สงกรานต์ผ่านไป 4 วัน 248 ศพ สังเวยอุบัติเหตุ ปชช.ทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ.แล้ว (รายละเอียด)

0
141

ฉลองสงกรานต์ เมาขับแชมป์ อุบัติเหตุ 4 วันตายแล้ว 248 ราย เจ็บ 2,557 คน คสช.ยึดรถคนเมากว่า 7 พันคัน ศาลใส่กำไลคุมประพฤติเมาขับ 37 ราย “บิ๊กตู่”พอใจยอดอุบัติเหตุลด บขส.ยันพร้อมรับคนกลับ จัดรถตู้รับจากหมอชิตไปส่งอนุสาวรีย์ฯ ด้วย

สรุป 4 วันตายแล้ว 248 ราย

วันที่ 15 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 (ศถ.) ประจำวันที่ 14 เม.ย.ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์

“ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 626 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน

ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วง 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.68 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 34 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 9 ราย จังหวัดที่มี ผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 39 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11-14 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,557 คน

“ขับเร็ว-เมา”ทำเกิดอุบัติเหตุ

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 99 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่

เชียงใหม่ 109 คน ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,030 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,491 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 858,520 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 181,692 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 50,603 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,061 ราย

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 13 – 14 เม.ย. พบว่าถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีเล่นน้ำสงกรานต์ และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คาดว่าในวันที่ 16 เม.ย. ประชาชนจะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจรบนเส้นทางสายหลัก พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน

คสช.ยึดรถเมาขับ 7 พันคัน

วันเดียวกัน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตามมาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ของคสช.ว่า สถิติการตรวจพบ

ผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 14 เม.ย. มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 53,542 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 3,148 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 3,862 ราย และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 33,372 คน

สำหรับรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 37,429 ครั้ง เจ้าหน้าที่ยึดรถยนต์ 928 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 3,413 ราย และส่งดำเนินคดี 16,720 คน

โดยตลอด 4 วันที่ผ่านมา (11-14 เม.ย.) ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 7,067 คัน (รถจักรยานยนต์ 5,019 คัน และรถยนต์ 2,048 คัน) ยึดใบอนุญาตขับขี่ 16,588 ราย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 82,589 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 47,327 คน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พอใจบรรยากาศสงกรานต์โดยรวมทั่วประเทศเป็นไปด้วยดี โดยประชาชนให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมากขึ้นตามการรณรงค์ของภาครัฐและกระแสของละครอิงประวัติศาสตร์ รวมทั้งยังได้รับรายงานด้วยว่าสถิติการเกิดอาชญากรรมลดลง

เด้งผกก.เมืองกาฬสินธุ์-บกพร่อง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.มนตรี จรัญพงศ์ ผบก.ภ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ 229/2561 ให้ย้าย พ.ต.อ. รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ออกคำสั่งไปตั้งแต่เวลา 01.30 น. เนื่องจากเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกับ ททท.และจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงาน

“สงกรานต์ดีโน่สินธุ์ ถิ่นคนน่ารัก” ณ บริเวณวงเวียนโปงลาง หน้าวัดสว่างคงคา ปรากฏมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาท 2 จุด และการจราจรติดขัด เมื่อไปตรวจสอบพบมีกำลังตำรวจดูแลอยู่เพียง 13 นาย “เมื่อสอบถามไปยังผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์

ทราบว่า ไปกินข้าวกับเพื่อนที่จ.ขอนแก่น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดขืนคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางจังหวัดกาฬสินธุ์” พล.ต.ต.มนตรีกล่าวศาลสั่งใส่กำไลเมาขับแล้ว 37 ราย

วันเดียวกัน นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า กรมคุมประพฤติได้ติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับ ผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับ ตามคำสั่งศาล ซึ่งกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกบ้าน เวลา 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 15 วัน นอกจากนี้ผู้กระทำผิดดังกล่าวยังมีเงื่อนไขการคุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง

พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. รวม 37 ราย นายประสารกล่าวต่อว่า สำหรับสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ถึงวันที่ 15 เม.ย. มี 3,460 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 3,456 คดี ขับรถประมาท 4 คดี ยอดสะสม 5 วัน (11-15 เม.ย.) มีคดีทั้งหมด 6,707 คดี

จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,541 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 97.5, ขับรถประมาท 21 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.31 แข่งรถหรือขับซิ่ง 2 คดี หรือร้อยละ 0.02 ขับเสพ 143 คดี หรือคิดเป็น ร้อยละ 2.13 บขส.จัดรถตู้ส่งคนจาก”จตุจักร” นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.

คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส. ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางกลับในกรุงเทพฯ

บขส.ได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ รถตู้ตำรวจบริการรับ-ส่งประชาชนฟรี จากสถานีขนส่งผู้ โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างวันที่ 15-17 เม.ย.นี้ ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และเวลา 16.00 -20.00 น.

โดยรถตู้จะจอดบริเวณริมรั้วด้านหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) รวมทั้งบขส.ได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก จส.100, สวพ.91 ประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ เพื่อจัดเตรียมรถแท็กซี่สำหรับให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ให้เพียงพอด้วย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here