เปิดวาร์ป! สาวเล่นเป็นสแตนอิน “แม่หญิงการะเกด & เกศสุรางค์” เข้าฉากด้วยกัน บอกเลยไม่ธรรมดา สวยเทียบเท่าเบลล่าเลยทีเดียว! (ชมภาพ)

0
374

วันนี้เราจะขพาทุกคนไปเปิดวาร์ป สาวที่เข้าฉากเป็นสแตนอิน เบลล่า ในละคร ละคร บุพเพสันนิวาส เวลาที่แม่การเกดและ เกศสุรางค์บอกเลยว่า ชีวิตจริง เป็นสาวสวย หน้าใสคล้าย เบลล่า เป็นอย่างมากเลยล่ะจ้าาา เดี๋ยวเรามาดูความหมายของคำว่าสแตนอินกันต่อเลยนะค่ะว่าจริงๆแล้วมีความหมายว่าอย่างไร เชื่อว่าแฟนๆ ภาพยนตร์ที่ได้ติดตามภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่มามากมาย

ไม่ว่าจะเป็นค่าย DC หรือ Marvel แต่เราเคยรู้หรือเปล่าว่า ฉากบู๊ ฉากแอ็คชั่น ทั้งหลายที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้น จำเป็นต้องมีนักแสดงแทน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าสตั๊นท์แมน สตั๊นแมนคืออะไร “สตั้นท์แมน” ไม่ใช่ “แสตนอิน” เป็นความเข้าใจที่สับสนคลาดเคลื่อนมาช้านาน เกี่ยวกับคำว่า “สตั้นท์แมน” และ “แสตนอิน” ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองตำแหน่งนี้ทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง “แสตนอิน”

โดยหน้าที่แล้วก็คือ คนที่เข้าไปยืนในตำแหน่งหรือจุดต่างๆ แทนนักแสดง ก่อนที่หนังจะเริ่มถ่ายทำจริง เพื่อให้ผู้กำกับและทีมงานได้เตรียมตัวล่วงหน้า อาทิ สุมมุติว่าวันนี้ โรเบิร์ต แพททินสัน จะมาถ่ายฉากแอ็คชั่นที่ถนนข้าวสาร แล้วต่อด้วยฉากเลิฟซีนในห้องสวีท คนที่เป็นแสตนอินของ โรเบิร์ต แพททินสัน ก็จะต้องแต่งชุดเดียวกัน แล้วมายืนในฉากที่ถนนข้าวสารและก็ไปนอนที่ในห้องสวีท

เพื่อให้ทีมงานได้เซ็ตค่าไฟ แสง สี เตรียมทุกอย่างให้พร้อมในฉากดังกล่าว เมื่อโรเบิร์ต แพททินสัน มาถึงก็ถ่ายทำได้เลยทันที โดยไม่ต้องเสียเวลา หน้าที่หลักๆ ของแสตนอินมีเพียงเท่านี้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็น “ตัวลองไฟ ลองฉาก” ซึ่งจะไม่ได้ปรากฎตัวบนจอหนังแต่อย่างใด ดังนั้นคนที่เป็นแสตนอินจึงไม่จำเป็นต้องหน้าตาคล้ายคลึงกับนักแสดงมากนัก แต่ส่วนที่จำเป็นต้องคล้ายก็คือ สีผิว สีผม และส่วนสูง

เพื่อให้ทีมงานได้จัดแสงและฉากได้ตรงกับตัวนักแสดงจริงที่ยังมาไม่ถึง “สตั้นท์แมน” ก็เป็นตามที่หลายๆ คนเข้าใจนั่นเอง คือ นักแสดงแทนในฉากโลดโผน เสี่ยงตายต่างๆ ซึ่งสตั้นท์แมนจะได้เข้าฉากในตอนถ่ายทำจริง และปรากฏตัวบนจอหนังแทนนักแสดงในฉากเหล่านี้ นอกจากฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตายแล้ว ฉากนู้ดที่ต้องโชว์ก้น หรือโชว์หน้าอก ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานสตั้นท์เช่นกัน อาทิ รัสเซล โครว์

มีฉากต้องโชว์ก้นบนจอหนัง แต่บังเอิญก้นของ รัสเซล โครว์ แตกลายงา กระดำกระต่างเกินไป ก็จะมีนักแสดงแทนมาเข้ากล้องในฉากที่ต้องถ่ายโคลสอัพตรงก้น ซึ่งก้นอวบอิ่มของนักแสดงแทนคนนั้นจะไปปรากฏบนจอหนังในฐานะก้นของรัสเซล โครว์ (ฮา) แล้วเรามาต่อกันด้วยเนื้อเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ ในยุคปัจจุบัน เกศสุรางค์นักโบราณคดีวัย 25 ปี มีความรู้ภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอมีเพื่อนสนิทที่แอบชอบอยู่คือเรืองฤทธิ์

