ส่องภาพปัจจุบัน ‘เบลล่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่’ บอกเลยยังสวยเซ็กซี่ หุ่นเป๊ะ เปรี้ยวจี๊ด น่ารักเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน (ชมภาพ)

0
240

มนัญญา ลิ่มเสถียร หรือ เบลล์ เกิร์ลลี่ เบอรร์รี่ เป็นนักร้องหนึ่งในสมาชิกของวง Girly Berry ศิลปินกลุ่มประกอบไปด้วย กิฟท์ซ่า – ปิยา พงศ์กุลภา, กิ๊ฟซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์, แนนนี่ – ภัทรนันท์ ดีรัศมี สังกัดอาร์เอสโปรโมชั่น เกิดวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ก่อนจะมาเป็นเกิร์ลลี่เบอร์รี่นั้น เบลล์กับแนนนี่เคยออกอัลบั้มร่วมกันมาก่อนกับศิลปินอาร์เอส ในอัลบั้ม World หลังจากนั้นRS คิดจะทำโปรเจกต์เกิร์ลกรุ๊ป

จึงนำเบลล์และแนนนี่มารวมตัวกับกิ๊ฟซ่าและกิ๊บซี่เป็น “เกิร์ลลี่เบอร์รี่” จนถึงปัจจุบัน เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ยังมีผลงานมาตลอดทุกๆปี จากวันนั้นถึงวันนี้รวมเป็นระยะเวลา 12 ปี ที่เกิร์ลลี่เบอร์รี่ค่อยสร้างผลงานสิ่งดีๆให้แก่แฟนคลับมาตลอดจนถึงทุกวันนี้และตลอดไป พ.ศ. 2545 เปิดตัวด้วยสไตด์การแต่งตัว J – POP น่ารัก สดใส เหมาะกับวัย ทำให้เป็นที่จับตามองของผู้คนมากหน้าหลายตาและส่งเพลง ไม่เต้นไม่รักนะ และ เพลง รางวัลชมเชย

ออกโปรโมท แต่การเปิดตัวครั้งนี้ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้คน ทำให้เกิร์ลลี่เบอร์รี่ต้องเก็บตัวซุ่มซ้อมเป็นระยะเวลานาน 1 ปี พ.ศ. 2547 หลังจากเกิร์ลลี่เบอร์รี่ซุ่มซ้อมเก็บตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี ก็มาพร้อมกับอัลบั้มชุดใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนสไตด์การแต่งตัวจากน่ารัก สดใส เป็นเซ็กซี่ ทำให้ผู้คนสนใจมากขึ้นในการปรากฏตัวครั้งนี้ พร้อมทั้งเพลงที่ออกออกมา 2 เพลง คือ ตุ๊มต่อม กับ เรื่องคืนนั้น เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้คน

ทำให้มีคนรู้จักเกิร์ลลี่เบอร์รี่มากขึ้น ด้วยการที่ผู้คนชื่นชอบเพลงมาก ทำให้เพลงทั้ง 2 เพลงนั้นขึ้นชาร์ตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้อาร์เอสสร้างโปรเจกต์พิเศษระหว่างเกิร์ลลี่เบอร์รี่และบี-มิกซ์ เพื่อสร้างกระแสความดังของพวกเธอขึ้นอีก พ.ศ. 2548 อัลบั้มนี้ปรับสไตล์เพลง การแต่งตัว ดนตรี ให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมนำข่าวปาปารัชซี่มาทำเป็นเพลงให้เกิดกระแสคำฮิตติดปากอย่าง Gossip พร้อมถ่ายเอ็มวีกลางถนน

เพื่อตอกย้ำความแรงอย่างต่อเนื่อง แล้วจึงส่งเพลงช้า ซึ้ง ๆ ของคนแอบรักด้วยเพลง รักนะแต่งไม่แสดงออก ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของคนแอบรักแต่ไม่กล้าบอกให้เขารู้ และเพลง เรียกแฟนไม่เต็มปาก พ.ศ. 2549 กระแสตอบรับอย่างต่อเนื่องจากอัลบั้มชุดที่แล้ว มีการทัวร์คอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆและรับงานอีเว้นที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อัลบั้มชุดนี้มีระยะเวลาทำงานค่อนข้างเร่งรีบในการทำอัลบั้ม จึงส่งเพลง Reality และตามมาด้วยเพลง

