เปิดปม ‘เสี่ยคราม’ เพื่อนซี้บิ๊กป้อม? เจ้าของนาฬิกาสุดหรู บอกเลยไม่ธรรมดาจริงๆ (รายละเอียด)

0
301

คำสัมภาษณ์ล่าสุดของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาสะท้อนถึงความอึดอัดและท้อใจที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อกล่าวหาว่า ไม่ยื่นชี้่แจงบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นนาฬิกาหรู 25 เรือน

จนเป็นที่มาของวลีทางการเมืองว่า “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ย้ำยืนยันถึงการครอบครองนาฬิกาหรูทั้ง 25 เรือนที่เพื่อนให้ยืมมาใส่ว่า ?ผมขอย้ำถึงความบริสุทธิ์ใจในเรื่องดังกล่าว ส่วนใครจะคิดอย่างไรตามกระแสก็คิดไป เพราะความจริงคือความจริง ไม่มีวันหนีไปจากความจริงได้ ผมไม่เข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

แต่จะขอรอดูต่อไปว่าสังคมจะมองเรื่องที่เกิดตามกระแสมากกว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงหรือไม่ ทั้งนี้ ผมอาจพลาดที่ไม่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น เพราะคิดว่าไม่มีอะไร จึงทำให้สังคมเข้าใจอะไรที่คลาดเคลื่อนมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ขอย้ำว่าผมพร้อมยอมรับกับคำตัดสินของ ป.ปช.ไม่ว่าจะมีผลออกมาเป็นอย่างไร? “ผมไม่ได้โง่ ผมรับราชการมานาน เป็นรัฐมนตรีมากี่สมัยแล้ว

- Advertisement -

ทำไมจะไม่รู้เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่เพราะเป็นนาฬิกาของเพื่อนที่ผมยืมเวียนมาใช้ เขามี 200-300 เรือน เป็นเศรษฐีหมื่นล้านและชอบสะสมนาฬิกา ก็แค่นั้น ผมยืมมาจริงๆ มันน่าน้อยใจไหม ผมเป็นแค่เหยื่อของกระเเสจากฝ่ายตรงข้ามที่หยิบยกมาโจมตีเพื่อเตะขาท่านนายกฯ” พล.อ.ประวิตรยืนยันถึงที่มาการครอบครองนาฬิกาหรูอีกครั้ง

ที่มาที่ไปของนาฬิกาหรูทั้ง 25 เรือน ที่เพื่อนสนิท พล.อ.ประวิตรให้ยืมมาใส่นั้น เพื่อนสนิทคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ “เสี่ยคราม” หรือ นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ อดีตผู้บริหารองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และผู้บริหาร ?คอม-ลิงค์? บริษัทที่เคยวางระบบเคเบิลใยแก้วให้องค์การโทรศัพท์ฯ เป็นเพื่อนรักร่วมรุ่นโรงเรียนเซนต์คาเบรียลของ พล.อ.ประวิตรนั่นเอง

แม้วันนี้ นายปัฐวาทจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนรักที่รู้ใจ พล.อ.ประวิตรไปเสียทุกเรื่อง คงไม่มีวันเสื่อมคลายไปได้ ทั้งนี้ “เสี่ยคราม” เป็นเพื่อนซี้ พล.อ.ประวิตร เรียนร่วมกันมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนมาพร้อมกับ ?หม่อมอุ๋ย? ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ

ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 อีกด้วย จึงเป็นที่มาของ “เซนต์คาเบรียล คอนเน็กชั่น” “เสี่ยคราม” ยังมีชื่อเป็นคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานมูลนิธิ รวมทั้งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานกิตติมศักดิ์อีกด้วย จนเป็นขาประจำบ้าน ร.1รอ. ของ พล.อ.ประวิตร

ที่มาทุกเที่ยงวัน หาก พล.อ.ประวิตรเข้ามาทานข้าวกลางวันที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายปัฐวาทกับ พล.อ.ประวิตร แม้จะเรียนจบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ โดย พล.อ.ประวิตรนั้นเลือกเส้นทางการเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติ ขณะที่ นายปัฐวาทเลือกที่จะเข้าสู่แวดวงการเป็นนักธุรกิจ นายปัฐวาทกลายเป็นเพื่อนของ พล.อ.ประวิตรในทุกกลุ่ม

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 และ จปร.17 และ วปอ. เรียกได้ว่า ไม่ว่าใครเป็นเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร ก็จะสนิทสนมกับ ?เสี่ยคราม? ไปด้วย จึงไม่มีลูกน้องหรือเพื่อน พล.อ.ประวิตรคนไหนที่ไม่รู้จักนายปัฐวาท ไม่แค่นั้น ครอบครัวสุขศรีวงศ์ และวงษ์สุวรรณ ก็สนิทสนมใกล้ชิดกันมายาวนาน ที่สำคัญ พล.อ.ประวิตร และนายปัฐวาท

เป็นคนมีรสนิยมเหมือนกัน คือ ชอบเดินสายทำบุญ สร้างวัด สร้างโบสถ์ รวมทั้งไปทอดกฐินด้วยกัน จึงไม่แปลกที่ไม่ว่า พล.อ.ประวิตรไปทำบุญที่ไหน ก็จะมียอดทำบุญนับล้านบาท อีกทั้งนายปัฐวาทยังเป็นศิษย์เอกของอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ที่ พล.อ.ประวิตรเคารพนับถือด้วยกัน ยิ่งในช่วงที่นายปัฐวาทมีปัญหาเรื่องสุขภาพร่างกาย

