ประชาชนแห่ต่อแถวกันอย่างคึกคัก แลกเหรียญกษาปณ์ ร. 10 ออกใช้หมุนเวียนวันนี้วันแรก (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
259

วันนี้(6 เม.ย.)บรรยากาศการเปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแรก ที่หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ในกระทรวงการคลัง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากต่อแถวแลกเหรียญอย่างคึกคักก่อนเปิดแลกซื้อในเวลา 8.30 น. ประชาชนคนแรกได้เดินทางมารอตั้งแต่ตีสี บอกว่าไม่ต้องการรอคิวนานและเกรงว่าอาจจะไม่ได้เหรียญในวันนี้

จึงตั้งใจมาแลกซื้อเหรียญใหม่เก็บสะสม โดยเจ้าหน้าได้แจกบัตรคิวรับแลกเตรียมไว้เกือบ 2,000 ชุด หากซื้อ 1 ชุด จะได้เหรียญ 10 บาท 40 เหรียญ เหรียญ 5 บาท 40 เหรียญ เหรียญ 2 บาท 100 เหรียญ เหรียญ 1 บาท 100 เหรียญ เหรียญ 50 สตางค์ 200 เหรียญ และเหรียญ 25 สตางค์ 20 เหรียญ รวมมูลค่า 1,005 บาท ส่วนเหรียญ 1 สตางค์ 5 สตางค์ และ 10 สตางค์

ไม่เปิดจ่ายแลกในหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่าเหรียญที่ผลิตออกใช้หมุนเวียนปกติ จึงไม่จำเป็นต้องแลกซื้อในวันนี้ และยันว่าจะไม่มีปัญหาเหรียญขาดตลาด โดยทุกปีจะผลิตเหรียญออกมา 1,300 ล้านเหรียญ ส่วนวันนี้ได้จัดเตรียมไว้เป็นชุดเพื่อความสะดวกและช่วงบ่ายจะเปิดให้บริษัทธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามารับแลก ส่วนเหรียญชนิดราคา 25 สตางค์วันนี้มีการจ่ายแลกน้อยสุด

- Advertisement -

โดยเตรียมไว้แต่ละจุดเพียง 3,000 ชิ้น และ เตรียมสำหรับรับแลกทั่วประเทศในวันนี้ทั้งหมดมูลค่า 300-400 ล้านบาท สำหรับในกรุงเทพ ประชาชนยังสามารถแลกซื้อได้ที่ สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ และ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ รังสิต ส่วนในต่างจังหวัดแลกได้ที่ศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา

และสุราษฎร์ธานี จะเปิดให้แลกถึงเวลา 15.30 น. และในวันจันทร์จะปิดให้แลกตามปกติ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์พร้อมเปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันจักรี 6 เม.ย.นี้ เป็นวันแรก โดยจำกัดการจ่ายแลก 1 คน ต่อ 1 ชุด เพื่อให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง โดย 1 ชุด ประกอบด้วย เหรียญ 10 บาท

จำนวน 40 เหรียญ มูลค่า 400 บาท เหรียญ 5 บาท จำนวน 40 เหรียญ มูลค่า 200 บาท เหรียญ 2 บาท จำนวน 100 เหรียญ มูลค่า 200 บาท เหรียญ 1 บาท จำนวน 100 เหรียญ มูลค่า 100 บาท เหรียญ 50 สตางค์ จำนวน 200 เหรียญ มูลค่า 100 บาท และเหรียญ 25 สตางค์ 20 เหรียญ มูลค่า 5 บาท รวมเงินที่จ่ายแลก 1 ชุด มีมูลค่า 1,005 บาท

“ในวันแรกกรมฯจะมีเหรียญให้เปิดแลกทั้งหมด 6 ชนิด จำนวน 211 ล้านเหรียญ ในราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ส่วนเหรียญ 1 สตางค์ 5 สตางค์ และ 10 สตางค์ จะไม่เปิดจ่ายแลกเนื่องจากไม่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่จะผลิตเพื่อใช้ในทางบัญชีเท่านั้น” ทั้งนี้การจะเริ่มเปิดจ่ายแลกในวันแรก จะเริ่มตั้งแต่ 8.30-15.30 น. ณ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์

กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340, 0 2273 0899-902 ต่อ 5115 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯโทร 0 2282 4109-10 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7943-49

และศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา และสุราษฎร์ธานี และตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไปจะเปิดให้ประชาชนได้จ่ายแลกเป็นปกติ นายพชรกล่าวว่า ยืนยันว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

จะใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โดยขนาดเหรียญจะเท่ากันทุกชนิด สามารถใช้บริการตู้หยอดเหรียญชนิดต่างๆ ได้ตามปกติ และหลังจากนี้ กรมฯ ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้จะผลิตเหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ 10 เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ 2,345 ล้านเหรียญ โดยส่วนหนึ่งจะผลิตเองจากโรงกษาปณ์ และบางส่วนจะนำเข้าจากเยอรมนี และฝรั่งเศส

เนื่องจากโรงกษาปณ์มีกำลังการผลิตจำกัดเพียง 1,300 ล้านเหรียญต่อปีเท่านั้น โดยปัจจุบันมีเหรียญในระบบ 3 หมื่นล้านเหรียญ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ สถาบันการเงินจะเริ่มนำธนบัตรรัชกาลที่ 10 (แบบ 17) ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ออกใช้ได้เป็นวันแรก โดยยืนยันว่าธนบัตรแบบเดิมจะไม่มีการยกเลิกและจะออกใช้คู่กันไป

รวมทั้งยังสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันธนบัตรที่อยู่ในระบบมีเงินหมุนเวียนทั้งสิ้น 1.6 ล้านล้านบาท มีธนบัตร 5,500 ล้านฉบับ สำหรับการจ่ายแลกในวันที่ 6 เม.ย.61 เป็นวันหยุดราชการ ประชาชนจะสามารถเบิกถอนธนบัตรได้ที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ที่เปิดให้บริการในวันหยุด เช่น ตามห้างสรรพสินค้า หรือที่ตู้เอทีเอ็ม รวมถึง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ส่วนธนบัตรชนิดราคา 500 บาท และราคา 1,000 บาท จะออกใช้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันที่ 28 ก.ค.61 เป็นต้นไป สำรับบรรยากาศที่กรมธนารักษ์เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอคิวจำนวนมากตั้งแต่เช้ามืด โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจกบัตรคิว คนละ1ชุด นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ

สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า ธปท. จะเริ่มออกใช้ธนบัตร แบบใหม่ ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ในวันจักรี 6 เมษายนนี้ โดยทุกชนิดราคาด้านหน้าธนบัตร ได้รับพระราชทานพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศของกองทัพอากาศ เป็นภาพประธาน ด้านหลังธนบัตรราคา 20 บาท

ภาพประธานด้านหลัง พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ราคา 50 บาท ภาพประธานด้านหลัง พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ 100 บาท ภาพประธานด้านหลัง

พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประชาชนสามารถเบิกถอนธนบัตรแบบใหม่นี้ได้ตามช่องทางปกติ ผ่านธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง รวมถึง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่ง ประเทศไทยทั้งที่สาขา และเครื่องเอทีเอ็ม

ซึ่งธนบัตรแบบใหม่นี้จะออกมาหมุนเวียนในระบบต่อเนื่อง ขณะที่ธนบัตรทุกแบบที่ออกใช้ก่อนหน้านี้ยังสามารถใช้ชาระหนี้ได้ตามกฎหมาย. ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ เตรียมจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. นี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า

กระทรวงการคลังได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2561 เป็นต้นไป กระทรวงการคลังได้ผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รวม 9 ชนิดราคา ได้แก่

เหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ รมว.คลัง กล่าวว่ารูปแบบลักษณะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ทั้ง 9 ชนิดราคา กรมธนารักษ์ได้ออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา

กลางเหรียญมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here