แฟนเก็บ มีสิ่งแปลกใหม่ที่เห็นได้ชัด คือ เสื้อผ้า จะออกแนวโชว์สัดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมกับแฟชั่นผิวสีแทนภายใต้เสื้อผ้าที่เน้นสีทอง ส่วนเพลงนั้นจะเน้นเพลงช้า ให้เห็นถึงพัฒนาการร้องของพวกเธอ พ.ศ. 2550 ครั้งนี้พวกเธอกลับมาทวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ 1 ของเมืองไทย ด้วยการส่งเพลง Shake it ที่มีจังหวะสนุกชวนผู้คนขยับเนื้อขยับตัวต้องเต้นตาม พร้อมกับแฟชั่นสีสดใสที่กำลังมาแรงไม่ตกแทรนด์

แต่เพลงนี้ก็ต้องเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์แรงพอสมควรกับท่าเต้นสุดเซ็กซี่ ทำให้เกิร์ลลี่เบอร์รี่รีบส่งเพลง เชื่อดิ (ยังไม่มีแฟน) มากลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์และก็ได้ผลดีเสียด้วย กระแสตอบรับเพลงนี้ดีมาก ด้วยเสื้อผ้า สีสันการแต่งตัวที่เน้นสดใส เนื้อหาเพลงที่น่ารัก สไตล์ดนตรีสนุกสนาน ทำให้แฟนคลับชอบเพลงนี้มาก จึงทำให้เกิดคำฮิตติดปากคำใหม่คือ เชื่อดิ (ยังไม่มีแฟน) พ.ศ. 2551 อัลบั้มนี้เป็นการนำเพลงเก่ามา

Cover ใหม่ โดยการนำท่อนฮุคมาปรับให้เข้ากับเกิร์ลลี่เบอร์รี่ มีหลากหลายสไตด์ดนตรี ส่วนเรื่องเสื้อผ้าจะเน้นไปทาง Sport มากขึ้น เพื่อให้เข้ากับการเต้นที่เน้นหนักมากขึ้น และอัลบั้มนี้เรียกว่า “อัลบั้มเต้น” เลยก็ได้ เพราะมีเพลงช้าอยู่เพียง 3 เพลงเท่านั้นส่วนเพลงที่เหลือนั้นเป็นเพลงเร็วหมดทั้ง 7 เพลง พ.ศ. 2552 หลังจากที่กระแสเกาหลีมาแรง ส่งผลต่อการแต่งตัวของเกิร์ลลี่เบอร์รี่ด้วย จึงทำให้เกิร์ลลี่เบอร์รี่ต้องเปลี่ยนลุค

ใส่เสื้อผ้าแนวสีสดใสเน้นโทนสีชมพู ดนตรีสไตด์สนุกสนาน ท่าเต้นเบา ๆ เน้นจำง่าย การร้องที่เน้นใส่อารมณ์ความรู้สึกลงในเสียงเพลงมากขึ้น โดยเพลงประชาสัมพันธ์หลัก 3 เพลง คือ สวย เริ่ด เชิด..ยอม, ชอบเป็นของเธอ และไม่มีผู้ชายไม่มีน้ำตา และปลายปีเกิร์ลลี่เบอร์รี่ ได้มีโปรเจกต์พิเศษ Monkey Hero กับค่าย Kamikaze ร่วมกับ เขื่อน จงเบ และเคนตะ จาก เค-โอติก ในเพลง ถ้าเธอมีจริง (Unbelievable)

ซึ่งเป็นเพลงในอัลบั้ม Free to Play ของเค-โอติก ที่เชิญสี่สาวเกิร์ลลี่เบอร์รี่มา Featuring และแสดงมิวสิกวิดีโอด้วย พ.ศ. 2553 เกิดกระแสวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับการแยกวงและการย้ายค่ายต้นสังกัด ของเกิร์ลลีเบอร์รี จนปลายปี แนนนี่และเบลล์ ก็ได้ออกซิงเกิล จะจีบก็บอกนะ Featuring เวย์ Thaitanium ส่วนกิ๊บซี่ก็มีอีกหนึ่งภารกิจคือละครเรื่องมงกุฎดอกส้ม โดยรับบทคุณนายที่4 เป็นสาวชาวเหนือ ชื่อคำแก้ว พ.ศ. 2554

กิ๊บซี่และกิ๊ฟซ่า ได้ออกซิงเกิล I Like That Boy Featuring ขัน Thaitanium และวงได้ออกเพลง ขอได้ไหมผู้ชายของเธอ พ.ศ. 2555 4 พฤษภาคม 2555 ได้ออกซิงเกิล Featuring ออกมา และในปีเดียวกันนั้น กิ๊ฟซ่า ถูกดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับ[2] ทำให้กิ๊ฟซ่าต้องพักงาน 6 เดือน พ.ศ. 2557 กิ๊บซี่ ได้ออกซิงเกิ้ล “อย่ามโน (Don’t cha)” ร่วมกับ ใบเตย อาร์สยาม ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนสาวกรุ๊ปโอ