วันหนึ่งทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ภายหลังจากต้องหนีวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่ง ทำให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่ ขณะเดียวกันในรัชกาล สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม่หญิงการะเกดซึ่งเป็นที่หมั้นหมายต่อหมื่นสุนทรเทวาหรือพ่อเดชรู้สึกอิจฉาต่อแม่หญิงจันทร์วาด บุตรสาวของออกญาโกษาธิบดีเหล็กจึงสั่งให้บ่าวคนสนิทอย่างนางผินและนางแย้มไปล่มเรือแต่คนที่เสียชีวิตครั้งนี้คือนางแดง

บ่าวของแม่หญิงจันทร์วาดส่วนแม่หญิงจันทร์วาดรอดชีวิต ออกญาโหราธิบดีซึ่งเป็นบิดาของหมื่นสุนทรเทวาไม่เชื่อในคำกล่าวหาของลูกชายจึงพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแม่หญิงการะเกดด้วยการร่ายมนต์กฤษณะกาลี ผู้ใดคิดว่าร้ายจะสิ้นใจตายซึ่งก็มีผลทำให้แม่หญิงการะเกดสิ้นใจตายวิญญาณแม่หญิงการะเกดหลุดออกจากร่างไปพบวิญญาณของเกศสุรางค์ที่เสียชีวิตในยุคปัจจุบัน

แม่หญิงการะเกดสำนึกตัวเอง ขอให้เกศสุรางค์ทำความดีเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าแม่หญิงการะเกดก็ทำความดีได้และกลับไปเข้าร่างแม่หญิงการะเกด พอเกศสุรางค์ตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างแม่หญิงการะเกด เกศสุรางค์ในร่างแม่หญิงการะเกดได้ทำความคุ้นเคยกับหมื่นสุนทรเทวา ทำให้เริ่มคลายความเกลียดชัง ต่อมาแม่หญิงการะเกดได้พบกับหมื่นเรืองราชภักดีซึ่งหน้าตาคล้ายกับเรืองฤทธิ์เพื่อนสนิทในยุคปัจจุบันที่เธอแอบชอบ

เกศสุรางค์ยังได้รู้จักกับ ท้าวทองกีบม้า หรือแม่มะลิ ขณะที่คุณพ่อของเธอคือฟานิก ถูกคนของหลวงสุรสาคร ข้าราชการชาวกรีกรังแกเพราะหวังจะให้ยกลูกสาวให้ เกศสุรางค์ช่วยโต้เถียงเป็นภาษาฝรั่งเศสจนเป็นที่เป็นเรื่องฮือฮาแต่ในที่สุดแม่มะลิก็ต้องแต่งงานกับหลวงสุรสาครหรือ คอนสแตนติน ฟอลคอน ด้วยความจำใจ จากนั้นเกศสุรางค์ได้กระทำหลายสิ่งหลายอย่างจนเป็นที่โจษจันในหมู่ชาวบ้าน

ขณะเดียวกันเกศสุรางค์ยังได้พบกับบุคคลในประวัติศาสตร์อีกหลายท่านอาทิ หลวงสรศักดิ์, พระเพทราชา, ออกพระวิสูตรสุนทร เป็นต้น ต่อมาหมื่นสุนทรเทวาได้อวยยศขึ้นเป็น “ขุนศรีวิสารวาจา” ก็ได้กราบเรียนออกญาโหราธิบดีและคุณหญิงจำปาผู้เป็นมารดาว่าจะแต่งงานกับเกศสุรางค์ในร่างแม่หญิงการะเกด ทำให้วิญญาณของแม่หญิงการะเกดเสียใจมากและมาตัดพ้อเกศสุรางค์ว่าจะแย่งขุนศรีวิสารวาจาไปจากตน

ทำให้เกศสุรางค์ต้องรับปากแม่หญิงการะเกดด้วยการปฏิเสธไปทั้งๆ ที่รักพ่อเดชแต่ในที่สุดความดีที่เกศสุรางค์ได้ทำไว้ส่งผลให้วิญญาณของแม่หญิงการะเกดจะได้ไปเกิดใหม่ ทำให้แม่หญิงการะเกดตัดสินใจยกพ่อเดชให้เกศสุรางค์ต่อมาขุนศรีวิสารวาจาต้องเป็นตรีทูตไปฝรั่งเศส เกศสุรางค์จึงยกหมอนที่ตัวเองหนุนนอนให้ออกขุนศรีไว้ดูต่างหน้ากระทั่งออกขุนศรีกลับมายังกรุงศรีอยุธยาก็ได้รับการอวยยศเป็น “พระศรีวิสารสุนทร”

