอยังไง? “เขามาขอแต่งงานกับคนในครอบครัว ตอนนั้นคุณย่ายังอยู่ เขามาขอกับคุณย่า เขาก็บอกว่าเขาจะดูแลแนท เขาจะเทคแคร์อย่างดีเสมือนคนในครอบครัวดูแลแนท

แล้วแนทก็ไม่เอา พยายามทำนิสัยเลวทุกอย่างให้เขาเห็น แต่เขาก็ยังจะเอาเราอยู่” ศึกษา คุยกันกี่ปี? “คุยมาเรื่อยๆ ค่ะ นานพอสมควร มันมีช่วงหนึ่งแนทก็แกล้งอำเขาว่าฉันไปนอนกับผู้หญิงเลสเบียนมา เขาก็เหรอ ไม่ว่าไง เขาก็ขำไป ทำเลวกับเขาสารพัดเขาก็ยังโอเค” เขาขอแต่งงานวันที่เท่าไร? “เดือนมกราคมค่ะ หลังวันเกิดเรานิดเดียวเอง”

จดทะเบียนสมรสแล้ว? “จดแล้วค่ะ จดที่พระโขนงค่ะ จดวันที่ 27 มกราคมค่ะ แต่ยังใช้นางสาวอยู่ค่ะ ใช้นามสกุลสามี ตอนแรกอยากใช้นามสกุลตัวเอง แต่เขาบอกให้ใช้นามสกุลเขา” เนื่องจากเขาอายุค่อนข้างเยอะ กลัวคนมองไหม หวังอะไรจากเขา? “ต้องถามว่าเขาหวังอะไรจากแนทรึเปล่า แนทไม่เคยหวังอะไรในตัวเขาเลย ทุกวันนี้คือเขาอยากได้แนทไปเป็นแม่ของลูก

คนเราที่อายุขนาดนี้จะยอมไปแก้หมันเพื่อให้เราเป็นแม่ของลูก” แก้หมันเลย? “ใช่ เขาทุ่มเทมาก” เขาเคยมีครอบครัวมาก่อน? “เคยค่ะ คนแรกจดทะเบียน คนที่ 2 ไม่ได้จด แล้วเขามาจดกับแนทค่ะ แนทเป็นคนที่ 3 คนที่ 2 นี่เขาแยกกันอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็จะบอกตลอดว่าภรรยาคนที่ 2 ของเขามาจากเวียดนามนะ เขาก็ส่งรูปถ่ายมาให้ดู เราก็เฉยๆ” ถ้าคนมองหวังดูดเงิน? “เขาให้เยอะมากค่ะ แต่ไม่ค่อยจะรับเท่าไร

คือการที่เราไม่ยอมรับเงินเขาง่ายๆ มันทำให้เขาสงสารเรามาก เขากลัวเราไม่มีเงิน บั้นปลายชีวิตเราจะลำบาก เขาก็ให้ สปอยล์ตลอด จ่ายตลอด” เขาให้เดือนละเท่าไร? “6 หลักค่ะ แล้วแนทเป็นคนที่ไม่ช็อปปิ้งไร้สาระกับของฟุ่มเฟือย ถามว่าให้เงินตรงเวลาไหม ก่อนเวลาด้วยซ้ำค่ะ ก่อนจะมาเมืองไทยเขาจะเอาเงินมาซัพพอร์ต แนทอยู่กับเขาเหมือนกระเป๋าตังค์เดียวกัน เวลาเขามาเราจะจ่ายค่าโน่นค่านี่ แต่ถ้าจะไปกินหรูๆ เขาก็จะจ่าย เพราะแนทไม่ชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย”

หย่าจริงหรอเนี้ย !! น้องแนท เผยเหตุหย่าสามีฝรั่งวัย 70 กลัวผัวตายช็อกคาอกแบบนี้ ที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในวันนี้ หลัง “น้องแน๊ต เกศรินทร์” เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวข่าวสดถึงเรื่องราวความรักกับสามีชาวต่างชาติที่เป็นที่จับตามอง โดยครั้งนั้น แน๊ตเผยว่า เคยคิดจะหย่ากับสามีมาแล้ว!

โดยในคลิปของข่าวสดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา น้องแน๊ตเผยสาเหตุที่ทำให้เคยคิดหย่ากับสามี นายแฮโรลด์ เจนนิงส์ เนสแลนด์ เศรษฐีพันล้าน วัย 70 ปีว่า “เพราะตัวเองเป็นคนไฮเปอร์ เป็นคนไม่ค่อยอยู่บ้าน ชอบไปวัด ไปโน่นไปนี่ ไม่เกี่ยวกับว่าไม่รักเขาแล้ว มันรู้สึกอยากปลีกวิเวก ไม่อยากเอาใจใคร แล้วเวลาเรากับเขามันห่างกัน เดือนหนึ่งมาหากันที หลังจากนั้นก็รู้สึกว่ามันไม่เวิร์ก แล้วเราก็มีคนมาชอบเยอะ”

“สามีเป็นโรคหัวใจ ก่อนหน้านี้แต่งงานกันปีสองปีแรกก็มีเพศสัมพันธ์แต่ไม่บ่อย เพราะเราไม่ได้อยู่กับเรื่องพวกนี้ แต่เราเคยมีกับเขาแล้วเขาเป็นโรคหัวใจ แล้วเขาเป็นประเภทที่ถึงเวลาต้องเอายาอมไว้ใต้ลิ้น เราเห็นเขาก็ตกใจมาก จะตายมั้ยเนี่ย เราก็กลัว ก็เลยแบบว่ารักษาชีวิตเขาไว้ดีกว่า”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here