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ เอกการโฆษณา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ฉายแววนักร้องนักเต้นมาตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลลี เบอร์รี (Girly Berry) แห่งค่ายอาร์เอสโปรโมชั่น ประกอบไปด้วย ปิยา พงศ์กุลภา หรือกิ๊ฟท์ซ่า, วนิดา เติมธนาภรณ์ หรือกิ๊ฟซี่, ภัทรนันท์ ดีรัศมี หรือแนนนี่ และสาวหมวยที่เรากำลังพูดถึง ใช่แล้ว เธอคือ “เบลล์-มนัญญา ลิ่มเสถียร”

สาวหมวยซ่อนเปรี้ยวที่สละเวลาส่วนตัวให้ทีมงาน M-Lite มานั่งพูดคุย และอัปเดตชีวิตในร้านคาเฟ่ไข่ “All ARE EGGs” แถวๆ แยกพงษ์เพชร ซึ่งเป็นกิจการล่าสุดของเธอกับหุ้นส่วนอีก 2 คน และเป็นคำตอบในคำถามที่ว่า “เธอหายไปทำอะไรมา” “หายไปทำร้านขนมค่ะ เป็นคาเฟ่ไข่ ชื่อว่า All ARE EGGs ซึ่งมีอยู่ 3 ส่วนคือ ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ซีฟูด ร้านขนม และสตูดิโอเอาไว้ซ้อมร้อง ซ้อมเต้น

นอกจากนั้นยังเขียนหนังสือด้วยค่ะ เพิ่งเปิดตัวไปชื่อว่า สวย ประหยัดจากก้นครัว แถมยังได้ออกซิงเกิ้ลประกอบพ็อกเกตบุ๊กด้วย” แยกย้ายหลังไร้สังกัด เมื่อถามถึงเพื่อนๆ ในวง เบลล์บอกว่า ต่างคนต่างแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง “เพื่อนๆ ในวงก็ติดต่อกันอยู่ค่ะ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง อย่างกิ๊บซี่ก็มีงานละคร มีงานเพลง เช่นเดียวกับกิ๊บซ่าก็มีละครเหมือนกันเพราะจบด้านการแสดงมา

ส่วนแนนนี่ก็ไปทำธุรกิจส่วนตัวของเขา อย่างตัวเบลล์เองก็ให้เวลากับคาเฟไข่ ซึ่งเปิดมาได้หลายเดือนแล้ว มีอยู่ 3 ชั้นคือ ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ซีฟู้ด ร้านขนม แล้วก็สตูดิโอเอาไว้ซ้อมร้อง ซ้อมเต้น นอกจากนั้นยังมีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘สวย ประหยัดจากก้นครัว’ ที่ทั้งทำ และลงมือเขียนด้วยตัวเอง แถมยังได้ออกซิงเกิ้ลประกอบพ็อกเก็ตบุ๊กชื่อว่า ยิ่งโสด ยิ่งสวยด้วยค่ะ นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามภายใต้แบรนด์ Be Bella

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามสมุนไพรไทยที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ทั่วประเทศ ปัจจุบันได้เริ่มขยายตลาดส่งออกไปขายยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านด้วย” นักร้องหน้าหมวยเล่าไปยิ้มไป แม้ที่ผ่านมาจะมีละครเข้ามา แต่ก็ต้องปฏิเสธไป เพราะอยากทุ่มเวลาให้กับคาเฟ่ไข่ ซึ่งเปรียบเสมือน “คนรัก” ที่ต้องให้เวลากับเขา “การเป็นเจ้าของกิจการมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ มีแล้วต้องให้เวลากับเขา ต้องดูแลเขาเหมือนลูก

ถ้าเราไม่ดูแลใส่ใจเขา ณ จุดหนึ่งเขาอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราเลือกที่จะมีเขาแล้ว เราก็ต้องเข้าไปดูแล และลงมือทำทุกๆ อย่างเองหมด ตั้งแต่ซื้อของ ตกแต่งร้าน สวมบทบาทเป็นเชฟเข้าครัวเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับทุกเมนูอาหารคาวหวานในร้านไม่ว่าจะเป็นขนมหรือร้านก๋วยเตี๋ยว ดังนั้น ในกรณีที่มีงานละครติดต่อเข้ามา ถ้าเรื่องไหนใช้เวลาถ่ายนานก็จะไม่รับเล่น แต่ก่อนหน้านี้ก็มีบางเรื่องที่รับเล่นนะคะ