อีกด้านยศหมื่นเรืองราชภักดีได้อวยยศเป็น “ขุนเรืองอภัยภักดี” ก็พยายามจะสานสัมพันธ์กับแม่หญิงจันทร์วาดหลังจากที่ออกญาโกษาธิบดีเหล็กซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหพระกลาโหมและควบตำแหน่งเจ้ากรมคลังถูกเฆี่ยนจนตายเนื่องจากคดีรับสินบนตามคำทูลฟ้องของหลวงสุรสาคร ซึ่งต่อมาได้รับการอวยยศเป็น “ออกพระฤทธิ์กำแหง” จนถูกริบทรัพย์แต่คุณหญิงนิ่มภรรยาของโกษาเหล็ก

และมารดาของแม่หญิงจันทร์วาดไม่ชอบใจเพราะขุนเรืองเป็นบุตรชายของคุณพระเรือนแพไม่คู่ควรกับบุตรสาวของตน ขุนเรืองจึงขอความช่วยเหลือจากเกศสุรางค์ เธอจึงให้ขุนเรืองหาสิ่งของไปกำนันเพื่อเอาชนะใจคุณหญิงนิ่มจนในที่สุดคุณหญิงนิ่มก็ใจอ่อนยอมยกแม่หญิงจันทร์วาดให้กับขุนเรือง จากนั้นไม่นานขุนเรืองอภัยภักดีก็ได้รับการอวยยศเป็น “หลวงเรืองณรงค์เดชา”

วันหนึ่งเกศสุรางค์พบบทสวดมนต์กฤษณะกาลีในห้องทำงานของออกญาโหราธิบดีแต่เมื่อเธอแตะมือลง ทำให้วิญญาณออกจากร่าง พ่อเดชเข้ามาพอดีเห็นร่างไร้วิญญาณของแม่หญิงการะเกดก็อุ้มนางเข้าไปทำพิธีร่ายมนต์กฤษณะกาลีส่วนวิญญาณของเกศสุรางค์ล่องลอยอยู่ไร้จุดหมาย อาจารย์ชีปะขาวก็อธิบายให้วิญญาณของเกศสุรางค์จนได้รู้ว่าตนเองนั้นมีฝาแฝดและส่งเธอกลับมายังโลกปัจจุบัน

จนได้พบว่าเรืองฤทธิ์ขอบวชตลอดชีวิต เกศสุรางค์เห็นเงาของพ่อเดชในร่างของเรืองฤทธิ์จึงรู้ว่าเรืองฤทธิ์ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่ เกศสุรางค์ก็ได้ยินมนต์กฤษณะกาลีอีกครั้ง เธอรู้ว่าไม่สามารถใช้ชีวิตในปัจจุบันได้แล้วจึงกราบลาคุณแม่และคุณยายกลับไปยังร่างแม่หญิงการะเกดอีกครั้ง พอฟื้นขึ้นมาในอดีตชาติพบว่าพ่อเดชนั่งท่องมนต์มาหลายวันก็สวมกอดร่างของเธอเอาไว้แน่น

พ่อเดชไม่สนใจว่าเธอเป็นใครมาจากไหนและบอกว่าจะรักเธอตลอดไป หลังจากนั้นไม่นานเกศสุรางค์ใช้มนต์หายตัวของอาจารย์ชีปะขาว ผู้เป็นอาจารย์ของตนและออกพระศรีแอบฟัง นายพลเดส์ฟาร์จ นายพลชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมาพร้อมกับคณะทูตของเดอลาลูแบร์สนทนาเรื่องไม่ชอบมาพากลบางอย่างกับฟอลคอน ซึ่งตอนนั้นได้รับการอวยยศเป็น “เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์” ที่สมุหนายกแต่เพราะกลิ่นน้ำอบของเกศสุรางค์

ทำให้เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์เอาปืนไล่ยิงโชคดีที่ออกพระศรีมาช่วยไว้ทันและได้จัดพิธีแต่งงานระหว่างออกพระศรีกับเกศสุรางค์ขึ้นในเวลาต่อมาโดยมีออกพระวิสูตรสุนทรซึ่งต่อมาได้อวยยศเป็น “ออกญาโกษาธิบดีปาน” เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวพร้อมกับแม่หญิงจันทร์วาดที่อุ้มท้องลูกของออกหลวงเรืองณรงค์เดชามาร่วมงาน

ขณะนั้นในราชสำนักได้แบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายคือฝ่ายของเจ้าฟ้าอภัยทศและเจ้าฟ้าน้อย ฝ่ายของเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์และฝ่ายของพระเพทราชาเมื่อเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์ได้เป็นที่สมุหนายกได้ใช้อำนาจบีบบังคับให้พระเณรสึกออกมาเป็นแรงงานสร้างป้อมทำให้ประชาชนไม่พอใจพระเพทราชาจึงฉวยโอกาสนี้เล่นงานเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์

Leave your vote

-3 points
Upvote Downvote

Total votes: 3

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 3

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here