จนเกือบจะเดินไม่ได้ พล.อ.ประวิตรได้ช่วยพาไปหาหมอเก่งๆ ในทุกๆ ด้านด้วยตนเอง จนอาการดีขึ้น กระทั่งวาระสุดท้าย นายปัฐวาทเสียชีวิตด้วยปัญหาสุขภาพ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรระบุว่า “บิ๊กป้อม” เสียใจมาก และไปร่วมงานศพเกือบทุกวัน ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร และเป็นประธานในวันพระราชทานเพลิงศพด้วยเป็นข้อมูลบางส่วนถึง

ความสัมพันธ์ อันลึกซึ้งของเพื่อนซี้ปึ้กระหว่าง “บิ๊กป้อม” กับ “เสี่ยคราม” อันเป็นที่มาของปมปัญหานาฬิกาหรูที่ พล.อ.ประวิตรแจกแจงว่าเป็นของเพื่อนซี้ผู้นี้ที่ให้ยืมมาใส่ แต่จะฟังขึ้นหรือไม่ ต้องรอคำตอบจาก ป.ป.ช. ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่ฮือฮากันยกใหญ่กับการถ่ายภาพหมู่ของ ครม.ชุดใหม่หน้าทำเนียบรัฐบาลร่วมกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.60ที่ผ่านมานั้น โดยระหว่างการรอจัดตำแหน่งการยืนการนั่งอยู่นั้นมีสภาพอากาศที่ร้อนแสงอาทิตย์ส่องเข้าทิศทางเดียวกับมุมกล้องพอดี ในขณะนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยกมือกันแดดที่ส่องเข้าตา ซึ่งจู่ก็มีวิบวับแทงตาผู้สื่อข่าวและช่างภาพ เพราะแสงไปกระทบกับแหวนเพชรของ

พล.อ.ประวิตร จนเป็นประกาย แต่ไม่ได้ฮือฮากันแค่เพียงเพราะแหวนเพชร 1 กระรัต คือ นาฬิกาที่ข้อมือของพล.อ.ประวิตร ว่ากันว่า ราคาแพงหลักล้าน นาฬิกาเรือนนี้ สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ยี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ ที่เจ้าของแบรนด์สร้างสรรค์นิยมชอบในความเร็วและสมรรถนะของรถฟอร์มูล่าวัน เที่ยงตรงแม่นยำ ทนทาน

และเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่เหล่าเซเลปซุปตาร์ ดาราHollywood สวมใส่กัน โดยนาฬิกา สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ” ริชาร์ด มิลล์ ” ถือกำเนิดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 2001 โดยมร. ริชาร์ด มิลล์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งมีความชื่นชอบและหลงใหลในความเร็วและสมรรถนะของรถฟอร์มูล่าวัน ได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์พัฒนาเรือนเวลาอันสมบูรณ์แบบทั้งความเที่ยงตรง

แม่นยำและความทนทานเฉกเช่นเดียวกับสมรรถนะการทำงานแห่งวิศวกรรมยานยนต์หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมการบิน ผนวกกับความกล้าในการนำวัสดุแห่งอนาคตมาประยุกต์ใช้ผ่านเทคโนโลยีที่สุดล้ำสมัยในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต ทำให้เครื่องบอกเวลา ริชาร์ด มิลล์ ทุกเรือนเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุด นาฬิกา ริชาร์ด มิลล์

ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นาฬิกามาจากการดีไซน์ตัวถังและเครื่องยนต์ของรถแข่ง “ฟอร์มูล่า วัน” ซึ่งเป้าหมายคือ การสร้างสรรค์สุดยอดเรือนเวลาที่ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา อีกทั้งต้องทำหน้าที่บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงไร้ที่ติ เพื่อศักยภาพสูงสุดในการทำงานที่ทนทานต่อแรงกระแทกและสภาวะแวดล้อมอันเลวร้าย

นอกจากนี้ ในกระบวนการประกอบชิ้นส่วนของนาฬิกาแต่ละชิ้นเข้าด้วยกันนั้น เป็นงานที่ละเอียดอ่อนและประณีตมาก ถึงแม้ว่ากระบวนการผลิตจะดำเนินมาจนเกือบสมบูรณ์แบบแล้วถึง 99% ก็ตาม แต่หากพบว่ามีชิ้นส่วนใดเพียงส่วนหนึ่งที่ผิดพลาดแม้ในขั้นตอนสุดท้าย เราก็จะรื้อทุกชิ้นส่วนออกและเริ่มประกอบใหม่ตั้งแต่ต้น

ซึ่งในส่วนของราคานั้น 242,000.00 € หรือแปลงเป็นเงินสกุลไทยได้เท่ากับ 9,355,986.2 บาท หรือราวๆกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าถ้าไม่ป๋าพอคงไม่กล้าลงทุนซื้อนาฬิกาแบรนด์นี้แน่นอนอย่างไรก็ตามเมื่อไปตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สิน ที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แจ้งรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

รวมทั้งหมด 4 ครั้งเมื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีทรัพย์สินจากปี 2551 จนถึงปี 2557 รวมกว่า 87 ล้านบาท หรือมีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นกว่า 30 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏว่ามีนาฬิกายี่ห้อดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here