เพราะเลือกเรื่องที่ใช้เวลาถ่ายค่อนข้างน้อย ปัจจุบันไม่มีถ่ายอะไรแล้วค่ะ ทุ่มเทกับร้านอย่างเดียว เพราะการจับอะไรที่ไม่ค่อยถนัด เราต้องให้เวลากับเขา นับหนึ่งไปพร้อมๆ กันกับเขา อย่างงานเพลง เบลล์เรียนร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งเบลล์ก็ให้เวลากับเขามากเหมือนกัน” เป็นผู้หญิงชอบ “ไข่” เมื่อเจาะลึกลงไปถึงร้านคาเฟ่ไข่ หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นไข่ ก่อนที่จะคิดลึกกันไกล ไปฟังคำอธิบายจากปากของเธอกัน

“เป็นคนชอบไข่ค่ะ เพราะว่ามันอร่อย แหม่..คิดลึกอยู่หรือเปล่าคะ ด้วยความเป็นไข่ มันมีเสน่ห์นะคะ เราไปกินอะไร ส่วนใหญ่ก็จะมีไข่เป็นส่วนประกอบ พอย้อนดูตัวเรา เฮ้ย! เราก็กินกันเกือบทุกวัน ซึ่งบางเมนูก็มีไข่โดยที่เรากินเข้าไปแบบไม่รู้ตัว แล้วทำไมถึงลืมเขาล่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเบลล์ถึงชอบไข่ ให้ความสำคัญกับไข่จนคุยกันกับหุ้นส่วนของร้านนี้ว่า เอาไข่นี่แหละมาเป็นเอกลักษณ์ของร้าน” ด้วยความที่เป็นผู้หญิงชอบไข่

ไม่แปลกใจว่าทำไมร้านคาเฟ่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยไก่กับไข่ เริ่มตั้งแต่เมนูขนมหวานไปจนถึงการจัดแต่งร้านทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ฝาผนังต่างออกแบบ และเต็มไปด้วยภาพวาดของแม่ไก่ ลูกไก่ และไข่ไก่ “ทุกอย่างในร้านส่วนใหญ่ทำเองหมดเลยค่ะ (ผายมือไปรอบๆ ร้าน) แม้กระทั่งโซฟา (ชี้ไปที่โซฟา) มีน้องคอยช่วยออกแบบให้ ซึ่งร้านนี้ให้เวลากับเขามา 2-3 ปี กว่าจะเปิดเป็นทางการอย่างที่เห็นอยู่นี้ เบลล์เจอย้อนถามจากคนรู้จักว่า

นี่ทำเฉพาะเสาร์ อาทิตย์หรือเปล่า (หัวเราะ)” ส่วนโต๊ะ และเก้าอี้ที่กำลังนั่งกันอยู่นี้ เธอก็บอกอย่างภาคภูมิว่า ซื้อไม้มาทำเอง รวมไปถึงชั้นไม้ และป้ายไม้ด้วย “ไปหาซื้อไม้กันมาแล้วก็เลื่อยๆๆๆๆ (ทำท่าเลื่อยไม้) ซึ่งเบลล์มีทีมดีค่ะ คอยช่วยกัน ส่วนเราก็ช่วยลงมือ ลงแรงด้วย ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ถามว่าทำไมไม่จ้างคนอื่นมาทำ เบลล์รู้สึกว่า มันเหมือนเป็นความสุขมากกว่า จากหนึ่งชิ้น สองชิ้น สามชิ้น มันรู้สึกภูมิใจนะ

ส่วนชั้นล่างซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยม ทำกันประมาณ 7 เดือน นั่งทาสีเขียวเอง รูปก๋วยเตี๋ยวก็วาดเอง ระบายสีเอง ซึ่งมันน่าเกลียดมาก (หัวเราะ) แต่มันก็คือความสุขของเรา” เบลล์เล่าไปยิ้มไป เช่นเดียวกับเมนูอาหารคาวหวานในร้านคาเฟ่ไข่ที่สาวเบลล์จะเป็น “เชฟ” เข้าครัวเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับทุกเมนูด้วยตัวเอง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอไปเรียนทำขนมมาจากไหน

“คุณแม่เป็นคนชอบทำขนมค่ะ โดยเฉพาะขนมหวานที่จะออกไปในแนวฟิวชั่นไทย-จีน เพราะที่บ้านเป็นครอบครัวคนจีน ซึ่งเขาก็เอาความชอบมาสอนเรา เช่น การทำเค้ก ซึ่งคุณแม่ก็จะไม่ได้บอกอะไรเราเยอะ แต่จะให้สูตรแล้วเอาไปทำเอง (หัวเราะ) กว่าจะออกมาดูดี ก็เละอยู่หลายรอบค่ะ” เธอเล่า

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here